ขนาดตัวอักษร

91.คิดบัญชี 1

 69 Views

              “มิต้องร้อนใจไป” นายท่านหวางตบที่หลังมือฮวาจินเต๋าเบาๆ  แล้วจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แม่นาง  ตามใจเจ้าก็แล้วกัน  ข้าไม่บังคับเจ้าแล้ว  เจ้าก็แค่ทำตัวดีๆ  แล้วปล่อยให้ข้าดูแลดีไหม !  ต่อให้เจ้ากระโดดน้ำหนี   ก็คงหนีไม่พ้นหรอก!  ตามใจเจ้าก็แล้วกัน  ข้าไม่ว่าแล้ว  ข้าไม่ข้ามมาแล้ว ดีหรือไม่?  เจ้าหนีอย่างไรก็ไม่พ้นหรอกน่า !  จะมัวดิ้นรนไปไย?”

                  เหลียนฟางโจวไม่ปริปากใดๆ   ได้แต่ส่งสายตาเย็นเยียบให้เขา

                  นายท่านหวางจี้ไม่ถือสาหญิงสาว   ได้แต่โคลงศีรษะเบาๆ  พลางถอนใจ แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “จะดิ้นรนไปไย!  จะหาเรื่องให้ตนเองไปทำไมกัน !   หากปฏิเสธของหวาน ก็คงต้องรับของขมไป  เห็นทีแม่นางจะไม่ใช่คนฉลาดเสียแล้ว!”

                  ฮวาจินเต๋าจ้องหน้าเหลียนฟางโจวคล้ายอยากจะกินเลือดกินเนื้อ  กระทืบเท้าร้องขึ้น “นังเด็กป่าเถื่อนผู้นี้ควรได้รับการสั่งสอน   นายท่านอย่าเสียเวลาพูดจาภาษาดอกไม้กับนางเลยเจ้าค่ะ!  รีบจับนางเร็วเข้าเถอะ !  นายท่านคอยดูนะ !  ข้าอนุภรรยาจะลงมือสั่งสอนนางเอง!  เอาให้นางเชื่องให้ได้!”

                  หวางจี้ส่งยิ้มให้เหลียนฟางโจวพลางเอ่ยขึ้น “เจ้าได้ยินหรือไม่?  นี่คือโอกาสสุดท้ายของเจ้าแล้วนะ!   สาวน้อยมานี่แร็ว   พวกเราจะไม่เอาเรื่องเอาราวเจ้าที่แล้วมา   มิเช่นนั้น…ฮ่าฮ่าฮ่า “ แล้วก็หัวเราะดังก้องเป็นสองเท่า

                  พอฮวาจินเต๋าพอได้ยินวาจาดังกล่าว   เป็นสัญญานว่า  นายท่านหวางเห็นด้วยกับนางเต็มที่แล้ว  จิตใจพลันฮึกเหิม  ชี้หน้าเหลียนฟางโจวตะโกนก้อง “จับตัวนางมาให้ข้า!  ไม่ต้องปราณีนาง!”

                  หากมิใช่วันรุ่งพรุ่งนี้ต้องส่งตัวเด็กสาวออกไป  ฮวาจินเต๋าอยากเอาปิ่นทองทิ่มนางกลับ  เพื่อระบายแค้นนัก  โทษฐานที่บังอาจเอาปิ่นมาทิ่มคอนางเสียหลายครา

                  แต่ถึงแม้นว่าไม่อาจลงมือทำร้ายนางได้   นางจะจดบัญชีไว้เผื่อแก้แค้นวันหลัง!

                  ต้องมาเสียทีให้นังเด็กบ้านนอกคอกนาต่อหน้าบ่าวไพร่   แถมยังไม่อาจระบายแค้นได้อีก  แล้วจะกู้หน้ากลับมาได้เยี่ยงไร ?   แต่สิ่งที่ฮวาจินเต๋าลืมไปก็คือ  ตนเองก็เป็นสาวบ้านนอกคอกนามาก่อนเช่นกัน

เหลียนฟางโจวตั้งท่าเตรียมพร้อม   ไม่ยอมให้โดนจับมัดมือมัดเท้าแน่   หญิงรับใช้สูงวัยราว 5-6 นางโหมกำลังกันเข้ามา  ในศาลาริมน้ำหลังเล็กทันที  คนกลุ่มหนึ่งทั้งผลักทั้งกระแทก  กลับไม่สามารถทำอันใดได้   ไม่เพียงไม่อาจจับตัวเหลียนฟางโจวได้   กลับโดนหญิงสาวผลักกระเด็นไป   มีสาวใช้ 2 นางตกลงไปในน้ำไม่อาจเข้ามาร่วมวงได้อีก  ส่วนบางคนก็เซล้มทับเพื่อนที่ตามมา  ฉับพลันในศาลานั้น  มีแต่เสียงกรีดร้อง และเสียงก่นด่าระงม                  หญิงรับใช้สูงวัยต่างรู้ดีว่า  ฮวาจินเต๋าผู้ซึ่งอายุคราวลูกนายท่านเป็นคนที่นายท่านโปรดปรานนัก   พอได้ยินนางสั่ง   สาวใช้ทั้งขโยงต่างแข่งกันวิ่งกรูเข้าไป   หมายใจจะจับตัวเหลียนฟางโจวมาเอาใจฮวาจินเต๋าใหได้

                  ทันใดนั้นมีสาวใช้นางหนึ่งหาช่องโหว่เจอ  เข้ารวบเอวเหลียนฟางโจวสำเร็จ   พลางตะโกนเสียงลั่น “จับได้แล้ว!  จับได้แล้ว!  รีบมาช่วยกันเร็วเข้า!”

                  เหลียนฟางโจวหอบหายใจ  พยายามออกแรงหยิกข่วนไม่หยุด   เพื่อแงะนิ้วมือของนางออก   หญิงรับใช้ผู้นั้นสู้ฝืนทน   ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด  กอดเอวแน่นไม่ยอมปล่อย

                  มีหญิงรับใช้อีกคนกระโจนเข้ามาสมทบ   เหลียนฟางโจวตื่นตระหนก  ก้มหัวลงแล้วกัดลงไป แถมหยิกเข้าให้ด้วย

                   ไม่ต้องกลัวเลยว่าเธอจะไม่กัดหญิงรับใช้คนก่อนหน้า   เธอกัดจนหญิงรับใช้ที่กำลังกอดนางอยู่   ร้องครวญครางออกมาอย่างน่าสงสาร  เหลียนฟางโจวกัดไม่ปล่อย   จนในที่สุดหญิงรับใช้นางนั้นยอมแพ้สะบัดมือเร่าๆ

                  เหลียนฟางโจวผลักหญิงรับใช้นางนั้น จนเซไปล้มทับเพื่อนที่ตามมา   จนหญิงทั้งสองหงายหลัง  กลิ้งล้มกันระนาว   ซ้ำร้องโอดโอยออกมาอย่างน่าสงสาร

                  เหลียนฟางโจวเห็นแล้วให้ยินดีปรีดานัก  ยกชายกระโปรงขึ้น  แล้ววิ่งสวนกลับเข้าฝั่ง

                  หวางจี้และฮวาจินเต๋าต่างตกตะลึงพรึงเพริด  เบิกตากว้าง

                  ยาโถวผู้นี้หาได้เป็นผู้มีนิสัยดุร้าย  หรือป่าเถื่อนหยาบช้าไม่  หากจริงๆแล้วนางคือผู้กล้าต่างหาก

                  นัยน์ตาของนายท่านหวางดิ่งลึก   ตัดสินใจจะลงมือเองแล้ว  พลันไม่คิดว่าเขามิอาจขยับเท้าได้  มีความรู้สึกคล้ายว่าเอวมีอะไรทิ่มอยู่   ฉับพลันนั้นมีเสียงเยียบเย็นของชายหนุ่มผู้หนึ่งดังขึ้น  “หากจะให้ดีคุณชายหวาง  อย่าได้ขยับตัวจะดีกว่า!”

                  หวางจี้ร่างกายสั่นสะท้าน  ยืนนิ่งชะงักถามขึ้นเสียงแผ่ว  “แกเป็นใคร?  เข้ามาได้อย่างไร?”

                  กำแพงสวนด้านหลังสูงเกือบ 6 หมี่ (6 เมตร)   ซ้ำตอนกลางคืนยังมียามยืนเฝ้าอยู่ในสวน  พร้อมสุนัขดุร้ายตัวใหญ่   ไม่เคยมีขโมยหน้าไหนกร้ำกรายเข้ามาได้เลย   ยามนี้กลับมีบุรุษแปลกหน้าปรากฏตัวขึ้น   มิหนำซ้ำเขาเองยังไม่อาจรับรู้การมาของคนผู้นี้เลยด้วย  เรื่องนี้ถึงกับทำให้เขาหนาวยะเยือก

                   ผู้ที่เข้ามาจะเป็นใครไม่ได้นอกจากอาเจี่ยน  อาเจี่ยนส่งรอยยิ้มดุดัน  เอ่ยด้วยเสียงเหยียดหยัน  “ข้านึกอยากจะมา  ข้าก็แค่เข้ามาเท่านั้น!”

                  หวางจี้และฮวาจินเต๋ายังไม่เห็นตัวอาเจี่ยน   ทว่าเหลียนฟางโจวกลับเห็นชายหนุ่มแล้ว

                  เหลียนฟางโจวจิตใจกลับมาเป็นกอง  เรี่ยวแรงกำลังฟื้นกลับคืน  ส่งยิ้มกว้างให้อาเจี่ยน  แล้วรีบวิ่งไปหาบุรุษหนุ่มร่างสูง!

                  “นายท่าน  จับนางไว้เร็วเข้า!  จับตัวนางเร็วเข้า!  อย่าให้นางหนีไปได้!” ฮวาจินเต๋าเอาแต่จับจ้องเหลียนฟางโจวถ่ายเดียว  ไม่ได้สำเหนียกเลยว่านายท่านของสกุลถูกจับเป็นตัวประกันไปแล้ว

                  ฮวาจินเต๋าร้องลั่น  พลางยื่นมือออกมาหมายกระชากตัวเหลียนฟางโจว   ไหนเลยเหลียนฟางโจวจะเปิดโอกาสให้นางสมใจ?  ฮวาจินเต๋านอกจากจะแตะตัวเหลียนฟางโจวมิได้แม้แต่ปลายก้อยแล้ว   จำต้องปล่อยเด็กสาวหลุดมือไป!

                  เมื่อเหลียนฟางโจวผ่านตัวนางมาแล้ว  พลันยกเท้ายันโครมไปข้างหลังโดนท้องน้อยของฮวาจินเต๋าเต็มเหนี่ยว  ฮวาจินเต๋าคิดไม่ถึงว่าตัวเองจะได้รับบาทาเข้าไปเต็มๆ   นอกจากจะหลบไม่ได้แล้ว  ยังต้องจุกกับลูกเตะของจริง  กรีดร้องเสียงหลง  ล้มกลิ้งไปกองกับพื้น                                        “นายท่าน!  อา…เจ้าเป็นใคร!”  เสียงที่ฮวาจินเต๋าเปล่งออกมา  เต็มไปด้วยด้วยความตื่นตระหนกปนหวาดกลัว  นางเห็นนายท่านหวางยืนอยู่กับอาเจี่ยน  และเห็นที่เอวของสามีมีมีดสั้นจี้อยู่

                  “อาเจี่ยน!  ในที่สุดท่านก็มา!” เหลียนฟางโจวพุ่งเข้าไปหา  มองหน้าอาเจี่ยน  อดน้ำตารื้นขึ้นมาไม่ได้

                  “เจ้าเป็นอะไรไหม?”  อาเจี่ยนส่งยิ้มบาง  มองสำรวจหญิงสาวแล้วพยักหน้า

                  “ข้าไม่เป็นอันใด!” เหลียนฟางโจวส่ายหน้า  หายใจเข้าลึกๆ  แล้วเอ่ยเสียงเยียบเย็น “ทว่า  คงต้องขอคุยกับคุณชายหวางให้กระจ่างเสียแล้ว!”

                  อาเจี่ยนพยักหน้า พลางเอ่ยว่า  “คุณชายหวาง  ข้าจะให้โอกาสท่านแก้ตัวดีหรือไม่?”

                  นายท่านหวางส่งยิ้มฝืดเฝื่อน   ให้เขาเลือกได้แค่สองทาง  คือได้หรือไม่ได้เองหรือ?

                  เหลียนฟางโจวเบนสายตาไปที่ฮวาจินเต๋าที่ล้มกลิ้งอยู่บนพื้น  เอ่ยน้ำเสียงเย็นชา “และเจ้าด้วย !”

                  เหลียนฟางโจวและอาเจี่ยนกลับถึงหมู่บ้านต้าฟาง ในรุ่งเช้าวันต่อมา

                  เหลียนฟางโจวและอาเจี่ยนตรงแน่วไปหาเหลียนลี่และเฉียวซื่อทันที   ส่งสายตาเยียบเย็น  เมื่อเห็นเฉียวซื่อกำลังให้อาหารไก่อยู่ที่ลานบ้าน  พอเห็นสายตาโกรธแค้นของเหลียนฟางโจว  ฮูหยินเหลียวถึงกับตกใจ  ทำกระบวยอาหารไก่ตกพื้น   ร้องเสียงหลง  “อ๊าย!..”   ทรุดลงไปกองกับพื้น   ร้องออกมาอย่างหวาดหวั่น “พวกเจ้า…พวกเจ้ากลับมาได้อย่างไร!”

                  “ท่านคงไม่คาดคิดว่าข้าจะกลับมาได้ใช่ไหม!” เหลียนฟางโจวเอ่ยเสียงรอดไรฟัน “ป้าใหญ่  ข้าเคยไปเป็นปรปักษ์กับท่านตอนไหน  ท่านถึงได้ใจดำอำมหิตจับข้าไปขายได้!  เอาข้าไปขายไม่พอ    ยังจะมาควบคุมพี่น้องของข้า  จากนั้นก็วางแผนชั่วจะฮุบที่นาของบ้านข้าอีก!”

                  “อะไรกัน!  เกิดอะไรขึ้น! “  เหลียนลี่พรวดพราดออกมาจากเรือน  พอเห็นเหลียนฟางโจว   พลันหน้าเปลี่ยนสี

                  เฉียวซื่อชิงชังเหลียนฟางโจวเหลือจะกล่าว  ร้องออกมา “พวกเจ้าทั้งสามบังอาจมาขัดแข้งขัดขาข้าหลายครา  พวกเจ้าไม่เคยเห็นหัวผู้ใหญ่คนนี้เลย  สวรรค์ช่างไม่มีตาจริงๆ   ดันปล่อยเจ้ากลับมาเสียได้!”

                  “ท่านฉกฉวยข้าวเปลือกของบ้านข้า  จะฮุบที่นาของบ้านข้า  จะยึดเงิน 10 ตำลึงที่ได้จากการถอนหมั้นของบ้านข้า   การที่ข้าปฏิเสธท่าน  เป็นสิ่งไม่สมควรทำหรือไร?  นี่หรือที่เรียกว่าข้าขัดแข้งขัดขาท่าน!   ท่านคิดจะบีบพวกเราพี่น้องจนไม่เหลือทางรอดเลยใช่ไหม?!  พวกเราไม่เคยเรียกร้องให้ท่านมาดูแล  ไม่เคยขอข้าวขอปลาบ้านท่านกิน  แล้วไยท่านถึงยังไม่พอใจพวกเราอีก!  เรื่องเมื่อคืนนี้   หากท่านไม่ชี้แจ้งมาให้ละเอียด  ข้าก็จะไม่ยอมปล่อยท่านให้ลอยนวลเด็ดขาด!

                  เหลียนฟางโจวชี้หน้าเฉียวซื่อ   เอ่ยออกมาอย่างเดือดดาล

                  เฉียวซื่อเชิดหน้า ยิ้มเยาะ เอ่ยว่า “เจ้าจะไม่ปล่อยข้าหรือ  เจ้าจะไม่ยอมหยุดหรือ แล้วจะทำไม?  หืม  เจ้าด่าว่าข้าขายเจ้า   หากข้าอีแก่คนนี้ไม่ยอมรับเสียอย่าง  แล้วจะมีใครเชื่อเล่า!  หากเจ้าไม่ยอมหยุด  ก็เอาสิ    ข้าก็จะบอกกับทุกคนว่าเจ้าเป็นเด็กไม่เคารพผู้ใหญ่!”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top