ขนาดตัวอักษร

60.ขอหุ้นด้วยคน 1

 33 Views

         อาหญิงสามเห็นอาเจี่ยนเดินจากไปแล้ว อดบ่นออกมาไม่ได้  นางต่อว่าเหลียนฟางโจวที่ไปพูดให้อาเจี่ยนเดินทางเข้าเมืองไป   หากจับพลัดจับผลูแล้วชายหนุ่มเกิดไม่กลับมาจะทำเยี่ยงไร?

            เหลียนฟางฉิงไม่คอยให้พี่สาวโต้กลับ นางรีบเอ่ยขึ้นว่า “พี่ชายเจี่ยนไม่ใช่คนเช่นนั้น! เขาจะต้องกลับมา!”

 

            อาหญิงสามเอ่ยขึ้น “อ้อ  แล้วที่ข้าพูดนี่เป็นไปไม่ได้หรือไร?  ที่นี่หาใช่ครอบครัวของเขาไม่! และทางสกุลจ้าวเองย่อมตามตื้อเขาไม่จบแน่  บางทีให้ค่าจ้างมากกว่าที่ฝ่ายเราให้เสียด้วยซ้ำ!”

            ครั้นแล้วเหลียนฟางโจวเอ่ยเสียงเบา “เช่นนั้น..หากเขาต้องการไปก็ให้เขาไป  พวกเราสามารถรั้งเขาไว้ได้รึ?”

            อาหญิงสามพลันอับจนถ้อยคำทันที  ได้แต่พึมพำเสียงเบา  “หากเป็นเช่นนั้น  ต่อไปอย่าให้ลูกชายเขามาขายถ่านแข่งกับพวกเราก็แล้วกัน!”

            เหลียนฟางโจหันไปค้อนอาหญิงสามเงียบๆ  แล้วไม่พูดอะไรต่อ

            เหลียนเช่อโพล่งขึ้นมาบ้าง “เราจะไม่มีปัญหาได้อย่างไร  เพราะจริงๆแล้ว พี่รองกำลังฝึกยุทธ์กับพี่ชายเจี่ยนอยู่นะ!”

            เหลียนเจ๋อเอ่ยขึ้น “ทว่าข้าคิดเหมือนฉิงเอ๋อร์   ข้าเชื่อว่าพี่เจี่ยนจะกลับมาหาเราแน่นอน!  ทว่า…หากเขาไม่กลับมา   ที่พี่ใหญ่พูดก็เป็นความจริง….”

            ครั้นแล้วเหลียนฟางโจวกล่าวด้วยรอยยิ้มกับเขา “น้องรอง  หากยังคงอยากฝึกยุทธ์อยู่ละก็ เรื่องนี้ไม่เป็นปัญหาอันใด  เราหาเวลาพูดยกยอเขาเสียหน่อย  เช่นนี้แล้ว…เขาน่าจะยังสอนเจ้าต่อไป  ข้าเชื่อว่าเขาคงจะไม่ปฏิเสธ!

            เหลียนเจ๋อขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยว่า “หากเป็นเช่นนั้นจริง  ข้าขอไม่เรียนกับเขาดีกว่า!”

            เหลียนฟางโจวเอ่ยเสียงเข้ม “เพราะเหตุใด?”

            เหลียนเจ๋อนิ่งเงียบ  ไม่ยอมกล่าวสิ่งใดต่อ

            เหลียนฟางโจวจึงพูดตรงๆ  “ข้ารู้ว่าเจ้าหมายถึงสิ่งใด  ทว่า..ขอให้เจ้าระลึกไว้ว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาสามัญอย่างเราๆแน่นอน   ดังนั้น..เจ้าไม่อยากร่ำเรียนกับเขาแล้วรึ?”

            เหลียนเจ๋อชะงักไป ครั้นแล้วจึงพยักหน้าเบาๆ

            เหลียนฟางโจวเอ่ยเสียงเรียบ “เราควรมองคนให้ลึก  ไม่ใช่มองเพียงเปลือกนอก  ใครจะได้ตัวอาเจี่ยนไป  เราจะรู้กันในไม่ช้านี้   หากเขาต้องการอยู่กับสกุลจ้าว  เขาย่อมต้องมีเหตุผลของเขา   ในเรื่องนี้…เราไม่อาจตัดสินเขามองเป็นแค่ขาวและดำได้! เจ้าว่าไม่ใช่เช่นนั้นรึ?”

            เรื่องราวในใต้หล้านี้  ไม่ใช่มีเพียงแค่ขาวหรือดำ  เหลียนเจ๋อเป็นคนที่ตรงเกินไป  เหลียนฟางโจวจึงคอยมองหาโอกาสอบรมสั่งสอนเขา

            เมื่อเห็นน้องชายไม่เอ่ยอะไรต่อ  จึงพูดขึ้น “อาเจี่ยนคงอยู่ในเมืองเป็นระยะเวลาสั้นๆ  รอให้เขาสะดวกกว่านี้  ค่อยรอสอบถามข่าวเอากับเขาก็แล้วกัน”   เหลียนเจ๋อรู้สึกตกใจ เอ่ยว่า “หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ   ก็คงไม่ต้องสัยอะไรในตัวเขาแล้วล่ะ!”

            “เจ้าเข้าใจได้ดีนัก!” เหลียนฟางโจวยิ้ม

            เมื่อกินมื้อเช้าเสร็จ สี่พี่น้องต่างเดินทางขึ้นเขา เหลียนฟางโจวสับไม้ที่จะนำมาเผาเป็นถ่าน     เหลียนฟางฉิงและเหลียนเช่อ น้องน้อยทั้งสองไม่ได้เอาแต่เอ้อระเหย  ต่างเข้ามาช่วยงานขนของให้กับคนโต   จริงๆแล้วเหลียนฟางโจวไม่อยากให้พวกเขามาเลย   ทว่าทั้งสองต้องการขึ้นเขาเพื่อมาหาที่เล่นสนุก   เหลียนฟางโจวเลยต้องพามาด้วย  จะช่วยหรือจะเล่นย่อมขึ้นอยู่กับน้องน้อยทั้งสองแล้ว

            เพียงผ่านช่วงเที่ยงวันไปไม่นาน  อาเจี่ยนก็กลับมาในที่สุด

            เหลียนเจ๋อและน้องเล็กทั้งสองต่างโล่งอกกันเป็นทิวแถว  เหลียนฟางฉิงถลาไปจูงมืออาเจี่ยน อย่างเอาอกเอาใจ “พี่ชายเจี่ยน  ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว!”

            อาเจี่ยนลูบศีรษะเล็กๆส่งยิ้มให้  พลางชำเลืองมองมาทางเหลียนฟางโจว

            หญิงสาวให้รู้สึกโล่งใจโดยไม่รู้ตัว  พยักหน้ายิ้มให้เขา “เรื่องนี้คลี่คลายแล้วรึ?”

            “อืม” อาเจี่ยนเอ่ยออกมาคำเดียว และไม่เอื้อนเอ่ยคำใดออกมาอีก

            เหลียนฟางโจวก็ไม่ได้ซักถามอะไรมากมายนัก  เพียงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เช่นนั้นก็ดีแล้ว  ควรหลีกเลี่ยงการไปข้องเกี่ยวกับเรื่องที่คลุมเครือ  เพราะในที่สุดมันจะนำปัญหามาให้!”

            การเผาถ่านครั้งที่สองมาถึงอย่างรวดเร็ว  ด้วยประสบการณ์จากครั้งก่อน  ครานี้ต้องใส่ใจกับความร้อนและช่วงเวลาให้แม่นยำถูกต้อง  ไม่เพียงจะได้ผลผลิตสูงขึ้นเท่านั้น  หากยังประหยัดเวลาได้ถึงสองวันอีกด้วย

            สมาชิกทั้งสองครอบครัว  สับไม้ที่นำมาเผาถ่านและทำเป็นไม้ฟืนโดยไม่หยุดหย่อน จนมีกองท่อนไม้สูงเป็นภูเขาย่อมๆ อยู่ข้างๆหลุมเตาเผา  หลังจากเผาจนได้ถ่านในหลุมเตาเผาเรียบร้อยแล้ว   จึงนำถ่านที่ได้ในหลุมเตาเผาออกมาตากแดด   ครั้นแล้วหลุมเตาเผาเหล่านั้นก็ว่างลง พร้อมสำหรับการบรรจุท่อนไม้เพื่อเผาในรอบต่อไปในช่วงเช้า  ช่างเป็นวิธีที่สะดวกสบายอะไรเช่นนี้

            หลุมเตาเผาสี่หลุมให้ผลผลิตถ่านไม้หนักมากว่า 5,000 ชั่ง คิดเป็นเงิน 11-12 ตำลึงเงิน  และแบ่งเงินกันได้บ้านละ 5-6 ตำลึงเงิน

            พวกเขาคัดเลือกถ่านไม้ที่มีลักษณะสีดำเงางามขนย้ายไปเก็บไว้ที่บ้าน  ใบหน้าของทุกคนเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม

            จ้าวซื่อฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี   ในใจนางคิดคำนวณว่าจะนำเงินมาซื้อเสื้อผ้าดีๆ 2 ชุด ซื้อปิ่นเงิน ต่างหูเงิน เพื่อฉลองเทศกาลปีใหม่…

            ในวันนี้พวกเหลียนฟางโจวเพิ่งเดินทางลงจากภูเขากลับมาถึงบ้าน ก็เห็นเฉียวซื่อและเหลียนลี่มายืนเรียก “ขอเข้าไปในบ้านหน่อยนะ!”  พูดจบทั้งคู่รีบผลุนผลันเข้ามาในบ้านหลานๆอย่างรวดเร็ว

            เหลียนฟางโจวเหลือบมองทีท่าของคนที่เตรียมตัวมาอย่างดี  ก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง  ในใจรู้ว่าสามีภรรยาคู่นี้คงวางแผนมายืนดักคอยอยู่ตรงประตูรั้วบ้าน   และยืนรอจนพวกนางกลับมา

            หญิงสาวยกมือสางผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงลวกๆ  แล้วเดินออกไปต้อนรับแขก พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ลุงและป้าใหญ่อุตส่าห์มีเวลามาเยี่ยมทั้งที!   เชิญนั่งก่อน!”

            เหลียนฟางโจวเดาได้อย่างถูกต้องว่าพวกเขามีพฤติกรรมเช่นนี้  มาเพื่อจุดประสงค์อันใด  ทั้งหมดทั้งมวล  ก็คือเรื่องของครอบครัวเธอและครอบครัวป้าจางที่เข้าหุ้นเผาถ่านร่วมกัน  เรื่องนี้ย่อมไม่อาจแอบซ่อนความจริงจากผู้ที่มีความหิวกระหายผลประโยชน์ได้

            เหลียนลี่กระแอมไอ  แล้วนั่งลง  เฉียวซื่อส่งค้อนให้หญิงสาว  แล้วจึงนั่งลง

            “ในสายตาของพวกเจ้า  พวกเจ้ายังมีญาติผู้ใหญ่อยู่หรือไม่? พวกเราอุตส่าห์มาถึงแล้ว  กลับไม่มีใครยกน้ำชามาให้ดื่มเลย! “ เฉียวซื่อเอ่ยด้วย ความไม่พอใจ

            สิ้นเสียงพูด ก็เห็นเหลียนเช่อและเหลียนฟางฉิงยกน้ำชา 2 ถ้วยเข้ามา

            เหลียนฟางโจวจุ๊ปาก เอ่ยว่า “ป้าใหญ่ ชงน้ำชาย่อมต้องใช้เวลามิใช่รึ?”  พวกเราไม่อาจคาดเดาได้ถูกต้องหรอก  ว่าพวกท่านจะมาเมื่อใด  มิเช่นนั้นจะได้เตรียมชงชาไว้เสียแต่เนิ่นๆ!  เช่นนั้น..พวกท่านจะฉุนเฉียวไปไย!”

            เฉียวซื่อเบะปากขึ้นทันได  ไม่พูดอันใดต่อ

            ไหนเลยนางจะอยากให้เด็กสองคนนี้มาเป็นฝ่ายรินน้ำชาให้พวกเขา?  นางพ่นลมออกจากจมูกอย่างอดรนทนไม่ได้    นางอยากให้พวกหลานๆอับอาย  จะได้ถือโอกาสสั่งสอนพวกเขา

          ใครจะรู้ว่านางจะเป็นฝ่ายล้มเหลวในเวลาอันสั้นแทน

            “เจ้าอย่าได้ทำตัวเรื่องมากไป!” เหลียนลี่ก็ตระหนักถึงความเรื่องมากของภรรยาด้วย  เฉียวซื่อส่งค้อนมาให้อย่างมาดร้าย  เหลียนลี่หันกลับมาพูดกับเหลียนฟางโจวเปี่ยมด้วยเมตตา “ป้าใหญ่เจ้าเป็นคนโผงผางเช่นนี้แหละ  อย่าได้ถือสานางเลยนะ!”

            เหลียนฟางโจวอมยิ้ม เหลือบมองเฉียวซื่อ  ท่าทางไม่อินังขังขอบ

            เฉียวซื่อให้ขุ่นเคืองนัก ค้อนใส่หลานสาวด้วยอีกทีหนึ่ง

            เหลียนลี่ยกถ้วยชาขึ้นดื่มคล้ายกับไม่คิดอะไร   กะว่าพอเหลียนฟางโจวถามว่าพวกเขามาหามีธุระเรื่องใด  เขาจะฉวยโอกาสนี้เพื่อเปิดปากเรื่องที่อยากเจรจา

            ทว่าเหลียนฟางโจวกลับหลุบตาลงต่ำซ่อนสายตาไว้   จนใครๆไม่อาจรู้ได้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่   ทำท่าทีคล้ายไม่อยากเปิดปากสนทนา

            อาเจี่ยน เหลียนเจ๋อและน้องเล็กๆอีกสองคนต่างพากันหลบลี้หนีหายไป ส่วนอาหญิงสามก็ไม่ออกจากครัว

            นั่งกันไปสักพักก็ไม่ได้เรื่องได้ราวอันใด  จนถึงบัดนี้เหลียนลี่ยังไม่สามารถเข้าเรื่องได้  ครั้นแล้วเขาจึงกระแอมขึ้นเบาๆ เอ่ยว่า “ฟางโจว ได้ยินว่าเจ้ากับสกุลหลี่กำลังเข้าหุ้นกันเผาถ่านรึ?”

            เหลียนฟางโจว เงยหน้าขึ้น แล้วจึงพยักหน้าให้เลียนลี่ “อืม”  ครั้นแล้วก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก

             เหลียนลี่พยายามรวบรวมพลังใจ  กล่าวด้วยท่าทางไม่รีบร้อนนัก “สกุลลี่ไม่เคยเผาถ่านมาก่อน  ไม่รู้ว่าไปเรียนรู้มาจากที่ไหนกันนี่?”

            “เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน!”  เหลียนฟางโจวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม  บ้านเธอไม่มีผู้ใหญ่ อาเจี่ยนเป็นคนนอก ที่ยังไม่อาจยืนได้มั่นคง  พูดได้เต็มปากว่าการเรียนรู้วิธีเผาถ่าน ต้องเป็นลุงลี่ที่น่าจะไปเรียนมาจากที่ใดสักแห่ง   แล้วเอาความสะดวกเข้าว่า  คือเรียกพี่น้องสกุลเหลียนมาช่วย  แล้วแบ่งผลกำไรกัน  แน่นอน พวกเขาย่อมต้องแบ่งเงินตำลึงที่หามาได้ด้วยเป็นธรรมดา แต่ก็ไม่น่ามากมายอะไร

            ป้าจางช่วยเหลือพวกเหลียนฟางโจวบ่อยๆ  เรื่องเช่นนี้นับว่าไม่น่าแปลกใจเลย

            ฝ่ายเฉียวซื่อเห็นสามีเคยเพรี่ยงพร้ำมาก่อนแล้วถึงสองครั้ง  ใจจึงไม่เร่งร้อน ครั้นแล้ว จึงเอ่ยว่า “พวกสกุลลี่ให้ค่าจ้างกับพวกเจ้าเท่าไดกัน?  ข้าบอกได้เลยว่าครอบครัวพวกเขามีแรงงานมากเกินพออยู่แล้ว  แต่ดันกลับมาชักชวนพวกเจ้ามาช่วยงาน!    ข้าเกรงว่าพวกคนสกุลลี่คงแบ่งเงินให้พวกเจ้าเล็กน้อย  ทั้งๆที่ได้เงินมาจริงๆมากมายนัก!  อย่างนี้เท่ากับเป็นการรังแกพวกเจ้าที่ยังเยาว์  เพราะเห็นว่าพวกเจ้าไม่ได้ทำงานกันอย่างจริงจัง  อย่างผู้ใหญ่เช่นพวกเราที่เป็นลุงและป้าของพวกเจ้า!”

            เช่นนี้..สมควรต้องตั้งใครสักคนขึ้นมาเป็นหัวหน้ารับผิดชอบ  คนที่มีทีท่าว่าจะทำเพื่อพวกเขา  ลุงและป้าเริ่มแผนการสร้างความปั่นป่วนให้คนทั้งหมดแล้ว

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top