ขนาดตัวอักษร

บทที่ 18 เงินเก็บในบ้าน

 143 Views

บทที่ 18 เงินเก็บในบ้าน

สะใภ้ใหญ่ที่อยู่ห้องข้างๆ ก็พูดถึงเรื่องในวันนี้ที่หลินชิงเหอยกกระดูกหมูให้

 

 

แม้ว่าจะไม่ได้คิดแบบเดียวกับสะใภ้สอง แต่ก็รู้สึกสับสนเช่นกัน โจวชิงมู่กลับคิดว่าสะใภ้สี่เริ่มคิดได้แล้ว

 

 

สะใภ้ใหญ่ถึงกลับกลอกตาใส่ เมื่อก่อนตอนที่สะใภ้สี่ก่อเรื่องวุ่นวาย สามีของเธอก็บอกว่าสะใภ้สี่ยังเด็ก จึงไม่รู้ความ แต่หลังจากที่กลายเป็นคุณแม่ลูกสาม ก็เกิดรู้ความขึ้นมางั้นเหรอ

 

 

เพิ่งจะมาคิดได้ตอนนี้เนี่ยนะ? พูดไปใครจะเชื่อ

 

 

“ใช้เงินไม่บันยะบันยันเอาซะเลย ฉันได้ยินเถาจื่อบอกว่า เธอเห็นสะใภ้สี่หิ้วของกลับมาเต็มตะกร้าเลย” สะใภ้ใหญ่พูด

 

 

ไม่รู้ว่าซื้ออะไรมาบ้าง เพราะมีผ้าคลุมเอาไว้ แต่ถ้ายกกระดูกหมูชิ้นใหญ่ให้แบบเต็มใจ คาดว่าคงซื้อของกลับมาไม่น้อย

 

 

จุดนี้โจวชิงมู่ก็เห็นด้วย ใช้ชีวิตแบบนี้ แล้วถ้าอนาคตเกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้นมาล่ะ จะทำยังไง อีกอย่างแค่พริบตาเดียวต้าหวาก็อายุ 5 ขวบแล้ว ผ่านปีนี้ไปก็จะ 6 ขวบ เมื่อลูกโตขึ้นจะไม่ต้องใช้เงินเลยเหรอ?

 

 

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ โจวชิงมู่ก็รู้สึกอิจฉาขึ้นมาหน่อยๆ เพราะว่าเขามีลูกชายแค่คนเดียว ลูกๆ สามคนก่อนหน้านี้ก็เป็นผู้หญิงทั้งหมด ดังนั้นแรงกดดันจึงค่อนข้างน้อย แต่ว่าเขาก็ยินดีที่จะรู้สึกกดดันมากกว่าจะไม่รู้สึกอะไรเลย

 

 

“ไม่รู้ว่าท้องนี้จะเป็นลูกชายหรือเปล่า” โจวชิงมู่ลูบท้องที่นูนขึ้นมาน้อยๆ ของสะใภ้ใหญ่แล้วพูดขึ้นมา

 

 

ความสนใจของสะใภ้ใหญ่ก็เปลี่ยนไป เธอพูดขึ้นมาว่า “ทุกครั้งที่ต้าหวาเห็นท้องของน้องสะใภ้สาม เขามักจะเรียกน้องชายตลอด ไม่รู้ว่าครรภ์นี้จะเป็นลูกชายหรือไม่”

 

 

ความจริงแล้วเธอไม่รู้สึกกังวลเลย เพราะเธอก็มีลูกชายไปแล้วหนึ่งคน แน่นอนว่าถ้าหากเด็กคนนี้เป็นผู้ชายก็ถือว่าดีไป แต่ถ้าไม่ใช่ ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกร้อนใจเท่าไหร่นัก

 

 

ตอนนี้สะใภ้สามกำลังเย็บชุดให้ต้าหวาและเอ้อร์หวาอยู่ เมื่อการเก็บเกี่ยวสิ้นสุดลง ภายในบ้านก็ไม่มีอะไรเธอทำ ดังนั้นเธอจึงใช้เวลาตลอดทั้งวันในการเย็บชุดให้พวกต้าหวา จึงเป็นธรรมดาที่ความเร็วจะเร็วขึ้น ตอนนี้ชุดของเอ้อร์หวาก็เสร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง

 

 

คาดว่าอีก 2-3 วันชุดของต้าหวาก็น่าจะทำเสร็จ จากนั้นเธอก็จะสามารถเย็บชุดให้ลูกสาวของเธอได้

 

 

ไม่ว่าสมาชิกของบ้านโจวแต่ละคนจะคิดอย่างไร แต่วันคืนภายในบ้านก็ผ่านไปอย่างเรียบง่ายและสงบ สะใภ้สามปิดปากหาว ก่อนจะไปพักผ่อน ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่หลินชิงเหอได้ตื่นขึ้นมา

 

 

เมื่อตัดสินใจแล้วว่าเย็นนี้จะกินเกี๊ยว หลินชิงเหอก็เริ่มนวดแป้งทันที

 

 

เธอสับซี่โครงหมูแล้วเก็บเข้ามิติส่วนตัว วันนี้อากาศไม่หนาวเท่าไหร่ นอกจากหมูสามชั้นหมักเกลือแล้ว ซี่โครงหมูที่เป็นของสดคงทนอากาศร้อนไม่ได้แน่ ดังนั้นการเก็บไว้ในมิติส่วนตัวจะดีมาก เพราะมันไม่ต่างอะไรกับตู้เย็นเลย

 

 

ตอนที่หลินชิงเหอกำลังวุ่นๆ อยู่ในครัว พวกเด็กๆ ก็ทยอยกันลุกขึ้นมา เมื่อรู้ว่ามื้อเย็นในวันนี้ก็คือเกี๊ยว ก็พากันดีใจมาก

 

 

โจวต้าหวารีบวิ่งออกจากบ้านเพื่อไปอวดเพื่อน โจวเอ้อร์หวาก็ออกไปเล่น ส่วนซานหวาก็อยู่กับหลินชิงเหอในบ้าน

 

 

สำหรับเด็กๆ ทั้งสองคน หลินชิงเหอไม่อยากจะจำกัดขอบเขตของพวกเขา อย่างไรเสียก็เด็กผู้ชาย ไม่อาจจะเลี้ยงให้อยู่ในกรอบได้ และที่สำคัญฤดูหนาวก็มาถึงเร็ว เมื่อถึงตอนนั้น ต่อให้อยากออกไปเล่นก็คงจะทำไม่ได้ หลินชิงเหอคิดไว้แล้วว่า เธอจะส่งต้าหวาไปเรียนหนังสือ

 

 

ปีหน้าจะส่งเขาไปเรียนชั้นประถม

 

 

เรียนประถม 5 ปี เรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายอีก 2 ปี

 

 

อายุ 6 ขวบก็ถือว่าไม่น้อยแล้ว ส่งไปเรียนหนังสือก็ไม่เลว อย่างน้อยก็ดีกว่าอยู่บ้านแกล้งหมาแหย่แมวไปวันๆ

 

 

โจวต้าหวาที่ไม่รู้ตัวเลยว่าวันคืนอันแสนสนุกสนานของตัวเองกำลังจะเหลือน้อยเต็มทีแล้ว เขากำลังวิ่งเล่นอยู่ข้างนอก โดยมีโจวเอ้อร์หวาวิ่งตามหลังมาติดๆ

 

 

ไม่รู้ว่าไปเล่นข้างนอกกันยังไง ตอนกลับมาถึงได้เนื้อตัวสกปรกไปหมด

 

 

หลินชิงเหอที่ปั้นแป้งใกล้เสร็จ เมื่อเห็นสภาพสองพี่น้องก็ไล่ให้พวกเขาไปล้างมือล้างหน้า

 

 

ในบ้านมีบ่อน้ำอยู่บ่อหนึ่ง ซึ่งเสียเงินก้อนใหญ่ในการสร้างมันขึ้นมา ทั้งหมู่บ้านมีแค่ 5 ครอบครัวเท่านั้นที่มีบ่อน้ำเป็นของตัวเอง และบ้านเธอก็คือหนึ่งในนั้น

 

 

ในยามปกติจะมีฝาปิดบ่อเอาไว้ เพื่อกันไม่ให้พวกต้าหวาไปเล่นและพลัดตกลงไป

 

 

เจ้าของร่างเดิมต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากในการขุดบ่อนี้ขึ้นมา ด้วยเงินเบี้ยเลี้ยงที่โจวชิงป๋ายส่งกลับมาให้ทุกเดือน เธอจึงยินดีเรียกคนมาขุดบ่อ

 

 

ในขณะที่สะใภ้สองกำลังอิ่มเอมใจ เพราะนึกว่าเจ้าของร่างเดิมคงมีเงินเก็บไม่เท่ากับตัวเอง โดยประเมินความสามารถของโจวชิงป๋ายต่ำไป

 

 

ในช่วงแรกๆ เงินเบี้ยเลี้ยงที่โจวชิงป๋ายส่งมาให้ทุกเดือน ไม่เคยต่ำกว่า20หยวน ปกติจะได้ 23-24 หยวน มากสุดก็ 25-26 หยวน ซึ่งเขาจะส่งกลับมาให้ที่บ้านทั้งหมด

 

 

ที่ที่เขาอยู่ไม่จำเป็นต้องใช้เงิน เมื่อไม่ต้องใช้เงิน เขาก็ส่งเงินทั้งหมดกลับมาให้ที่บ้าน บางครั้งก็ยังมีตั๋วถูกส่งมาให้ด้วย

 

แต่ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เงินเบี้ยเลี้ยงที่โจวชิงป๋ายส่งมาให้ทุกเดือน ก็มากกว่า 30 หยวน โดยปกติแล้วมักจะได้ 35-36 หยวน

 

 

ดังนั้นต่อให้เจ้าของร่างเดิมจะฟุ่มเฟือย แต่ในยุคนี้ก็ไม่สามารถหอบเงินไปเที่ยวรอบโลกได้ อีกอย่างพวกต้าหวาก็ยังเด็ก ปริมาณอาหารที่ต้องกินจึงไม่มากเท่ากับพวกผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเจ้าของร่างเดิมที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะให้พวกเด็กๆ มีกินแค่ไม่อดตายเท่านั้น ฉะนั้นจะต้องเสียเงินมากแค่ไหนกัน?

 

 

ค่าใช้จ่ายภายในบ้านส่วนใหญ่ก็เกิดจากตัวเองทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุงผิว ชุดใหม่ ผ้าพันคอ รองเท้า ถุงเท้า ของเหล่านี้ก็มีแค่ของตัวเองเท่านั้น

 

 

เนื่องจากใช้จ่ายเพื่อตัวเอง เจ้าของร่างเดิมจึงสามารถประหยัดเงินได้เล็กน้อย

 

 

แม้จะใช้จ่ายไปกับตัวเองมาก แต่เมื่อ 2-3 วันก่อน หลินชิงเหอก็พบว่าเงินเก็บภายในบ้าน ก็มีประมาณสองร้อยกว่าเกือบสามร้อย

 

 

ในยุคที่ใช้เงินทีละเฟินทีละเฟิน เงินเกือบสามร้อยหยวนต้องเป็นเงินเก็บที่มหาศาลอย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

เพียงแต่ว่าภาพลักษณ์ฟุ่มเฟือยของเจ้าของร่างเดิมนั้น ได้ฝังรากลึกลงไปในใจของผู้คน ดังนั้นทุกคนจึงพากันคิดว่า เจ้าของร่างเดิมคงมีเงินออมไม่มาก

 

 

แน่นอนเคยมีเหล่าไท่ไทในหมู่บ้านเตือนว่า ให้ประหยัดเงินไว้บ้างและใช้จ่ายในสิ่งจำเป็นเท่านั้น

 

 

ซึ่งเจ้าของร่างเดิมได้ตอบกลับไปว่า “แค่นี้ยังไม่พอใช้จ่ายสำหรับฉันเลย แล้วจะประหยัดได้ยังไง? ”

 

 

ประโยคนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้านจนถึงทุกวันนี้ ปกติก็เห็นเธอใช้ครีมยี่ห้อเสวี่ยฮวาเกา ทั้งยังสวมชุดใหม่รองเท้าใหม่ ซึ่งของเหล่านี้ล้วนเป็นสินค้าราคาแพงที่คนในหมู่บ้านไม่คิดจะซื้อหรือกล้าถามราคา การกระทำแบบนี้ยิ่งยืนยันได้ว่า สิ่งที่เธอกล่าวมานั้นเป็นความจริง

 

 

“แม่ เกี๊ยวไส้อะไร? ” ต้าหวาถามขณะล้างมือ

 

 

หลินชิงเหอตอบกลับไปว่า “เกี๊ยวหมู”

 

 

“ผมชอบเกี๊ยวที่แม่ทำ ไม่ว่าแม่จะใส่ไส้อะไรผมก็ชอบหมด” โจวเอ้อร์หวาพูด

 

 

เอ้อร์หวาชินกับการพูดเอาใจ คำพูดของเขาทำให้หลินชิงเหอหันมาด้วยแววตายิ้มๆ โจวเอ้อร์จึงฉีกยิ้มออกมา

 

 

“แม่ให้ผมช่วยได้ไหม” โจวต้าหวาถาม ดวงตาของเขาเป็นประกาย เขาอยากจะลองทำดูบ้าง

 

 

ในอนาคตฉันให้ทำแน่ ฉันไม่คิดจะเลี้ยงพวกเขาให้กลายเป็นนายน้อยที่สิบนิ้วก็ไม่เคยสัมผัสแดด

 

 

แต่ตอนนี้ปล่อยไปก่อน อีกอย่างแต่ละคนก็เหมือนกับหลุดออกมาจากโคลน ซอกเล็บยังมีดินติดอยู่เลย แม้ว่าเธอจะให้ไปล้างมือ แต่แค่วันเดียวพวกเขาก็กลับมาเป็นสภาพเดิม

 

 

“อย่ากวนแม่ ไปนั่งรอเงียบๆ ก่อน” หลินชิงเหอปัดมือเขาเบาๆ

 

 

โจวต้าหวาพูดขึ้นมาว่า “แม่ไม่ชอบผมเหรอ!”

 

 

“แม่ไม่ชอบลูกไม่ใช่แค่วันสองวันสักหน่อย ก่อนหน้านี้ทำไมเห็นพูดเลย หือ จริงสิ บ้านเรากำลังจะเลี้ยงไก่ด้วยนะ พวกลูกคิดว่าไง” หลินชิงเหอถาม

 

 

“เลี้ยงลูกไก่เหรอ?” ตาของเอ้อร์หวาเป็นประกายขึ้นมา

 

 

“อืม” หลินชิงเหอพยักหน้า “ต้าหวา พาน้องออกไป และอย่าให้ซานหวาเอาแป้งเข้าปาก” เธอให้แป้งที่ปั้นเป็นก้อนๆ กับซานหวา เพื่อให้เขานั่งเล่นอย่างเงียบๆ

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top