ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 29 นายหญิงน้อยครับ นายหญิงบอกให้คุณกลับไปเยี่ยมที่บ้านใหญ่สักครั้ง (1/1)

 89 Views

ตอนที่ 29 นายหญิงน้อยครับ นายหญิงบอกให้คุณกลับไปเยี่ยมที่บ้านใหญ่สักครั้ง (1/1)

 

หลังจากแตะหน้าผากอันอี่เจ๋อ ก็พบว่าไข้ลดลงมากแล้ว อีกทั้งสีหน้าท่าทางของอันอี่เจ๋อก็ไม่ได้ดูง่วงงุนอ่อนแรงอีกต่อไป ซูเจี๋ยนจึงตัดสินเอาเองว่าอันอี่เจ๋อน่าจะใกล้หายดีแล้ว

“พวกนี้เป็นยาที่คุณหมอจางให้ไว้ คุณต้องกินให้ตรงเวลาด้วยนะ” ซูเจี๋ยนยืดตัวขึ้น แล้วชี้นิ้วไปยังกระปุกยาที่วางไว้ตรงหัวเตียง หยุดคิดอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะมองอันอี่เจ๋อด้วยรอยยิ้มล้อเลียน : “นอกจากกลัวเข็มแล้ว คงไม่ใช่ว่าคุณยังกลัวกินยาขมๆ ด้วยหรอกนะ? นี่ต้องให้ฉันเตรียมลูกอมไว้ให้ด้วยรึเปล่าล่ะ”

อันอี่เจ๋อปรายตามองตอบ : “ถ้าฉันบอกว่ากลัว เธอจะมีความสุขมากรึไง”

ซูเจี๋ยนหลิ่วตาน้อยๆ : “จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง ฉันก็แค่…..”

“อ้อ” อันอี่เจ๋อกล่าวตอบอย่างสุขุมเยือกเย็น : “ไม่ ฉันไม่กลัว”

ซูเจี๋ยน : “……”

หลังจากทานอาหารที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการสำหรับผู้ป่วยซึ่งซูเจี๋ยนไปค้นหามาจากในอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่ก็ไปนั่งดูทีวีกันในห้องนั่งเล่น

อันอี่เจ๋อยังไม่อยากกลับห้องเพราะเขานอนหลับมาตลอดทั้งบ่ายแล้ว ส่วนซูเจี๋ยนกลับตรงกันข้าม เพราะกินจนอิ่มเกินไปก็เลยต้องเอนกายอย่างเกียจคร้านอยู่บนโซฟา ระหว่างรอให้อาหารย่อยก็เล่นโทรศัพท์มือถือไปด้วย

“ฮ่ะ ฉันจะอ่านเรื่องตลกเรื่องนึงให้ฟัง!” ซูเจี๋ยนจ้องหน้าจอ อ่านเนื้อหาในหน้าเว็บออกเสียงออกมาอย่างอารมณ์ดี : “เมื่อกี้ฉันไปคุยกับเพื่อนสนิทคนหนึ่ง เธอเล่าให้ฟังว่าแฟนของเธอต้องไปทำงานที่ปากีสถาน ฉันก็ถามเธอว่าแฟนต้องไปทำงานที่ไกลๆ แบบนั้นคงวางใจไม่ได้ใช่รึเปล่า แต่เธอกลับตอบว่าเธอวางใจมาก

“แล้วก็เล่าให้ฟังว่าในหน่วยงานของแฟน มีเรื่องของเพื่อนร่วมงานชายคนหนึ่ง เขามีภรรยากับลูกรออยู่ในประเทศ แต่ระหว่างที่ทำงานอยู่ปากีสถานกลับนอกใจไปหาหญิงอื่น แถมยังทำผู้หญิงคนนั้นท้องขึ้นมา ครอบครัวฝ่ายหญิงก็เลยไปที่สถานทูตจีน แล้วจากเรื่องนอกใจธรรมดาๆ ก็ได้เลยกลายเป็น ‘เรื่องระหว่างประเทศ’ ไปทันที! จากนั้นผู้ชายเจ้าชู้ก็ถูกบังคับส่งตัวกลับประเทศ ถูกบังคับให้หย่า บังคับให้ละทิ้งสัญชาติ บังคับให้กลายเป็นคนปากีสถาน บังคับให้เปลี่ยนไปนับถือศาสนาของพวกเขา สุดท้ายก็ต้องติดแหง็กอยู่ในปากีสถาน……ดังนั้น ก่อนที่ผู้ชายทุกคนในหน่วยงานของแฟนเพื่อนฉันต้องไปทำงานที่ปากีสถาน หัวหน้าหน่วยก็เป็นอันต้องจุดบุหรี่ขึ้นมาคีบไว้ ทอดถอนใจแล้วเล่าเรื่องราวชีวิตพลิกผันจากการนอกใจของสหายโชคร้ายคนนั้นให้ทุกคนได้ฟัง…….”

“ฮ่าๆๆๆ เจ้าผู้ชายในเรื่องนี่ช่างซวยดีจริงๆ ฉันขำจะตายอยู่แล้ว ฮ่าๆๆๆ”

ซูเจี๋ยนอ่านไปขำไป ระหว่างนั้นก็ยังหันมาถามทั้งๆ ที่ยังขำไม่หยุด : “ตลกสุดๆ เลยเนอะ”

อันอี่เจ๋อมองหญิงสาวหัวเราะขบขันอย่างน่ารักพลางกลิ้งตัวไปมาอยู่บนโซฟา มุมปากก็ยกขึ้นน้อยๆ อย่างห้ามไม่ได้ : “ก็ตลกดี”

ซูเจี๋ยนตั้งหน้าตั้งตาขำอย่างเอาจริงเอาจังจนแทบหายใจไม่ทัน ผ่านไปครู่ใหญ่จึงค่อยสงบสติลงได้อย่างยากลำบาก ก้มหน้าไถโทรศัพท์ต่อไป ไม่นานก็ส่งเสียงขึ้นมาอีก : “เอ๋?”

อันอี่เจ๋อปรายตามองอีกฝ่าย : “มีอะไรอีก”

“มีข่าวซุบซิบวงการบันเทิง บอกว่าเทพธิดาจี๋กำลังจะแต่งงานแล้ว”

อันอี่เจ๋อแข็งค้างไปทั้งร่างอย่างไม่อาจควบคุม แต่เพียงพริบตาก็พลันเอ่ยออกมาประโยคหนึ่งราวกับไม่ใส่ใจ : “งั้นเหรอ”

ซูเจี๋ยนไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกตินี้แม้แต่น้อย ยังพูดคุยอย่างสนุกสนานต่อไป : “ว่ากันว่าเธอแต่งเข้าไปในตระกูลไฮโซครอบครัวหนึ่ง ขอฉันดูก่อนนะ อ้อ เป็นลูกชายคนรองของตระกูลหลี ‘หลีหมิงอี้’ ไอ๊ย์ไอ๊ย์ ถึงขนาดเป็นเจ้าหนุ่มไฮโซเงินหนาหลีหมิงอี้ที่เกิดมาบนกองเงินกองทองคนนั้นเชียวเหรอเนี่ย คราวนี้จี๋เหยียนกลับจับได้ปลาใหญ่ตัวนึงเข้าให้แล้วจริงๆ!”

ซูเจี๋ยนยืดขาเล็กน้อย เอ่ยปากออกมาด้วยท่าทางเกียจคร้าน : “พูดถึงจี๋เหยียนคนนี้…รูปร่างหน้าตาก็ช่างสะสวยไร้ที่ติจริงๆ ฝีมือการแสดงก็ยอดเยี่ยม ข่าวคราวเสียหายก็ไม่ค่อยมีหลุดรอดออกมาเลย นับว่าหาได้ยากสำหรับวงการบันเทิง ยังไงก็เถอะ คนที่ปีนป่ายอยู่ในวงการบันเทิงจนขึ้นมาถึงจุดนี้ จะเป็นดอกบัวขาวบริสุทธิ์แสนดีไร้เดียงสาจริงๆ ได้ยังไงกัน? เคยได้ยินมาว่า ตอนแรกที่จี๋เหยียนเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงก็เป็นไปตามธรรมเนียมเป๊ะๆ เธอเองก็มีคนที่คอยอุปถัมภ์ค้ำชูอยู่หลายปีเหมือนกัน เพียงแต่ ไม่รู้ว่าป๋าดันคนนั้นคือใครกันแน่….อ๊ะ! ทำอะไรของคุณน่ะ”

อันอี่เจ๋อดึงโทรศัพท์ออกจากมือเล็ก โยนทิ้งไว้ด้านข้าง กล่าวออกมาอย่างเย็นชา : “เรื่องไร้สาระพวกนี้ อ่านให้น้อยลงบ้างเถอะ” จากนั้นก็หยัดกายเต็มความสูง เดินหน้าตึงเข้าไปในห้องหนังสือ

ซูเจี๋ยนมองดูพฤติกรรมไร้เหตุผลของอีกฝ่ายแล้วก็พึมพำกับตัวเอง : “เจ้านี่เป็นอะไรของเขากันเนี่ย”

แม้ว่าตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันอันอี่เจ๋อจะปั้นหน้าเฉยชาตายด้านอยู่เสมอ แต่นั่นก็เป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น ทว่าคราวนี้ ซูเจี๋ยนสัมผัสได้ว่าอันอี่เจ๋อโกรธขึ้นมาจริงๆ แล้ว

ช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ แม้ว่าอันอี่เจ๋อจะไม่ค่อยพูดค่อยจาอยู่บ่อยครั้ง แต่หากพูดถึงเรื่องโกรธเกรี้ยวเดือดดาล ดูเหมือนนี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาแสดงออกมาอย่างแท้จริง

ซูเจี๋ยนเกาศีรษะครุ่นคิด นี่เขาควรจะดีใจดีไหมนะ

ยังไงก็เถอะ เจ้าหมอนี่โกรธเคืองเรื่องอะไรกันแน่ ตนเองก็แค่อ่านข่าวซุบซิบนินทาของดาราให้ฟังแค่นั้นเองนะ ไปล่วงเกินเขาตรงไหนไม่ทราบ

ซูเจี๋ยนขบคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ได้ข้อสรุป : สงสัยว่าเทพธิดาจี๋คนนี้จะเป็นไอดอลในดวงใจของอันอี่เจ๋อ!

ต้องเป็นแบบนี้แน่นอน! เพราะจี๋เหยียนนั้นเป็นเทพธิดาผู้สูงส่งในใจของอันอี่เจ๋อ พอได้ยินข่าวว่าเทพธิดาในดวงใจกำลังจะแต่งงาน อันอี่เจ๋อก็คงรู้สึกใจสลายอย่างมาก ยิ่งพอเขาได้ยินซูเจี๋ยนพูดถึงเรื่องที่ว่าเธอเองก็เป็นไปตามธรรมเนียมวงการบันเทิงอะไรนั่นอีก อันอี่เจ๋อก็ย่อมโกรธเคืองหนักกว่าเดิมเป็นธรรมดา เพราะไม่อาจทนมองดูเทพธิดาในดวงใจของตนแต่งงานไปกับชายอื่น ไม่อาจทนเห็นเทพธิดาของตนถูกทำให้แปดเปื้อนได้!

งั้นนี่ก็หมายความว่า เจ้าคนสูงหล่อรวยแบบอันอี่เจ๋อก็กลายเป็นไอ้งั่งหัวปักหัวปำในเรื่องความรักได้เหมือนกัน!

ซูเจี๋ยนพลันมองเห็นแสงสว่างขึ้นมาทันใด

………………………………. … -.

 

อย่างไรก็ตาม ซูเจี๋ยนไม่คิดเลยว่า การโกรธเคืองของอันอี่เจ๋อครั้งนี้ จะเอาจริงเอาจังเป็นอย่างมาก

วันถัดมา อันอี่เจ๋อออกไปทำงานตามปกติ แต่ช่วงเย็นนั้นไม่ได้กลับมาบ้านตรงเวลาอีกแล้ว

วันที่สาม วันที่สี่ และวันอื่นๆ ต่อจากนั้น…..อันอี่เจ๋อก็ไม่เคยกลับบ้านตรงเวลาอีกเลย

ตอนแรกๆ ซูเจี๋ยนยังคิดว่าอันอี่เจ๋อเพียงแค่ทำงานล่วงเวลาเท่านั้น ทว่าพอเวลาผ่านไป ซูเจี๋ยนก็ค่อยๆ ทำความเข้าใจได้ว่า : ดูเหมือนว่าอันอี่เจ๋อจะกำลัง…. ตีตัวออกห่างและใช้ชีวิตในแบบของตัวเองอยู่?

แม่มเหอะ ใครกันนะที่บอกไว้ว่าตามข้อตกลงแล้ว ภายในปีนี้พวกเราสองคนต้องปิดบังความจริง ต่อหน้าคนนอกต้องแสดงออกว่า ‘รักกันอย่างลึกซึ้ง’ นี่เพิ่งผ่านมาไม่เท่าไหร่ เจ้าอันอี่เจ๋อก็เป็นฝ่ายผิดข้อตกลงไปหาเศษหาเลยนอกบ้านเอาเองซะแล้วไม่ใช่รึไง? ไม่มีเหตุผล ไม่รู้จักขอบเขตเอาซะเลยจริงๆ!

ไม่นึกเลยว่านายจะออกไปหาสาวๆ แถมยังไม่ชวนฉันซักนิด! ในใจซูเจี๋ยนทั้งอิจฉาทั้งชิงชัง

อันอี่เจ๋อ แน่จริงนายก็อย่าได้กลับมาอีกเลย! เฮอะ!

……………………………….

 

วันนี้ ซูเจี๋ยนก็อยู่บ้านคนเดียวอีกตามเคย ที่เหนือความคาดหมายคือกลับมีเสียงออดดังขึ้นที่หน้าประตู

อันอี่เจ๋อมีกุญแจห้องอยู่แล้ว ย่อมไม่จำเป็นต้องกดออดหน้าประตู พอซูเจี๋ยนเดินไปเปิดประตู ก็เห็นว่าเป็นคนแปลกหน้ายืนอยู่ด้านนอกจริงๆ

ซูเจี๋ยนมองดูกลุ่มคนแต่งตัวในชุดสูทพิธีการเต็มขั้นที่ยืนอยู่ตรงหน้า ดูแล้วไม่ธรรมดาอย่างมาก ในใจก็อดไม่ได้ต้องระแวดระวังขึ้นมา : “เอ่อ ขอโทษนะ พวกคุณมาหาใครเหรอ”

ผู้ชายหน้ากลุ่มที่ดูค่อนข้างเป็นมิตรอยู่บ้างพลันเอ่ยขึ้น : “นายหญิงน้อยครับ นายหญิงบอกให้คุณกลับไปเยี่ยมที่บ้านใหญ่สักครั้ง”

นายหญิง? บ้านใหญ่?

ซูเจี๋ยนกะพริบตาปริบๆ นายหญิงกับบ้านใหญ่นี่คงไม่ได้หมายถึง……

ไม่มีทาง เขาไม่ใช่สาวน้อยแซ่ซูคนนั้นจริงๆ ซะหน่อย! ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าสาวน้อยซูกับอันอี่เจ๋อก็เพียงแค่แต่งงานกันปลอมๆ เท่านั้นเอง เรื่องที่จะกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมแล้วพบปะคุณแม่แบบนี้น่ะทำไม่ได้เด็ดขาด! แถมตอนนอนเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาล ก็ไม่มีคนจากทางบ้านของอันอี่เจ๋อมาเยี่ยมเลยแม้แต่คนเดียว ใช้สมองคิดดูก็รู้แล้วว่าทางบ้านของอันอี่เจ๋อไม่ได้นิยมชมชอบอะไรในตัวลูกสะใภ้ซูเจี๋ยนที่มาจากครอบครัวบ้านๆ ธรรมดาๆ คนนี้สักนิด ถึงแม้ตนจะไม่เคยได้มีประสบการณ์ดราม่าทำนองว่าโดนบ้านฝ่ายชายดูถูกเหยียดหยามในชีวิตจริงมาก่อน แต่พล็อตละครน้ำเน่าประเภทนี้มีให้เห็นในทีวีถมเถไป เรื่องจำพวกแม่สามีใจร้ายทำการข่มเหงรังแกลูกสะใภ้สาวสวยผู้ไร้ทางสู้นี่ก็ซ้ำๆ ซากๆ จนไม่รู้จะซ้ำยังไงแล้ว! เขาไม่มีทางยอมเอาตัวเองไปประเคนให้แม่สามีใจร้ายถึงหน้าประตูบ้านแน่นอน!

“แหะๆ ก็คือว่า ขาฉันยังเจ็บอยู่เลย ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่….” ซูเจี๋ยนพยายามเค้นสมองคิดหาข้ออ้างอย่างสุดความสามารถ

“นายหญิงน้อยอย่าได้กังวล ทางเราได้เตรียมวีลแชร์ชั้นดีมาโดยเฉพาะ” ชายในชุดสูทสุดเนี๊ยบพลันผายมือราวกับเล่นมายากล เสกรถเข็นออกมาทันที

ซูเจี๋ยนได้แต่สบถ ‘แม่งเอ๊ย’ อยู่ในใจ ฝืนเค้นรอยยิ้มออกมา : “อีกอย่าง ตอนนี้อี่เจ๋อเขาก็ยังไม่กลับมาบ้านเลยด้วย ไม่สู้รอให้เขากลับมาก่อน แล้วฉันถึงค่อยออกไป….”

“ตอนนี้นายน้อยเพิ่งออกเดินทางไปเจรจาเรื่องธุรกิจที่ต่างเมือง นายหญิงน้อยกลับไปคนเดียวก็ใช้ได้เหมือนกันครับ” ชายในชุดสูทเรียบหรูบอกปัดข้ออ้างนี้ทิ้งได้อย่างนุ่มนวลไร้ที่ติ

ป๊ะป๋าก็ต้องรู้แหงอยู่แล้วสิ ว่าตอนนี้เจ้าหมอนั่นไปทำธุระที่ต่างเมืองอยู่ ก็เพราะแบบนี้แหละ ตอนนี้ป๊ะป๋าถึงยิ่งไปกับพวกนายไม่ได้! ซูเจี๋ยนแอบคำรามอยู่ในใจ เมื่อสองวันก่อน ในที่สุดเขาก็ได้พบหน้าอันอี่เจ๋อกลับบ้านมาในเวลาปกติ จากนั้นอันอี่เจ๋อก็บอกว่าตัวเองต้องออกไปจัดการเรื่องธุรกิจที่ต่างเมือง ตอนนั้นซูเจี๋ยนก็แค่แค่นหัวเราะเสียงหนึ่งพลางตอบกลับไปว่า : “อ้อ งั้นเหรอ งั้นก็ขอให้คุณเดินทางปลอดภัยนะ” ส่วนอันอี่เจ๋อ หลังจากปรายตามองเขาด้วยใบหน้าเฉยชาแวบหนึ่งแล้ว ก็เพียงเดินไปจัดข้าวของใส่กระเป๋า ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกแม้แต่คำเดียว ซูเจี๋ยนนึกถึงแล้วก็ยังหงุดหงิดใจอยู่จนถึงตอนนี้

“แต่ว่า….” ซูเจี๋ยนยังไม่ละความพยายาม คิดจะสรรหาข้ออ้างต่อไป แม่มเหอะ พูดไปแล้วสภาพฉันตอนนี้จะเรียกว่า ‘จะถูกเปิดโปงแหล่มิแหล่’ แล้วก็ว่าได้!

ชายในชุดสูทนั้นคล้ายจะอ่านใจซูเจี๋ยนได้ พูดขัดคอขึ้นทันที : “นายหญิงได้บอกไว้ชัดเจน ว่าไม่ว่ายังไงก็ต้องพานายหญิงน้อยกลับบ้านใหญ่ไปให้ได้ นายหญิงน้อยโปรดอย่าทำให้พวกเราลำบากใจเลยครับ”

เชี่ยไรเนี่ย! นี่มันบังคับกันเห็นๆ! ที่ข้างหน้านี่มันมีบทละครดราม่าน้ำเน่าชุดใหญ่รอโถมเข้าใส่อยู่ชัดๆ ซูเจี๋ยนพลันนึกถึงซีนละครน้ำเน่าแบบคลาสสิคโบราณขึ้นมาได้เป็นฉากๆ : มารดาที่เคารพรักของอันอี่เจ๋อผู้มีใบหน้าเป็นหรงหมัวมัว [1] กำลังถือเข็มปักผ้าเดินแสยะยิ้มมุมปากเข้ามาหาตนเอง : ‘ข้าจะจิ้ม ข้าจะจิ้ม ข้าจะจิ้มๆๆๆ เจ้าให้พรุนไปเลย! เจ้ามันนังปีศาจจิ้งจอก! ใครใช้ให้เจ้ามายั่วยวนลูกชายของข้า! ข้าจะจิ้มนังแพศยาอย่างเจ้าให้ตาย! จิ้มๆๆ! จิ้มๆๆ!’

โอ้ม่ายยยย!

ซูเจี๋ยนฝืนเค้นรอยยิ้ม : “งั้น ฉันขอโทรบอกอันอี่เจ๋อก่อน” ถึงเจ้าอันอี่เจ๋อจะน่ารำคาญแล้วน่ารำคาญอีกสักแค่ไหน แต่ตอนนี้ คนที่จะช่วยตนเองออกไปจากสถานการณ์ตรงหน้าได้ก็มีแต่ไอ้เจ้าศัตรูหัวใจที่น่ารังเกียจนั่นเท่านั้นแล้ว ขอแค่ช่วยฉันออกไปให้ได้ก็พอแล้วล่ะนาทีนี้! ถึงตอนนี้จะกำลังทำสงครามเย็นใส่กันอยู่ แต่นี่มันเรื่องฉุกเฉินเร่งด่วน จะมามัววางท่าไม่ได้แล้ว!

ชายในชุดสูทแย้มยิ้มกล่าว : “นายหญิงน้อยไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ครับ นายหญิงบอกแล้วว่า ท่านจะเป็นคนโทรบอกนายน้อยสามด้วยตัวเอง”

เย*ดแม่ นี่แม้แต่จะโทรขอความช่วยเหลือก็ยังไม่ยอมเปิดโอกาสให้ ฟางเส้นสุดท้ายก็ไม่เหลือให้คว้าจับเลยนี่หว่า! ซูเจี๋ยนหวาดหวั่นขวัญผวาอย่างที่สุด อีกทั้งยังคิดหาทางเอาตัวรอดไม่ออกโดยสิ้นเชิง

ชายในชุดสูทมีสีหน้ายิ้มแย้มตั้งแต่ต้นจนจบ : “นายหญิงน้อย เชิญครับ”

 

 

เชิงอรรถ… -.

[1] หรงหมัวมัว (容嬷嬷) แม่นมหรง ในที่นี้คือตัวร้ายในเรื่ององค์หญิงกำมะลอ มีบทเด่นที่ใช้เข็มปักผ้าทิ่มแทงทำร้ายนางเอกคนหนึ่งในเรื่องอย่างทารุณ

 

————————–

ขออภัยทุกคนด้วยนะที่ลงช้า กำลังจัดการเรื่อง เล่ม กับ ebook มีทั้งสองแบบให้สะสม เป็นนิยายที่ไม่ยาวมากทั้งเรื่องมี 2 เล่มหนาๆ ออกทีละเล่ม อดใจรอแปบนึงนะ

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ ‘Akanirawan’ https://bit.ly/3gBu94T

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top