ขนาดตัวอักษร

83.ซื้อเมล็ดฝ้าย

 43 Views

            ลุงหลี่เอ่ยว่า “เอ่อ.. ยามนี้พวกเราเผาถ่านและไม้ฟืนไปบ้างแล้ว รอเผาซ้ำในรอบที่2 และ 3 ก็น่าจะพอ    ส่วนที่เหลืออยู่ยังต้องค้างคืนเฝ้าดูหลุมเตาเผาต่อไป  ส่วนเศษถ่านที่เป็นชิ้นๆเหล่านี้ในหลุมเตาเผา  ข้าและป้าจาง รวมทั้งพวกเจ้าทั้ง3คนก็มาหารือกันว่าจะเอาไปจัดการอย่างไรต่อ!  ที่ผ่านมาพวกเจ้ามัวแต่ไปจัดการธุระปะปังของบ้านเจ้า!  เมื่อกลับมาแล้ว ก็เอาถ่านไปขายหาเงินด้วยกันเถิด  แล้วแบ่งเงินกันฝ่ายละครึ่ง!”

            เหลียนฟางโจวรีบเอ่ยขึ้น “เรื่องนี้..จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร!…”

            “ข้าว่าสมเหตุสมผลดีแล้ว  เอาตามที่ข้าบอกนั่นแหละ!”  ป้าจางเอ่ยตัดบท ไม่ยอมให้อีกฝ่ายปฏิเสธ “วิธีการเผาถ่านนี้..เจ้าและอาเจี่ยนเป็นเจ้าของโดยชอบธรรม  ลำพังพวกเราจะสามารถรู้เองได้หรือ?  มิหนำซ้ำในชีวิตพวกข้าคงไม่อาจหาเงินได้มากขนาดนี้ด้วย!  เจ้าแบ่งเงินไปครึ่งหนึ่งเถิด  อันที่จริงพวกเจ้าควรได้ส่วนแบ่งมากกว่าครึ่งด้วยซ้ำ!  ไม่เพียงเฉพาะในปีนี้เท่านั้น  ต่อไปควรจะได้ทุกๆปีด้วย  ตราบใดที่ยังมีพวกเรา และพวกเจ้า!  รับปากเร็วเข้าเถิด อย่าได้ปฏิเสธเลย!  หาไม่แล้วพวกเราจะกลายเป็นคนเช่นใด!”

            ลุงหลี่พยักหน้าเห็นด้วยอยู่ข้างๆภรรยา

            เหลียนฟางโจวเห็นพวกเขาพูดออกมาเช่นนี้  จึงไม่กล้าเอ่ยคัดค้านออกมาอีก  ครั้นแล้วจึงพยักยอมรับพร้อมรอยยิ้ม “ขอบคุณ..ท่านป้า ท่านลุง ทั้งพี่ชาย พี่สาว และพี่สะใภ้ ยิ่งนัก!   เรื่องเผาถ่านของปีนี้ก็เอาตามนี้ก่อน   ส่วนเรื่องหลังจากนี้  ค่อยว่ากันอีกที!”

            “ถูกต้องแล้ว!”  ลุงหลี่ ป้าจางต่างเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

            “ฟางโจว…เจ้าอยากปลูกฝ้ายจริงๆรึ?  เรื่องนี้..ได้ยินมาว่าเจ้าถึงกับไปยืมเงินญาติของเจ้าที่เมืองช่วงหลิวเชียว   หากเงินไม่พอขึ้นมา  แล้วเจ้าจะทำอย่างไร!” ป้าจางอดพูดขึ้นมาไม่ได้

            เหลียนฟางโจวรู้ดีว่าป้าจางพูดด้วยความหวังดีกับเธอ   จึงฝืนยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ท่านจงวางใจเถิด  ข้าได้ไตร่ตรองเรื่องนี้มาเป็นอย่างดีแล้ว   ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ราชสำนักได้ก็ยังพยายามส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกถู่เต้ามาตลอด  คงไม่น่ามีอะไรผิดพลาด!”

            “แล้วมันจะเป็นอย่างที่คิดหรือ?  ถู่เต้าเป็นพืชที่เจ้าหน้าที่ราชสำนักได้พยายามส่งเสริมให้ปลูกมาก่อนหน้านั้น  ชาวบ้านที่นี่ก็เอาเข้าไปขายในเมือง  แต่ก็ยังเป็นของหาซื้อยากอยู่ดี !   แรกๆก็ยังพอทำเนา  เพราะยังมีน้อยคนที่เพิ่งเริ่มต้นทดลองปลูก  ส่วนใหญ่แล้วก็ประสบปัญหาเดียวกัน  คือไม่รู้วิธีปลูกถู่เต้าและฝ้ายที่ถูกต้อง  ข้าฟังดูแล้วมันไม่น่าจะสำเร็จนะ!” ป้าจางขมวดคิ้วมุ่น

            เหลียนฟางโจวถอนหายใจเบาๆ เอ่ยว่า “ป้าจาง…ท่านย่อมรู้สถานการณ์ในครอบครัวข้าดี!  น้องๆข้า..ยามนี้พวกเขายังเล็ก  ทว่าในภายหน้าสองคนต้องแต่งภรรยาและส่วนอีกคนก็ต้องเตรียมสินเดิมไว้ให้   และในเวลาอันใกล้นี้ข้ายังต้องส่งเสียให้เช่อเรียนหนังสืออีกด้วย!   ทั้งเรื่องภายในบ้านและนอกบ้านก็ยังต้องใช้เงินจัดการดูแลอีกมากนัก!  ได้แต่เพิ่งพิงผืนดินที่มีอยู่เพื่อเพาะปลูก  หากยอมแพ้ในวันนี้แล้ว  ก็คงไม่อาจหวังหาเงินได้อีก!   ข้าพร้อมจะเสียสละทุกอย่าง  พร้อมจะสู้ยิบตา!  ข้าไม่มีทางให้ถอยอีกแล้ว  และนี่เป็นโอกาสอันหนึ่ง  ข้าเกรงว่าหากพลาดไปแล้ว  ก็อย่าได้หวังในสิ่งที่สูงกว่านี้เลย !”

            ป้าจางได้ยินเธอพูดออกมาเช่นนี้แล้ว ให้รู้สึกรันทดนัก  พยักหน้าเห็นด้วยโดยไม่รู้ตัว แล้วถอนหายใจออกมา “เจ้าช่างพูดได้มีเหตุผลยิ่งนัก!  โอ..ชีวิตเจ้าช่างลำบากจริงๆ!   ในเมื่อเจ้ายังมีน้องเล็กๆที่ต้องดูแล!”

            “ถึงอย่างไร…ข้าว่าพืชพวกนี้ก็ใช่ว่าจะไร้อนาคต!”  เหลียนฟางโจวแย้มยิ้ม  ใจเธออยากชักชวนป้าจางและครอบครัวนางให้มาสนใจปลูกฝ้ายและถู่เต้าด้วยกัน  แต่แล้วเปลี่ยนใจเลิกคิด!   หรือว่ารอไว้ปีหน้าให้ทุกๆคนได้เห็นผลงานเสียก่อน  ด้วยเวลานี้คนทั่วไปยังนึกภาพหน้าตาพวกมันไม่ออก  แถมยังไม่ใช่เวลาเหมาะสมที่จะอธิบายด้วย

            ป้าจางและลุงหลี่ต่างทอดถอนใจ  และไม่เอื้อนเอ่ยอะไรออกมาอีก

            “เช่นนั้น ข้าคงต้องขอตัวก่อน! ข้าต้องไปบ้านจางลี่เจิ้ง เพื่อไปสอบถามเรื่องเมล็ดพันธุ์!”  เหลียนฟางโจวยิ้ม

            “ได้ ข้าไม่รั้งเจ้าไว้แล้ว!” ป้าจางเอ่ย

            ลุงหลี่เอ่ยขึ้นด้วย “เจ้าไปเถิด  หากมีเรื่องอันใดให้พวกเราช่วยเหลือ ก็บอกมาได้เลยนะ”.

            เลียนฟางโจวค้อมศีรษะ “ขอบคุณพวกท่านมาก”

            การจะไปบ้านจางลี่เจิ้ง  แน่นอนว่าจะไปมือเปล่าไม่ได้  ต้องหาอะไรติดไม้ติดมือไปด้วย  ซึ่งก็ไม่พ้นของฝากคือ เศษถ่าน 1 กระสอบ

            เธอมองออก  คราก่อนตอนเอาเศษถ่านไปฝาก หนิวซื่อพออกพอใจมาก  ซ้ำยังพูดจากับเธอดีกว่าเดิม

            ถึงอย่างไร ก็ไม่ได้เสียเงิน  แค่ของฝากเล็กน้อย  ไม่ได้ทำให้ลำบากลำบนอันใด
**

            “เจ้าว่าอะไรนะ?”  จางลี่เจิ้งเกือบเข้าใจผิดว่าหูตัวเองมีปัญหาไปแล้ว  ทั้งยังแปลกใจกับเรื่องไม่คาดคิด  “เจ้า…เจ้าตั้งใจมาซื้อเมล็ดฝ้ายจริงๆรึ?  เจ้ารู้ไหมว่ามันมีเท่าใด?  มากกว่า 1,000 ชั่งเชียวนะ!”

            เหลียนฟางโจวได้ยินเช่นนั้น  แอบลอบดีใจเงียบๆ  มากกว่า 1,000 ชั่งรึ  เธอกลัวว่าจำนวนนี้อาจจะไม่พอเอาเสียด้วยซ้ำ!

            หญิงสาวพยักหน้ายอมรับ “ตราบเท่าที่ลูกบ้านทั้งหลายไม่คัดค้าน  ข้าจะขอซื้อทั้งหมดนี้ และเรื่องนี้  คงต้องขอร้องให้ท่านช่วยพูดกับทุกๆคนให้ด้วย!  ลำพังคำพูดของข้าเองคงไม่น่าเชื่อถือเท่าใดนัก!”

            ตัวเหลียนฟางโจวนั้นยามนี้  พยายามแสดงความมาดมั่นออกมา  เพื่อให้จางลี่เจิ้งเบาใจ  แต่คนที่ฉลาดทันคนเช่นนี้   ยังไม่รับปากเหลียนฟางโจวในทันที  เขาต้องขอทราบเหตุผลก่อน

            ผู้ใดจะเชื่อเล่า  ว่าเธอตั้งใจจะปลูกฝ้ายมากมายขนาดนี้ ?

            เหลียนฟางโจวจึงเอื้อนเอ่ยถ้อยคำ  เหมือนคราที่อธิบายให้ป้าจางฟังไปแล้ว

            จางลี่เจิ้งอดเห็นใจหญิงสาวเพิ่มขึ้นอีกสองส่วนไม่ได้

            หนิวซื่อถึงกับสะอื้นไห้  สบตาจางลี่เจิ้ง แล้วเอ่ยว่า “ฟางโจวมีน้องๆที่ต้องเลี้ยงดูมากมายนัก ชีวิตนางช่างไม่ง่ายเลย!  ในเมื่อนางกล่าวเช่นนี้  พวกเราต้องเป็นธุระช่วยจัดการให้แล้ว  ข้านั้นเต็มใจช่วย  ไม่สนว่าใครจะชอบ หรือไม่ชอบ เพราะนี่มันเกี่ยวกับชีวิตของเด็กน้อยที่น่าสงสาร!”

            หนิวซื่อชะงักไปเล็กน้อย เอ่ยว่า “ฟางโจว  เมล็ดฝ้ายมากมายขนาดนี้   จะต้องใช้ผืนดินเพื่อเพาะปลูกมากมายขนาดไหน  เจ้ายังยืนยันจะซื้อแน่รึ?”

            ความหมายก็คือ แล้วเจ้าไปเอาเงินมาจากไหนกันเล่า?

            ดวงตาของจางลี่เจิ้งพลันกระตุกวาบ   รอคอยฟังคำตอบจากเหลียนฟางโจว

             จะซื้อเมล็ดพันธุ์  จะจ้างคนงาน  ย่อมต้องใช้เงินทั้งนั้น !

            เหลียนฟางโจวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม  “ข้าได้ยืมเงินญาติมา เป็นญาติพี่น้องที่แต่งออกไปอยู่ที่เมืองช่วงหลิว  แม่ข้าและแม่ของญาติผู้นั้นแต่ก่อนสนิทสนมรักใคร่กันมาก  ข้าไปหาญาติผู้นั้นเมื่อวานซืน  จึงกู้เงินมาได้”

            หนิวซื่อได้ร้องออกมา  “อ้อ”  แล้วไม่ไตร่ถามอะไรต่ออีก

            จางลี่เจิ้งครุ่นคิดสักครู่   จึงถามออกมาทีเล่นทีจริงว่า  “เจ้าอยากได้เมล็ดฝ้ายอย่างเดียวได้อย่างไร  ไม่ซื้อเมล็ดถู่เต้าไปด้วยกันรึ?”

            เหลียนฟางโจวหัวเราะเบาๆ “ท่านไม่ได้บอกหรอกหรือว่า  ฝ้ายนั้นสามารถเอาไปทอเป็นผ้าได้   เอ่อ..ข้าคิดว่าฝ้ายเหมาะกับข้ามากกว่า!”

            จางลี่เจิ้งยิ้ม  พยักหน้าเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เจ้าช่างเป็นคนมีหัวคิดจริงๆ!”

            เหตุผลนี้ก็หาใช่เหตุผลจริงๆไม่   เขาเพียงพูดออกไปให้คนเอาไปเพ้อฝันกันเอง  ครั้นจะบอกว่าไม่ใช่เหตุผล ย่อมไม่ได้

            “ตกลง”  จ้างลี่เจิ้งผงกหัวอีกครั้ง เอ่ยว่า “ข้าจะเป็นคนไปเจรจากับทุกๆคนเอง!”

            เหลียนฟางโจวค้อมศีรษะ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ท่านลุง ท่านสามารถบอกทุกๆคนเช่นนี้ได้หรือไม่  บอกว่าหากมีครอบครัวใดไม่อยากปลูกฝ้าย ภายใน 3 วันให้มาที่บ้านท่าน  แล้วให้ทุกๆคนนำเมล็ดพันธุ์มาให้ข้า  ข้าจะไม่ทำให้ทุกคนเสียแรงเปล่า  ข้าจะให้เงินพวกเขาชั่งละ 2 เฉียน  ให้ทุกๆคนมาที่บ้านท่านในฐานะคนกลาง  ให้พวกเขามาเซนต์สัญญาซื้อขายตามสะดวก!  แล้วข้าจะเป็นคนนำเงินมาให้ท่านที่นี่!”

            จางลี่เจิ้งอดทึ่งในตัวเหลียนฟางโจวไม่ได้  พยักหน้ายิ้มให้หลายหน “เจ้าช่างคิดได้รอบคอบนัก!  ทำดีแล้ว  เป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดในอนาคตอีกด้วย!”

           จางลี่เจิ้งชอบใจนัก  จึงเห็นดีเห็นงามไปด้วย

            เดิมทีใจเขายังมีความลังเลอยู่สองส่วน  อย่างที่คนกล่าวกันว่า   ข้าวชนิดเดียวกันเลี้ยงดูคนร้อยพ่อพันธุ์แม่  ไม่ว่าหมู่บ้านไหน หรือสถานที่แห่งใดย่อมมีพวกคนพาลคนไม่ดีปะปนอยู่บ้างมิใช่หรือ?  เรื่องของเรื่องก็คือ ตามข้อบังคับของทางการ  ทุกๆบ้านควรได้รับการจ่ายแจกเมล็ดพันธุ์ไปทดลองปลูก   หากตัวเขาขายเมล็ดดังกล่าวให้เหลียนฟางโจวไปเสียหมด  หากมีบ้านใดที่เกิดหัวหมออยากได้ขึ้นมา  แล้วต่อให้เหลียนฟางโจวซื้อเมล็ดไปแล้ว  แล้วเกิดกลับมาซื้ออีกครั้ง   เมื่อถึงเวลานั้นเขาจะไปหาเมล็ดจากที่ไหนมาให้เล่า?

            นี่เป็นการหาเหามาใส่หัวตนเองแท้ๆ

            ทว่าเหลียนฟางโจวเต็มใจจะจ่ายเงินซื้อชั่งละ 2 เฉียน  ทั้งยังมีการให้เซนต์หนังสือสัญญาด้วย  เรื่องนี้…เขาคงไม่ต้องกังวลกระมัง!

 

            “แล้วข้าจะนำเงินมาให้ท่านพรุ่งนี้นะ!”  เหลียนฟางโจวรีบเอ่ยย้ำ  แล้วยิ้มขอบคุณ

           “ได้!” จางลี่เจิ้งเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เจ้าก็รีบนำเงินมาชำระซะ   ส่วนข้าจะรีบแจ้งให้ทุกคนรับทราบทันที!”

เหลียนฟางโจวไม่มีข้อคัดค้าน  กล่าวขอบคุณ แล้วคุยเรื่องสัพเพเหระต่อไปอีกสองประโยค จากนั้นจึงขอตัวกลับ

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top