ขนาดตัวอักษร

39.จ้าวซื่อผู้น่ารำคาญ

 42 Views

    เหลียนฟางโจวส่งยิ้ม มองป้าจางและลุงหลี่

          ป้าจางเห็นลูกสะใภ้ออกอาการไฟแรงเช่นนี้  ย่อมรู้ว่าให้เกลี่ยกล่อมนางอย่างไร นางคงไม่สนใจฟัง  ครั้นแล้วจึงเอ่ยกับเหลียนฟางโจว “หากว่าไม่เป็นการรบกวนเจ้า…”

          “ที่ไหนจะมีสิ่งใดรบกวนเล่า? ข้าตั้งตารอคอยไปกับพี่จ้าวด้วยกัน!” เหลียนฟางโจวไม่คอยให้ป้าจางพูดจบ จึงพูดตัดบทด้วยรอยยิ้ม

          จากนั้นจึงเอ่ยต่อ “ทว่า เขาเซียนเติ้งซาน พวกท่านคงรู้ว่าไม่ใช่ภูเขาป่าทึบธรรมดาทั่วไป ที่จริงแล้วข้าและน้องรองไม่กล้าเดินเข้าไปในภูเขาลึก มีหลายที่ที่เราไม่กล้าเข้าไป พี่จ้าวเมื่อไปถึงที่นั่น ต้องเดินตามเส้นทางที่ข้ากำหนดไว้อย่างระมัดระวังด้วย…”

          จ้าวซื่อคนนี้ไม่ได้เป็นคนร้ายกาจจริงๆ ทว่ามีความโลภมากเกินไปหน่อย เหลียนฟางโจวกลัวว่าเมื่อไปถึง นางจะทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต เที่ยววิ่งไปเก็บเห็ดทั่วทุกที่ไปหมด หากเกิดเรื่องขึ้นมา ต่อให้นางเป็นเด็กหนุ่มอยากรู้อยากเห็นสิ่งที่เพิ่งเจอครั้งแรกขึ้นมาจริงๆ ตามหลักแล้วย่อมไม่อาจตำหนินางได้

          ในภายภาคหน้า สมาชิกสองครอบคร้วอาจเข้าหน้ากันไม่ติด

          ควรพูดในแง่ร้ายเพื่อกันไว้ก่อนดีกว่า

          “ที่พูดมานี่ ดูไม่ง่ายเลย!” ป้าจางรีบพยักหน้าเห็นด้วย บอกลูกสะใภ้ว่า “ฟางโจวไปที่นั่นกับเจ้า เมื่อไปที่นั่นแล้วมีหลายอย่างที่เจ้าต้องพยายามเรียนรู้ให้คุ้นเคยเข้าไว้  ซ้ำต้องเชื่อฟังนางให้ดี  อย่าเที่ยวเดินสะเปะสะปะไปทั่ว! มิเช่นนั้นอาจเกิดเหตุร้ายไม่คาดฝันขึ้นได้ หากปล่อยเจ้าเกิดเรื่องร้ายขึ้นมา ย่อมกระทบไปถึงผู้อื่นได้!”

           จ้าวซื่อพยักหน้าหนึ่งครั้ง  ที่จริงแล้วนางไม่เห็นด้วย นางโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ย่อมมีดุลยพินิจของตนเอง?

          จ้าวซื่อคิดว่าน่าจะเอาลี่จวนไปด้วย จึงแย้มยิ้มบอกป้าจาง “ท่านแม่ น่าจะดีนะ…ถ้าพาน้องสาวไปด้วยกับพวกเรา! นางและฟางโจวอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ฟางโจวจะได้มีเพื่อนคุย!”

          หลี่จวนก็อยากไปอยู่แล้ว ครั้นแล้วจึงหันมายิ้มให้เหลียนฟางโจว แล้วบอกป้าจาง

          ป้าจางฉุนจ้าวซื่อเล็กน้อย ที่ไม่ค่อยรู้กาละเทศะ ไม่อยากจะตอบตกลงเลย ครั้นเห็นลูกสาวนางอยากไป เลยต้องจำยอม!

          “ถ้าเห็นด้วยเช่นนั้น พรุ่งนี้ไม่จำเป็นต้องไปแต่เช้าตรู่นัก เพียงแต่กินมื้อเช้าให้เร็วขึ้นอีกหน่อยก็พอแล้ว หากไม่มีเรื่องอื่นแล้ว ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน!” เหลียนฟางโจวกล่าวจบก็จากไปทันที ในมือถือถุงเมล็ดดอกซี่หยุน กล่าวอำลาด้วยรอยยิ้ม

          ป้าจางและลุงลี่พร่ำเตือนให้ระวังตัว และประโยคอื่นๆอีกพอสมควร ทำให้เธอยิ้มออกมา

          “ข้าไปส่งเจ้าเอง!” จ้าวซื่อยิ้มประจบเอาใจเธอ

          นี่เป็นครั้งแรกที่เธอจ้าวซื่อเอาใจเธอเช่นนี้ เหลียนฟางโจวรีบเอ่ยปฏิเสธ “อย่าเลย” จ้าวซื่อที่ไหนจะเต็มใจฟังหรือ?  เหลียนฟางโจวจึงรีบดึงแขนออกอย่างรวดเร็ว

          เหลียนฟางโจวต้องรีบยิ้มกลบเลื่อน

          จ้าวซื่อมาส่งเธอที่ประตู พลันโพล่งขึ้น “อืม ใช่แล้ว เรื่องนี้ให้รู้ได้เฉพาะครอบครัวพวกเรานะ เจ้าอย่าได้แพร่งพรายให้ใครรู้เชียว! หากผู้คนรู้เข้า เราคงเก็บเห็ดได้น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย นึกว่าจะได้ที่พึ่ง กลับกลายเป็นหาปัญหาใส่ตัวไป!”

          ทันใดนั้นเหลียนฟางโจวพลันแจ้งแก่ใจว่า ให้แปดสิบในร้อยส่วน จ้าวซื่อนี่แหละจะเป็นผู้เปิดเผยกับชาวบ้านเอง

          อย่างไรก็ดี นางไม่มีความคิดจะบอกคนอื่นให้ไปด้วยอยู่แล้ว ครั้นแล้วจึงเอ่ยขึ้น “ไม่แน่นอน”

          จ้าวซื่อรู้สึกโล่งอกจึงส่งยิ้มอย่างพอใจ

          เมื่อเหลียนฟางโจวมาถึงบ้าน  สายตาอาหญิงสามจับจ้องมาที่ถุงในมือเธอ รีบถามขึ้น “นั่นอะไรน่ะ?”

          “เมล็ดดอกซี่หยุน เอาไว้ทำปุ๋ยพืชสด” หญิงสาวตอบเสียงเบา

          อาหญิงสามฟังแล้วไม่ได้สนใจในทันที ริมฝีปากเหยียดขึ้น ดูไม่ชอบใจนัก พึมพำเบาๆ “เชอะ หมูครึ่งจิน แลกกับ ของอย่างนี้…”

          เหลียนฟางโจวได้ยินไม่ถนัด ในเวลาเดียวกัน เธอหันไปเรียกเหลียนเช่อ เหลียนฟางฉิงให้รีบอาบน้ำเข้านอนเสีย

          เธอถามเรื่องบาดแผลของชายคนนั้นด้วย เขาตอบพลางแย้มยิ้ม “น่าจะดีขึ้นแล้ว เพราะเป็นแผลตื้นๆ” เหลียนฟางโจวเห็นสีหน้าของชายผู้นั้นดูเหมือนดีขึ้น ครั้นแล้วจึงค่อยคลายความระแวงลง  บอกให้เลียนเซ่อพาเขาไปนอนหลับพักผ่อน

          รุ่งเช้าวันใหม่ เหลียนฟางโจวและเหลียนเจ๋อ จ้าวซื่อและลี่จวน สี่คนพากันเดินทางไปเขาเซียนเติ้งซาน

          เมื่อไปถึงที่นั่น ตอนแรกจ้าวซื่อและลี่จวนหวาดกลัวเล็กน้อย  จากนั้นจึงค่อยๆคุ้นชิน

          ยามใดที่เหลียนฟางโจวพบเห็ดที่สามารถเก็บได้ เธอจะรีบบอกพวกเขาอย่างระมัดระวัง ชี้ว่าเห็ดประเภทไหนเป็นที่ต้องการ ประเภทไหนที่ไม่ต้องการ

          ทว่าการเก็บเห็ดกับการผ่าฟืนมันช่างแตกต่างกันนัก

          หากจะเก็บเห็ดต้องขึ้นเขาเท่านั้น เพราะมันเป็นของขวัญที่ธรรมชาติประทานให้ จะเก็บให้ได้มากต้องอาศัยโชคช่วยด้วย

          เดิมทีเหลียนฟางโจวและเหลียนเจ๋อสองคนพี่น้อง ค่อนข้างเก็บเห็ดได้สะดวกคล่องตัวมาก  จู่ๆก็มีคนเพิ่มมากกว่าสองคน  เหลียนฟางโจวจึงเดินมองหาเห็ดได้ไม่มาก นี่ไม่ใช่การแบ่งงานที่ดีเลย

          จ้าวซื่อค่อนข้างขี้งก เมื่ดเห็นว่ามีเห็ดมักอดรนทนไม่ได้ วิ่งถลาเข้าไปดูก่อนเสมอ “เห็ดตรงนี้ข้าจองนะ” สีหน้าถามเหลียนฟางโจว “สามารถเก็บได้หรือไม่?”

          เหลียนฟางโจวไม่ใช่คนใจแคบ  ทว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป เธอกลัวเพียงว่า ต่อไป..เธอและเหลียนเจ๋อคงไม่มีอันใดให้เก็บ

          หญิงสาวคิดเช่นนั้นแล้ว จึงบอกทุกคนด้วยรอยยิ้ม “พวกเราเดินไปพร้อมกันสี่คน ไม่ใคร่สะดวกนัก ประสิทธิภาพจะด้อยลง พี่จ้าวและอาจวนมากับข้าเถิด แล้วให้เหลียนเจ๋อไปดูที่อื่นบ้าง  ควรรีบให้เสร็จไวๆ ทุกคนจะได้ไม่กลับบ้านล่าช้า”

          เหลียนเจ๋อเป็นผู้ชาย แม้ว่ายังไม่โตเข้าวัยรุ่น แต่ตัวไม่เล็กแล้ว ทว่าความระแวงในเรื่องนี้ต้องเหลีกเลี่ยงไม่ให้ใครรู้

          เหลียนเจ๋ออยากจะออกจากกลุ่มไปเต็มทนแล้ว เขาไม่ชอบจ้าวซื่อเลยจริงๆ เมื่อก่อนชอบทำตัวเย็นชากับคนบ้านเขา พอมาวันนี้กลับกลายเป็นสนิทสนมกันมานานไปได้

          หลี่จวนคิดว่าพี่สะใภ้นางคงเสียหน้าเล็กน้อย เมื่อได้ยินที่เหลียนฟางโจวพูด

          จ้าวซื่อผู้เห็นแก่ตัวคิดว่าเหลียนฟางโจวจงใจพาพวกนางไปหาเห็ดในแหล่งแย่ๆ ทว่าปล่อยให้เหลียนเจ๋อมีโอกาสไปเก็บเห็ดที่มีราคาแพงกว่า

          “นี่..คงไม่ค่อยดีกระมัง จะให้เหลียนเจ๋อเก็บอยู่ผู้เดียวได้หรือ? โอว ฟางโจว เจ้าและอาจวนไปด้วยกัน ส่วนข้าจะไปกับน้องชายเจ้าเอง!” จ้าวซื่อยิ้มแย้มยามกล่าวจบ

          ใบหน้าเหลียนเจ๋อครานี้คงมืดครึ้มไปแล้ว เขาคงไม่ได้เข้าใจผิดใช่หรือไม่? อยู่ดีๆจ้าวซื่อก็อยากไปกับเขา?

          เหลียนฟางโจวอึ้งงัน ได้แต่คิดอย่างปลงๆว่าเป็นทางเดียวที่เป็นไปได้ เพราะไม่อาจปล่อยให้เหลียนเจ๋อไปกับลี่จวนตามลำพังได้?

          “ได้พี่จ้าว!” เหลียนฟางโจวพยักหน้า ครั้นแล้วจึงยิ้มบอกเหลียนเจ๋อ “น้องรอง เจ้าไปดูแลพี่จ้าวด้วย อย่าได้เดินไปไกลมากนัก แล้วรีบกลับมาให้ตรงเวลาด้วย!”

          เหลียนเจ๋ออดเหลือบมองเหลียนฟางโจวไม่ได้ คำพูดของพี่สาวเขาไม่อาจปฏิเสธ จำต้องยอมตกลงอย่างหดหู่ใจ

          “ดีมาก พวกเราไปกันเถิด!  รีบๆเดินไปเสียแต่เนิ่นๆเท่าที่ทำได้เถิด ทั้งยังต้องเก็บเห็ดไปด้วยนะ!” กล่าวจบจ้าวซื่อจึงยิ้มให้เด็กหนุ่ม

          “พี่ใหญ่ระวังตัวด้วย!” เหลียนเจ๋อเอ่ยขึ้น ก่อนเดินไปพร้อมกับจ้าวซื่อ

          “เราไปกันเถิด!” เหลียนฟางโจเอ่ยกับหลี่จวน

          “อืม” หลี่จวนผงกหัว พลางยิ้มให้ นางรู้สึกไม่ใคร่ดีเท่าไร พี่สะใภ้นางนี่จริงๆเลย ถ้อยคำกล่าวขอโทษควรมาจากปากพี่สะใภ้ ไม่ควรเป็นนาง!

          เหลียนฟางโจวแทนที่จะยิ้มตามปกติ กลับบีบมือลี่จวนเป็นนัยให้รู้ว่า เธอไม่ถือสาหาความ

          ทั้งสองต่างยิ้มให้กัน พลันบังเกิดความรู้สึกสนิทสนมกันมากขึ้น

          เพื่อให้มาให้ทันเวลานัดหมาย เหลียนฟางโจวและลี่จวนรีบกลับออกมาก่อน คอยอยู่ไม่นานมากนัก จ้าวซื่อและเหลียนเจ๋อก็ออกมา

          “อ้าว ตอนนี้กลับกันได้แล้วใช่หรือไม่? ข้ามองว่าวันนี้เรากลับเร็วเกินคาดนะ!” จ้าวซื่อหัวเราะเบิกบาน

          เหลียนฟางโจวเอ่ยชมเชย “พี่จ้าวช่างเข้าใจได้ดีนัก ดวงอาทิตย์แถบภูเขาตกเร็วยิ่งนัก หากไม่อยากไปเจอสัตว์ล่าเนื้อซึ่งอาจออกมาหากินโดยไม่คาดฝัน ควรรีบกลับให้ไว!”

          “หนทางตอนขากลับ ค่อนข้างไกลด้วยนะ!”ห ลี่จวนรีบเสริม

          จ้าวซื่อเห็นน้องสาวสามีกล่าวเช่นนั้น จึงไม่พูดอันใดออกมา พลางมองกระสอบของหลี่จวนและเหลียนฟางโจว พลันหัวเราะเบาๆ เอ่ยออกมาโดยไม่ระวังปาก “อาจวนช่างไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง เลยเก็บเห็ดมาเพียงเล็กน้อย พอเทียบกับของฟางโจวแล้ว ช่างน้อยนิดจริงๆ!”

 

          ความหมายที่นางสื่อชัดแจ้งนัก  คล้ายกับว่าเหลียนฟางโจว ไม่ดูแลอาจวนให้ดี คอยกันท่าไม่ให้อาจวนเก็บเห็ดได้เยอ

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top