ขนาดตัวอักษร

110.อาละวาด 3

 89 Views

                ชาวบ้านทุกคนล้วนมีสีหน้าแปลกใจ  หันไปถกเถียงกันหน้าดำหน้าแดง  พูดถึงเหลียนฟางโจว  ทั้งสมน้ำหน้าฮวาเสี่ยวฮวา  และพูดถึงเรื่องที่นางคุมผู้ชายของตัวเองไม่ได้  ซ้ำยังฉงนฉงายเต็มเปี่ยม  นึกสงสัยใคร่รู้  ว่าเบื้องลึกเบื้องหลัง  มันยังไงกันแน่?

                  “ภายหลัง” สือโถวเอ่ยออกมา “ภายหลัง  พี่สาวของเหลียนเช่อ และอาเจี่ยนที่เป็นญาติห่างๆผู้นั้นกลับมาจากข้างนอก  อาเจี่ยนผู้นั้นคล้ายว่าจะเห็นข้าด้วย  ข้า… ข้าเลยไม่กล้า แอบดูอีก  แล้ว…แล้วก็มาบ้านสกุลฮวาเลย….”

             ทุกๆคนพากันนิ่งอึ้ง  มองหน้าสือโถว สลับกับหลิวซื่อ

             “เจ้าว่าอะไรนะ? เจ้ากำลังจะบอกว่าเขยใหม่บ้านสกุลฮวาเข้ามาในลานบ้านสกุลเหลียนก่อน  ภายหลังฟางโจวถึงค่อยกลับมาจากข้างนอกใช่หรือไม่?”  ใครบางคนในหมู่ชาวบ้านถามขึ้น

“อืม”  สือโถวพยักหน้ารับ  พลางเหลือบมองหลิวซื่ออย่างหวาดๆ  เอ่ยว่า “ข้า..ข้ายังพูดไม่ทันจบ  ท่านก็ด่าโพล่งขึ้นมา  ข้า… ข้าก็เลยไม่ได้พูด….”

         “เจ้า..”  หลิวซื่อพลันเลือดขึ้นหน้า  ร้องตวาด “เช่นนั้น เรื่องที่เขยบ้านข้าเข้าไปในลานบ้านนาง ก็เป็นเรื่องจริงงั้นสิ!”

                  “ฮ่าฮ่าฮ่า!” มีเสียงหัวเราะขำพรืดออกมา

             ไม่รู้ว่าใครในหมู่ฝูงชนที่มามุงดูหัวเราะออกมาดังลั่น  ชาวบ้านทุกคนเลยกลั้นไม่อยู่อีกต่อไป “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” ต่างหัวเราะลั่นออกมาพร้อมกัน

             ทั้งสะใภ้ และแม่ลูกสกุลฮวา  ทีแรกก็ตะโกนด่าทอโวยวาย  ให้ผู้คนได้ยินเป็นดิบดี  ทำนองว่ามีสตรีบางคน  ไปยั่วยวนเขยคนใหม่ของพวกนาง  พอสือโถวพูดมาจึงกระจ่างกันเสียที   คือเป็นหยางหวายชานที่เข้าไปในลานบ้านของสกุลเหลียนก่อน  ต่อมาภายหลังเหลียนฟางโจวและอาเจี่ยนจึงกลับเข้ามา!

             อีกทั้งถ้อยคำของหลิวซื่อที่ว่า ‘เขยใหม่เข้าไปในลานบ้านสกุลเหลียน” ฟังดูแล้วน่าขันนัก   ชัดเจนว่าเขยใหม่บ้านพวกนางเข้าไปในบ้านผู้อื่นอย่างหน้าด้านๆ  ทว่าพวกนางยังจะมาหาเรื่องเนี่ยนะ!

             ยามนี้เหลียนฟางโจวเล่าเหตุการณ์ตามจริง  ด้วยเสียงดังฟังชัด “ข้าและอาเจี่ยนเพิ่งกลับมา ก็ได้ยินเสียงดังเอะอะมาจากลานบ้าน  จึงเห็นเขยบ้านสกุลฮวาอยู่ในลานบ้านเราจริงๆ  พี่น้องข้าและอาหญิงสามต่างพยายามเชิญเขาให้ออกไป!  พอข้ากลับมาเจอเข้า  ย่อมขอร้องเขาให้ออกไปเหมือนกัน!  มิเช่นนั้น หากใครรู้เข้า  เกรงว่าจะเอาไปลือกันผิดๆ?  ไม่คาดคิดว่า พอเขาเพิ่งออกไปได้สักประเดี๋ยว  ข้าก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นนอกบ้าน  จึงได้ออกไปดู  และเห็นสะใภ้สกุลฮวาที่นั่น  นางเอาแต่ตะโกนด่าทอข้าไม่หยุด  อย่างที่พวกท่านได้ประจักษ์ด้วยตาตนเอง   ไม่คิดเลยว่าตัวข้าเองจะโดนใส่ร้ายป้ายสี!”.

                  “เป็นอย่างนี้นี่เอง  พอดีข้าบังเอิญผ่านมาทางนี้  เห็นประตูรั้วบ้านสกุลเหลียนเปิดอยู่  แล้วเห็นแว๊บๆว่ามี  ชายผู้หนึ่งแต่งกายประณีตงดงาม   ยืนอยู่ท่ามกลางเสียงโวยวายของคนบ้านสกุลเหลียน  ข้านี้สงสัยนัก ว่าเขาคือใคร  ที่แท้ก็ลูกเขยใหม่บ้านสกุลฮวานั่นเอง! “  สะใภ้รองสกุลหลี่โพล่งขึ้นเมื่อถึงบางอ้อ

        แม่ยายสกุลหลิวเห็นสถานการณ์พลิกผัน  ไม่ได้เข้าทางพวกตนแล้ว  ทั้งๆที่อุตสาห์ยืนก่นด่าหญิงบ้านนี้อยู่เป็นนานสองนาน  กลับกลายเป็นว่าลูกเขยตนไปตามตื๊อนางเสียนี่  แล้วอย่างนี้ใครจะทนไหว? จึงตวาดเสียงกร้าว “เจ้าอย่ามาพูดจาเหลวไหลนะ!  หากเจ้าไม่ไปยั่วยวนลูกเขยบ้านข้าก่อน  แล้วเขาจะมาขอคืนดีที่บ้านเจ้าได้อย่างไร?  ต้องเป็นเจ้าแน่ที่ส่งจดหมายบอกให้เขาเข้ามาพูดจาด้วย!  เจ้าโดนบิดามารดาบ้านสกุลหยางตัดสัมพันธ์   แต่ใจเจ้าหายินยอมไม่  จึงจงใจลงมือวันนี้  อาศัยวันฤกษ์มงคลที่ลูกสาวข้ากลับมาเยี่ยมบ้านเดิมเป็นวันแรก  หวังให้พวกเราเกลียดชังกันเอง !”

             เหลียนฟางโจวหัวเราะเสียงกร้าว  เบนสายตาไปมองหยางหวายชานในที่สุด  เอ่ยเสียงเรียบ “หากพวกท่านอยากรู้นักว่า  เหตุใดเขยบ้านท่านมาพัวพันกับข้า  หรือมาหาข้าถึงบ้าน  เรื่องนี้  พวกท่านลองถามกับเจ้าตัวเองดูสิ!  ท่านเขยสกุลฮวา  รบกวนท่านช่วยพูดอะไรสักเล็กน้อย  ต่อหน้าพี่น้องชาวหมู่บ้านทั้งหลายนี้ ได้หรือไม่  เหตุใดท่านถึงมาบ้านพวกเรา?  ที่พูดกันว่าข้าส่งจดหมายไปเรียกท่านมาหา  เป็นเรื่องจริงหรือไม่?”

                  ยามนี้หยางหวายชานนึกเสียใจนัก  ที่ตนเองหุนหันพลันแล่น   ไม่คิดหน้าคิดหลัง   นึกเกลียดตนเองที่อ่อนแอ   ใจจริงเขาไม่อาจตัดนางได้  ยังชอบนางไม่เสื่อมคลาย  ไม่คิดเลยว่า  วันนี้จะทำให้นางตกที่นั่งลำบาก!

             เนื่องจากเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา  ลงท้ายเหลียนฟางโจวจึงถามเอากับเขา  ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาเต็มใจทำตามที่นางขออย่างยิ่ง  เพื่อบอกทุกคนว่านางเป็นผู้บริสุทธิ์   แต่เอาเข้าจริง  เขากลับไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกมาได้   ว่านางหาได้เป็นคนอย่างที่สะใภ้สกุลฮวากล่าวหาไม่!

             พอหันไปมองหน้าสะใภ้ร้องสกุลฮวาผู้นี้  หยางหวายชานรู้สึกได้ถึงมือที่ลูบอยู่บนใบหน้า  จนบัดนี้ใบหน้าเขายังคงปวดแสบปวดร้อนไม่หาย  ดวงตาของหยางหวายชานอดลุกวาบด้วยความชิงชังไม่ได้

        “ไม่มีใครส่งจดหมายให้ข้า  ข้า… ข้าได้ยินว่า ฟาง..เอ่อ แม่นางเหลียน เมื่อสองวันก่อนประสบเหตุไม่คาดฝัน  ดังนั้นข้าจึงอยากมาดูนางด้วยตนเอง  และไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น!  ฟาง…เอ่อ แม่นางเหลียนถูกเข้าใจผิด  หากพวกท่านมีอันใดไม่พอใจโปรดเอามาลงที่ข้านี่  อย่าได้ติเตียนนางเลย!”  หยางหวายชานเอ่ยขึ้นช้าๆ

        ฮวาเสี่ยวฮวาที่เดิมทีสะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของมารดา  พลันเงยหน้าขึ้น   น้ำตานองเต็มใบหน้า  ขึงตาใส่หยางหวายชานอย่างเคียดแค้น!

        ต่อหน้าต่อตานางซึ่งเป็นภรรยาแท้ๆ   มิคาดเลยว่า เขากลับไปช่วยแก้ต่างให้หญิงแพศยาซึ่งเป็นคนนอก  เขาถึงกับไม่ไว้หน้ามารดาของนาง  เขายังเห็นภรรยาตัวเองอยู่ในสายตาบ้างไหม!

                  เหลียนฟางโจวแอบก่นด่าหยางหวายชานในใจที่พูดไม่รู้จักคิด  เช่นนี้..สกุลฮวาจะมิยิ่งเกลียดเธอมากขึ้นไปอีกหรือ?  แม้ว่าเธอจะไม่ใส่ใจ  ทว่าไม่มีเหตุผลที่จะให้ผู้คนคิดกันไปเองเช่นนี้  ต้องโดนแช่งด่าวันเว้นวัน  ใช่เรื่องน่ายินดีรึไง!

                  มิต้องให้ฮวาเสี่ยวฮวาด่าออกมา  เหลียนฟางโจวจึงประกาศก้อง “ท่านเขยใหม่สกุลฮวา  ท่านจงฟัง  เรื่องการแต่งงานระหว่างท่านกับข้านี้  ข้า..เหลียนฟางโจวยินดีปรีดานัก  ที่ยกเลิกมันลงได้  ดังนั้นท่านไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอันใด   ยิ่งไม่จำเป็นต้องรู้สึกเวทนาสงสารครอบครัวข้า  หรือถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ  พวกเราสกุลเหลียนบ้านรองและท่านสกุลหยางไม่เกี่ยวข้องอันใดต่อกัน!  ในภายภาคหน้าจะไม่ไปมาหาสู่กันอีกต่อไป!  วันนี้ต่อหน้าพี่น้องชาวหมู่บ้านต้าฝาง! ข้าขอพูดอย่างเด็ดขาดอีกครั้ง!  พวกเราสกุลเหลียนบ้านรองและสกุลหยางของท่านตัดขาดความสัมพันธ์หมดสิ้น!   ต่อไปภายหน้า  ได้โปรดท่านอย่าคิดหวังดีวิ่งมาถามไถ่สิ่งใดอีก!  หากยังมาก่อเหตุให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดอีกครั้ง  นั่นแสดงว่า  ท่านจงใจไม่อยากให้ข้ามีชีวิตอยู่อีกต่อไป  อยากบีบคั้นให้ข้าฆ่าตัวตาย!   เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะเอาเชือกไปแขวนคอตายที่หน้าประตูบ้านสกุลหยางของท่าน!”

                  เหลียนฟางโจวเอ่ยคำปฏิญาณออกมา  ด้วยความโมโหเกรี้ยวกราด  กับเรื่องที่เรียกได้ว่าเป็นเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง!    ตอกประตูตายไม่ให้ใครมากล่าวหาเธอผิดๆอีก!  พอเธอกล่าวจบ  ก็มีผลให้สตรีสกุลฮวา  คลายใจลง  หญิงสาวถือโอกาสใช้ความเห็นแก่ตัวของหยางหวายชาน       มากวาดล้างข้อสงสัยให้หมดจด  เพื่อหลีกเลี่ยง ไม่ให้คนนอกเข้าใจเธอผิดอีก

                  น้ำเสียงของเธอนั้นกระด้าง เย็นเยียบปานน้ำแข็ง!

             ทุกๆคนถึงกับหวาดเกรงกับท่าทางอันแข็งกร้าวของเธอ  ต่างเงียบกริบไร้สุ้มเสียงกันไปพักหนึ่ง  พลางจับจ้องเธออย่างตะลึงตะลาน

                  “พี่ใหญ่!  พี่ใหญ่ท่านอย่าทำจริงนะ  ข้าไม่ยอมให้ท่านตาย  ฮือ ฮือ!” เหลียนฟางฉิงร้องไห้โฮ   โถมร่างเข้ากอดรัดเหลียนฟางโจว

                  “พี่ใหญ่!  ท่านอย่าทิ้งพวกเราไปนะ!”  เหลียนเช่อร้องไห้ออกมาอีกคน

             เหลียนเจ๋อไม่ได้ร้องไห้  เด็กหนุ่มเงยหน้าขึงตาใส่หยางหวายชานอย่างดุดัน

             หยางหวายชานได้ยินแต่เสียงหึ่งๆดังก้องไปหมด  สมองขาวโพลน   จากนั้นเสียงต่างๆก็เงียบหายไปในบัดดล  คล้ายว่าโลกทั้งใบได้อันตรธานไปในพริบตา

                  ในสมองของชายหนุ่ม  มีเพียงวาจาโหดเหี้ยมของเหลียนฟางโจวดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า  “พวกเราสกุลเหลียนบ้านรองและท่านสกุลหยางไม่เกี่ยวข้องอันใดต่อกัน…นั่นแสดงว่า  ท่านจงใจไม่อยากให้ข้ามีชีวิตอีกต่อไป  อยากบีบคั้นให้ข้าฆ่าตัวตาย”…..

             ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวคนตาย  ดวงตาเหม่อลอย  ใจทั้งดวงเย็นเยียบปานน้ำแข็ง!  นางช่าง  ช่างเลือดเย็นนัก!

        ทำให้เขารู้สึกหดหู่สิ้นหวังนัก  เขารู้โดยสัญชาติญาณว่า  ที่นางกล่าวถ้อยคำอันเลือดเย็นออกมา   ล้วนมาจากใจจริงของนาง   มิได้จำใจทำเพื่อให้เรื่องคลี่คลายลง!

         อย่าบอกนะว่านางลืมเขาสิ้นแล้ว?  ไม่!  เป็นไปไม่ได้!  ไม่อย่างแน่นอน!

                  ใจของหยางหวายชานทั้งบ้าคลั่งและเจ็บปวด ยากจะยอมรับ  เขาไม่เชื่อ เขาไม่มีวันเชื่อ!

                  “เวรกรรมจริงๆ!  อยู่ดีๆก็โดนสาดโคลนใส่!  ช่างข่มเหงเพื่อนมนุษย์ด้วยกันลงคอ!”  อาหญิงสามตบหน้าขา  เข้าไปกอดเหลียนฟางโจวไว้ พลางร้องไห้โฮออกมา

             ชาวบ้านทุกคนล้วนพรั่งพรูลมหายใจ  จริงๆเลย  อะไรจะบีบคั้นให้คนฆ่าตัวตายได้ลงคอ!

             บรรดาสตรีใจอารีย์หลายคนในที่นั้นต่างก้าวเข้ามาปลอบโยนเหลียนฟางโจว  ทุกนางล้วนตวัดสายตาตำหนิไปให้สะใภ้สกุลฮวา

 

             ตัวลูกเขยสกุลของพวกนางกล่าวออกมาเช่นนั้นเองแล้ว   พวกนางยังจะหาเรื่องอันใดอีกหรือ?

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top