ขนาดตัวอักษร

7.ให้ของตอบแทนเป็นไข่ไก่

 38 Views

                 เหลียนฟางโจวหัวเราะให้ตนเองอย่างขมขื่น  นี่เป็นคนที่ควรนับถือจริงๆหรือนี่…

                        เธอสามารถพูดอันใดได้!

                       เธอทำได้เพียงอดทนเท่านั้น!

                        ป้าจางและสามี  หลี่ต้ามู่เป็นคนจริงใจ   เมื่อเห็นเธอพวกเขายิ้มต้อนรับด้วยไมตรีจิต

                        ป้าจางรู้ว่าฟางโจวจะไม่มาหาเล่นๆเป็นแน่  อีกทั้งนางเกรงว่าเด็กสาวจะขัดเขิน   นางจึงเป็นฝ่ายรุกก่อนแทนการคอยให้แขกผู้มาเยือนพูดก่อนและยิ้มให้ฉับพลัน  “หากมีสิ่งใดที่เจ้าต้องการจะขอจากเรา   เราไม่ใช่คนอื่นคนไกล    มิจำเป็นต้องพินอบพิเทามากไปหรือรู้สึกกระดากอาย!”

                   เหลียนฟางโจวพลันรู้สึกอบอุ่นใจ   เธอไม่ค่อยหวั่นไหวกับใครง่ายๆ   ทว่า…ครานี้เธอรู้สึกประหม่าและตื่นเต้น    อีกทั้งความอบอุ่นที่ท่วมท้นนี้  ความเมตตากรุณานี้มาจากความปราถนาดีอย่างที่สุด

                   เธออดสาบานในใจไม่ได้ว่า  หากในภายหน้าครอบครัวเธอร่ำรวยแล้ว  เธอจะตอบแทนพวกเขาให้ดีอย่างมิต้องสงสัย

                   “เนื่องด้วยท่านกล่าวเช่นนี้   ข้าก็มีบางเรื่องจะขอรบกวนท่านค่ะ!” เหลียนฟางโจวยิ้มแย้มพลางกล่าวว่า “เรื่องเป็นดังนี้   เนื่องจากฤดูหนาวใกล้จะมาถึง  ข้าอยากซ่อมหลังคาและหน้าต่างในบ้านของเรา  ทว่าข้าไม่รู้ว่าจะหาซื้อกระเบื้องมุงหลังคาและไม้ได้ที่ไหน   ข้าไม่รู้ราคาที่เหมาะควร  เช่นนั้น…ข้าอยากขอสอบถามท่านลุงหลี่…”

                   ทันทีที่ป้าจางได้ยินเช่นนี้  นางตีขาเธอ พยักหน้าพลางกล่าวว่า “แน่นอน..หน้าต่างบ้านเจ้าต้องซ่อมอย่างไม่มีทางเลี่ยง!  พวกเจ้าทั้งหมดล้วนยังเด็กนัก  เมื่อฤดูหนาวมาถึง   พวกเจ้าไม่ควรเป็นหวัด   เจ้าช่างคิดไตร่ตรองเรื่องในยามนี้ได้ดีนัก!”

                   “ถูกต้อง..ถูกต้อง!”  หลี่ต้ามู่ยิ้มพลางกล่าวด้วยว่า “อากาศที่ร้อนในฤดูใบไม้ร่วง  จะทำให้ราคากระเบื้องมุงหลังคาและวัสดุประเภทเดียวกันในยามนี้ต่ำกว่าตอนเราซื้อในช่วงฤดูหนาว   ประมาณยี่สิบลี้จากที่นี่มีเหมืองหินซึ่งเซือยวชาญทำกระเบื้องมุงหลังคาและอิฐ  พรุ่งนี้เมื่อข้ามีเวลา   ข้าจะพาเหลียนเซ่อไปดู   ครอบครัวเรามีเกวียน   ข้าจะช่วยพาพวกเจ้าไปขนกระเบื้องกลับมา

                   “ท่านลุงหลี่!  ท่านช่างเมตตาข้ายิ่งนัก!  ข้าขอโทษที่รบกวนท่านมากจริงๆ!” เหลียนฟางโจวรู้สึกทั้งขอบคุณและรู้สึกผิดในใจ    เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้าคงไม่อาจปฏิเสธความหวังดีนี้ได้จริงๆ   ขอบคุณท่าน….”

                   “โอ มิจำเป็นต้องนอบน้อมไป!  ครั้งหนึ่งบิดามารดาเจ้าได้ช่วยพวกเราไว้มากนัก  เช่นนั้น..ในภายภาคหน้าอย่าได้กล่าวเช่นนี้อีก” หลี่ต้ามู่เขย่ามือ   ใบหน้าคล้ำแดดเริ่มผ่อนคลายพลางคลี่ยิ้มจริงใจ

                   เหลียนฟางโจวพยักหน้ารับ  สัญญาด้วย เสียง ‘อา’ และตกลงเวลาออกเดินทาง  ครั้นแล้วเธอพาเหลียนฟางฉิงกลับบ้าน

                   ทันทีทั้งสองคนกลับมาและปรึกษาหารือในเรื่องนี้  เหลียนฟางโจวถามเหลียนเจ๋อ “ครอบครัวเรามีแม่ไก่ 2 ตัวใช่หรือไม่? พวกมันเคยออกไข่หรือยัง?”

                   “เราจะได้ไข่พรุ่งนี้เช้าใช่หรือไม่?” ดวงตาเหลียนฟางฉิงสว่างวาบขึ้น  สีหน้านางเต็มไปด้วยความคาดหวังและตื่นเต้น

                   เหลียนฟางโจวแทบทนเห็นนางผิดหวังไม่ได้  เห็นดังนั้นเธอคลี่ยิ้มพลางพยักหน้า “ใช่ พรุ่งนี้เช้าพี่ใหญ่จะทอดไข่ให้เจ้ากิน   เจ้าดีใจหรือไม่?”

                   “จริงๆรึ เยี่ยมจัง!” เหลียนฟางฉิงปรบมือพลางส่งเสียงดีใจ

                   เหลียนฟางโจวและเหลียนเจ๋อสบตากัน  ทั้งสองยิ้มบางๆ  ทว่า..ใจของทั้งสองช่างมืดครึ้มยิ่งนัก

                   “ไข่ไก่อยู่ที่นี่ พี่ใหญ่” เหลียนเจ๋อหันไปรอบๆ  นำตะกร้ามาใบหนึ่งพลางดูเหลียนฟางโจวนับไข่ทั้งหมด  และเสนอว่า “ไข่ทั้งหมด 41ฟอง เกลือที่เราใช้ น้ำมันเข็มและด้ายของพี่สาวทั้งหมดล้วนได้จากเงินที่ได้จากการขายไข่   ที่จริงข้าอยากเก็บให้ได้สัก100ฟองแล้วค่อยนำไปขายในเมือง”

                   ฟางโจวอดถอนหายใจไม่ได้  “ต่อไป.. อย่าได้ขายไข่เลย! สำหรับเกลือและน้ำมันเราค่อยคิดหาหนทางอื่นเถิด!  ในภายหน้า นอกจากปล่อยให้แม่ไก่ฟักไข่แล้ว  ก็เก็บบางส่วนให้ฉิงเอ๋อร์และเช่อเอ๋อรไว้กินเถิด!  ทั้งสองยังเล็กนัก  ยามนี้ร่างกายของพวกเขากำลังเติบโต  อย่าให้พวกเขากินแต่อาหารเลวๆเลย!  ไม่เช่นนั้นในภายหน้า  เราทั้งคู่จะต้องเสียใจ!”

                   “ได้…ข้าจะเชื่อฟังพี่ใหญ่!”  เหลียนเจ๋อพยักหน้ารับ

                   “แท้จริงแล้ว…เจ้าก็เป็นเด็กโต   เจ้าควรได้กินของบำรุงร่างกายด้วย  แต่ช่างน่าเวทนานัก  ครอบครัวเราครานี้…..”

                   “พี่ใหญ่!”  เหลียนเจ๋อโกรธอย่างเห็นได้ชัดพลางขัดวาจาเหลียนฟางโจว   เขากล่าวอย่างไม่สบอารมณ์   ข้าไม่ใช่เด็ก!  ข้าเป็นชายชาตรี!  ข้าควรเป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัว  ในภายหน้า… ข้าอยากให้พี่ใหญ่ได้แต่งออกไป!”

                   ทันทีที่เหลียนฟางโจวเห็นปฏิกิริยาเขา  เธอเสียใจในสิ่งที่เธอเพิ่งกล่าวออกไปเล็กน้อย  เมื่อได้แจ้งแก่ใจว่าเขาเป็นคนที่รักศักดิ์ศรีตนเองยิ่งนัก พลางรีบกล่าวว่า “ใช่…ใช่  พี่ใหญ่พูดผิดไป!  เจ้าเป็นชายตัวโตที่พึ่งพาได้อย่างแท้จริง”

                   เหลียนเจ๋อไม่ให้อภัยนางกับวาจาที่นางกล่าวออกมาก่อนหน้า  เพราะเหตุที่นางพูดเช่นนี้  เขาจ้องนางพลางกล่าว “คงจะมีสักวันที่พี่ใหญ่จะเชื่อข้าคนนี้!”  และหันหลังเดินจากไป

                   เหลียนฟางโจวส่ายศีรษะเล็กน้อยพลางหัวเราะ  เธอฉวยตระกร้าสะอาดๆ เก็บไข่ 30 ฟองอย่างระมัดระวังแล้ววางบนตะกร้า  และค่อยมาเก็บส่วนที่เหลือในภายหลัง

                   ครั้นแล้ว เธอหิ้วตะกร้าที่มีใข่บรรจุอยู่ภายใน   ออกเดินตรงไปยังบ้านป้าจาง

                   เธอเคาะประตูรั้วบ้านเบาๆ  เมื่อฮูหยินจ้าวเปิดประตูและเห็นเธอ  นางอดส่งสายตาพิฆาตไปที่เหลียนฟางโจวมิได้  “เจ้ากลับมาทำไมอีก?”  วันนี้มาเยี่ยมบ้านข้าหลายครานัก  เจ้ากำลังหิ้วตะกร้าเข้าไปในเมืองใช่หรือไม่?”

                   “ข้าขอโทษที่มารบกวนท่าน… พี่จ้าว!” เหลียนฟางโจวรีบขอโทษขอโพยด้วยรอยยิ้ม  เธอเหลือบมองตะกร้าในอ้อมแขนพลางกล่าว “พรุ่งนี้ข้าจะรบกวนท่านลุงหลี่  เช่นนั้น..ข้ารู้สึกว่าไม่ได้ทำอะไรตอบแทน   ทว่า..บ้านข้ามีเงินไม่มากนัก  โปรดรับไข่พวกนี้เพื่อแสดงความขอบคุณด้วยเถิด  มันไม่ได้มากมายอะไร  ทว่า…ได้โปรดรับไว้ด้วยเถิด…พี่จ้าว  อย่าได้ปฏิเสธข้าเลย!”

                    จ้าวซื่อตะลึงงัน  รู้สึกขัดเขินพลางยิ้ม “ถ้าเช่นนั้น… ครานี้เจ้าก็นำมันเข้าไปและบอกกับท่านลุงและท่านป้า…”

                   .”มิจำเป็นต้องให้เป็นเรื่องลำบากถึงขั้นนั้น!  ข้ายังต้องรีบกลับไปทำอาหารเย็นอีก!  ส่งไข่ให้พี่จ้าวก็เหมือนกัน!”  เหลียนฟางโจวส่งยิ้มพลางกล่าว  ครั้นแล้วเธอยื่นตะกร้าออกไป

                   “นี่… เจ้าช่างใจดีเกินไปแล้ว!  เจ้าเอากลับไปเถิดน่าจะดีกว่า!”  จ้าวซื่อเหลือบมองตะกร้าไข่  ถูมือพลางยิ้ม

                   “พี่สาว…หากพี่กล่าวเช่นนี้  ข้าคงอึดอัดใจนัก!”  ทำไมเหลียนฟางโจวจะไม่รู้สึกถึงความเสแสร้งในคำกล่าวปฏิเสธของฮูหยินจ้าว  เธอจึงเอาตะกร้าใส่มือนางพลางยิ้มอย่างบังคับกลายๆ

                   “อา!” จ้าวซื่อแย้มยิ้มขณะถือตะกร้าพลางกล่าวอย่างดีใจ  “พรุ่งนี้เช้าตรู่ข้าจะส่งตะกร้ากลับให้นะ!”

                   “พี่สาว ท่านจะส่งคืนตอนไหนก็ได้   มันก็แค่ตะกร้าใบหนึ่งเอง!” เหลียนฟางโจวยิ้มขณะขอตัวจากไป

                   จ้าวซื่อปิดประตูรั้วบ้าน  นับไข่ในตะกร้าอย่างมีความสุข  พลันเห็นสามีเธอ หลี่ซานเก่อ เข้ามาค่อนข้างกะทันหัน “นี่อะไรกัน?”

                   “ไอ้หยา!” จ้าวซ์่อสะดุ้งมือลูบอกพลางจ้องเขาแล้วกล่าว “พี่ทำให้ข้าตกใจกลัวเกือบตาย!  ท่านผลุบเข้ามาทางไหนกัน!”

                   นางเล่าความเป็นไปเรื่องเหลียนฟางโจวกับไข่ให้หลี่ซานเก่อฟังอย่างตื่นเต้น   นางถอนหายใจออกมาอย่างเป็นสุข  “ยามนี้…ข้าคิดว่า เป็นครั้งแรกที่เหลียนฟางโจวคนนี้ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายเสนอก่อนและไม่ร้องขอสิ่งใด!  นางดูเหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคนและดูเข้าใจวิธีที่มนุษย์พึงปฏิบัติต่อกันมากขึ้นแล้ว!”

                   เมื่อหลี่ซานเก่อได้ยินดังนี้พลันนิ่วหน้าขึ้น  เขาถามขึ้นด้วยน้ำสียงกล่าวหา  “ใครบอกให้เจ้ารับของเหล่านี้   เหล่าพี่น้องนั้นมิได้ได้มันมาง่ายๆนะ!”

                   จ้าวซื่อพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ท่านพี่พูดอันใด?  ในหมู่บ้านนี้  ไม่ใช่ว่าทุกคนแทบเอาตัวไม่รอดรึ?  และเราก็ได้มันมาง่ายนักรึ?”

                   “ไอ้หยา…ข้าคงไม่อาจอธิบายทุกอย่างให้เจ้าฟังอย่างกระจ่างชัดเพียงแค่ชั่วยามเดียวหรอก!”  หลี่ซานเก่อกล่าว “เอาสั้นๆนะ  เจ้าไม่สมควรรับของเอาไว้!  ควรส่งคืนกลับไปเร็วๆและอย่างระมัดระวัง   เพราะว่า…หากท่านพ่อและท่านแม่ทราบเข้า  เจ้าจะถูกดุเอานะ!”

                   “ข้าจะไม่ส่งคืนแน่ ! ไม่ก็คือไม่!” จ้าวซื่อไม่พอใจ “ไม่ใช่ว่าเราไปขอมาซักหน่อย  พวกเขาเป็นฝ่ายริเริ่มให้เป็นของขวัญเอง!   จะให้ส่งคืนไป…ช่างไร้สาระยิ่งนัก   ถึงอย่างไร…หากข้าไม่บอกท่านพ่อและท่านแม่  พวกท่านจะรู้อย่างไรได้?”

 

                   “เจ้าจะไม่บอกอะไรพวกข้ารึ?  หือ…นั่นอะไรในมือเจ้า เหม่ยซี่!”  ป้าจางก้าวออกมาจากบ้าน  และทันได้ยินประโยคสุดท้าย  นางอดจะถามขึ้นไม่ได้

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top