ขนาดตัวอักษร

บทที่ 16 รัดเข็มขัด[1]ให้แน่น

 129 Views

บทที่ 16 รัดเข็มขัด[1]ให้แน่น

ตอนนี้ที่บ้านมีเตาเพียงเตาเดียว จะทำอาหารต้มน้ำก็ใช้ได้แค่เตานี้เท่านั้น ถ้าหากมีเตาถ่านเพิ่มมาอีกอันจะสะดวกมากกว่า

  

 

อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้เตาถ่านมาสักอัน

  

 

ยิ่งไปกว่านั้นหากมีเตาถ่านก็ต้องมีคูปองก้อนถ่านหิน[2]อีก ของเหล่านี้มีแค่คนในเมืองเท่านั้นถึงจะมี ส่วนคนตามชนบทนั้นไม่มี

  

 

ถ้าอยากได้ของพวกนี้ ก็ต้องไปแวะดูในตัวเมืองอีกสักรอบ

  

 

นอกจากเตาถ่านแล้วก็ยังมีพวกหม้อดินเผาอีก แต่เธอค่อยทำเรื่องนี้ทีหลังก็ได้ เธอน่าจะสามารถยกระดับความเป็นอยู่ของครอบครัวขึ้นมาได้หลังจากที่โจวชิงป๋ายกลับมา

  

 

รู้สึกว่าน่าจะอีกไม่นานแล้วล่ะ หลินชิงเหอเอาผ้าคลุมตะกร้า จะได้ไม่มีใครรู้ว่าเธอซื้ออะไรมาบ้าง

  

 

ตอนนี้เธอสามารถดึงของออกมาจากมิติได้ตามใจแล้ว

  

 

เมื่อใกล้จะถึงหมู่บ้าน เธอก็นำเนื้อหมูบางส่วนในมิติออกมา ยกเว้นแค่เนื้อติดมันที่ไม่ได้หยิบออกมา เพราะว่ามันจะดูสะดุดตาเกินไป รอถึงวันแบ่งเนื้อของหมู่บ้านค่อยว่ากันอีกที

  

 

นอกจากเนื้อหมูและซี่โครงหมูแล้ว ยังมีไข่ไก่และอย่างอื่นอีก เรียกได้ว่าในตะกร้าเต็มไปด้วยสิ่งของมากมาย แต่กลับถูกผ้าปอดเอาไว้ ทำให้ไม่รู้ว่าเธอซื้ออะไรมา

  

 

เนื่องจากระยะทางไม่ได้ใกล้กันนัก แม้จะออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด แต่เมื่อไปกลับแล้ว ก็มาถึงหมู่บ้านตอนเก้าโมงกว่าเกือบจะสิบโมง

  

 

เธอไม่ได้ตรงไปรับลูกทั้งสามคนเลย เพราะรู้ว่าแม่โจวคงดูแลลูกๆของเธอเป็นอย่างดี เธอนำไข่ไปเติมในโถจนเต็ม แล้วเติมข้าวสารลงในโอ่ง จากนั้นก็เริ่มหมักเนื้อ

  

 

หลินชิงเหอใช้เกลือหมักหมูสามชั้นสองแผ่นใหญ่ ส่วนเนื้อไม่ติดมัน เธอจะนำมันมาหั่นเพื่อใส่ลงไปในโจ๊กให้เด็กทั้งสามคนทาน

  

 

พวกเขาชอบโจ๊กหมูมาก แต่ละคนกินจนท้องป่องออกมา เห็นแล้วรู้สึกชื่นใจนัก

  

 

หลินชิงเหอสับซี่โครงหมู ส่วนกระดูกหมู เธอจะมอบให้แม่โจวเพื่อแสดงความขอบคุณ

  

 

หลังจากทำงานบ้านเสร็จเรียบร้อย หลินชิงเหอก็มองดูเวลา นี่ยังเช้าอยู่เลย ดังนั้น เธอจึงไปยังสวนผักที่ลานหลังบ้าน ขณะที่กำลังรดน้ำอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงตะโกนเรียกของใครบ้างคน

  

 

เมื่อเดินไปเปิดประตูดูก็พบว่าเป็นโจวตงที่นำฟืนสองมัดมาส่ง

  

 

“เร็วขนาดนี้เลยเหรอ ฉันนึกว่าอีกสองวันจะเอามาให้ซะอีก” หลินชิงเหอเปิดประตูบ้านออก ขณะที่โจวตงขนฟืนลงบนพื้น

 

 

 “งานปอกเปลือกข้าวโพดให้น้องสาวไปทำก็ได้ครับ ไม่จำเป็นต้องให้ผมไป” โจวตงกล่าว

  

 

งานที่เขาต้องทำก็คือการปลูกข้าวสาลีฤดูหนาว แต่ตอนนี้ยังไม่เริ่ม

  

 

ฟืนสองมัดนับว่าไม่น้อยเลย ฟืนสองมัดแบบนี้ต้องจ่าย 3 เหมา หลินชิงเหอหยิบเงิน 3 เหมาในกระเป๋าออกมานับ ก่อนจะส่งให้แล้วพูดว่า “ในบ้านยังขาดอยู่ไม่น้อยเลย”

  

 

ที่ยังขาดก็เพราะว่าเธอค่อนข้างใช้ฟืนเปลืองกว่าเจ้าของร่างเดิม อีกอย่างปลายเดือนสิบนี้  โจวชิงป๋ายก็คงจะกลับมาแล้ว ร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส เธอไม่กล้าใช้เขาไปเก็บฟืนกลับมาบ้านเหมือนเจ้าของร่างเดิม

  

 

ถูกต้อง ในนิยายบอกว่าเจ้าของร่างเดิมทำแบบนั้น ด้วยเหตุนี้ อาการบาดเจ็บของพ่อตัวร้ายเลยยิ่งหนักกว่าเดิม และไม่สามารถฟื้นฟูได้สมบูรณ์ เมื่ออายุได้ห้าสิบกว่าปีร่างกายจึงแย่ลง  

  

 

“อาสะใภ้วางใจได้ ก่อนหิมะตกผมจะขึ้นไปเก็บฟืนบนภูเขามาให้ รอหลังวันแบ่งผลผลิต ผมกับน้องสาวจะขึ้นไปเก็บฟืนด้วยกัน และจะขนกลับมาด้วยรถเข็น รับรองเลยว่ามันต้องมากพอแน่ๆ” โจวตงตอบกลับอย่างกระตือรือร้น

  

 

คนอื่นอาจจะไม่ชอบอาสะใภ้หลิน แต่สำหรับพวกเขาสองคนพี่น้อง ความประทับใจที่มีต่ออาสะใภ้หลินนั้นค่อนข้างไม่เลว เพราะว่าเจ้าของร่างเดิมยินดีให้งานพวกเขาทำ

  

 

การมีงานทำหมายถึงการมีอาหารกิน

  

 

ในฤดูหนาวที่ยาวนานพวกเขาไม่สามารถทำงานได้จึงไม่มีคะแนนงาน ฉะนั้นสิ่งที่ทำได้ก็คือรัดเข็มขัดให้แน่น เมื่อก่อนการจะใช้ชีวิตให้ผ่านไปในแต่ละวันนั้นไม่ง่ายนัก ด้วยเงินที่เจ้าของร่างเดิมให้มา ทำให้พวกเขาสองคนพี่น้องพอมีกินมีใช้บ้าง มิฉะนั้น วันๆหนึ่งพวกเขาคงกินไม่อิ่ม เวลาหิวก็ได้แต่ดื่มน้ำ เพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไปได้

  

 

“นี่คือไข่ต้มเมื่อเช้า พอดีว่าต้มมากไปหน่อย เธอเอากลับไปกินที่บ้านสิ” หลินชิงเหอเข้าไปหยิบไข่ต้มในบ้าน แล้วส่งให้เขา

  

 

“ไม่เป็นไรครับอาสะใภ้ ผมกินข้าวเช้ามาแล้ว” โจวตงรีบพูดต่อไปว่า “อาสะใภ้ ผมต้องกลับก่อนนะ ตอนบ่ายจะขึ้นเขาอีกรอบ และจะเอามาส่งให้ตอนเย็น”

  

 

พูดจบก็รีบเดินจากไป

  

 

หลินชิงเหอชะงัก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ไข่ไก่นับว่าเป็นสินค้าที่ราคาแพงมากในตอนนี้ เดิมทีเธอคิดจะหาโอกาสพูดให้โจวตงไปที่เมืองกับเธอสักครั้ง โดยนำรถเข็นไปด้วย เมื่อถึงตอนนั้นจะอ่างล้างเท้าหรืออ่างล้างหน้าก็สามารถขนกลับมาได้หมด ดังนั้นจึงให้ไก่ไข่ไป แต่ดูเหมือนว่าโจวตงจะไม่กล้ารับ

 

 

งั้นไว้รอกลับมาจากเมืองก่อน ค่อยตอบแทนสองพี่น้องอีกทีก็ได้

  

 

โจวตงบอกว่าจะขึ้นเขาในตอนบ่าย ถ้างั้นค่อยพูดกับเขาในตอนเย็นก็ได้

  

 

ระยะทางจากหมู่บ้านกับภูเขาที่เก็บฟืนไม่ใกล้กันนัก ด้วยฝีเท้าของโจวตงแล้ว เขาต้องใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยเกือบๆสามชั่วโมง ถึงจะนำฟืนสองมัดนี้กลับมาได้ แสดงว่าเขาต้องออกไปเก็บฟืนตั้งแต่เช้ามืด

  

 

แต่เธอก็รู้ว่าโจวตงไม่ได้ไปคนเดียว แต่ยังไปกับเด็กหนุ่มในหมู่บ้านที่อายุ17-18ปี ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลอะไร

  

 

ช่วงนี้ เป็นช่วงที่ทุกบ้านกำลังเตรียมเก็บฟืนไว้ใช้ในฤดูหนาว ฟืนที่โจวตงเก็บมาได้นั้นก็จะนำมาขายให้กับเธอ ส่วนคนในหมู่บ้านก็จะเก็บฟืนไปขายในเมือง โดยปกติแล้วก็ขายได้นั่นแหละ แต่โจวตงเลือกที่จะขายให้กับเธอเพราะมันสะดวกมากกว่า

  

 

ดังนั้นหลังจากที่โจวตงกลับไปทานข้าวที่บ้านเรียบร้อยแล้ว ก็คงออกเดินทางต่อ และกลับมาอีกทีตอนพลบค่ำ

  

 

สำหรับคนในชนบทนั้น พวกเขาไม่เคยขาดแคลนเชื้อเพลิง ฟางข้าวก็สามารถนำมาเป็นเชื้อเพลิงได้ ผลผลิตที่ได้แบ่งมานั้น นอกจากอาหารแล้ว ก็ยังมีฟางข้าวอีกด้วย เพียงแค่ว่าหลินชิงเหอไม่ได้ เพราะไม่มีส่วนช่วยในการทำงาน ดังนั้นเธอก็ต้องหาทางเตรียมการเอาเอง เพื่อให้ผ่านช่วงฤดูหนาวไปได้

  

 

ซึ่งหลินชิงเหอก็เข้าใจเรื่องเหล่านี้ดี และเห็นได้ชัดว่าโจวตงหวงแหนโอกาสดังกล่าว ดังนั้นเขาจึงพยายามอย่างหนัก

  

 

แทนที่จะรัดเข็มขัดแน่นในช่วงฤดูหนาว โจวตงยินดีที่จะหาฟืนกลับมาเยอะๆดีกว่า

  

 

ความรู้สึกผิดที่ใช้แรงงานเด็กของหลินชิงเหอก็ค่อยๆลดลง ดังนั้น…จึงเรียกใช้อย่างคล่องใจแบบเดียวกับเจ้าของร่างเดิมเป๊ะๆ

  

 

หลินชิงเหอยกฟืนสองมัดไปเก็บไว้ที่โรงเก็บฟืนหลังบ้าน โรงเก็บฟืนหลังนี้ ถูกสร้างขึ้นตอนที่โจวชิงป๋ายกลับมาบ้านเมื่อคราวก่อน ซึ่งใช้เป็นที่เก็บฟืนโดยเฉพาะเพื่อกันฝนกันหิมะไม่ให้เปียกฟืน

  

 

จากนั้นก็ไปรดน้ำที่สวนผักต่อ และเก็บแตงกวาไปทำเป็นผัดแตงกวาใส่หมู

  

 

ผัดแตงกวาใส่หมูหนึ่งจานก็เพียงพอสำหรับคนสี่คน ยังเหลือไข่ต้มที่ทำทานคู่กับโจ๊กเมื่อเช้าอยู่2-3ฟอง นอกจากนี้ยังเหลือโจ๊กที่ทำไว้เมื่อเช้าอยู่ไม่น้อย แค่อุ่นโจ๊กอีกสักหน่อย ก็สามารถรับประทานได้แล้ว

  

 

เธอหยิบซาลาเปาสีขาวสองลูกออกมา แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วสำหรับมื้อเที่ยง

  

 

ส่วนตอนเย็น หลินชิงเหอก็คิดไว้แล้วว่าจะทำเกี๊ยวทานในตอนเย็น ดังนั้นหลังจากกินอาหารเที่ยงเสร็จ เธอก็จะนวดแป้ง!

  

 

11โมง โจวต้าหวาก็กลับบ้านมา เขากลับมาดูว่าแม่ของเขากลับมาหรือยัง ผลก็คือกลับมาแล้ว

  

 

“ย่าของลูกยังปอกเปลือกข้าวโพดอยู่ที่หน่วยการผลิตหรือเปล่า?” หลินชิงเหอถาม

  

 

“อื้อ” โจวต้าหวาพยักหน้า จากนั้นก็มองไปที่เตา “วันนี้แม่ซื้ออะไรกลับมา? มีซาลาเปาลูกยักษ์ไหม?

  

 

“มีสิ ลูกไปพาน้องๆกลับมาเถอะ แต่ระหว่างทางห้ามพูดให้ใครฟัง มิฉะนั้นแม่จะไม่ให้กิน” หลินชิงเหอกำชับ

  

 

“แล้วเรื่องกินเนื้อหมูล่ะ พูดให้ใครฟังได้ไหม?” โจวต้าหวาเอ่ยถามเสียงแผ่ว

  

 

เขาเพิ่งไปคุยโวกับเพื่อนมา พวกเพื่อนๆพากันอิจฉาเขาใหญ่เลย

  

 

“เมื่อก่อนไม่นับ แต่หลังจากนี้ห้ามพูดอีกรู้ไหม รู้จักการถ่อมตัวไหมหือ?” หลินชิงเหอถาม

  

 

“ถ่อมตัวคืออะไร?” โจวต้าหวา

  

 

“…ถ้าชอบอวดก็อวดไป เอาล่ะ รีบไปพาน้องกลับบ้านเร็ว จะได้กินข้าวเที่ยงสักที! หลินชิงเหอกล่าว

 

 

 “ผมจะไปเดี๋ยวนี้!” โจวต้าหวารีบวิ่งไปทันที

 

 

[1] รัดเข็มขัด หมายถึง ประหยัด

[2] ก้อนถ่านหิน คือ เศษถ่านหินที่คลุกกับดินเลนแล้วปั้นเป็นก้อนตากแห้ง เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงหุงต้ม

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top