ขนาดตัวอักษร

43.อาหญิงสามเล่นงานป้าใหญ่

 42 Views

        เหลียนฟางโจวแทนที่จะขัดขวางชายหนุ่ม กลับเอ่ยกับเขาว่า “ท่านประสงค์จะจากไปเพื่อปกป้องบ้านข้าให้พ้นมลทินหรือ?  ข้าเกรงว่าอาจเป็นการเสียเปล่า  ท่านจะกลัวอันใดเล่า ในเมื่อข้าเองยังไม่กลัวเลย ท่านก็จงอยู่อย่างสง่าผ่าเผยที่บ้านข้าต่อไปเถิด  หากท่านจากไปตอนนี้  ก็ย่อมหมดโอกาสพิสูจน์ตัวเอง  ทว่าหากท่านยังอยู่เพื่อสู้ความจริง เมื่อเวลาผ่านไปความจริงย่อมปรากฏออกมา”

          ไฉนเธอจะไม่รู้  รูปร่างหน้าตาอาเจี่ยนบอกทุกอย่างอยู่ทนโท่อยู่แล้ว  เพราะผู้ใดก็ตามที่ได้พบเห็นชายหนุ่ม  ย่อมรู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นคนจริงใจและรักศักดิ์ศรีแค่ไหน  แม้แต่บ้านป้าจางเองก็ไม่เคยออกมากล่าววิพากษณ์วิจารณ์อาเจี่ยนในทางเสียหายเลย

          เหลียนฟางโจวไม่เพียงเต็มใจให้อาเจี่ยนอยู่ต่อ  ทั้งยังไม่ยอมให้เหลียนเจ๋อไปมีเรื่องมีราวกับป้าใหญ่ด้วย  ทว่าหากเปลี่ยนคู่ต่อสู้มาเป็นอาหญิงสาม  เธอย่อมไม่ขัดข้อง

          ตัวอาหญิงสามเองนั้น  นางรอโอกาสปะทะคารมกับเฉียวซื่อมานานแล้ว  นางปรบมือชอบใจยามเมื่อรู้เรื่องจากเหลียนฟางโจว  “ฟางโจว..ปล่อยเป็นหน้าที่ข้าเอง! คนอย่างนางแพศยาจิตใจชั่วร้ายเช่นนั้น  ย่อมไม่เคยเห็นใครดีในสายตานางเลย!” พูดจบก็ตรงดิ่งไปบ้านเหลียนลี่ทันที

          อาหญิงสามเมื่อไปถึงประตูรั้วบ้านเหลียนลี่พี่ชายตนเอง  นางก็ทำทีทรุดนั่งลงแสดงกิริยาร้องให้คร่ำครวญตีอกชกหัวอย่างหนักหน่วง  ต่อว่าพี่ชายและพี่สะใภ้ที่ใจดำ  เห็นน้องสาวประสบความทุกข์ยากถึงขนาดหนีร้อนมาเพิ่งเย็นก็ยังทำเพิกเฉย  ดีที่ได้หลานชายหลานสาวยื่นมือเข้าช่วยเหลือให้ที่พักพิง  จนนางคลายความทุกข์ยากลงไปได้หลายส่วน  ส่วนพี่ชายและพี่สะใภ้นอกจะไม่ดูดำดูดีแล้ว หนำซ้ำยังเที่ยวปล่อยข่าวลือเพื่อทำลายชื่อเสียงของหลานๆในไส้เสียอีก ไฉนถึงได้มีจิตใจต่ำทรามเช่นนี้  ทำได้แม้กระทั่งญาติสายเลือดเดียวกันลงคอ…

          ดั้งเดิมอาหญิงสามเป็นคนฝีปากกล้า และเจ้าคิดเจ้าแค้นอยู่แล้ว  มิเช่นนั้นคงไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับแม่สามีและพี่สะใภ้ทางบ้านฝั่งสามีหรอก และก่อนจะมาที่นี่  อาหญิงสามยังได้รับคำแนะนำบางประการจากเหลียนฟางโจวเพื่อเอาไปต่อกรกับเฉียวซื่ออีกด้วย

        อาหญิงสามที่ผ่านมาเหมือนคนที่ถูกทอดทิ้ง  ซ้ำยังมีความชิงชังเฉียวซื่ออย่างฝังลึก จึงเต็มใจสร้างฉากเรียกน้ำตาท่วมจอโดยแทบไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆเลย?

          อาหญิงสามแผดเสียงร้องตะโกนสาบแช่งเฉียวซื่อไม่หยุด  มิวายเฉียวซื่อพยายามแก้ต่างใดๆ  ผู้คนที่มาเฝ้าดูเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างเมามัน เมื่อได้ฟังเสียงพร่ำบ่นคร่ำครวญทั้งน้ำตา ย่อมอดรู้สึกเห็นอกเห็นใจอาหญิงสามมิได้  ชาวบ้านต่างซุบซิบนินทา และเหลือบมองสีหน้าเฉียวซื่อไปด้วย

          เฉียวซื่อและเหลียนลี่เมื่อเห็น ความฉุนเฉียว ความเคียดแค้น ความโกรธเกรี้ยวของน้องสาวเช่นนี้  ใจนึกอยากลากตัวอาหญิงสามเข้าบ้านไปเจรจาต้าอ่วยเป็นที่สุด

          เหลียนลี่ แม้ว่าจะเป็นพี่ชายคนโต  ทว่าชายหญิงที่อายุเกิน7 ปีแล้วย่อมมีความแตกต่างกัน ถ้าไม่ใช่สามีภรรยา ย่อมไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวกัน  พี่ชายคนโตก็ถือเป็นผู้ชายคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าแถบบ้านนอกอาจไม่เคร่งธรรมเนียมอย่างลึกซึ้งนัก  ทว่าธรรมเนียมในหลักใหญ่ ย่อมไม่อาจให้ผิดพลาดได้  เพราะอยู่ภายใต้สายตาของชาวบ้านที่มุงดูอยู่  ทำให้เขาไม่สะดวกจะไปลากอาหญิงสามเข้ามาเจรจาในบ้านนัก….

          หรือต่อให้คำนึงถึงหลักคุณธรรมฟ้าดิน  หรือไม่คำนึงถึงหลักดังกล่าว  เขาสามารถยืนยันนั่งยันได้เลยว่า  ตราบใดที่เขากล้ายื่นมือออกมาลากตัวนางออกไป  น้องสาวคงจะฉวยโอกาสนี้กู่ร้องโหยหวนด่าคำแสบสันต์ออกมายิ่งกว่าเดิมเป็นแน่

          เมื่อไม่มีหนทางอื่น  เฉียวซื่อจึงเป็นผู้เดียวที่เดินตรงแน่วมาเพื่อลากอาหญิงสามออกไป  และนางหวังไว้ว่า  หากน้องสามีขัดขืน  นางจะลงมือเล่นงานทันที

          ทว่าอาหญิงสามคาดการไว้อยู่แล้ว  คราที่เฉียวซื่อดึงนาง นางจึงทำเพียงหลบหลีก  ไม่สู้กลับ และไม่ยอมให้มือของเฉียวซื่อเข้ามาทำร้ายนางได้

          เฉียวซื่อทั้งโมโหทั้งร้อนใจ  นางบีบแขนอาหญิงสามแน่น  ตะโกนก้อง “ให้ข้าบอกอะไรไหม อาหญิงสาม ไอ้ที่เจ้าพล่ามออกมาน่ะ!  กำลังสร้างความเดือดร้อนไปทั่วนะ! อา เจ้ามันทำตัวน่าอดสูนัก  อย่าได้บอกนะ ว่ามาพูดเพื่อเห็นแก่หน้าเรา  แล้วตัวเจ้ามีศักดิ์ศรีแค่ไหนกัน ห้ะ อาหญิงสาม!”

          “โอ้ย!..โอ้ย!” อาหญิงสามส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ดิ้นพลาดๆพลางร้องตะโกน “ปล่อยข้า ปล่อยข้านะ!  เจ้าจะบีบคอข้าให้ตายรึไร  ข้าเจ็บนะ! “

           “ข้าบีบคอเจ้าตรงไหนรึ?” เฉียวซื่อได้ยินอาหญิงสามตะโกนเสียงแหบแห้งว่าถูกทำร้ายอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งไม่เป็นความจริง  โทสะพลันพลุ่งพล่านกำลังจะเถียงกลับ พลันได้ยินอาหญิงสามเอ่ยว่า “แค่ประชดเล่นน่ะ!” จากนั้นอาหญิงสามก็ฉีกแขนเสื้อตนเอง!

          เฉียวซื่อตะลึงค้างกลางคัน

          อาหญิงสามรีบดิ้นจนหลุดออกมาจากเงื้อมมือเฉียวซื่อ “พี่สะใภ้! ท่านมีแต่จิตใจมุ่งร้ายต่อผู้อื่น!  อย่าคิดนะว่าลูกชายท่านจะสอบผ่าน  ท่านมันทะนงตัวเกินไปแล้ว! ข้าขอบอกท่านตรงนี้ไว้  ท่านทำตัวไม่ดีกับน้องสาวสามีเช่นนี้  ซ้ำความคิดก็ยังเลวทรามต่ำช้าอีก ใครๆย่อมต้องพูดกันว่าบุตรชายที่มาจากครอบครัวแบบนี้  ยังจะมีความประพฤติดีๆหลงเหลืออยู่หรือ?  ซ้ำยังไม่มีความเหมาะสมไปสอบเข้ารับราชการอีกด้วย  เชื่อเถิด..บุตรชายท่านไม่อาจพูดแก้ตัวใดๆได้เลย!  และจะไม่กล้าสู้หน้าคนเป็นอันมากด้วย  ขนาดท่านยังกล้าซ่อนมืออำมหิตไว้แอบบิดเนื้อข้า ฉีกเสื้อผ้าข้า  คงไม่มีใครเชื่อหรอกว่าท่านจะไม่กล้าสังหารข้า!  ข้าจึงคิดจะไปหาอาจารย์ที่สถานศึกษาในเมืองที่บุตรชายท่านเรียน  จะบอกให้พวกเขาไล่ลูกชายท่านออก”

          ในใจอาหญิงสามยิ้มเยาะ หากนางไม่ได้เตรียมตัวมาอย่างดี นางจะกล้ามาเยือนถึงถิ่นหรือไร?   วันนี้เฉียวซื่อไม่ได้เป็นผู้เริ่มก่อน ตราบใดที่นางกล้าเริ่ม อาหญิงสามจะฉีกทึ้งเสื้อผ้าอาภรณ์ตนเองไปพร้อมกับการเปิดศึกครั้งใหญ่แน่นอน!

          ชาวบ้านที่มามุงดูกันด้วยความสนุก  อดตื่นเต้นไปด้วยไม่ได้ เจ้ามาหาเรื่องข้า  ข้าก็มาหาเรื่องเจ้า จิตใจเฉียวซื่อโหดเหี้ยมเกินไป! ก่อนหน้านั้น ก็ไม่ยอมให้น้องสาวสามีเข้าบ้าน  ครานี้ก็มาฉีกอาภรณ์ของน้องสาวสามีแทบเป็นผ้าขี้ริว  ซ้ำยังบิดเนื้อนางอีก เหลือเกินจริงๆ..

          เห็นเช่นนั้นแล้วชาวบ้านจึงรีบพากันไปพยุงอาหญิงสาม ช่วยปลอบอกปลอบใจ จัดเสื้อผ้าและผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงของนางให้เข้ารูปเข้ารอย

          อาหญิงสามนึกถึงคำพูดของเหลียนฟางโจวขึ้นมาได้   นางรีบทำหน้าตาให้ดูหน้าสงสาร บีบน้ำตาเตรียมร่ำไห้  สีหน้ามีความซาบซึ้งฉายชัด จนใครเห็นก็อดน้ำตาซึมด้วยความเวทนาไม่ได้ ชวนให้ผู้คนถอนหายใจออกมา

          เฉียวซื่อยามนี้โทสะพุ่งสูงมากจริงๆ! นางถูกปฏิบัติอย่างลำเอียงเช่นนี้  แถมนางไม่ได้เห็นภาพเดิมๆ ที่อาหญิงสามชอบแสดงอาการโมโหโทโส อาจหาญอวดเบ่ง ชี้หน้านางด้วยความเกลียดชังพร้อมก่นด่าเสียงดังอีก “นังสุนัขจิ้งจอกใช้เล่ห์กระเท่ทำให้ตัวเองดูเป็นดาวเด่น! เมื่อครู่ก่อนนังสุนัขจิ้งจอกตัวนี้ ยามผู้คนเผลอ  พยายามปั้นหลักฐานเท็จ!  ข้าหาได้บิดเนื้อเจ้าไม่  หาได้พยายามจะทำลายอาภรณ์ของเจ้าไม่  นังหญิงแก่วันนี้เจ้ามาแปลกจริงๆ!”

          อาหญิงสามปิดหน้าร้องไห้คร่ำครวญโดยพลัน “เจ้าฉีกแขนเสื้อข้า ซ้ำยังบิดเนื้อขา จิตใจอำมหิตยิ่งนัก พรุ่งนี้ข้าจะไป สถานศึกษาในเมือง ไปถามเอากับอาจารย์ทั้งหลาย  ว่าครอบครัวเช่นนี้ที่ให้กำเนิดบุตรชายเช่นนี้ ยังสามารถให้สอบเข้ารับราชการได้หรือ?  ดังที่ข้ากล่าวมา  หากผู้นำไม่มีคุณธรรมแล้วไซร้  ผู้คนก็ไม่อาจหวังความชอบธรรมได้ หากจะต้องสอบให้ได้จริงๆ  ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้า  ข้าจะไม่ยอมให้คนในหมู่บ้านนี้ถูกกลั่นแกล้งรังแกจนตายโดยครอบครัวเฉกเช่นท่านหรอก!”

          ชาวบ้านทั้งหลายเมื่อได้ฟัง สีหน้าพลันเปลี่ยน อดถกเถียงกันอย่างอื้ออึงมิได้  พากันพูดถึงเฉียวซื่อว่าไม่น่าทำเลย

          ที่ผ่านมาผู้คนพากันพูดถึงบุตรชายนางที่กำลังศึกษาอยู่ในเมือง  ว่ามีผลการเรียนดี  มีความเป็นสุภาพบุรุษ เฉียวซื่อมักได้รับคำยกย่องสรรเสริญบ่อยๆจนน่าอิจฉา  พอมาฟังในวันนี้แล้วช่างน่าเสียดายนัก?  ยิ่งไปกว่านั้นบุตรชายนางนั้นเป็นนักเรียนทุน และในภายภาคหน้าอาจได้เข้ารับราชการก็เป็นได้  เมื่อมีบิดามารดาที่คอยแต่รังแกกลั่นแกล้งผู้คน  แล้วลูกเล่าจะเป็นเยี่ยงไร!

          เหลียนลี่สามีเมื่อได้ยินแล้วค่อนข้างกังวลใจ  เดินมาข้างหน้าเพื่อกล่าวร้ายอาหญิงสาม เอ่ยขึ้น “เจ้าอย่าได้มาพูดจาไร้สาระที่นี่!  ฮึ่ม เจ้าคิดว่าสถานศึกษาในเมือง เป็นที่ที่เจ้าอยากจะไปก็ไปได้งั้นรึ? คุณชายนั่นเขาดูที่ผลลัพธ์  เจ้าเกี่ยวข้องอันใดกับคนในนั้นไม่ทราบ ฮึ่ม เจ้ามีความสามารถอันใดกล้าไปลองดีกับพวกเขา!”

          “ดี!” อาหญิงสามแผดเสียงก้อง “นี่เป็นเพราะท่านพูดเองนะ!  ข้าจะไปพรุ่งนี้ ไปแน่นอน  เจ้ารอล้างคอดูได้เลย!  ข้าไม่เชื่อว่าข้าจะไม่สามารถเข้าไปในสถานที่แห่งนั้นได้ หรือไม่อาจถามคุณชายในนั้นได้!”

          อาหญิงสามถึงเป็นคนใจกล้า สถานศึกษาในเมืองนั้นเป็นสถานที่เช่นใด? เป็นได้หรือที่นางจะกล้าเสียมรรยาทในที่นั้น?

          ทว่าเหลียนฟางโจวบอกกับนางว่าสำหรับเรื่องนี้ไม่เป็นปัญหา  นางเพียงแต่พกความกล้าไปพูดก็พอแล้ว

          แต่เดิมเหลียนลี่แค่ต้องการขู่ให้อาหญิงสามกลัว  เขาคิดว่าจะพูดไปเช่นนั้น  แล้วนางจะได้เกรงกลัว ทว่าใครจะรู้เล่าว่าพอพูดออกไป  อาหญิงสามก็พร้อมจะยอมแลก  ตัดสินใจเอาจริงขึ้นมา นั่นทำให้เหลียนลี่เริ่มวิตก

          โดยเฉพาะนางมีเหลียนฟางโจวคนปัจจุบันเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง  นางเชื่อว่าเหลียนฟางโจวผู้นี้เป็นคนจริง ไม่กลัวการเผชิญปัญหาแน่นอน

          เขารู้สำนึกเสียใจขึ้นมาว่า หากรู้แต่เนิ่นๆ ไยจะพูดแต่คำที่โหดร้ายและรุนแรงกับอาหญิงสามไปเล่า?

          หากอาหญิงสามไปป่วนสถานศึกษานั้นขึ้นมา ยังไม่ต้องพูดถึงว่าใครผิดใครถูกหรอก คนที่จะต้องได้รับผลกระทบคนแรกคงเป็นลูกชายเขาเองอย่างหนีไม่พ้น!  หากปล่อยเรื่องนี้ให้ภรรยาจัดการ แล้วถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมา?

          ภรรยาเขาคงไม่ได้บิดเนื้ออาหญิงสามแล้วเกิดถกเถียงกันเป็นแน่  ทว่าแขนเสื้ออาหญิงสามเป็นนางที่ฉีกทึ้งจริงๆรึ! ภายใต้สายตาของชาวบ้านที่จับจ้องอยู่  เหลียนลี่ไม่อาจเข้าไปช่วยได้!

          หากอาหญิงสามพร้อมจะยอมแลก อนาคตของบุตรชายเขาคงยากที่จะคาดเดาได้!

          ยามนี้เหลียนลี่เริ่มรู้สึกเกลียดเฉียวซื่อจริงๆเข้าแล้ว ครานี้ไม่รู้ว่าควรทำอันใดก่อนดี

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top