ขนาดตัวอักษร

30.ป้าใหญ่ตบตีอาหญิงสาม

 36 Views

        “โอ๊ย!” เฉียวซื่อไม่คาดคิดว่าจะถูกเสี่ยวม่านทุบเข้าที่ท้องน้อย รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา จนหงายหลังลงไปไม่รู้ตัว

          โชคดีที่เหลียนลี่ยืนอยู่ด้านหลังนาง  ช่วยพยุงนางไม่ให้สะดุดล้มลง

          บางคนในฝูงชนรอบๆเริ่มหัวเราะคิกคัก

         เฉียวซื่อเรื่องอันใดจะยอมแพ้? ความคลั่งแค้นพุ่งปรี๊ด  ผลักสามีให้หลีกทาง  กรีดร้องเสียงดัง “เจ้ากล้าตีข้ารึ? กล้าดีอันใดมาทำตัวเกะกะระรานที่หน้าบ้านข้า!” ผลักเหลียนเสี่ยวม่านล้มลง

          ป้าและอาหญิงสองคนเริ่มเข้าตะลุมบอนกัน  ทั้งสองฝ่ายต่างตบตีและตะโกนสาปแช่งซึ่งกันและกัน

          คนทั้งคู่ตบตีกันรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ  ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกตะลึงตาค้างไปตามๆกัน  รอสักครู่จึงรีบกรูไปห้ามคนทั้งสอง

          คนหนึ่งก็ทึ้งผมฝ่ายตรงข้าม  อีกคนก็ดึงสาบคอเสื้อ  ผู้คนรีบไปดึงทั้งสองฝ่ายให้แยกจากกันอย่างวุ่นวายโกลาหล

          หญิงวัยดึกสองคนต่างจ้องมองฝ่ายตรงข้ามด้วยดวงตาแดงกล่ำอาฆาตมาดร้าย เปล่งเสียงตะโกนด่าทอกันไม่หยุด  เสื้อผ้าหลุดลุ่ย  ผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าตาดุร้ายเหมือนสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บ

          เหลียนฟางโจวเหลือบมองคนทั้งสอง  เกือบจะหลุดยิ้มออกมาพลางโพล่งเสียงดัง

“หมาบ้า!”  คำสองพยางค์ง่ายๆ  แต่ทำให้เห็นภาพชัดเจนนัก เหมาะกับสภาพคนตรงหน้าจริงๆ

          ฝ่ายเหลียนเสี่ยวม่านที่ทั้งกรีดร้องและร้องไห้คร่ำครวญถึงบิดามารดาบนสวรรค์  เฉียวซื่อที่ยังคงแช่งชักไม่หยุด  ต่างรู้สึกตัวขึ้นมาทันใด!

          “ข้ายังไม่ได้พูดอันใดเลย  เจ้าพูดคำนี้ออกมาหรือเปล่า? ดูสิ พวกนางดูเหมือนหยุดส่งเสียงแสบแก้วหูกันแล้ว!” ไม่รู้ว่าใครในกลุ่มคนตะโกนออกมา

          “จริงด้วย!” ผู้คนต่างขานรับพร้อมๆกัน

          รอยย่นลึกตรงหัวคิ้วของเหลียนลี่จางลง  ค่อนข้างไม่พอใจ  กวาดตามองไปยังทิศทางที่คำพูดนั้นส่งออกมา

          ต่อให้ปีศาจมาเอาชีวิต  เด็กสาวก็ไม่ตั้งใจทิ้งเหลียนเสี่ยวม่านที่ไม่มีทางไปอย่างแน่นอน

          เพราะว่าหลังจากสามีของเหลียนเสี่ยวม่านถึงแก่กรรม  นางไม่ได้เพิ่งกลับมาบ้านเกิดเป็นครั้งแรก  เมื่อนางกลับมาแต่ละครั้งก็ไม่เต็มใจจะกลับไปเลย  เพียงไม่นานในวันนี้นางก็กลับมาอีก  ตั้งใจกลับมาตายรังที่บ้านเกิด  ถ้าให้เดาคร่าวๆ  นางคงเดือดเนื้อร้อนใจกับเรื่องทะเลาะเบาะแว้งที่เกิดขึ้นที่บ้านสามี  และเรื่องร้ายอื่นๆยังคงดาหน้าเข้ามาหานางไม่หยุด  นางจึงไม่อยากกลับไป!

          ส่วนเหลียนลี่เองนั้นคงไม่เต็มใจให้น้องสาวอยู่ด้วยเป็นแน่แท้

          แม้น้องสาวจะร้องให้คร่ำครวญขอความเห็นใจให้สงสารในชะตากรรมที่ต้องเผชิญมากแค่ไหน   เหลียนลี่กลับแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน   ทั้งยังไม่เดือดเนื้อร้อนใจ  ด้วยเหตุนั้นคิ้วของเขาจึงไม่ค่อยขมวดเท่าใดนัก

          เขาค่อยๆเดินอืดอาดยืดยาดมาที่หน้าบ้าน  จึงเห็นเหลียนฟางโจวดึงมือเหลียนเจ๋อฝ่าฝูงชนเดินเข้ามาถึงหน้าประตูรั้ว

          สองพี่น้องเดินมาถึงตรงหน้าเหลียนเสี่ยวม่าน  เหลียนฟางโจวยื่นมืออกมาพยุงหญิงวัยกลางคน  พลางเรียก “อาหญิงสาม!”

          ผู้คนตกตะลึงทันใด  รวมถึงเหลียนเสี่ยวม่าน

          เหลียนลี่แอบโล่งอกในใจเงียบๆ  ย่องถอยเท้ากลับไป

          ป้าจางที่เพิ่งรีบเร่งมาถึงยามนี้  เมื่อเห็นภาพนั้นถึงกับสะดุ้งตกใจ

          “อาหญิงสาม  เนื่องจากลุงลี่และป้าใหญ่ไม่เต็มใจให้ที่พักพิงแก่ท่าน!  ทว่าข้าเต็มใจให้ท่านพักกับข้าได้”  เหลียนฟางโจวเขย่ามือเหลียนเสี่ยวม่านเบาๆ  กล่าวมาอีกสองสามคำด้วยน้ำเสียงอ่อนลงสิบส่วน  เจือด้วยความเมตตา

          ยิ่งไปกว่านั้น คำซึ่งเธอใช้คือ ‘ ให้ที่พักพิง ‘  หมายความว่าเหลียนฟางโจววางตัวเองเป็นเจ้าบ้าน

          ป้าจางเมื่อได้ยินนางพูดเช่นนั้น  ภายในใจจึงเข้าใจเจตนาเบื้องลึกของเด็กสาวทันที   นางจึงตัดสินใจอยู่ช่วยเด็กสาวสักพัก

          ชาวบ้านไม่คิดว่าเหลียนฟางโจวจะมีจิตใจโอบอ้อมอารีเช่นนี้  ต่างอดยกย่องชื่นชมนางไม่ได้

          เหลียนฟางโจวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ใจเย็นๆเถิด!”  จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก  เฉียวซื่อเห็นแล้วรู้สึกไม่ชอบใจนัก

          นางคิดว่าเหลียนฟางโจวจงใจเย้ยนาง  และตั้งใจทำให้นางดูเป็นคนชั่วช้าน่ารังเกียจ  ไม่เช่นนั้น..ไยนางจึงอยากวิ่งออกมาช่วยเหลือเหลียนเสี่ยวม่านในครานี้เล่า?  ไม่ได้การแล้ว  หากผู้คนแยกย้ายกันกลับไปด้วยความเชื่อเช่นนี้เล่า?

          เฉียวซื่อแม้ว่าจะไม่เชื่อตามที่หลานสาวพูด  ทว่าก็ไม่สามารถเอ่ยขัดออกไปได้  จึงเปลี่ยนกลยุทธ์มาพูดคุยกับเหลียนเสี่ยวม่านแข่งกับเหลียนฟางโจวแทน  ราวกับนางไม่เคยทะเลาะกับน้องสาวสามีเมื่อครู่ก่อน

          เหลียนลี่มายืนข้างภรรยาด้วยความโล่งใจ  ร้องออกมา “ดี ดี เจ้าไปบ้านเหลียนฟางโจวเถิด!  เราทำเพื่อเห็นแก่เจ้าด้วย!  เหลียนฟางโจวมีข้าวมากมาย  เยอะจนสี่พี่น้องไม่อาจกินเองได้หมด  มีให้เจ้ากินเท่าใดก็ได้! เทียบกับเรา  แม้แต่ข้าวสารยังไม่พอกรอกหม้อไปวันหนึ่งๆเลย  โอ แถมเรายังหาเงินไม่พอส่งลูกเรียนอีก!  ไฉนเจ้าจะมาทนลำบากกับพวกข้าเล่า”

          ด้วยการอธิบายอย่างมีเหตุผล  แสดงถึงเจตนาดีที่ไม่อยากให้เหลียนเสี่ยวม่านต้องมาพลอยลำบากกับพวกตน  จึงจำใจต้องแสดงออกกับน้องสาวเช่นนั้น   ปรากฏว่าการที่ไม่ให้ที่พักพิงแก่เหลียนเสี่ยวม่านนั้น  ก็เพื่อไม่ให้นางลำบาก  ทำให้ผู้คนฟังแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นทันใด

          นี่คือสาเหตุเบื้องลึกของสองสามีภรรยาคู่นี้  มีครอบครัวไหนกันที่ไม่สนใจแต่ลูกของตัวเองที่สุดเล่า?  หัวใจพ่อแม่ในโลกนี้ช่างน่าเวทนานัก!

          เหลียนเสี่ยวม่านแสดงสีหน้าเย้ยหยันหลายต่อหลายรอบ  ถ่มน้ำลายลงพื้นหนึ่งครั้งอย่างขมขื่นใจ  จ้องหน้าเหลียนลี่พลางเอ่ยขึ้น “ท่าน..หากคิดเช่นนั้นจริงๆ  ข้าจะไม่ต่อว่าท่านเลย  ตั้งแต่แรกท่านควรเปิดอกพูดคุยกับข้าให้ชัดแจ้งก่อน!  ไยจึงไม่บอกสาเหตุมาเสียตั้งแต่ต้นเล่า  ทว่าพอเหลียนฟางโจวเดินเข้ามา  และนางเอ่ยช่วยข้าขึ้นมาก่อน  ท่านถึงได้แจงเจตนาออกมารึ?  ท่านหวังดีกับข้าเพื่อการอันใดรึ?   พอเห็นฟางโจวพูดขึ้น  ท่านจึงยินดีกล่าวถ้อยคำอันโอบอ้อมอารีออกมา!  ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วใจท่านหมายความตามที่พูดหรือเปล่า!  ฮึ่ม  ท่านก็ไม่ต่างอันใดกับหญิงคณิกา  ที่เอาแต่ปั้นเรื่องหลอกลวง  เพื่อสร้างภาพพจน์ว่าตนเองเป็นคนดีน่ารัก!”

          “เจ้า…”  เหลียนลี่ไม่คิดว่าเหลียนเสี่ยวม่านจะไม่ไว้หน้าตนเช่นนั้น  กล่าวถ้อยคำอันหยาบคายใส่หน้าเขา  ใบหน้าเหลียนลี่ขึ้นสีแดงโดยฉับพลัน

          หลายคนที่มุงดูอยู่อดหัวเราะคิกคักไม่ได้

          แม้ว่าวาจาของเหลียนเสี่ยวม่านออกจะหยาบคาย   ผู้คนต่างก็ตรึกตรองดูแล้วว่า  ความคิดเช่นนั้นก็มีเหตุผลอยู่มาก

          กลัวแต่ว่าก่อนหน้าเหลียนฟางโจวมา  สองสามีภรรยาเอาแต่หาวิธีขัดขวางไม่ให้เหลียนเสี่ยวม่านผ่านประตูรั้วเข้ามา  และไม่ให้โอกาสให้นางได้อธิบายแม้สักนิด  ที่ไหนพวกเขาจะคิดเพื่อเห็นแก่นางจริงๆ?   หากเห็นแก่นางจริงๆ  ก่อนหน้าที่เหลียนฟางโจวจะมาถึงที่นี่  อย่างน้อยสองสามีภรรยาคู่นี้ควรให้นางเข้ามาในบ้านในช่องก่อน   เพื่อนั่งลงปรึกษาหารือกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป!

          ไม่ใช่มาขวางกั้นคนไม่เข้าบ้านอย่างไร้ความรู้สึก  เมินหน้าหนีและหยิบคำพูดร้ายๆที่เตรียมไว้มาสาดใส่หน้า  แล้วบอกว่าเพื่อเห็นแก่ผู้คน!

          ชาวบ้านพูดกันขึ้นเซ็งแซ่  อดอับอายแทนสองสามีภรรยาสกุลเหลียนคู่นี้ไม่ได้จริงๆ      เมื่อฟังลุงลี่กล่าววาจาเช่นนั้น   สองพี่น้องอดหันมามองหน้ากันไม่ได้   ต่างคิดขึ้นมาในใจเงียบๆว่า ‘ น่าสะอิดสะเอียน ‘  อีกทั้งไม่คาดคิดว่าเหลียนเสี่ยวม่านจะกล่าวถ้อยคำบ่อนทำลายลุงกับป้าได้อย่างแสบสันต์เช่นนั้น  เหลียนฟางโจวอดนึกสนุกเงียบๆในใจไม่ได้  พลันคิดว่าการให้ที่พักแก่อาหญิงสามคนนี้นับว่าตัดสินใจไม่ผิด  อย่างน้อยที่สุดจากนี้ไปจะเพิ่มคนออกหน้ามาช่วยจัดการลุงลี่และป้าใหญ่แล้ว

          เฉียวซื่อฟังสามีพูดเช่นนั้นในใจรู้สึกแช่มชื่นขึ้น  สามีช่างคิดได้เหมือนตนนัก  ทว่าความกระอักกระอ่วนใจยังไม่หมดลง  ด้วยว่าเหลียนเสี่ยวม่านมีจิตใจมุ่งร้ายกับพวกตนแล้ว  เฉียวซื่ออดรู้สึกโมโหไม่ได้  พลางแก้ต่างเสียงดัง “เอาล่ะ  จริงๆแล้วพวกเราอยากจะพูดคุยกับเจ้าให้กระจ่างชัดตั้งแต่แรก  ทว่าเจ้าเอาแต่เรียกร้องคร่ำครวญไม่หยุดหย่อน  แล้วจะให้ข้าพูดอย่างไรได้เล่า?  เจ้าไม่เห็นอยากแก้ปัญหาอันใดเลย  เอาแต่พูดว่าสามีที่ตายไปแล้วไม่เคยดีกับเจ้าเลย  เอาแต่คุ้มคลั่งด่าทอเป็นอย่างเดียวหรือไร?  แล้วใครเล่าจะเชื่อสิ่งที่เจ้าพ่นออกมา!  เจ้ามันหญิงแพศยา  แพศยาที่จิตใจไม่เคยสงบสักนิด!”

          “นังหญิงชั้นต่ำ  ข้าอยากฉีกปากเจ้าเป็นชิ้นๆนัก!”  เหลียนเสี่ยวม่านโกรธเกรี้ยวจ้องเฉียวซื่อเขม็ง  ทุ่มตัวทั้งหมดพุ่งเข้าใส่นาง

          เฉียวซื่อดวงตาแดงก่ำ  ตะโกนออกมา  “นังสารเลว!”

          ทั้งสองคนต่างสู้กันเพื่อเข่นฆ่าอีกคน  ลงมือตบตีกันไม่หยุด    ผู้คนต้องรีบเข้ามากดสองคนไว้  แล้วจับแยกตัวกันออกมา

          เหลียนฟางโจวขมวดคิ้วมุ่น เหลือบมองสีหน้าเหลียนเสี่ยวม่านที่ทุกข์ระทมและโกรธแค้นเกือบต้องร้องไห้ออกมา  แต่พยายามฝืนทนกลั้นไว้  อดเห็นใจอาหญิงสามเพิ่มขึ้นอีกสองส่วนไม่ได้  และยิ่งเกลียดชังเฉียวซื่อมากขึ้น

          ขณะที่นางด่าทอไปก็ประจานปมด้อยน้องสามีไปด้วย  เหลียนเสี่ยวม่านเป็นหม้าย  จึงถูกยั่วให้โกรธได้ง่าย  ในยุคนี้  หญิงหม้ายนับว่าเป็นพวกที่น่าสงสารยิ่งนัก ถูกคนเหยียดหยามประณามไม่หยุดหย่อน  วาจาที่เฉียวซื่อพรั่งพรูออกมา  แสดงให้เห็นธาตุแท้ของจิตใจที่มุ่งร้ายทำลาย  และต่ำช้าเลวทรามยิ่งนัก

          “ป้าใหญ่!  อาหญิงสาม!” เหลียนฟางโจวตะคอกเสียงดังออกมาก

          เฉียวซื่อ เหลียนเสี่ยวม่าน  รวมทั้งคนอื่นๆสะดุกกึก  แข็งค้างขึ้นทันที

            ความเงียบปรากฏขึ้นโดยพลัน  เงียบสนิทจริงๆ  ไม่มีแม้แต่เสียงใดๆเล็ดรอดออกมาเลย

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top