ขนาดตัวอักษร

26.การล่าสัตว์ที่ไร้อนาคต

 39 Views

       ใช้เวลาไม่นาน  สองพี่น้องก็จับกุ้งมาได้มากมาย

          เหลียนฟางโจวจับจ้องไปที่กุ้งบนฝั่ง  ครั้นแล้วจึงคลี่ยิ้มเรียกเหลียนเจ๋อ “เอ้า  พอได้แล้วล่ะ! เราได้ของเอากลับไปได้มากมายแล้ว!  ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาอีก  แล้วมาจับกุ้งกันอีกครั้งเถิด!”

          เหลียนเจ๋อคิดตามไปด้วย  ภายในราวป่าเต็มไปด้วยเห็ดมากมาย! ยิ่งไปกว่านั้น  พวกเขาทั้งสองไม่ได้ยังไม่ได้ลองเข้าไปสำรวจยังบริเวณส่วนอื่นๆที่ลึกเข้าไปเลย  เมื่อย้ายไปเสาะหายังแห่งอื่นๆ  คงจะพบเห็ดป่ามากกว่านี้เป็นแน่  เช่นนั้น…พวกเขาต้องกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน

 

          ครานี้ไม่จำเป็นที่เหลียนฟางโจวต้องพูดเกลี้ยกล่อมอันใด  ตัวเหลียนเจ๋อก็ไม่อาจลังเลใจได้แล้ว

 

          ผู้คนส่วนใหญ่มักจะกลัวในสิ่งที่ตนเองไม่รู้   ทว่าเมื่อได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง  ครั้นแล้วพวกเขาจะรู้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาสามัญมาก  ตัวเหลียนเจ๋อเองครานี้ก็มีอารมณ์คล้ายอย่างนี้ด้วยเช่นกัน

 

          “พี่ใหญ่  ด้านนั้นมีกล้วยป่า  ข้าจะไปเก็บใบกล้วยมา  ห่อกุ้งพวกนี้ให้แน่นหนาสักหน่อย!”  เหลียนเจ๋อชี้ไปตรงบริเวณต้นลำธาร

 

          เหลียนฟางโจวมองไปยังทิศที่น้องชายบอก  จึงพบว่าด้านหน้าไม่ไกลมีกอกล้วยป่าทั้งสูงและเตี้ยอยู่สี่ห้ากอ  ลำต้นไม่สูงมากนัก  ส่วนใหญ่สูงประมาณ 10 ฉื่อ(2 เมตร)  ครั้นแล้วจึงเอ่ยพลางยิ้ม “เจ้ารีบไปเถิด  ข้าจะเก็บกุ้งพวกนี้เอง!”

 

          ขณะที่เหลียนเจ๋อไปเก็บใบกล้วยป่า  เพื่อนำมาห่อกุ้งน้ำจืดที่พวกเขาจับมาได้  เหลียนฟางโจวกะน้ำหนักกุ้งดูคร่าวๆว่าน่าจะหนักประมาณ 2-3 จิน(1,500 กรัม)  ครั้นแล้วจึงกล่าวพลางยิ้มว่า “น่าเวทนาอะไรเช่นนี้  หากมีถังน้ำหิ้วมาด้วยคงจะช่วยอำนวยความสะดวกได้ดีเป็นแน่!”

 

          ซึ่งแน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้

 

          อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้เธอไม่อาจให้ความเห็นได้ว่าการขนกุ้งป่าแบบเป็นๆ กับกุ้งที่ตายแล้ว แบบไหนดีกว่ากัน  เมื่อคำนึงถึงระยะทางกลับที่ยาวไกล  กุ้งยังจะให้รสชาติดีอยู่หรือไหม?

 

          “ใช้ถังน้ำ? นั่นจะดีอย่างไรได้!  ทั้งเทอะทะ ทั้งน้ำหนักมากปานนั้น! ”  เหลียนเจ๋อตกตะลึงเบิกตากว้าง  อึ้งงันกับวาจาของพี่สาว!

 

          เหลียนฟางโจวสะดุ้งตกใจ  เพิ่งสำนึกได้ว่ายุคนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะมีถังพลาสติกที่บางเบาและทนทานใช้กัน  ในบางครอบครัวมีถังน้ำที่ทำด้วยไม้ใช้   ซึ่งก็แตกรั่วง่ายมาก!

 

          ลองจินตนาการดูว่าหิ้วถังไม้เดินไปตามทางขึ้นเขานี้  ทำให้เธออดยิ้มขึ้นมาไม่ได้  เอ่ยพร้อมรอยยิ้มว่า “พี่ใหญ่ ครานี้สับสนไปหน่อย! ดูสิ พูดจาเลื่อนเปื้อนอันใดก็ไม่รู้!”

 

          เหลียนเจ๋อยิ้มออกมาด้วยสีหน้าโล่งใจ  เกาศีรษะยืนยิ้มพลางเอ่ยว่า “พี่ใหญ่ ทำให้ข้าตกใจกลัวแทบตายแน่ะ!”

 

          ยามนี้ตะวันเพิ่งจะอยู่ตรงศีรษะพอดี  อีกไม่นานจะใกล้เวลาที่ซุนฉางซิงได้บอกไว้  คราก่อนที่เขาจะจากไปเขาบอกว่ามีป่าพุทราทางด้านตะวันออก  ไม่ไกลจากจุดนัดพบนัก  ออกลูกดกมาก  ใกล้ๆกัน มีกอฮ่วยซัว  พวกเขาสามารถมาเก็บได้เรื่อยๆ   ขุดฮ่วยซัวขึ้นมาย่างไฟให้สุกกิน  ช่วยระงับความหิวได้

 

          สองพี่น้องนั่งพัก  คอยซุนฉางซิงตรงทิศทางที่เขาเดินเข้าไปยังบริเวณป่าไม้ยืนต้นก่อนหน้า

 

          จริงๆแล้ว ป่าพุทรามีแต่ลูกใหญ่มากหรือไม่ก็เล็กไปเลย   บางลูกก็มีขนาดเล็กจนกินไม่ได้   แต่ละกิ่งของต้นพุทราล้วนเต็มไปด้วยลูกพุทราที่สุกปลั่งแดงก่ำราวพลอยโกเมน

 

          เมื่อมาถึงบริเวณป่าดังกล่าว  เหลียนฟางโจวได้กลิ่นจางๆของลูกพุทราสดใหม่โชยมาทันใด

 

          “มีลูกพุทราหลายขนาดเลย!”  เหลียนเจ๋อเบิกบานใจ   รีบปรี่ไปเลือกเก็บลูกใหญ่สีแดงหลายลูก  ครั้นแล้วจึงวิ่งเอาไปให้เหลียนฟางโจวดู   ดวงหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มตื่นเต้นพลางเรียกเสียงดัง “พี่ใหญ่!”

 

          เหลียนฟางโจวยิ้มรับ  หยิบลูกพุทราขึ้นมาถู แล้วกัดไปหนึ่งคำ  จากนั้นจึงพยักหน้ากล่าวพร้อมยิ้มไปยังน้องชายว่า “รสชาติดียิ่งนัก!”

 

          เราเก็บบางส่วนเอากลับไปด้วยเถิด ฉิงเอ๋อร์และเช่อเอ๋อร์ต้องชอบเป็นแน่!”  เหลียนเจ๋อเอ่ยพลางยิ้ม  ไม่ว่าเจอสิ่งดีอันใด  เขาจะนึกถึงน้องน้อยทั้งสองเสมอ

 

          เหลียนฟางโจวไม่มีความเห็นเป็นอื่นอยู่แล้ว  ทว่าเอ่ยพลางยิ้มว่า “วันนี้เอาไปส่วนน้อยก่อน  พรุ่งนี้เราต้องมาอีกให้ได้!”

 

          เหลียนเจ๋อมองอย่างประหลาดใจ “พรุ่งนี้จะมาด้วยหรือ?”

 

          “แน่นอน!” เหลียนฟางโจวพยักหน้าโดยไม่ลังเลแม้แต่นิด  เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “พวกเรารู้จักทางไปแล้ว  พรุ่งนี้ก็ย่อมมาเองได้  ไม่จำเป็นต้องออกมาแต่เช้ามืดนัก  จะได้เก็บเห็ดเอากลับไปอีก!  ช่วงนี้อากาศกำลังดีนัก  พวกเราจะเก็บเห็ดได้มาก  เพราะเป็นหน้าของมัน  ไม่เพียงเก็บเพื่อนำมาทำอาหารกิน  ยังสามารถเอามาแบ่งขายได้เงินมากมาย  เพื่อช่วยค่าใช้จ่ายของครอบครัวเราอีกด้วย!”

 

          ยกเลิกการหมั้นหมายได้เงินมา 12 ตำลึงเพื่อนำมาใช้จ่าย  แบ่งเงินบางส่วนมาซ่อมหลังคาบ้านเสร็จแล้ว  สิ่งที่ต้องซื้อต้องหาเข้าบ้านยังมีอีกมากมายนัก!

 

          “เอาตามพี่ใหญ่เสนอมา!”  เหลียนเจ๋อพยักหน้า

 

          ต้นพุทราออกลูกเต็มที่แล้ว  มีน้ำหนักมากจนกดให้กิ่งโน้มลงมา  สองพี่น้องพูดไปขณะที่เก็บพุทรากินไปด้วย  ครั้นแล้วก็รู้สึกอิ่มตื้ออย่างรวดเร็ว

 

          อย่างไรก็ตาม  ผลไม้เหล่านี้บรรเทาความหิวได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น   ไม่อาจหล่อเลี้ยงร่างกายให้เพียงพอกับการเดินทางตอนขากลับซึ่งใช้เวลานานได้   ยิ่งไปกว่านั้นยังต้องขนเห็ดไปคนละสองกระสอบอีก   มันเป็นกิจกรรมที่ใช้กำลังกายโดยแท้

 

          ด้วยเหตุผลดังกล่าวเหลียนฟางโจวและเหลียนเจ๋อจึงยังคงขุดหาฮั่วซวยต่ออีกหลายหัว

          นี้คือฮั่วซวยป่าของแท้  บางหัวแบน  บางหัวบิดเป็นเกลียว  คงเพราะรากชอนไชไปเจอหินแข็งเข้า 

 

          แต่ละหัวมีสองแง่งผอมๆ และสามแง่งอ้วนๆ  บางหัวยาวครึ่งแขน  บางหัวสั้นเท่าฝ่ามือ  ไม่ค่อยเป็นระเบียบนัก

 

          อย่างไรก็ตามหลังจากปิ้งไฟจนสุก  รสชาติออกมาดี  ก็ถือว่าจบแล้ว

 

          หลังจากบิหัวที่สุกออก   ก็ได้กลิ่นหอมลอยออกมา  เนื้อขางในมีสีขาวราวหิมะ  มีลักษณะเป็นแป้งที่เหนียวคล้ายกาว  ช่างน่ากินนัก

 

          โดยส่วนตัวเหลียนฟางโจวแล้ว  นี้คืออาหารออร์กานิคตามธรรมชาติขนานแท้  ทั้งเหลียนเจ๋อก็กินอย่างชื่นชอบด้วย

 

          เช่นนั้นแล้ว พวกเขาย่อมขุดฮ่วยซัวไปอีก 3-4 หัวเพื่อเอาไปล้างให้สะอาด  ห่อด้วยใบไม้  และนำไปปรุงอาหารกินในภายหลัง

 

          หลังจากอิ่มหนำสำราญกับอาหารอันโอชะแล้ว  ก็ใกล้เวลาที่นัดกันไว้  พวกเขาจะไม่ออกเดินไปที่ไหนอีกแล้ว   เพราะต้องพักร่างกายเอาแรงไว้   เช่นนั้นแล้วจึงหาบริเวณที่เหมาะๆเพื่อรอซุนฉางซิงพร้อมนั่งพักไปด้วย

 

          แสงอาทิตย์ยามบ่ายทำให้ร่างกายอุ่น  เนื่องด้วยฤดูนี้มักมีลมหนาวพัดมาเป็นประจำ  ลมพัดใบไม้ไหวเสียดสีจนเกิดเสียงเป็นระยะๆ   สองพี่น้องค่อนข้างเหนื่อยล้ากับกิจกรรมที่ทำมาทั้งวัน  ครั้นแล้วจึงผลอยหลับไปโดยไม่รู้ตัว  จนกระทั่งซุนฉางซิงมาปลุกให้ตื่น

 

          พวกเขาขยี้ตาพลางคลี่ยิ้ม  ขอบคุณซุนฉางซิงหลายรอบ  เห็นว่าที่บ่าของผู้อาวุโสห้อยเชือกที่ร้อยไก่ฟ้าหลากสีสัน  และกระต่ายป่าตัวอ้วนสองตัว  พวกเขาอดอิจฉาไม่ได้  เหลียนเจ๋อกล่าวพลางยิ้ม “ท่านลุงซุนวันนี้จับสัตว์ป่ามาได้หลายตัวนัก!”

 

          ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วซุนฉางซิงฝืนยิ้มอยู่   เขาถอนหายใจเบาๆ “สิ่งเล็กๆน้อยๆน่ะ ไม่มีราคาค่างวดอันใดหรอก!”

 

          “นี่นะไม่มีราคา!  เป็นไปได้อย่างไรกัน!”  เหลียนเจ๋อให้ประหลาดใจนัก

 

          ซุนฉางซิงเพียงหัวเราะแห้งๆพลางเอ่ยว่า “ที่นี่อยู่ไม่ไกล้ตัวเมือง  มิเช่นนั้น  ก็สามารถนำไปขายร้านอาหารในเมืองที่มีมากมาย  โดยไร้กังวล!  เพราะฉะนั้นจึงขายได้เพียงเจ้าของที่ดิน  ซุนหยวนและฮูหยินจ้าวและครอบครัวที่มั่งคั่งร่ำรวยอื่นๆ  นอกนั้นก็ไม่มีใครซื้อแล้ว  อีกทั้งข้ายังเก็บไว้กินเองบางส่วนด้วย   ดังนั้นราคาย่อมไม่สูง!  หากบนภูเขา  ข้าเพียงสามารถล่าสัตว์ป่าที่มีราคา เช่น  ตัวนาก

แมวป่าสีเทา, กระรอก , เก้ง ซึ่งต้องใช้ฝีมืออันยอดเยี่ยม  ข้าอาจทำเงินได้มากมาย  หรือไม่ถ้าได้แพะตัวใหญ่  และหมูป่า  ก็อาจแลกเป็นเงินได้มากด้วย!  แน่นอน โชคดีเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องที่พบเจอได้ง่ายๆ”

          ขณะที่พูดถ้อยคำเหล่านี้สีหน้ายามนี้ของซุนฉางซิงปรากฏความหงุดหงิดฉายชัด  ครั้นแล้วเหลียนฟางโจวรู้ว่าสิ่งที่เขาพูดมาเป็นเรื่องจริง  ไม่ได้เสแสร้งแกล้งบ่นเลย

          เหลียนฟางโจวค่อนข้างงุนงง  ป่าใหญ่เช่นนี้  เทียบได้กับสมบัติมหาศาลที่ไม่มีวันหมด  ไฉนซุนฉางซิงที่ตระเวนล่าสัตว์มาหลายปีดีดักอยู่ที่นี่  ถึงยังคงยากจนอยู่อย่างนี้?

          วันนี้เธอเข้าใจเหตุผลแล้วในที่สุด

          เขาขาดความรู้หลายอย่าง   รู้แต่เรื่องการล่าสัตว์เพียงอย่างเดียว  จึงมองไม่เห็นสิ่งมีค่าในป่าไปครึ่งหนึ่ง

          ทว่าการออกไปล่าสัตว์ที่ใช้องค์ความรู้ง่ายๆเช่นนี้  ย่อมต้องอาศัยทั้งโชคและจังหวะ

          หากไม่ประสบพบเจอสัตว์ที่มีค่า ก็ไม่อาจเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้มากนักเป็นธรรมดา  ทว่าสัตว์ป่าขนาดใหญ่ส่วนใหญ่แล้ว ล้วนอาศัยอยู่ในป่าลึก  แม้ว่าซุนฉางซิงจะยิงธนูเก่ง  แท้จริงแล้วก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปคนเดียวตามลำพัง

          อีกทั้งผืนป่านี้กว้างใหญ่ไพศาลนัก  เต็มไปด้วยภยันตรายนานับประการ  โดยเฉพาะในช่วงเย็น  เพราะฉะนั้นเขาจึงมาได้เพียงช่วงเช้า  ครั้นแล้วก็รีบกลับออกไปในช่วงบ่าย  การต้องเลือกช่วงเวลาเช่นนั้น  จะมีโอกาสใหญ่ได้ล่าสิ่งที่มีราคาสูงหรือ?  นายพรานจำนวนมากเดินขึ้นเขาเพื่อไปล่าสัตว์เหมือนกับการเสี่ยงทายที่ไม่รู้จบ แม้จะเที่ยวอยู่ในภูเขาเป็นเวลาหลายวันก็ตาม

          ไม่ต้องสงสัยเลยว่าวันคืนเหล่านั้นย่อมไม่สดใส  นอกจากนี้เขายังต้องมากังวลเรื่องรีบกลับออกไปอีก  ซึ่งอาจทำให้พลาดโอกาสล่าสัตว์ตัวที่มีค่าได้  ด้วยเงื่อนไขวิธีการเช่นนี้  พูดได้เลยว่าไม่มีประสิทธิผลเลย

          เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วเหลียนฟางโจวจึงประติดประต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด

          เธออดมองซุนฉางซิงด้วยความเห็นอกเห็นใจไม่ได้

            ซุนฉางซิงเหลือบไปเห็นสายตาของเหลียนฟางโจวโดยบังเอิญ  ให้รู้สึกตะลึงงัน  จึงดึงสายตากลับแล้วหันไปมองทางกลับเบื้องหน้า  ในใจค่อนข้างไม่ชอบใจ  เด็กสาวส่งสายตาเวทนาให้เขา  นี่เขาดูย่ำแย่มากนักหรือไร?

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top