ขนาดตัวอักษร

118.เริ่มต้น 2

 84 Views

               อาเจี่ยนยังไม่รีบร้อนเอาอาหารออกจากตระกร้า  หากเอาออกมาเร็ว  ย่อมไม่ดีแน่  เพราะเผลอแผลบเดียวอาหารจะเย็นชืดหมด   ชายหนุ่มเพียงจูงลาให้ยืนอยู่แถวนั้น  พลางคุยกับเหลียนฟางโจวไปด้วย

        เพียงไม่นานเหลียนเจ๋อก็เดินเข้ามาสมทบ  พลางหัวเราะร่าและตะโกนเรียก “พี่ใหญ่  พี่เจี่ยน!”

 

                  เหลียนฟางโจวส่งยิ้มถามขึ้น “เป็นอย่างไร?   ช่วงเช้าเรียบร้อยดีไหม?”

        “อื้ม”  เหลียนเจ๋อผงกศีรษะ “พวกน้าๆล้วนทำงานเก่ง  ฝีมือดีกันทั้งนั้น!  ทุกคนล้วนแทบจะหมดแรงเอาเลยนะ!  ถางที่ดินผืนนี้ช่างยากลำบากแท้  ทว่าไม่มีใครบ่นเลย!”

                  เหลียนฟางโจวได้ยินน้องชายพูดได้กระจ่าง  เป็นขั้นเป็นตอนดี   มิได้คุยโม้โอ้อวดเกินจริงเลย

                  งานตรงด้านโน้นเหลือไม่มากแล้ว  ให้คนงานสัก 2 หรือ 3 คนเก็บงานก็เสร็จแล้ว เหลียนฟางโจวจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ทุกคนพักกินอาหารกันก่อนเถิด!  บ่ายนี้ปรับถนนเสร็จ  จะได้จบงานของวันนี้  แล้วพรุ่งนี้พวกท่านค่อยมาทำงานที่นี่อีกที!”

                  เรื่องงานปรับถนน  บรรดาคนงานทั้งหลายล้วนได้ยินชัด   ทำให้มีกำลังใจขึ้น   คนทั้งหมดต่างหัวเราะ  พากันออกปากว่าเจ้าของที่ดินช่างใจดีนัก

                  ระยะถนนที่ต้องปรับปรุงเหลืออีกไม่เกิน 2 ลี้   หากพวกเขาร่วมแรงร่วมใจกัน  เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็น่าจะเสร็จสิ้น

        “นายหญิงนี่จริงๆเลย… พวกเราต่อว่านางมิได้เลย   กลางวันนี้ก็ทำตามที่ลั่นวาจาไว้จริงๆ   ไม่หลอกให้พวกเราดีใจเก้อเลย!”  ชายคนหนึ่งมาเห็นเข้าก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม

                  “นั่นสิ!   เจ้านายแบบนี้ช่างหาได้ยากนัก   พวกเราได้มาทำงานด้วย  นับว่าเป็นวาสนาแล้ว!”  ทุกคนต่างหัวเราะ  ออกปากชมเปาะ

                  เหลียนฟางโจวหัวเราะ “ทุกท่านทุ่มเททำงานกันอย่างแข็งขัน   สมควรได้รับแล้ว!”

                  อาเจี่ยนเรียกชายร่างกำยำสองคน  มาช่วยยกอาหารออกจากตระกร้า  และแล้วเหลียนฟางโจวก็เอาเสื่อน้ำมันที่หาซื้อมาเมื่อวานมาคลี่กางออก  แล้วปูบนพื้น   ทำให้ดูสะอาดสะอ้านขึ้น

                  พอจัดวางอาหารเสร็จ  ก็ร้องเรียกทุกคนเข้าแถวเพื่อตักอาหารรับประทาน   แต่ละคนจะได้ชามและตะเกียบคนละชุด   ต่างคนต่างตักน้ำแกงกระดูกหมูตุ๋นใส่ชาม  เอาตะเกียบคีบแผ่นเล่าปิ่งที่ม้วนใส่ไส้หมูสามชั้นผัดผักแล้ว    ส่วนอีกมือหนึ่งก็หยิบหมั่นโถว

                  ทั้งหมดต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน   ด้วยพื้นนิสัยเป็นคนเอื้อเฟื้อและจริงใจ  จึงไม่มีใครแย่งหรือผลักกันเลย   พาให้เหลียนฟางโจวลอบพยักหน้าไม่ได้   จ้าวลิ่วหาคนงานดีๆมาให้จริงๆ

                  นี่เป็นเพราะเขาเห็นแก่หน้าของหลิวเจี่ย  เหลียนฟางโจวนึกในใจว่า  สงสัยเจอหน้ากันต้องหาทางขอบคุณหลิวเจี่ยเสียแล้ว

             อาหารที่เหลียนฟางโจวขนมาบริการ  ถูกกวาดกินจนเกลี้ยงไม่เหลือหรอ   หญิงสาวให้รู้สึกผิดอยู่บ้าง   เธอยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ข้าไม่รู้ว่าพวกพี่ชายทั้งหลายจะกินไม่อิ่ม  พรุ่งนี้ข้าจะเตรียมมาให้มากกว่านี้   อย่างไรก็จะมิปล่อยให้ทุกคนหิวค้างเอาได้!”

             ทุกคนในที่นั้นต่างหัวเราะแล้วเอ่ยว่า “พวกข้ากินกันอิ่มแปล้เลย  และพรุ่งนี้ก็ทำมาเท่าเดิมเถิด  นายหญิงจะได้ไม่ต้องยุ่งวุ่นวายไป!”

             เหลียนฟางโจวยิ้มให้กลุ่มคนงาน และพูดคุยถามไถ่กันไม่นาน  ก็เห็นจริงตามนั้น   จึงไม่ยืนกรานอีกต่อไป

                  พอพักเหนื่อยกันได้สักพัก  อาเจี่ยนก็เรียกคนที่ชื่อหลี่ฉิงให้มาหา  ให้เขาพาคนงานกลุ่มหนึ่งล่วงหน้าไปทำการปรับถนนตรงด้านโน้นก่อน   ส่วนที่นี่ชายหนุ่มรั้งคนงานสองคนไว้   ให้ช่วยจุดไฟเผากองวัชพืชด้วยกัน

          หลี่ฉิงขานรับเสียงดัง  แล้วหันไปเรียกให้คนงานอื่นๆตามไป

                  เหลียนฟางโจวเห็นหลี่ฉิงผู้นี้  อายุราวๆสัก 40 ปีเห็นจะได้ เดินเข้ามา  ร่างกายกำยำแข็งแรง   ใบหน้าคล้ำแดด   คิ้วหนา  ดวงตากลมโต   สะท้อนออกมาว่าเป็นคนสุขุมหนักแน่น  มีความสามารถ  พอเขาเอ่ยออกมาครั้งเดียว  ทุกคนล้วนขานรับแล้วพากันเดินตามไป  โดยไม่มีใครอิดออด  หรือมีสีหน้าขัดขืนเลย   เห็นได้ชัดว่าท่ามกลางคนงานกลุ่มนี้  หลี่ฉิงคือผู้นำกลุ่ม

                  อาเจี่ยนช่างมีสายตาแหลมคมนัก   เพียงมองปราดเดียวก็ดูคนออก   เหลียนฟางโจวนึกในใจ   อดชำเลืองมองอาเจี่ยนไม่ได้

             อาเจี่ยนหันไปสบตาหญิงสาวพอดี   คล้ายจะอ่านสายตาของเหลียนฟางโจวออก  เพียงยกยิ้มบางให้หญิงสาว   เหลียนฟางโจวจึงรู้สึกเก้อเขินขึ้นทันใด   รีบแสร้งยิ้มกลบเกลื่อน  แล้วเอ่ยว่า  “พวกเราไปจุดไฟต่อกันเถิด”

                  อาเจี่ยนผงกศีรษะ “อื้ม”  ชี้มือไปยังทิศทางหนึ่ง  “ตรงด้านโน้นไฟลุกไหม้แล้ว  คงเพราะโดนลมพัด  เลือกบริเวณที่จะเผาเพิ่มอีกสัก 2-3 จุด    พรุ่งนี้ก็น่าจะเริ่มงานได้!”

             เช่นนั้นแล้วจึงเรียกให้คนงาน 2-3คนที่มาด้วยกัน   ตามอาเจี่ยนไปเตรียมพื้นที่ที่จะทำการจุดไฟเผาเพิ่มอีก 2-3 แห่ง   แล้วทิ้งให้คนงานคอยอยู่ดูไฟ  จุดละสองคน   อาเจี่ยน เหลียนฟางโจว  และเหลียนเจ๋อรับผิดชอบดูไฟราว 2-3 จุด

             สำหรับงานประเภทนี้  เหลียนเจ๋อดูให้ความสนใจเป็นพิเศษ   ด้านหนึ่งก็คือเขามีความกระหายอยากลองทำดูบ้าง  คันไม้คันมือแทบอดใจรอไม่ไหว  บางครั้งก็ถูไม้ถูมืออยากเอื้อมไปจุดไฟดูบ้าง  ดวงตาทั้งคู่ทอประกายเจิดจ้า   จ้องหน้าเหลียนฟางโจวด้วยสายตาคาดหวัง

                  เหลียนฟางโจวไหนเลยจะไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่  จึงหลุดหัวเราะกิ๊ก  เอ่ยว่า “ก็ได้   ตามพี่เจี่ยนของเจ้าไปสิ  ไฟนี้ให้เจ้าลองจุดดูแล้วกัน!”

             “อา!  พี่ใหญ่  วางใจเถิด  พี่เจี่ยน…ให้ข้าจุดไฟตรงไหนดีล่ะ!”  เหลียนเจ๋อตื่นเต้นดีใจมาก   หัวเราะพอใจรีบลงมือทันที

         อาเจี่ยนและเหลียนฟางโจว เมื่อได้ยิน ต่างพากันหัวเราะด้วยความขบขัน

             อาเจี่ยนหันไปเอ่ยกับเหลียนฟางโจว “ที่นี่ปล่อยให้พวกเราดูเอง  ท่านกลับไปก่อนเถิด  ตอนเย็นไม่ต้องกลับมาแล้ว!”

             เหลียนฟางโจวรู้สึกท้องหิวบ้างแล้ว   จึงหัวเราะพยักหน้า  จัดแจงเก็บข้าวของบางส่วนกลับไป

             ทางฝั่งนี้เหลียนเจ๋อและอาเจี่ยน   ทั้งสองคนคอยจุดไฟยังจุดที่กำหนดไว้ ไฟลุกพรึ่บขึ้นอย่างรวดเร็ว  ทั้งหมดรวม 8 จุด

                  ตามปฏิทินยามนี้เข้าฤดูหนาวอากาศแห้งนัก   มีลมอ่อนๆพัดมาจากหุบเขา  ไฟที่จุดนี้ลุกพรึ่บขึ้นในไม่ช้า   เริ่มไหม้ลามเข้าไปในทุ่งหญ้ารก

             ในไม่ช้าไฟก็กระพือลุกท่วมเป็นสีส้มร้อนแรง  เกิดเสียงปะทุดัง   ลูกไฟเล็กๆลอยปะทุขึ้นในอากาศนับไม่ถ้วน  เศษใบไม้ใบหญ้าที่ถูกเผา  ปะทุขึ้นในอากาศเป็นอันมาก   มีสีแดงวาบลอยละล่อง  แล้วสลายกลายเป็นขี้เถ้าตกลงมาในเวลาอันรวดเร็ว

             ยามเฝ้ามองเปลวไฟกองใหญ่นี้   เหลียนเจ๋อใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น  อาเจี่ยนที่ยืนมองอยู่ข้างๆเขา  เห็นเข้าถึงกับหัวเราะหึหึ

                  อาเจี่ยนคอยเฝ้าดูอยู่   จนที่ดินรกร้างเนื้อที่ 1,000 หมู่  ถูกไฟเผาจนสิ้น  เขตแดนที่ดินถูกสำรวจและกำหนดไว้เป็นอย่างดี  เพื่อมิให้เป็นเหตุให้เกิดไฟไหม้ป่า  ครั้นแล้วจึงเรียกเหลียนเจ๋อให้ออกไปด้วยกัน

             ดวงตะวันเคลื่อนคล้อยไปทางฟากทิศตะวันตกทีละน้อยๆ  การปรับปรุงถนนทางด้านโน้นใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว

             อาเจี่ยนเรียกเหลียนเจ๋อให้ยืนคอยอยู่ข้างๆ  ตั้งใจจะเข้าไปช่วย  คนงานทุกคนที่นั่นต่างหัวเราะ  “อีกหนึ่งเค่อครึ่ง  งานตรงนี้ก็จะเสร็จเรียบร้อยแล้ว  พี่เจี่ยน…ท่านไม่ต้องเข้ามาช่วยหรอก!”

             อาเจี่ยนมองดูสักพัก  จึงตัดสินใจไม่เข้าไป  หันไปยิ้มให้เหลียนเจ๋อที่ยืนคอยอยู่

             คอยไม่นาน  งานในมือของทุกคนก็เสร็จสิ้น  อาเจี่ยนเอ่ยว่า “งานวันนี้จบแล้ว!  พรุ่งนี้ ขอให้พี่ชายทั้งหลายมาที่นี่อีกครั้ง!”  เขาเอ่ยเสร็จ  เหลียนเจ๋อก็จ่ายค่าแรงให้คนงานทีละคน   ทุกคนรับค่าแรงไปอย่างชื่นมื่น  ยิ้มขอบคุณและพากันกลับไป

             เมื่อกลับถึงบ้าน  อาเจี่ยน และเหลียนเจ๋อเล่าผลสรุปให้เหลียนฟางโจวฟังพอสังเขป  ว่าทุกอย่างคืบหน้าไปตามแผน  พรุ่งนี้ก็สามารถเปิดหน้าดินได้แล้ว  เหลียนฟางโจวจึงค่อยสบายใจขึ้น

                  หลังมื้อเย็น  หญิงสาวแวะไปบ้านป้าจาง

        พรุ่งนี้ลุงหลี่จะมาช่วยสร้างคอกสัตว์  เธอต้องไปบอกว่าจะเอาแบบไหนดี

                  ลุงหลี่พอเห็นเหลียนฟางโจวมา จึงคลี่ยิ้ม “ฟางโจว เจ้ามาแล้ว!  ข้ากำลังคุยกับป้าเจ้าว่าจะไปหาเจ้าอยู่พอดีเลย!”

             “ไหนเลยข้าจะปล่อยให้ลุงหลี่เป็นฝ่ายมาหาได้เล่า!”  เหลียนฟางโจวและคนทั้งสองต่างหัวเราะให้กัน

        ป้าจางคุยสัพเพเหระกับหญิงสาวพอหอมปากหอมคอ  แล้วนั่งลงพลางหัวเราะ  “พวกเราเป็นเพื่อนบ้านกัน  ไยต้องมากพิธี  เจ้ามาก็ดีแล้ว  เดี๋ยวให้ลุงหลี่เล่าให้เจ้าฟัง!”

                  ลุงหลี่แย้มยิ้ม  แล้วเล่าแผนงานอย่างละเอียดเป็นขั้นเป็นตอน  ส่วนเหลียนฟางโจวก็ออกความเห็นด้วยเหมือนกัน

                  “ข้าไปเรียกเพื่อนบ้านมาช่วย 4 คน  ทุกคนล้วนซื่อสัตย์ ขยันขันแข็ง  รวมข้าสองคนพ่อลูก ก็เป็นทั้งหมด 6 คน   ดูแล้วไม่ถึงสองวันก็น่าจะก่อสร้างเสร็จ!  ส่วนพวกวัสดุได้ซื้อมาแล้ว  พรุ่งนี้เช้าจะให้คนเอาไปส่งที่บ้านเจ้า  ให้เจ้าตรวจดู  หากพรุ่งนี้เจ้าสามารถรั้งอยู่ที่บ้านได้ จะดีมาก!  ข้าไปหาซื้อไม้ แผ่นกระดาน  ตะปู  เปลือกไม้สน  และกระเบื้องมุงหลังคาใช้เงินรวมทั้งสิ้นเกือบ 2 ตำลึง!”

             ลุงหลี่แจกแจงค่าของแต่ละอย่างว่าเป็นเงินเท่าใด ให้เหลียนฟางโจวฟัง   และถามหญิงสาวว่ามีอะไรอยากถามให้กระจ่าง  หรือมีอะไรขาดตกไปหรือไม่?

 

             ถึงเขาไม่รู้หนังสือ   แต่เป็นคนมีความจำดีมาก

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top