ขนาดตัวอักษร

59.ซีเซวี่ยกัดไม่ปล่อย 2

 38 Views

           อาเจี่ยนเอ่ยเสียงเรียบ “นางมาก็เป็นเรื่องของนาง ข้าไม่เคยพูดว่าต้องการจะไปเสียหน่อย!”

            ครั้นเหลียนฟางโจวได้ยิน จึงคลี่ยิ้มออกมา เหลียนฟางฉิงซึ่งยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง เงยหน้าขึ้นมอง เอ่ยเสียงแหลมเล็ก “พี่เจี่ยน  หากท่านอยากไป ข้าไม่ยอมนะ บ้านเราไม่เต็มใจให้ท่านไปนะ!”

            อาเจี่ยนยิ้มแย้ม ใจที่หนักอึ้งพลันหายไป  เขาเดินออกจากเรือนไปที่ลานบ้าน

“พี่เจี่ยน!” ซีเชวี่ยเห็นอาเจี่ยน คล้ายกับเห็นเงินก้อนใหญ่หล่นลงมาจากฟากฟ้า หน้าตาดีอกดีใจรีบเดินปรี่เข้ามา กิริยานั้นทำให้อาเจี่ยนถอยหลังไป1ก้าวโดยไม่รู้ตัว  คิ้วชายหนุ่มขมวดมุ่น “ข้ายังบอกไม่แจ่มแจ้งหรือไร? ข้าไม่ไปสกุลจ้าวของเจ้า”

            ซีเชวี่ยมีสีหน้าประหลาดใจ  นางหาได้กล่าวอันใดออกมาสักคำ  ชายหนุ่มผู้นี้ก็รีบปฏิเสธเสียแล้ว! นางอดเหน็บแนมไม่ได้ว่าอาเจี่ยนผู้นี้ช่างทึ่มทื่อราวกับตอไม้  นางสู้อุตส่าห์บรรจงแต่งกายอย่างงดงามมาเป็นพิเศษในวันนี้   ไยเขาจึงไม่เห็นเล่า? เห็นนางแล้ว เขายังใจร้ายพอกล้าปฏิเสธนางอีกหรือ?

            “คือว่า” ซีเชวี่ยยืนนิ่งอยู่กับที่  เอ่ยเสียงอ่อนน้อมพร้อมส่งยิ้มให้ “ครานั้น…ที่ท่านได้ช่วยชีวิตนายหญิงน้อยของสกุลเราไว้  นายหญิงน้อยซาบซึ้งในคุณงามความดีของท่านนัก  จึงอยากแสดงออกให้ท่านได้รับรู้ไว้  ด้วยเหตุนี้คุณหนูจึงอยากให้ข้ามาขอร้องท่าน  ข้าไม่อาจกลับไปจวนสกุลจ้าวโดยไม่มีท่านได้!  ซ้ำในเมืองเทียบกับที่นี่ ย่อมดีกว่ากันมากมิใข่รึ? คนเป็นอันมากอยากเข้าสู่จวนสกุลจ้าวกันทั้งนั้น  ทว่าล้วนไม่อาจทำได้  เช่นนั้น..นี่คือโอกาสอันงามของท่านเชียวนะ!  ท่านสามารถวางใจได้เลยว่าสกุลจ้าวจะไม่ปฏิบัติกับท่านอย่างไร้ความเที่ยงธรรมแน่นอน!  นายหญิงน้อยสั่งมาว่า ให้ท่านเรียกเงินเดือนที่ท่านอยากได้ตามใจชอบเลย!  หากท่านไป ท่านจะได้เสื้อผ้าใหม่ 2 ชุด เร็วเข้าเถิด ท่านไม่ควรพิรี้พิไรเกินไปนัก! ท่านเป็นผู้มีพระคุณของนายหญิงน้อยของเรา  อยู่ที่สกุลจ้าว จะมีใครกล้าทำให้ท่านหนักใจได้รึ?!”

            อาเจี่ยนไม่รอให้นางกล่าวจบ จึงรีบเอ่ยขึ้น “เจ้าพูดจบแล้วใช่หรือไม่?  ตามที่เจ้ากล่าวออกมา ข้าคงไม่อาจไปได้! โปรดกลับไปเถิด!”

            เมื่อชายหนุ่มพูดจบจึงหมุนตัวเดินจากไป

            “เอ่อ ยังมีอีกนะ ยังมีอีกนะ!” ซีเชวี่ยกลัดกลุ้มใจมาก รีบวิ่งถลาไปขวางหน้าอาเจี่ยน พร้อมกับเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าคิดว่าท่านคงยังฟังไม่กระจ่าง นายหญิงน้อยออกปากว่าให้ท่านเรียกเงินเดือนได้ตามใจที่ท่านชอบเลยเชียวนะ!”

            อาเจี่ยนยืนนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว ยังคงเอ่ยประโยคเดิม “โปรดกลับไปซะ!”

            ซีเชวี่ยเคร่งเครียดนัก  ในใจไม่รู้ว่าก่นด่าเขาไปมากมายเพียงใด  นางจับจ้องอาเจี่ยนไม่วางตา พลางกระทืบเท้า ยื่นมือออกไปดึงรั้งแขนเสื้อของชายหนุ่มไว้  ใบหน้าหญิงสาวแดงก่ำ เอ่ยเสียงกดต่ำ พลางทำท่าทางชะมดชะม้อยว่า “ข้าเป็นถึงคนสนิทข้างกายนายหญิงน้อยอันดับหนึ่ง หากท่านเต็มใจไป  ข้าจะแต่งให้ท่านด้วยเป็นอย่างไร….”

            ทันใดนั้นอาเจี่ยนผลุนผลันกระชากแขนนางให้หลุดออกจากแขนเสื้อตนเองอย่างรีบร้อน  พลางก้าวถอยหลังออกไปสองก้าว ขมวดคิ้วมุ่น พลางตวาดลั่น “ทำอะไรของเจ้าเนี่ย!”

            เนื่องจากโดยปกติอาเจี่ยน มักจะพูดกับผู้คนพร้อมรอยยิ้มเสมอๆ ไม่เคยได้ยินเขาตำหนิใครอย่างรุนแรงสักที แม้แต่คนในบ้านสกุลเหลียนก็ยังไม่เคยเห็น  มิหนำซ้ำเขายังแสดงสีหน้าโมโหอย่างชัดแจ้งออกมาโดยไม่รู้ตัว

            บรรดาสี่พี่น้องที่อยู่ในบ้านต่างตะลึงงัน รวมทั้งอาหญิงสามด้วยเช่นกัน ทุกคนต่างหันหน้ามามองกันไปมา  ให้รู้สึกตกใจนัก

            “ไฉนเรื่องถึงได้กลายเป็นเช่นนี้ไปได้เล่า?” อาหญิงสามรำพึงออกมา

            “ข้าก็ดูอยู่เนี่ย!” เหลียนฟางโจวรีบพุ่งตัวออกจากเรือนไปทันใด

            เดิมทีซีเชวี่ยคิดฝังหัวมาตลอดว่า ตนเองเป็นหญิงสาวที่งดงามมีชีวิตชีวา เมื่อเป็นฝ่ายเริ่มต้นเอื้อนเอ่ยออกมาก่อน   ย่อมต้องผูกมัดใจอาเจี่ยน จนไม่อาจปฏิเสธได้เป็นแน่  ใครจะรู้เล่าว่า ตรงกันข้าม นางจะต้องมาทนฟังคำด่าว่าจากชายหนุ่ม  นางทั้งโกรธทั้งอับอาย  น้ำตาคลอหน่วย เอ่อล้นออกจากดวงตาในทันที

            “อาเจี่ยน เกิดอันใดขี้นรึ?” เหลียนฟางโจวถามขึ้น

            ซีเชวี่ยเคร่งเครียดโดยพลัน  หากอาเจี่ยนกล่าวออกไป  ตัวนางเองคงไม่อาจมีหน้าไปมองใครได้อีกแล้ว?

            นางไม่อาจมัวแต่รู้สึกกลุ้มใจหรืออับอายได้อีกต่อไป  จึงรีบรุดมาข้างหน้าคนทั้งหลาย คุกเข่าลงอย่างสงบเงี่ยมต่อหน้าเหลียนฟางโจว พลางดึงแขนเสื้อของหญิงสาว เอ่ยขึ้น “แม่นางเหลียน ข้าขอร้องท่าน! โปรดปล่อยอาเจี่ยนให้ไปกับข้าเถิด! ข้าขอร้องท่าน! ไม่ต้องห่วงเรื่องถ่านของบ้านท่านเลย มีเท่าไรข้าจะรับซื้อไว้ทั้งหมด ดีหรือไม่?”

            พอได้ยิ่นเช่นนั้น ยิ่งทำให้เธอรู้สึกรังเกียจสาวใช้สกุลจ้าวผู้นี้ขึ้นมาทันใด  นางเสนอเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับเธอหรือ? หากเธอเห็นด้วย เธอจะกลายเป็นคนเช่นไรเล่า? ไม่ต้องนึกเลย  เธอไม่คิดยอมคล้อยตามนางสักนิด เรื่องอันใดเล่าที่เธอต้องไปรับปากสาวใช้คนนี้?

            หากอาเจี่ยนบอกมาสั้นๆว่าจะไป  แม้ว่าจะเสียใจ ที่ขาดแรงงานคนสำคัญไป  ทว่านางจะไม่เอ่ยปากขอร้อง และไม่พูดเหนี่ยวรั้งเขาไว้อีกด้วย!

            “ข้าได้บอกแม่นางซีเชวี่ยไปแล้วนี่นา  หรือว่าข้ายังไม่เคยบอกเจ้าไปรึ?  อำนาจในการตัดสินใจทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับอาเจี่ยนทั้งสิ้น  จงอย่าได้มาขอร้องต่อข้าเลย! เขาพักอาศัยอยู่ที่บ้านข้าเป็นการชั่วคราว เขาไม่ใช่ลูกจ้างของเรา!”

            เหลียนฟางโจวกล่าวด้วยวาจาสุภาพ  และต้องการดึงมือของซีเชวี่ยออก ทว่ามือทั้งสองข้างของซีเชวี่ยคล้ายจะยึดแขนเสื้อเธอไว้อย่างนั้น  แล้วจะดึงออกอย่างไรดี   สีหน้าเหลียนฟางโจวมีความหงุดหงิดพาดพ่าน  ครั้นแล้วเธอจึงได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น  ในใจคิดว่าหากนางอยากจะคุกเข่า ก็จงคุกเข่าเข้าไป อยากจะดึงแขนเสื้อ ก็ให้ดึงไป!

            ไหนเลยจะเรียกใครมาช่วยเหลือ?  ก็แค่คนพาลคนหนึ่ง!

            ปากของซีเชวี่ยพร่ำพูดขอร้อง เหลียนฟางโจวไม่หยุดหย่อน  ทันใดนั้นนางก็ตระหนักได้ว่า ตัวเองเหมือนพูดอยู่ผู้เดียว เสียงนั้นจึงค่อยๆเบาลงๆ  จนเงียบเสียงไปในที่สุด

เหลียนฟางโจวพยายามอย่างยิ่งที่จะดึงแขนเสื้อออกจากมือสาวรับใช้สกุลจ้าว  เอ่ยว่า “แม่นางซีเชวี่ย พวกเราต้องขึ้นเขาไปทำงานกันแล้ว  ตัวท่านเอง ก็มีงานของท่านเหมือนกันนี่นะ!”

            ความอดทนของอาเจี่ยนได้สูญสิ้นไปนานแล้ว  เขาอยากหมุนตัวเดินจากไปเต็มที     “แม่นางเหลียน!” ในใจของซีเชวี่ยร้อนรน รีบวิ่งไปข้างหน้าพร้อมกางแขนทั้งสองข้างเพื่อขวางเหลียนฟางโจวไว้ ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ เอ่ยว่า “ข้าบอกความจริงท่านก็ได้!  นายหญิงน้อยของสกุลเราได้กล่าวไว้ หากข้าไม่อาจพาอาเจี่ยนมาได้ นางจะไล่ข้าออก! ฮือ…แม่นางเหลียน  ขอร้องท่านช่วยสงเคราะห์ข้าด้วย  นึกว่าทำบุญทำทานช่วยคนทุกข์ยากลำบาก  โปรดให้อาเจี่ยนไปกับข้า นับว่าเป็นการทำความดีมิใข่หรือ? ได้โปรดเมตตา ทำให้เขาไปเจรจากับนายหญิงน้อยของเราซึ่งๆหน้าด้วยเถิด   เช่นนี้แล้ว..จึงจะนับว่าภารกิจของข้าสำเร็จลงด้วยดี!”

            ซีเชวี่ยพูดไป  ขอร้องเหลียนฟางโจวไป อาเจี่ยนนั้นทำให้นางเสียหน้าอย่างใหญ่หลวง นางอับอายเกินกว่าจะกล้าขอร้องชายหนุ่มโดยตรง

            เหลียนฟางโจวขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองอาเจี่ยน

            อาเจี่ยนนิ่งคิดสักครู่ เอ่ยออกมาว่า “ข้าจะไปหานายหญิงน้อยสกุลจ้าวผู้นั้น  เพื่อคุยกันให้กระจ่าง แล้วค่อยกลับมา!”

            เหลียนฟางโจวพยักหน้า พลางเอ่ย “ท่านรีบเดินทางไปแต่เช้าเถิด จะได้กลับมาทัน!”  แม้ว่าเธอและอาเจี่ยนจะคุ้นเคยกันมาไม่นาน   ทว่าบุคลิกลักษณะของชายหนุ่มเป็นเช่นไร  เธอย่อมรู้แจ้งแก่ใจดี  การที่สกุลจ้าวอยากเก็บเขาไว้จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

            “ดี! ขอบคุณแม่นางเหลียน!  ขอบคุณแม่นางเหลียน!”  ซีเชวี่ยดีใจเป็นล้นพ้น รีบพูดขึ้น “พี่เจี่ยน เราออกเดินทางกันเลยไหม?”

            ซีเชวี่ยแอบสมใจอยู่เงียบๆ  จากที่นางตรึกตรองดู  สาเหตุที่อาเจี่ยนไม่เต็มใจมาทำงานให้กับสกุลจ้าว นั่นเป็นเพราะเขายังไม่เคยไปสกุลจ้าว หากได้เห็นจวนสกุลจ้าวอันใหญ่โตหรูหรา  ตราบใดที่เขาได้ลองไปเห็นสักครั้งหนึ่ง  ย่อมต้องเปลี่ยนใจแน่นอน!

            อาเจี่ยนไม่ไว้วางใจซีเชวี่ยเลย “ท่านไปก่อนเถิด ไปคอยข้าที่นั่น”

            “โถ ไยต้องมีปัญหาด้วยเล่า? ข้าเอารถม้ามานะ!”  ซีเชวี่ยยิ้มเอาใจ

            อาเจี่ยนชำเลืองมองนางแวบหนึ่ง  นัยน์ตาส่งความหมายโดยนัย  หากไม่อยากพูดออกมา  ซีเชวี่ยผู้นี้ต่อหน้าผู้คน ยังกล้ามาถึงเนื้อถึงตัวเขา  ในรถม้าที่ไม่มีคนอื่น  ใครจะรู้ว่านางจะก่อเรื่องอะไรขึ้นอีกบ้าง? อาเจี่ยนไม่อยากให้ชื่อเสียงของตนเองที่สั่งสมมาต้องด่างพร้อย

            ซีเชวี่ยเข้าใจความหมายบนสีหน้าของอาเจี่ยน สีหน้านางพลันเห่อร้อน เอ่ยขึ้นอย่างเก้อกระดาก “เช่นนั้น..ข้าจะเดินทางล่วงหน้าไปก่อน  ท่านอย่าปล่อยให้คุณหนูของเราต้องคอยนานนะ!”

            เมื่อกล่าวจบ จึงอำลาเหลียนฟางโจว ขึ้นรถม้าแล้วออกเดินทางไป

            เหลียนฟางโจวไม่ใคร่ใส่ใจท่าทางของนางนัก ทว่าจริงๆแล้ว จริงๆแล้วเธอหันกลับมามองอาเจี่ยนขึ้นลงด้วยสายตาแปลกๆ  เหลือบมองชายหนุ่มอยู่หลายรอบ  จนเขารู้สึกเพลียใจ  เอ่ยอย่างลังเล “ท่าน..ท่านมองหน้าข้า  หาว่าข้าทำเช่นนั้นหรือ?”

            เดิมทีเหลียนฟางโจวอยากถาม  ครั้นแล้วกลับเปลี่ยนใจ  ถึงครุ่นคิดเรื่องของแม่นางซีเชวี่ย ไป ถึงที่สุดแล้วคงไม่ใช่เรื่องดีนัก  ครั้นแล้วเอ่ยเสียงดัง “ไม่มีอันใด  ท่านก็อย่าไปรับปากคนพวกนั้น   รีบกลับมาไวๆนะ!”

            “อืม ข้าจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด  ทั้งยังจะได้มีเวลาขึ้นเขาไปสับไม้ทำฟืนอีกด้วย!” อาเจี่ยนเห็นนางไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม  จึงแอบโล่งใจเงียบๆ  พยักหน้ายิ้มให้โดยเร็ว

            เหลียนฟางโจว หัวเราะเสียงดัง เอ่ยขึ้น “ไม่ต้องหรอก  พวกเราสู้กับนางมาแทบจะครึ่งวันแล้ว ท่านไม่ต้องกังวลไป!  ช่วงบ่ายท่านพักอยู่ที่บ้านก็พอ!”

 

            อาเจี่ยนยิ้มน้อยๆ ไม่เอื้อนเอ่ยคำไดออกมาอีก  ในไม่ช้าเขาจึงออกเดินทางจากไป

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top