ขนาดตัวอักษร

14.แม่ข้าอาจกลับมาเยี่่ยมเจ้า

 36 Views

        เหลียนลี่มองตามนิ้วของนาง  พลันให้รู้สึกตกใจ  เมื่อเห็นเพียงไก่รุ่น  และลูกไก่  20 ตัว นอนนิ่งเงียบ  ไม่ส่งเสียงร้องเหมือนเคย  ทุกตัวต่างคอตก หรือไม่ก็นอนแหมบบนพื้น  ท่าทางเซื่องซึมเหงาหงอย

          “นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้น!”  เหลียนลี่สีหน้าพลอยเปลี่ยนสีไปด้วย

          “พวกเจ้า  อย่าตายนะ!”  เฉียวซื่อรักฝูงไก่พวกนี้มาก  ลูบขาพวกมันคอยเรียกตลอดเวลา

          ท่าทางของฝูงไก่   บ่งบอกชัดเจนว่าล้มป่วย   ดูแล้วน่ากลัวมาก!  มีทั้งไก่ตัวใหญ่  และไก่ตัวเล็ก 20 ตัว ไม่เว้นแม้ลูกเจี๊ยบขนาดข้อมือ 10 ตัว  รวมไปถึงไก่สาวซึ่งวางไข่เป็นประจำและไก่หนุ่มตัวใหญ่ซึ่งเคยโก่งคอขัน!

          หากไก่ทั้งหมดตายลง  ก็เหมือนกับหัวใจนางได้ตายตามไปด้วย?

          ฝ่ายเหลียนลี่ไม่อาจเปล่งเสียงออกมาได้แม้เพียงครึ่งคำ

          “อา !” เฉียวซื่อร้องให้ออกมาทันใด  สีหน้าแสดงออกถึงความเกลียดชัง  ขบกรามแน่นพลางเปล่งเสียงรอดไรฟันว่า “ข้ารู้แล้ว  มันต้องฝีมือของผีแม่นางเด็กฟางโจวเป็นแน่  ต้องเป็นนางแน่   ข้าจะไปถามนางเอง!”

          “ช้าก่อน!”  เหลียนลี่หยุดนาง   เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเป็นฝีมือของพี่แม่นังเด็กนั่น?”  เจ้าอย่าได้สร้างปัญหาวุ่นวายให้ข้าเลย  นังเด็กนี่…ครานี้มันเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ   มันไม่ยอมให้เราเคี้ยวได้ง่ายๆแล้ว”

          “ข้า..ข้ารู้แล้ว!” เฉียวซื่อกระทืบเท้า   เหลียนลี่ส่งสายตากดดันไปหาภรรยา  ในที่สุดนางก็เอ่ยขึ้นว่า “ข้า…ข้าทนแบกความโกรธนังเด็กเดนตายนั้นไม่ไหวแล้ว  เช่นนั้น…ข้าเลยจงใจปล่อยฝูงไก่ไปวิ่งเล่นที่แปลงผักของบ้านพวกเด็กๆมัน  เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา….”

          “เจ้าทำจริงๆรึ…”  พลันเหลียนลี่ให้รู้สึกโมโหทันได  แต่ไม่ถึงกับทำร้ายนาง  เพียงจ้องนางด้วยสายตาเชือดเฉือน  “เจ้าทำเรื่องเล็กน้อยบ้าบอพวกนี้   พลอยมาทำร้ายพวกไก่จนย่ำแย่ไปด้วย  มันก่อประโยชน์อันใด  สวนผักบ้านนังเด็กนั่น  ครานี้มีอะไรเหลือให้ทำลายในฤดูนี้เช่นนี้?  เจ้าจับไก่ปล่อยเข้าไป  แล้วครานี้จะทำอย่างไรกันดี?”

          เฉียวซื่อเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายทันใด   พูดอย่างผิดหวังว่า “ข้าไม่ใช่คนไร้สาระบ้าบออะไรทั้งนั้น!    อย่าได้พูดเยี่ยงนี้   ข้าจะไปพบนางเอง”

          หลังจากกล่าวจบ   เฉียวซื่อ รีบเร่งรุดไปบ้านเหลียนฟางโจวทันใด

          เมื่อนางมาถึง  เหลียนฟางโจวพี่ใหญ่และน้องๆกำลังทำอาหารมื้อเย็นกัน

          ไม่คอยให้พวกเด็กๆเปิดปาก  เฉียวซื่อรีบชิงถามเหลียนฟางโจว “ข้าขอถามเจ้า  เจ้าไปวางยาไก่บ้านข้าใช่หรือไม่ ?”

          สีหน้าเหลียนฟางโจวพลันมืดครึ้ม “อะไรนะ?”

          “เจ้านั่นแหละ!”

          เฉียวซื่อพลันรู้สึกขมขื่นจนไม่อาจกล่าวคำใดออกมาได้  จ้องหน้าเด็กสาวชั่วครู่ก่อนจะแค่นเสียงว่า  “เจ้าต้องเป็นคนลงมือทำแน่ !”  สวนผักบ้านเจ้ามันเสื่อมโทรมอยู่แล้ว   แค่ไก่ของบ้านข้ามันเข้าไปเดินหากินในนั้น  เจ้าก็เลยหาทางแก้เผ็ด  เหลียนฟางโจวเจ้าทำให้ ไก่บ้านข้าป่วยจนใกล้ตายหมดแล้ว !”

          ไก่ไม่น้อยกว่า  20  ตัว ถ้าหากว่ามันพากันตายหมด….

          เฉียวซื่อนึกขึ้นแล้ว  ให้เจ็บปวดใจนัก

          แม้แต่เหลียนฟางโจวเมื่อมองป้าใหญ่  ยังอดรู้สึกชื่นชมไม่ได้  เห็นได้ชัดว่า  ความผิดนั้นไม่ได้ริเริ่มจากตัวเธอ  แต่ภายหลังเฉียวซื่อก็ยังเรียกร้องหาความชอบธรรมจนได้  ช่างเป็นการจับแพะชนแกะที่ชาญฉลาดยิ่งนัก!

             “โอ้ ?”  เหลียนฟางโจวไคร่ครวญเรื่องราวดูสักครู่  จึงคลี่ยิ้ม “  ไก่ของบ้านลุงซึ่งเป็นพี่ชายแม่ข้าเข้าไปในแปลงผักบ้านข้าได้อย่างไร?  ข้าไม่รู้ว่า  หากป้าใหญ่เห็นไก่เข้าไปแล้วเหตุใดจึงไม่มาบอกกับข้าเล่า?   ตกลงแล้ว..ป้าใหญ่มีแผนการอันใดอยู่ในใจ  หืม!”

          ใบหน้าเฉียวซื่อพลันเห่อร้อน  นางยืดตัวหลังตรงขึ้นทันใด  “เช่นนั้น เจ้าก็ยอมรับแล้วใช่ไหม  ว่าเจ้าประสงค์ร้ายต่อไก่ข้า  นางเด็กเดนตาย  อย่างนี้ยังไม่รีบจ่ายเงินค่าเสียหายให้ข้าอีกรึ!”

          เมื่อคิดถึงเงินค่าถอนหมั้น 10 เหลียง  เฉียวซื่อจึงพูดต่อทันใด “เงินค่าเสียหายเล่า!”

          “ข้าไม่รู้ว่าเรื่องราวแท้จริงเป็นเช่นใด  ป้าใหญ่อย่าได้เซ้าซี้ข้าเลย?” เหลียนฟางโจวกล่าวเสียงเบา   บรรดาน้องๆได้เอ่ยถามขึ้นบ้าง  “พี่ใหญ่ ไม่ได้ทำใช่ไหม?”

          ทั้งสามคนตะโกนพลางส่ายหัว    ต่างไปยืนใกล้ๆเหลียนฟางโจว “ข้าไม่รู้  หากข้ารู้  จะต้องจับพวกมันออกไป  คงไม่ยอมให้พวกมันมากัดกินผักของบ้านเราได้แน่!”

          เฉียวซื่อไม่สนใจนาง  แค่นเสียงพูด “เจ้าอย่ามาพูดจาคลุมเครืออยู่เลย!  หากไม่ใช่เจ้า  แล้วจะเป็นผู้ใด? แท้จริงแล้วเจ้าแหละคือผู้กระทำ!”

          “ข้าไม่รู้ว่าท่านกำลังพูดเรื่องอันใดอยู่!” เหลียนฟางโจวแค่นเสียง “ท่านกล่าวว่าไก่บ้านท่านจะไม่รอดแล้ว  แท้จริงแล้วข้ายังไม่รู้เลยว่ายาอันใดที่ทำให้เกิดผลเช่นนั้น? ป้าใหญ่คิดว่าข้ารู้งั้นรึ?  อีกทั้ง ข้าช่วงนี้อยู่ที่บ้านตลอด  ไม่ได้ออกไปไหน  แล้วจะไปหายาที่ไหนมาได้? หากท่านไม่เชื่อก็เข้ามาค้นดูในบ้านของพวกข้าได้ตามสบายเลย  หากท่านสามารถหายาที่ว่านี้ออกมาได้  สำหรับไก่บ้านท่านข้าจะชดเชยให้! หากท่านไม่อาจหาเจอ  ครอบครัวเราคงต้องขอคิดบัญชีแล้ว!  ป้าใหญ่ ท่านกล้าไหมล่ะ?”

            ได้ยินหลานสาวท้าให้ไปค้นในบ้านด้วยตัวเอง  ดวงตาเฉียวซื่อเป็นประกาย  แท้จริงแล้ว  นางต้องการฉวยโอกาสนี้ซ้ำเติมปัญหาให้บานปลายอยู่แล้ว  จะได้สร้างความร้าวฉานในหมู่พี่น้อง

          ทว่า เฉียวซื่อยังอดลังเลใจไม่ได้   ไม่ใช่เพราะเชื่อว่าหลานสาวไม่ได้ทำ   ทว่า..แท้จริงแล้ว  เพราะนางไม่เชื่อว่าเหลียนฟางโจวจะมีความสามารถทำได้ขนาดนั้น

          “ป้าเฉียวจับคนผิดแล้ว  พี่ใหญ่อยู่กับพวกเราพี่น้องตลอด   ท่านควรกลับไปบ้านท่านดีกว่า  เผื่อจะหาทางแก้ไขได้”   เหลียนฟางโจวเหลือบมองหญิงวัยกลางคน  พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นแกมหลอนว่า  “หรือว่าจะเป็นแม่ข้าทำ…..”

          “เจ้าเด็กนี่กล้าหลอกคนแก่รึ!”  เฉียวซื่อตกใจ   ใบหน้าซีดเผือด

          จู่ๆ สายลมอันเย็นเยียบ ยามค่ำคืนได้พัดผ่านมา  ทำให้อากาศเหน็บหนาวแทรกซึมมาในตัวผู้คน   เฉียวซื่อรู้สึกเย็นสันหลังวาบ  สติสตังหายไปชั่วขณะ  ความหวาดหวั่นเข้าจับขั้วหัวใจ

          เหลียนฟางโจวยืนนิ่งสงบ  ลอบมองฮูหยินเชียว  เห็นสีหน้าที่แสดงออกทั้งหมดของนาง

          “เจ้าเด็กบ้ากล้าทำให้คนแก่กลัวรึ!” เฉียวซื่ออดร้องครางออกมาไม่ได้  น้ำเสียงสั่นแผ่วเบา  ทรงตัวแทบไม่อยู่

          แม้แต่เหลียนฟางโจวก็ไม่เอ่ยอะไรออกมา   เพียงแค่มองป้านางที่ดูคล้ายจะเป็นลม

          “อูย!” เฉียวซื่อแทบทรุด   นางอยากสาปแช่งเหลียนฟางโจวนัก  แม้แต่จะก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อจับตัวหลานสาวยังทำไม่ได้   ใจเต้นแรง  นางไม่อาจก้าวเดินออกมาแม่แต่ครึ่งก้าว   รู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกที่คอ  ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้

            นางรู้สึกจุกแน่นหน้าอกทีละน้อย   คล้ายกับมีบางอย่างวิ่งเข้ามาหาตัวนางรอบทิศทาง  หน้าอกของนางคล้ายบีบแน่นขึ้นทีละน้อยๆ  จนในที่สุดก็ตีบตันจนหายใจแทบไม่ออก

          น้องสะใภ้นางกลับมาจริงๆรึ…

           ความคิดในสมองของเฉียวซื่อระเบิดตูม  ไม่สามารถหยุดยั้งได้  นางถ่มน้ำลายบนพื้นจนทั่ว   ทิ้งคำพูดไว้ว่า “คราวหน้า  ข้าจะกลับมาให้เจ้ารับผิดชอบให้ได้!”   แล้วรีบวิ่งหนีไปอย่างล้มลุกคลุกคลาน

          “เป็นอย่างไรบ้าง   ถามได้ความไหม?”   เมื่อเฉียวซื่อกลับถึงบ้าน  เหลียนลี่อดถามออกมาไม่ได้

          ไก่ 20 ตัว  อา สามารถนำไปขายได้หลายเงินอยู่นะ!

          “ไม่   ไม่มีอะไรทั้งนั้น!” ใบหน้าของเฉียวซื่อซีดเผือด เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

          “ไม่ได้เรื่องได้ราวเลยจริงๆ!”  เหลียนลี่อดระเบิดความผิดหวังออกมาไม่ได้

          “ท่านพี”  สีหน้าของเฉียวซื่อยังซีดเซียวอยู่   แต่หัวใจกลับมาเต้นอย่างปกติแล้ว  อดถามไม่ได้ “ท่านกล่าวว่าเราไม่ได้ทำผิดกับลูกๆของน้องสะใภ้   ที่ไปยึดข้าวเปลือกมาจากบ้านของนาง  ดังนั้น..”

          “เจ้าพูดจาเหลวไหล อันใด!”  เหลียนลี่พุ่งพล่านด้วยความโมโหแทบบ้า  ชี้นิ้วบริภาษนางอย่างรุนแรง  “ข้าอยู่กับเจ้ามาค่อนชีวิต  เจ้านี่มันไร้ประโยชน์  ปัญญาเบา โง่เง่ายิ่งนัก!    นังเด็กนั่นมันหลอกเจ้าอยู่?  เจ้าดันไปเชื่อมันด้วย!  ฮึ่ม!  เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!”

          ใบหน้าเฉียวซื่อพลันขึ้นสีแดง   แล้วเปลี่ยนเป็นขาว  พึมพำเบาๆ  “ทว่า  ครานี้จิตใจข้าว้าวุ่น  ถูกรบกวน  ไม่เคยสุขสงบเลยสักวัน…”

          เหลียนลี่แค่นเสียง “ข้าพิจารณาดูแล้ว  เรื่องทั้งหมด แปดสิบในร้อยส่วนเป็นฝีมือของนังเด็กนั่นแน่”

          “นางเด็กคนนั้นมีความสามารถเช่นนั้นที่ไหน?  หากจะพูดว่าไก่ทั้งหมดป่วยตายเพราะมีคนทำข้าก็เชื่อ  ทว่าแท้จริงแล้ว  ยาอันใดเล่าที่ทำให้พวกมันมีอาการเช่นนี้ได้?  ยาแบบใดกันที่นางใช้   ทั้งๆที่สองสามวันที่ผ่านมา  ข้าไม่เคยเห็นว่านางจะออกข้างนอกไปไหน….”  น้ำเสียงของเฉียวซื่อดูสับสน

          เหลียนลี่มีท่าทีลังเลเล็กน้อย พลางยิ้มเย็นชา  “หากเป็นเพราะน้องชายและน้องสะใภ้ข้าจริง  แล้วเหตุใดถึงโดนเฉพาะฝูงไก่เล่า?”

 

          “ถูกต้อง!”  ดวงตาของเฉียวซื่อสว่างวาบ  ในหัวใจแน่นอนบังเกิดความโกรธ  “นางเด็กน่าตาย  กล้าปั้นเรื่องไร้สาระ  ข้าเกือบจะตกหลุมพรางของนางแล้ว!  ทว่า..แล้วไก่เหล่านี้จะเป็นอย่างไร….”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top