ขนาดตัวอักษร

บทที่ 17 เงินเก็บส่วนตัว

 135 Views

บทที่ 17 เงินเก็บส่วนตัว

เป็นโจวเอ้อร์นีลูกสาวของสะใภ้ใหญ่ที่อุ้มโจวซานหวากลับมา ส่วนโจวเอ้อร์หวาก็ถูกโจวต้าหวาจูงมือวิ่งกลับมา

 

“กระดูกหมูนี่ก็นำกลับบ้านไปด้วยนะ เอาไปทำอาหารเพิ่มให้คุณปู่กับคุณย่า” ไม่ว่าบ้านโจวจะคิดยังไงกับเธอ แต่หลินชิงเหอก็ยังยัดกระดูกหมูใส่มือของโจวเอ้อร์นี ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของโจวเอ้อร์นี

 

“ดูสิกลายเป็นแมวลายไปซะแล้ว” หลินชิงเหอล้างหน้าให้เอ้อร์หวากับซานหวา

 

จากนั้นก็ค่อยล้างหน้าให้ต้าหวา ทันใดนั้นต้าหวาก็ถามขึ้นมาว่า “แม่ แม่ซื้อซาลาเปาลูกใหญ่กลับมาไหม? ”

 

“แล้วลูกต้องการกี่ลูกล่ะ” หลินชิงเหอถาม

 

“ก็ต้องคนละลูกสิ” ต้าหวาตอบ

 

“จินตนาการได้ยอดเยี่ยมมาก” หลินชิงเหอกล่าวยิ้มๆ “แต่แม่ซื้อมาแค่สองลูก กินกันคนละครึ่งลูกก็พอ”

 

หนึ่งคนครึ่งลูกก็น่าจะอิ่มกันแล้ว

 

เมื่อพาพวกเด็กๆ ทั้งสามคนไปล้างหน้าเสร็จ โจ๊กที่อุ่นไว้ก็ร้อนขึ้นมาพอดี พร้อมกับมีไอร้อนพวยพุ่งขึ้นมา

 

หลินชิงเหอที่คุ้นเคยกับชีวิตในยุคสมัยใหม่ พยายามอย่างหนักที่จะปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยนี้ อันที่จริงแล้วเธอก็ปรับตัวได้ดีเลยทีเดียว เพียงแต่ว่ายังติดขี้เกียจเล็กน้อย

 

มื้อเที่ยงทานโจ๊กขาว และมีผัดแตงกวาเนื้อหมูกับไข่ต้มเป็นเครื่องเคียง ที่สำคัญคือมีซาลาเปาลูกใหญ่สองลูก

 

โจ๊กเหลือไม่มากนัก ดังนั้นจึงได้ทานกันคนละถ้วย แต่เมื่อมีผัดแตงกวาและซาลาเปาลูกใหญ่อีกสองลูก สี่คนแม่ลูกจึงกินอิ่มจนแน่นท้อง

 

โดยเฉพาะต้าหวากับเอ้อร์หวา พวกเขาตกหลุมรักซาลาเปาขาวๆ ลูกโตๆ นี้เข้าเต็มเปา

 

“แม่ยังซื้ออะไรกลับมาอีก? ” โจวเอ้อร์หวาถามอย่างสงสัย

 

 

“ไม่มีแล้ว” หลินชิงเหอตอบขณะเก็บถ้วยตะเกียบบนโต๊ะ

 

เมื่อพูดถึงหน่วยสหกรณ์ในตัวเมือง ข้าวของและอุปกรณ์ของที่นั่นค่อนข้างขาดแคลน ตามความทรงจำของร่างเดิม หน่วยสหกรณ์ในมณฑลจะมีข้าวของและอุปกรณ์ที่ครบครันกว่า

 

เดิมทีที่ไปในครั้งนี้เธอคิดจะซื้อกุ้งแห้งกับพุทราจีนกลับมาด้วย แต่ผลปรากฏว่าไม่มี แต่ถ้าเป็นหน่วยสหกรณ์ในมณฑล จะมีของพวกนี้

 

ทุกครั้งที่เจ้าของร่างเดิมเข้าตัวเมืองเธอจะสนใจแต่ผ้าเนื้อดี ส่วนเรื่องพวกนี้นั้นเธอไม่สนใจเลย

 

ถึงเจ้าของร่างเดิมจะไม่ใส่ใจ แต่หลินชิงเหอนั้นใส่ใจ ตอนนี้พวกต้าหวากำลังอยู่ในวัยกำลังโต และกุ้งแห้งก็มีส่วนช่วยในการเสริมแคลเซียมให้กับพวกเด็กๆ

 

ส่วนพุทราจีน เธอต้องการซื้อกลับมาใส่ตอนตุ๋นไก่

 

ยังมีเห็นชนิดอื่นๆ ที่เธอต้องการอีกด้วย แต่ก็ซื้อได้แค่สาหร่ายกับเห็ดหูหนูอย่างล่ะ 250 กรัมเท่านั้น ถ้าหากโจวชิงป๋ายกลับมา ชายฉกรรจ์ตัวโตแบบนั้นคงกินไม่อิ่มแน่ ดังนั้นต้องหาทางไปแวะที่มณฑลสักครั้ง

 

หลินชิงเหอวางแผนจะพาโจวตงไปที่มณฑลเพื่อหาซื้อเสบียงกลับมา ขณะคิดก็พาพวกเด็กๆ เข้านอนตอนบ่าย

 

ช่วยไม่ได้ นอกจากนอนแล้วก็ไม่มีอย่างอื่นให้ทำเลย

 

แต่เมื่อนึกได้ว่าตอนนี้อากาศเริ่มหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆ หลินชิงเหอก็รอให้พวกเด็กๆ หลับกันก่อน แล้วค่อยสำรวจมิติของตัวเอง

 

เธอเตรียมผ้านวมผืนใหญ่หนักกว่า 3.5 กล.สองผืน มันดูอบอุ่นเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่าสีจะดูพื้นๆ แต่องค์ประกอบส่วนอื่นๆ กลับดูทันสมัย ซึ่งไม่เข้ากับยุคนี้

 

ดังนั้นเธอก็ขาดแค่ผ้าปูที่นอนผืนใหญ่ เธอจะต้องเข้าไปซื้อผ้าปูที่นอนในมณฑล เมื่อถึงเวลาก็ค่อยเอาผ้าปูที่นอนคลุมผ้านวมเอาไว้ แล้วแสร้งทำเป็นว่าซื้อมาด้วยกัน แบบนี้โจวชิงป๋ายก็คงไม่ว่าอะไรเธอ

 

อาจจะกล่าวได้ว่านี่คือความสามารถในด้านการจัดการของเธอ!

 

นอกจากผ้านวมก็ยังมีที่นอน ที่นอนสามารถนำมันออกมาใช้ได้เลย เพราะมันเข้ากับยุคสมัยมาก ไม่มีลวดลายที่สะดุดตาเลยแม้แต่น้อย

 

เธอวางแผนไว้หมดแล้ว ผ้านวมและที่นอนเธอจะใช้เอง เมื่อฤดูหนาวมาถึง เธอจะนอนบนเตียงเตากับซานหวา ส่วนพ่อของตัวร้าย ก็ให้เขาไปนอนห้องเดียวกับต้าหวาและเอ้อร์หวา อย่างไรเสียในบ้านก็ยังมีผ้านวมผืนเก่าอยู่ เขาไม่แข็งตายอยู่แล้ว

 

โจวชิงป๋าย “……”

 

หลังจากที่สำรวจสิ่งของในมิติเรียบร้อยแล้ว หลินชิงเหอก็เคลิ้มหลับไปพร้อมกับลูกๆ

 

หลังจากคนในตระกูลโจวกลับบ้านมา และรู้ว่าหลินชิงเหอให้กระดูกหมูมา แม้จะไม่ใช่เนื้อ แต่การได้กินซุปกระดูกหมูในยุคนี้ก็นับว่าเป็นของดีเช่นกัน ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ชอบโจวเอ้อร์นี

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยังเป็นหลินชิงเหอที่ยัดเยียดให้โจวเอ้อร์นีนำกลับมา

 

กระดูกหมูชิ้นใหญ่ถูกสับเป็นชิ้นๆ จากนั้นก็นำไปตุ๋นกับผักดอง สำหรับผู้เฒ่าโจวที่ไม่ได้กินน้ำซุปหมูมานานแล้ว กลิ่นนี้จึงหอมเป็นพิเศษ

 

หลังจากทานข้าวเสร็จ ต่างคนต่างก็พากันแยกย้ายไปทำธุระของตัวเอง

 

เมื่อกลับเข้ามาในห้อง แม่โจวก็ถามผู้เฒ่าว่า “ตาเฒ่า คุณว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับสะใภ้สี่หรือเปล่า?”

 

“แล้วเกิดอะไรขึ้นล่ะ?” ความจริงแล้ว ในใจของผู้เฒ่าโจวก็ยังไม่เข้าใจนัก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

 

“มันแปลกๆ อยู่นะ เมื่อก่อนสะใภ้สี่อยากจะอยู่ห่างจากพวกเราจะตาย เหมือนกลัวว่าพวกเราจะไปเกาะเขา แต่ดูตอนนี้สิ นำเอ้อร์หวาและซานหวามาฝาก แถมยังให้กระดูกหมูมาด้วย” แม่โจวพูด

 

ผู้เฒ่าโจวไม่ได้คิดลึกขนาดนั้น เพียงแค่มองว่าสะใภ้สี่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ก็ดีแล้ว ทำไมจะต้องไปใส่ใจเรื่องอื่นด้วย

 

อีกอย่างเรื่องเร่งด่วนในตอนนี้ก็คือการรอรับของปันส่วน จากนั้นก็เตรียมตัวปลูกข้าวสาลีฤดูหนาว นี่สิถึงจะเป็นเรื่องใหญ่

 

ความจริงแล้วไม่ใช่แค่แม่โจวเท่านั้นที่สงสัย สะใภ้อีกสามคนก็รู้สึกสงสัยเช่นกัน

 

สะใภ้สองพูดกับโจวชิงหลินเบาๆ ว่า “สะใภ้สี่กำลังคิดอะไรอยู่? คงไม่ใช่ว่าเธออยากจะขอแบ่งเนื้อของบ้านเรานะ!”

 

โจวชิงหลินกล่าวอย่างไม่สนใจว่า “เธอแยกบ้านออกไปแล้ว เนื้อของบ้านเราจะแบ่งให้เธอได้ยังไง” บ้านนี้มีคนตั้งหลายคนนะ

 

“เธอแยกบ้านแล้วก็จริง แต่พวกต้าหวาเป็นหลานของพ่อกับแม่นะ” สะใภ้สองคิดว่าตัวเองมองแผนการของหลินชิงเหอออก

 

“เป็นไปไม่ได้ สะใภ้สี่หยิ่งแค่ไหนเธอไม่รู้อีกเหรอ อีกอย่างน้องสี่ก็ส่งเบี้ยเลี้ยงกลับมาให้ทุกเดือน ถ้าเธออยากจะกินเนื้อ เธอก็สามารถซื้อเนื้อกับหน่วยผลิตได้ ไม่ต้องมาขอแบ่งกับพวกเราหรอก เดาว่าเธอคงมีวิธีหาเนื้อมาได้ ไม่อย่างนั้นคงไม่ยกกระดูกหมูให้บ้านเราหรอก” โจวชิงหลินกล่าว

 

สะใภ้สองไม่อาจปกปิดความริษยาในน้ำเสียงได้ “คุณเห็นรึเปล่า ช่วงนี้พวกต้าหวาดูอ้วนท้วมไม่น้อย โดยเฉพาะซานหวา แก้มของเขายุ้ยมาก”

 

เธอมีลูกสาวสองคนและลูกชายอายุ 3 ขวบหนึ่งคน แต่พวกเขากลับผอมเหมือนท่อนไม้

 

เมื่อก่อน แม้ว่าลูกชายของเธอจะอายุเท่ากับเอ้อร์หวา แต่เขาก็ไม่ผอมเท่าเอ้อร์หวา แต่ไม่เจอกันแค่แปปเดียว เอ้อร์หวากลับดูแข็งแรงขึ้น

 

“อย่าคิดมากเลยนะ ฉันเดาว่าเธอคงมีเงินเก็บน้อยกว่าบ้านเรา” โจวชิงหลินพูด

 

ประโยคนี้นับว่าเกาถูกจุดสะใภ้สอง

 

สะใภ้สองคิดว่าตัวเองบริหารจัดการบ้านเรือนได้ดีมาก แม้ว่าจะไม่มีรายได้ แต่ด้วยความพยายามของเธอ ก็ทำให้ครอบครัวสองมีเงินเก็บมากกว่าสิบหยวน

 

นี่เป็นเงินก้อนใหญ่แน่นอน!

 

กลับไปมองที่สะใภ้สี่ แม้ว่าจะได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงจากน้องสี่ทุกเดือน แต่ด้วยการบริหารจัดการบ้านเรือนของสะใภ้สี่ เกรงว่าคงไม่มีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินอย่างแน่นอน

 

ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่ขอให้สะใภ้สามช่วยตัดเย็บชุดกันหนาวให้กับพวกต้าหวา เด็กๆ ทั้งสามคนต่างก็มีชุดใหม่กันหมด อีกทั้งผ้าที่นำมาทำก็เป็นผ้าเนื้อดี นี่นับว่าเป็นการสิ้นเปลืองเงินทองมาก

 

เธอกล้าพนันเลยว่า เงินเก็บในบ้านของหลินชิงเหอ ต้องมีไม่มากเท่าเธออย่างแน่นอน!

 

“ไม่รู้ว่าปีนี้แม่จะให้เงินพวกเราเท่าไหร่” หลังจากปลอบใจตัวเองเสร็จ สะใภ้สองก็อารมณ์ดีขึ้นมาไม่น้อย

 

แม่โจวนับว่าเป็นแม่ผัวที่ดีคนหนึ่งในหมู่บ้าน หากไม่นับที่ลำเอียงรักโจวชิงป๋ายมากกว่าลูกคนอื่นๆ และไม่นับที่ยอมให้หลินชิงเหอแยกบ้านไป อย่างอื่นก็ยุติธรรมกับพวกเธอ

 

และที่สำคัญแม่โจวก็ไม่ได้ขี้เหนียวจนถึงขั้นขนสักเส้นก็ไม่ยอมให้ร่วง ทุกสิ้นปี แม่โจวจะแบ่งเงินให้ครอบครัวละ 2 หยวน

 

ซึ่งพวกเขาจะเก็บไว้หรือจะนำไปมอบให้ญาติตอนที่กลับไปเยี่ยมบ้านเก่าช่วงต้นปีก็ตามใจ

 

ลูกสะใภ้ในหมู่บ้านวัยเดียวกัน ไม่มีใครได้รับการปฏิบัติแบบนี้เลยสักคน แม่ผัวจะเก็บเงินทั้งหมดไว้กับตัว ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงเงินเก็บส่วนตัวเลย

 

ตรงกันข้ามกับเธอ ชีวิตของเธอนั้นนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top