ขนาดตัวอักษร

94.คิดบัญชี 4

 73 Views

               กล้ามเนื้อบนใบหน้าสองข้างของเหลียนลี่บูดเบี้ยวเห็นได้ชัด   เขาปิดเปลือกตาลงราวกับไว้อาลัยให้ตัวเอง  นังฟู่เหรินน่าตายผู้นี้ก่อความหายนะให้ตัวเองแท้ๆ   คงได้แต่ปล่อยไปตามยถากรรม!

                  ในที่สุดนางก็พาตัวเองไปสู่จุดจบอันน่าสังเวช   แถมยังพาเขาติดร่างแหไปด้วย!

                  จางลี่เจิ้งนั้นเป็นขุนนางประจำหมู่บ้าน  ในหมู่บ้านต้าฟางนี้  ถือว่าเขาเป็นคนที่ใหญ่ที่สุด!  เป็นคนที่ไม่ควรมีปัญหาด้วย   ไปมีเรื่องกับเขาเพียงครั้งเดียว   ก็เพียงพอให้ได้รับผลร้ายที่จะตามมาแล้ว!

 

                  เหลียนลี่ไม่แน่ใจว่าจะต้องชดเชยความสูญเสียไปอีกมากเท่าไร   กับการที่ไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนเอากับจางลี่เจิ้ง  จนกว่าจะทำให้เขาเย็นลง

                  ถึงแม้ว่าเขาหายโกรธแล้ว    จางลี่เจิ้งย่อมผูกใจเจ็บไม่เลิกเป็นแน่แท้   ในภายหน้าหากเกิดเรื่องเกี่ยวกับข้อราชการอันใดขึ้นมา  ใครเล่าจะไขข้อข้องใจให้กระจ่าง   ก็ถือว่าเป็นโชคร้ายของตนเองแล้ว

                  นางฟู่เหรินน่าตายผู้นี้   เอาแต่พ่นคำเน่าเหม็นออกมาอยู่ได้!

                  แต่ก่อนไม่ว่าจะเกิดอะไรเกิดขึ้นเมื่อใด  เหลียนลี่จะซ่อนตัวอยู่ข้างหลัง  พร้อมๆกับวางท่าเป็นคนดี   ปล่อยให้เฉียวซื่อออกหน้าข่มเหงผู้อื่น   ทว่าสุดท้ายแล้ว  ตัวเขาเองก็หนีไม่พ้น  ย่อมต้องลิ้มรสผลลัพธ์อันเจ็บปวดที่จะตามมา

                  “เจ้า..”  จางลี่เจิ้งผู้มีชื่อเรื่องความเที่ยงธรรมมีสีหน้าซีดเผือด   ได้แต่จ้องหน้าเฉียวซื่อโดยไม่รู้จะเอื้อนเอ่ยอันใดออกมาดี

                  แม้ว่าเขาจะโมโห  ทว่าไม่อาจให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลได้   เรื่องที่เหลียนฟางโจว ส่งถ่านมาให้ครอบครัวเขา   ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้คนในหมู่บ้านต่างร่ำลือกัน   และก็เป็นเรื่องจริง       เฉียวซื่อกล่าวแถลงออกมาเสียมากมาย   เขาไม่อาจแก้ตัวไดๆได้   เพราะว่ายิ่งไปอธิบายมากเท่าใด ก็ยิ่งเข้าตัวมากเท่านั้น

                  และหากจะว่ากันอย่างยุติธรรมจริงๆ   หากเขาไม่มีท่าทีเอนเอียงเช่นนั้น   วันนี้ที่เหลียนฟางโจวมาขอร้องเขา  ซ้ำยังขอให้เขาเชิญผู้อาวุโสในหมู่บ้านให้มาเป็นสักขีพยาน   ยังไม่นับที่นางขอร้องเขาและผู้อาวุโสให้ยืนฟังอยู่หน้าประตูรั้วบ้านเหลียนลี่ก่อนเข้าไป   เขาก็ไม่จำเป็นต้องยอมตกลงรับปากนาง   อย่างเต็มอกเต็มใจเช่นนั้น

                  “ป้าใหญ่!  หากท่านจะโกรธเกลียดข้า   ก็จงพูดกับข้าผู้ซึ่งมีชะตากรรมเลวร้ายเถิด  อย่าได้แว้งกัดผู้อื่นส่งเดชเลย!”  เหลียนฟางโจวโพล่งขึ้นทันใด  “ใช่  ข้าส่งเศษถ่านไปให้บ้านท่านจางลี่เจิ้ง  ในบ้านท่านจางลี่เจิ้งมีหลานชายตัวน้อย  จึงต้องคอยตากผ้าอ้อมให้แห้งอยู่เสมอ  ที่บ้านนั้นจึงเอาผ้าอ้อมมาผิงกับเตาถ่านให้แห้ง   เพียงแค่บ้านข้ามีถ่านเหลือใช้  แล้วส่งไปให้เพื่อนบ้าน  ก็ไม่สามารถทำได้หรือ?    น้องข้าหลายคนยังเล็กนัก  ซ้ำพวกเรายังไม่มีญาติสนิทมาช่วยเหลือ   ที่ตัวข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อความอยู่รอด    เผื่อในภายภาคหน้าหากเกิดเรื่องใดๆ  ก็คิดว่าลุงลี่เจิ้งคงสามารถช่วยเหลือ  ช่วยพูดให้ความเป็นธรรมกับพวกเราได้ไม่มากก็น้อย    แค่เรื่องเท่านี้ อย่าบอกข้านะว่าทำไม่ได้!”

                  เหลียนฟางโจวนั้นคราแรกได้ส่งถ่านไปให้เพื่อเห็นแก่ผลประโยชน์ในภายภาคหน้า  แต่ต่อมาภายหลังได้ส่งถ่านให้บ้านจ้างลี่เจิ้งด้วยใจที่อยากดูแลเด็กตัวน้อยเป็นสำคัญ

                  ไม่ว่าจะยุคสมัยใดล้วนเหมือนๆกัน   เด็กที่เกิดมาในสกุลที่มีเกียรติมีน้อยมาก   การส่งของฝากให้เพื่อเห็นแก่เด็กๆ  ไม่ว่ามองมุมไหนก็ไม่มีใครว่าอะไรได้ !   ยิ่งยามนี้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว  จะตากเสื้อผ้าให้แห้งยิ่งยากลำบากขึ้น   หากมีบ้านไหนส่งถ่านที่เหลือใช้มาให้   ย่อมถือว่ายอมรับได้

                  การเที่ยวขอความช่วยเหลือให้ครอบครัวตนเอง   ด้วยคำพูดตรงไปตรงมาเช่นนี้   ผู้ใดได้ฟังแล้วอดรู้สึกเวทนาไม่ได้

                  ครั้นแล้วจางลี่เจิ้งจึงถอนหายใจออกมา  “ฟางโจว เจ้าเด็กคนนี้ช่างรักครอบครัวอย่างที่สุด   น่าเวทนานัก !  ตั้งแต่ตัวข้าเข้ารับตำแหน่งในหมู่บ้านนี้มา   ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดข้าย่อมคำนึงถึงเความเที่ยงธรรมเท่านั้น!   สิ่งที่เจ้าให้มา ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ!”

                  เหลียนฟางโจวพูดอย่างตรงไปตรงมา  “ที่เป็นเช่นนั้น   เพราะในบ้านข้าไม่มีเสาหลักให้พึ่งพิง   ใจข้ามิอาจสงบได้เลย!    ข้ารู้ดีว่าตัวข้าเป็นคนประเภทที่ต้องแสวงหาสิ่งที่ทำให้ตัวเองรู้สึกมั่นคงปลอดภัย!   มิหนำซ้ำถ่านที่บ้านข้าก็พอใช้อยู่แล้ว   เวลาไปเยี่ยมเยียนแล้วหยิบติดไม้ติดมือเป็นของฝากให้ผู้อื่น   ก็เพื่อเป็นการแสดงความจริงใจล้วนๆ!  ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ  ไฉนป้าใหญ่ต้องระรานผู้อื่นด้วย! ”

                  “หยุดเถิด  ไม่ต้องพูดอะไรมากแล้ว!”  จางลี่เจิ้งตัดบท  “แค่ที่เจ้าพูดมานี่   เดิมทีหาใช่สิ่งที่จะพูดออกมาได้ง่ายๆ !   ข้าและเจ้าต่างจัดการภาระหน้าที่ด้วยสำนึกผิดชอบชั่วดี  ไยจะต้องกลัวสิ่งใดเล่า!”

                  เหลียนฟางโจวพยักหน้า  แล้วหันไปหาเฉียวซื่อ “ป้าเฉียว..ท่านเพียงแต่อ้างถึงลุงลี่เจิ้ง   ตัวข้าเองก็เคยส่งถ่านไปให้ท่านและลุงเหลียนด้วยมิใช่รึ?!  ท่านจำไม่ได้แล้วหรือ?   ไฉนท่านถึงไม่นึกบ้างว่า  ข้าได้ส่งถ่านไปให้ท่านเพื่อแสดงความเคารพพวกท่านในฐานะญาติผู้ใหญ่   ไยท่านถึงกลับมาจับตัวข้าไปขายได้ลงคอ!  ช่างน่าผิดหวังนัก!”

                  เฉียวซื่ออึ้งงัน  อึ้งจนแทบบ้า หน้าเปลี่ยนเป็นสีดำทมึนโดยพลัน  พลางก่นด่าออกมา  “นังเด็กน่าตายคนนี้   ข้าอีแก่ผู้นี้บอกได้เพียงว่า  ไอ้การส่งถ่านมาให้พวกข้า  ที่เจ้าทำเช่นนั้นไม่ได้มาจากความปราถนาดีหรอก !  แท้จริงแล้วเป็นเพราะเจ้าจ้องจะเล่นเล่ห์เพทุบายด้วยจิตคิดไม่ซื่อก็เท่านั้น!  ฮึ่ม..แท้จริงแล้วเจ้าหวังจะจับพวกเรา  จึงเสแสร้างทำเป็นมาดูแลญาติผู้ใหญ่   ทีข้าไปเก็บผักบ้านเจ้ามาสักจาน  เจ้าก็ไม่ให้!   นับประสาอะไรกับถ่านนั้นเล่า   เจ้าให้ก็เพื่อหวังผลประโยชน์ให้ตัวเองเท่านั้น !”

                  ที่เหลียนฟางโจวเป็นฝ่ายส่งถ่านให้แก่บ้านลุงและป้า   เจตนาก็เพื่อป้องกันตนเองเป็นหลัก   เธอรู้ซึ้งดีว่าหากส่งถ่านไปให้บ้านลุงและป้าด้วย   ภายหลังเผื่อมีการโวยวายขึ้นมา  ก็สามารถอ้างหลักฐานได้   สุดท้ายเสียงโวยวายไม่น่าฟังก็เกิดขึ้นมาจนได้   ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะส่งผลดีมหาศาลเกินที่คาดไว้

                  หญิงสาวส่งเสียงสะอึกสะอื้น “ป้าใหญ่  ไยท่านถึงได้กล่าวเช่นนี้!   ข้ารึอุตส่าห์กระทำด้วยความตั้งใจดี   ลงท้ายปากท่านกลับพ่นออกมาว่าข้ากระทำด้วยใจคิดคดไม่ซื่อ!   เพราะเหตุเช่นนี้ท่านถึงได้ด่าว่าข้ามากมาย   ข้ามินึกเลยว่าท่านจะคิดคดขายข้า   หวังให้ผู้อื่นมาซื้อข้า  ทั้งๆที่ข้าส่งถ่านไปให้บ้านท่านด้วยความปราถนาดี  แต่ท่านกลับตอบแทนข้าเช่นนี้   หวังว่าวันนี้คงได้กระจ่างแจ้งต่อหน้าท่านลุงลี่เจิ้งและเหล่าผู้อาวุโสของหมู่บ้านแล้ว  คำพูดเช่นนี้ของท่านช่างสุดจะทนนัก!  ท่านก็มีแปลงผักเหมือนกัน  ไฉนจึงไม่เก็บผักที่สวนบ้านท่านเล่า?  ผักที่บ้านของเรามีแค่ให้พอกินไปวันๆ   หากมีมากมาย  ข้าจะไม่อาจให้ท่านได้อย่างไร! แล้วเรื่องถ่าน   ป้าจางและครอบครัวพวกเขาได้ปันถ่านส่งให้ผู้อาวุโสของหมู่บ้านหลายคน รายละเล็กละน้อย  เพราะรู้ว่าผู้เฒ่าผู้แก่หลายท่านขี้หนาว   นี่ก็เพื่อแสดงความเอื้อเฟื้อมีน้ำใจ!”

                  “เจ้าผู้เป็นใหญ่ของสกุลเหลียน   ตัวเจ้าจงฟังไว้นะ  หญิงผู้นี้เวลากล่าวถ้อยคำอันใดออกมา!  ข้าตาแก่คนนี้ฟังแล้วไม่พอใจและน่าดูถูกเอามากๆ  พาลให้ขายหน้านัก! “ ผู้อาวุโสแต่ละท่านมีความรู้สึกไม่ต่างกัน   แทบจะระเบิดโทสะพวยพุ่งออกมาให้ได้   ผู้หญิงน่าตายผู้นี้   ยิ่งพูดใส่สีตีไข่   ยิ่งหน้าตาถมึงทึง   แสดงท่าที่เช่นนี้  แสดงว่าย่อมกระทำลับหลังที่บ้านด้วย  ปล่อยให้นางทำตัวไร้เหตุผลได้เยี่ยงนี้   แสดงว่าเหลียนลี่ไม่อาจสั่งสอนนางได้แล้วจริงๆ!

                  ใบหน้าเหลียนลี่แดงก่ำบูดบึ้ง  จนแทบจะพ่นควันออกมา   พอได้ยินเช่นนั้นก็สาวเท้าตรงเข้าไป  แล้วเอามือทั้งสองข้างตบบ้องหูของเฉียวซื่อไปทีหนึ่ง   พอหายตกตะลึงแล้ว  เฉียวซื่อจึงกรีดร้องตาขวาง  พร้อมทั้งทุ่มตัวโจนเข้าใส่อย่างแรงทันที  เหลียนลี่ตวาดเสียงกร้าว  “หยุดเดี๋ยวนี้นะ !   หากยังไม่เลิกข้าจะหยุดเจ้าเอง! ”

                  เฉียวซื่อชะงักไป   พลางทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นทันที    แล้วเอามือตีต้นขาร่ำไห้เสียงดัง  เริ่มแสดงอาการคุ้มคลั่ง

                  จางลี่เจิ้งและผู้อาวุโสของหมู่บ้าน   โดยทั่วไปไม่เคยพบหญิงขี้โมโหท่าทีอันธพาลและเจ้าเล่ห์เช่นนั้นมาก่อนเลย  ถึงในหมู่บ้านจะมีหญิงขี้โมโห   แต่ก็ไม่เคยมีบ้านใดที่เอะอะโวยวายเสียงดังเยี่ยงนี้

                  คนเช่นเฉียวซื่อ  ถือว่าเป็นรายแรก !

                  สีหน้าของผู้คนในที่นั้นจึงบูดบึ้งดูไม่ได้

                  แท้จริงแล้วเฉียวซื่อประพฤติตัวเยี่ยงนี้เป็นปกติธรรมดาหรือเปล่า  หรือทำเป็นบางครั้ง   และบางทีอาจเคยกระทำต่อหน้าเหลียนฟางโจวอยู่เสมอ   หากเป็นเช่นนี้ ก็คงเพียงพอทำให้บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่อึมครึม  ไหนเลยจะสะกดกลั้นไม่ให้ปะทุออกมาได้?

                  ใครๆย่อมรู้ว่าแต่ก่อนสกุลเหลียนบ้านรอง  ต้องผ่านมรสุมชีวิตจากที่เคยพอมีฐานะกลับต้องมาตกต่ำถึงขีดสุด   ไหนเลยพวกเขาจะไม่ลำบากยากแค้นเล่า?   ทุกวันนี้สมาชิกแต่ละคนต่างก็สูญเสียมากพอแล้ว   พอเจอปัญหาประปรายเป็นระยะๆเข้าไป  ก็เพียงพอให้เหลียนฟางโจวต้องหน้าตาบึ้งตึง !

                  ลุงสามแซ่จางกระแอมไอดังขึ้น   พลางตบโต๊ะน้ำชากล่าวเสียงเย็น “ดูเหมือนว่าเรื่องในวันนี้  เหลียนเฉียวซี่   ไม่เห็นเหล่าผู้อาวุโสเช่นเราอยู่ในสายตาของเจ้า  ไม่แปลกใจเลยที่เจ้ากล้าขายหลานแท้ๆได้ลงคอ!  เจ้ายังอยากจะสร้างปัญหาต่อใช่หรือไม่?  ดี… เพื่อเห็นแก่เจ้า  พวกเราได้มองหาสถานที่เงียบๆให้เจ้าได้ส่งเสียงดังได้เต็มที่แล้ว   พอเจ้าส่งเสียงดังจนสาแก่ใจแล้ว  พวกเราและเจ้าจะได้กลับมาเจรจาเรื่องนี้กันต่ออีกครั้ง!”

                  ศาลบรรพบุรุษในแต่ละหมู่บ้านจะสร้างห้องเล็กๆที่ทั้งแคบและเตี้ยอยู่ทางปีกด้านข้าง  เป็นห้องเล็กๆที่ไม่มีหน้าต่าง  ทั้งแคบและเตี้ย  มีเพียงรูระบายอากาศเล็กๆบนหลังคา  มีประตูพอให้ลอดผ่านได้  ข้างในทั้งมืดทึบและเย็นเยียบ  สร้างขึ้นมาเพื่อใช้คุมขังผู้กระทำผิดเป็นการชั่วคราว  เพื่อรอลงโทษต่อไป

                  เพราะว่าสภาพห้องที่เล็กจิ๋วเช่นนี้   จึงไม่มีผู้ใดอยากกร้ำกรายเข้าไปนัก

                  ลุงสามแซ่จางหมายความออกมานี้   ก็เพื่อจะจับป้าเฉียวขังอยู่ในนั้น

                  เดิมทีสีหน้าเฉียวซื่อซึ่งกำลังเอาแต่ทุบตีต้นขาตนเองร่ำไห้เสียงดัง  ถึงกับซีดขาว  ร่างทั้งร่างแข็งทื่อในทันที  จากที่กำลังร่ำไห้โหยหวน  ก็หยุดเอาเสียดื้อๆ

                  หากถูกโยนใส่ไปในห้องที่มืดทึบ  ไม่เพียงจะทรมานกับความเหน็บหนาวทั้งยังน่ากลัวอีกด้วย    จากนี้ไปผู้คนในหมู่บ้านคงไม่อยากเหลือบหางตาแลนาง   แม้ว่าจะได้รับการปล่อยตัวออกมาแล้ว ! เฉียวซื่อเริ่มหวาดกลัว และเสียใจขึ้นมาแล้วจริงๆ

                  นางไม่ได้เสียใจอะไรอื่นหรอก  แต่ค่อนข้างเสียใจที่ไม่ควรไปแว้งกัดคนสกุลลี่เจิ้งเลย  และไม่ควรไปแตะต้องพวกผู้อาวุโสของหมู่บ้านที่เข้าร่วมไตร่สวนด้วย

                  นางเริ่มตกใจกลัว  และเริ่มกลับมามีเหตุผลบ้างแล้ว   ซ้ำยิ่งเกลียดขี้หน้าเหลียนฟางโจวมากขึ้น   และสรุปเสร็จสรรพว่าทั้งหมดเป็นเพราะเหลียนฟางโจวที่เป็นผู้ทำร้ายนาง

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top