ขนาดตัวอักษร

49.ไก่ฟ้าเป็นเหตุ

 41 Views

         ลุงหลี่ผู้พ่อ และหลี่ซานเหอบุตรชายเพิ่งจะตื่นจากภวังค์ ลุงหลี่ถามขึ้น “ที่เจ้าพูดมาเป็นเรื่องจริงรึ? อาเจี่ยนเก่งอย่างนั้นเทียวรึ?”

          เหลียนฟางโจวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ท่านลุง เราไม่ลองดูให้รู้ก่อนหรือ? เผาถ่านในเตา ใช้เวลาเพียง 7-8 วันเองนะ!”

          “ข้ามองว่าฟางโจวไม่มีทางพูดปดหรอก พวกเรามาทดลองกันดูเถิด!” ป้าจางเอ่ยขึ้นอีกคน

          ลุงหลี่ผู้พ่อและบุตรชายต่างมองหน้ากัน จึงพยักหน้า เอ่ยขึ้น “เอาไงก็เอากัน! ลองดูสักตั้ง!  พอถึงเวลาลงมือทำก็บอกขั้นตอนมาทีละขั้นอย่างง่ายๆก็แล้วกัน  ไม่ต้องพิถีพิถันหรือเยิ่นเย้อให้มากไป!”

          เหลียนฟางโจวพยักหน้ายิ้มๆ ครั้นแล้วจึงพูดขึ้น “เรื่องนี้ไม่ควรประวิงเวลา  เราจะเดินทางขึ้นเขากันพรุ่งนี้เลย!” ด้วยเธอมีสถานที่ที่หมายตาไว้แล้ว

          ลุงหลี่พยักหน้า “หากเผาถ่านแล้ว  ครอบครัวเจ้าสมควรได้รับส่วนแบ่งที่มากกว่า พวกเราขอส่วนแบ่งน้อยกว่าครึ่งหนึ่งก็แล้วกัน!”

          ป้าจางรีบเอ่ยขึ้น”ถูกต้อง ถูกต้อง! ฟางโจวเจ้าเป็นผู้แนะนำอาเจี่ยนมา  จงทำตามที่ท่านลุงบอกเถิด!”

          เหลียนฟางโจวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ป้าจางเบาใจเถิดข้าไม่มีทางพูดเล่นเป็นแน่! เมื่อถึงเวลาพวกเรามาแบ่งให้เท่าๆกันเถิด งานนี้เป็นงานที่ใช้แรงกายหนักมาก  ยังกลัวอยู่เลยว่าอาจต้องให้ลุงหลี่และพี่ซานเหอ ไปหาคนมาเพิ่มอีก!”

          “พวกเขาได้ส่วนแบ่งเท่านี้ก็นับว่าพอแล้ว!” เมื่อป้าจางพูดจบ กลับถูกปฏิเสธ เหลียนฟางโจวยืนกรานไม่ยินยอมตามที่ลุงหลี่เสนอมา ในที่สุดครอบครัวป้าจางจำต้องตกลงตามใจหญิงสาว

          จ้าวซื่อเห็นด้วยกับเหลียนฟางโจว  พลางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเงียบๆ  นางเดินไปส่งเหลียนฟางโจวที่ประตูด้วยรอยยิ้ม  พยายามที่จะเลียนแบบเด็กสาวให้มากขึ้น

          เห็ดที่เก็บมาจะขายได้เงินเท่าใดจ้าวซื่อไม่รู้  ทว่านางรู้ว่าถ่านไม้จะทำรายได้งามให้แก่นางอย่างแน่นอน!

          วันรุ่งขึ้น สมาชิกของทั้งสองครอบครัวพากันขึ้นเขา ป้าจาง สามี หลี่ซานเหอและภรรยามาด้วยกัน  ส่วนอีกบ้านมีเหลียนฟางโจว เหลียนเจ๋อและอาเจี่ยน รวมทั้งหมด7ชีวิต ไม่เพียงพกขวานด้ามเล็กๆ  ยังขนเอาจอบ พลั่ว และปุ้งกี๋เดินขึ้นเขาไปด้วยกัน

          เหลียนฟางโจวและอาเจี่ยน ลุงหลี่และหลี่ซานเหอทั้งสี่คน ต่างช่วยกันขุดหลุมเพื่อทำเป็นเตาเผา ป้าจาง จ้าวซื่อและเหลียนเจ๋อ มีหน้าที่สับไม้ให้เป็นท่อนฟืน

          อาเจี่ยนแนะนำอย่างรวบรัดว่าไม้ชนิดใดที่เลือกเอามาสับเป็นฟืน  เวลาพูดสายตาก็แอบเหลือบมองเหลียนฟางโจวเงียบๆ  พวกเขามักแอบลอบส่งสายตากันอย่างลับๆ  อาเจี่ยนอธิบายได้อย่างถูกต้อง โดยไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆเลย  ครั้นแล้วจึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนทั้งสามได้แก่เหลียนเจ๋อ ป้าจาง และจ้าวซื่อจัดการต่อ

          ในการเผาท่อนไม้ให้กลายเป็นถ่าน คุณภาพของถ่านย่อมขึ้นอยู่กับวิธีการเผาด้วย  และหากไม่นับเรื่องคุณภาพของเตาเผาถ่านแล้ว  เทคนิคการเผา รวมทั้งชนิดของไม้ย่อมมีผลต่อคุณภาพถ่านเหมือนกัน

          ไม้ที่นำมาเผาเป็นถ่าน  ควรต้องเลือกไม้เนื้อแข็งแน่นหนา เช่นไม้จากต้นลี่(ต้นโอ๊ค) ต้นยิงเต๋า(เชอรี่ป่า) ต้นหลี(ต้นแพร์ป่า) ทั้งยังต้องเลือกกิ่งก้านที่หนามีลักษณะเป็นรูปทรงก้นถ้วยชา  จึงจะนับว่าเหมาะสม

          หากเผาถ่านจากไม้ที่หนาและมีรูพรุนเล็กๆ  ถ่านที่ได้มักจะปะทุง่าย เกิดขี้เถ้าละเอียดปลิวฟุ้งได้ง่าย  เวลานำมาใช้งานจะมอดเร็วใช้เวลาไม่นาน เพียงแค่ครึ่งหนึ่งของถ่านไม้เนื้อแข็ง  และบางครั้งอาจใช้เวลาน้อยกว่าไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ!          ถ่านซึ่งเผาได้จากไม้พวกนี้ ไม่เพียงให้ความร้อนได้ยาวนานแล้ว ยังไม่มีการปะทุ ให้ขี้เถ้าน้อยมาก ซ้ำขี้เถ้ายังมีน้ำหนักไม่เบามากจึงไม่ปลิวฟุ้งไปทั่ว

          ขณะที่อาเจี่ยนทำการอธิบายให้เห็นภาพ  เหลียนฟางโจวจะคอยเตือนความจำชายหนุ่มอยู่เงียบๆเป็นครั้งคราว  ในที่สุดทั้งสี่คนใช้เวลาทั้งวันขุดหลุมเผาถ่านง่ายๆจนเสร็จ รวมทั้งทำปล่องไฟเพื่อระบายควันด้วย

          หลุมเตาผามีทั้งระดับชั้นที่สูงและต่ำ บนสุดจะเป็นบริเวณที่วางไม้ที่จะเผาเป็นถ่าน ชั้นรองลงมาคือบริเวณที่เอาไว้จุดไฟ  เปลวไฟจะลามเลียเผาไหม้ทั้งชั้นบนและล่างอย่างเป็นสัดเป็นส่วน  ซ้ำจะต้องทำการปิดหลุมเตาเผาด้วย ปิดให้แน่นหนาจนกระทั่งอากาศแม้เพียงนิดก็เล็ดรอดผ่านเข้ามาไม่ได้  จากนั้นจึงทำการเผาเป็เวลา3 วัน พอถึงวันที่4ค่อยขุดออกมา  จะได้ถ่านไม้ที่ถูกเผาเรียบร้อยแล้ว

          ตัวเหลียนเจ๋อนั้นไม่ถึงเหน็ดเหนื่อยเท่าใดนัก  หากพวกป้าจางไม่หยุดพัก  เขาก็ตั้งใจว่าจะไม่หยุดพักด้วย          ไม้เนื้อแข็งนั้นสับได้ยาก  ตลอดทั้งวัน ป้าจาง  จ้าวซื่อและเหลียนเจ๋อหาได้สับไม้มากมายอะไรนัก  ป้าจางเป็นห่วงเหลียนเจ๋อที่ยังไม่โตพอ  จึงมักอยากให้เขาหยุดพักเป็นครั้งคราว จ้าวซื่อคืนก่อนหน้าเป็นคนไปรบเร้าพ่อแม่สามี  พอถึงเวลาเข้าจริง กลับไม่มีความคิดอ่านช่วยเหลือเท่าใดนัก

          เมื่อเห็นพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว คนทั้งหมดจึงเลิกงานกลับบ้าน

          ลุงหลี่และหลี่ซานเหอทั้งสองเชื่อถืออาเจี่ยนอย่างหมดใจ  เพราะหลุมเตาเผาที่ขุดขึ้นมานี้ก็คล้ายกับที่พวกเขาเคยเห็นคนอื่นทำมา

          อย่างไรก็ตาม สิ่งใดที่พวกเขาไม่เคยเห็นล้วนถูกต้องทั้งนั้น

          วันถัดมาคนทั้งเจ็ดขึ้นเขาเพื่อไปตัดไม้มาเผาถ่าน ครานี้มีแรงงานตัดไม้เพิ่มขึ้นแล้ว ซ้ำยังเป็นชายฉกรรจ์ที่สู้งานหนักอีกด้วย  เป็นธรรมดาที่วันนี้จะแตกต่างจากเมื่อวานไปมากทีเดียว

          ป้าจางและลุงหลี่อย่างที่รู้กัน  จะคอยขอร้องให้เหลียนฟางโจวและน้องชายพักเป็นระยะๆ

          นี่คืองานที่ต้องใช้ความมุมานะพยายาม ไม่อาจทิ้งไปกลางครันได้  จริงๆแล้วเหลียนฟางโจวได้หยุดพักหลายครั้ง  ส่วนเหลียนเจ๋อไม่ยอมพัก  ความเร็วในทำงานจึงเชื่องช้าลงไปตามลำดับ

          ส่วนจ้าวซื่อเองหาได้แสดงความไม่พึงพอใจไม่  เป็นเพราะอาเจี่ยนทำงานได้รวดเร็วกว่าลุงหลี่ผู้พ่อและหลี่ซานเหอผู้ลูกทั้งสองรวมกันนั่นเอง  อาจพูดได้ว่าทำได้เร็วกว่าคนสกุลลี่ทั้งสี่คนรวมกันเสียอีก พวกเขาต่างตะลึงอึ้งงัน ซ้ำยังรู้สึกชื่นชมจากใจจริง

          ยิ่งมีเสียงชื่นชมอาเจี่ยนมากเท่าใด  จ้าวซื่อให้นึกริษยายิ่งนัก  อดบ่นพึมพำเบาๆกับป้าจางไม่ได้ “ฟางโจวช่างโชคดีจริงๆ  หากอาเจี่ยนเป็นคนในครอบครัวเราคงจะดีนัก!”

          ป้าจางเมื่อได้ยินเช่นนั้น ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ปรายตามองลูกสะใภ้ หัวเราะเบาๆ “รีบเร่งมือเร็วเข้า เลิกคิดฟุ้งซ่านได้แล้ว!”

          จ้าวซื่อถอนหายใจ “ได้” นางรู้ว่าเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน จึงถอนหายใจออกมาอย่างมีอารมณ์

          ทันใดนั้น มีเสียงกระพือปีกดังขึ้น จ้าวซื่อสะดุ้งตกใจร้องออกมา ผู้คนพากันมองตาม เห็นไก่ฟ้าหางยาวตัวโต อยู่ตรงพุ่มไม้หนาทึบ มันอารามตกใจเมื่อได้ยินเสียงร้อง จึงรีบกระพือปีกอย่างแรงเพื่อจะบินหนีไปยังภูเขาทิศตรงข้าม

          “โอ..น่าเสียดาย! อยากจับได้จัง! “ จ้าวซื่อรู้สึกตัว เอ่ยขึ้นด้วยความเสียดาย มองไก่ฟ้าที่กำลังบินหนีไป

          อาเจี่ยนนิ่งคิดสักครู่  จึงหยิบก้อนหินบนพื้น  เขวี้ยงออกไปยังทิศทางของไก่ฟ้าด้วยความแม่นยังกับจับวาง

          เนื่องจากไก่ฟ้าตัวนี้เพิ่งบินขึ้นจากพื้น  นกยักษ์จึงยังบินได้ไม่เร็วนัก  อาเจี่ยนจึงปาเข้าเป้าอย่างจัง  ทุกคนได้ยินไก่ฟ้าร้องออกมาอย่างน่าสงสาร  ตีปีกพั่บๆหลายครั้ง แล้วทำตัวงอหัวปักตกลงมา

          จ้าวซื่อตื่นเต้นดีใจยิ่งนัก  ละทิ้งทุกอย่างในมือ แล้ววิ่งไปยังบริเวณที่ไก่ฟ้าตัวนั้นตกลงมา  ซึ่งอยู่แถวกองไม้ที่ตัดไว้แล้ว

          ลุงหลี่และคนอื่นยังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่ หันมามองอาเจี่ยนโดยพร้อมเพรียงกัน

          อาเจี่ยนยิ้มออกมาอย่างเก้อกระดาก

          “อาเจี่ยน เจ้าช่างฝีมือเยี่ยม เก่งกาจจริงๆ! แม้แต่บ้านนายพรานตระกูลซุน  เกรงว่ายังไม่มีวรยุทธ์เช่นเจ้าเลย!” ลุงหลี่ยกนิ้วให้อาเจี่ยนอย่างทึ่งในความสามารถ

          หลี่ซานเหอเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ท่านพ่อพูดเช่นนี้ก็ไม่ถูกนา  ไม่ต้องไปพูดถึงบ้านนายพรานตระกูลซุนหรอก  ตัวข้าเองยังไม่เคยเห็นใครที่มีกำลังภายในกล้าแข็งอย่างอาเจี่ยนเลย!  อาเจี่ยน..เมื่อก่อนบ้านเจ้าทำอาชีพนายพรานรึ?”

          “คงทำให้พวกท่านต้องหัวเราะเยาะแล้ว!” อาเจี่ยนยิ้มบางๆ ทำเป็นละเลยคำถามของหลี่ซานเหอ

          เป็นเพราะเขาสูญเสียความทรงจำ  จะเอาอะไรไปเล่าให้ใครฟังได้เล่า?  ดีไม่ดีอาจทำให้คนมองว่าเขาเป็นพวกหลอกลวงไปเสียอีก!

          ลุงหลี่และหลี่ซานเหอเป็นคนมีไหวพริบ เห็นชายหนุ่มไม่เต็มใจจะเล่าออกมา  ก็ไม่อาจไปบังคับให้บอกความจริงได้  จึงเพียงแต่ยิ้ม  แล้วเปลี่ยนเรื่องคุย  คุยเพียงว่าหากได้ไปล่าสัตว์ด้วยกัน จะตื่นเต้นสักเพียงไหน

          เหลียนเจ๋อครานี้สองตาที่มองอาเจี่ยน เป็นประกายไหวระริก อดถามขึ้นไม่ได้ “พี่ชายเจี่ยน  คราที่พวกเราไปเขาเซียนเติ้งซานด้วยกันก็พบไก่ฟ้า และสัตว์อื่นๆอีกมากมาย  ข้าไม่เห็นท่านจะจับสัตว์อันใดเลย?”

          อาเจี่ยนเหลือบมองเหลียนฟางโจว  จึงเห็นหญิงสาวมองเขาอยู่ก่อนแล้ว  ชายหนุ่มจึงกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ก็พวกท่านไม่บอกข้าเองนี่!”

          “นี่นะเหตุผล!” เหลียนฟางโจวไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี  จึงพูดอย่างติดตลกว่า “ว๊า..ช่างน่าเสียดายจริงๆ  พวกเราเลยเสียโอกาสงามๆไปมากมายเลยนะ!”

          ครานั้นทุกคนคิดถึงแต่เรื่องเก็บเห็ด ใครจะสนใจไก่ฟ้ากันเล่า? อาเจี่ยนผู้นี้ ช่างทำให้ผู้คนหัวใจสลายได้เก่งจริงๆ!

          ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ “มันก็ไม่มีอันใดน่าสนใจหรอก  ไก่ฟ้าพวกนี้มีมากมายนักบนเขาเซียนเติ้งซาน  หากไปล่าสักสองสามวันก็ได้มามากโขแล้ว ทั้งยังไม่ยากอีกด้วย!”

          “พี่เจี่ยนท่านช่างเป็นยอดฝีมือจริงๆ! หากข้ามีฝืมือเก่งกาจเช่นนั้นบ้างก็คงจะดีนะ!” เหลียนเจ๋ออิจฉานักยามที่พูดออกไป

          อาเจี่ยนเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “เรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรน่าทึ่งมากนักหรอก  เป็นเพราะข้าใช้เวลาฝึกฝนมาอย่างยาวนาน  หากเจ้าต้องการเรียนรู้  ให้ข้าสอนเจ้าได้นะ”

          “จริงๆรึ!” เหลียนเจ๋อตื่นเต้นดีใจมาก แววตาเปล่งประกายงดงามราวกับอัญมณี  เขาอดชำเลืองมองพี่สาวไม่ได้  ตัวเขาทั้งตื่นเต้นทั้งไม่แน่ใจ เอาแต่ถามซ้ำๆ “จริงๆรึ จริงๆรึ?”

          แต่ก่อนเขาอยากให้บ้านสกุลซุนสอนทักษะนี้ให้  ทว่ายังจำได้แม่นถึงสิ่งที่พี่สาวได้พูดออกมาคราวนั้น เพราะฉะนั้นเขาจึงรู้สึกดีใจ  คราที่เห็นความเก่งกาจของอาเจี่ยน  แม้ว่าในใจคิดอยากให้อาเจี่ยนสอน ทว่าจริงๆแล้วกลับไม่กล้าเปิดปากพูดออกมา

          วันนี้ได้เห็นความสามารถของอาเจี่ยนอีก ความปรารถนาลึกๆจึงถูกกระตุ้นขึ้นมา  อดพูดความในใจออกมาไม่ได้  จากที่เมื่อก่อนเคยนึกแต่อิจฉาเงียบๆ

          ไม่คิดว่าพี่ชายเจี่ยนจะไม่คิดมาก  ซ้ำยังยอมสอนให้ง่ายๆอีกด้วย

            “แน่นอน” อาเจี่ยนคลี่ยิ้ม  เหลือบตามองเหลียนฟางโจว พลางเอ่ยขึ้น “หากพี่สาวเจ้าเห็นด้วยนะ”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top