ขนาดตัวอักษร

บทที่ 13 นังจิ้งจอก

 133 Views

บทที่ 13 นังจิ้งจอก

หลังจากสี่คนแม่ลูกทานอาหารเช้าเสร็จ โจวต้าหวาก็คิดจะออกไปเล่นข้างนอก แต่ทว่าก็ถูกหลินชิงเหอจับตัวไว้แล้วกำชับว่า “เดี๋ยวแม่จะออกไปซักผ้า ลูกต้องอยู่บ้านเลี้ยงน้อง รอจนแม่กลับมาแล้วค่อยไป”

 

ตั้งแต่อาหารเมื่อวานจนมาถึงมื้อเช้าของวันนี้ช่างอร่อยถูกใจเขามาก ดังนั้นโจวต้าหวาจึงไม่กล้าคัดค้านเธอ

 

เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หลินชิงเหอก็ออกไปซักผ้าทันที

 

ที่ท้ายหมู่บ้านมีลำธารสายหนึ่งไหลผ่าน ซึ่งทุกคนต้องไปซักผ้ากันที่นั่น

 

“อาสะใภ้ อีกไม่กี่วันก็จะเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้ว ที่บ้านยังต้องการฟืนไหมคะ? ”

 

หลินชิงเหอกำลังทุบผ้าด้วยไม้กระดาน โดยเฉพาะเสื้อผ้าของโจวต้าหวาที่ต้องทุบและขยี้นานกว่าปกติ เนื่องจากมันสกปรกมากจริงๆ ในใจของเธอรู้สึกโหยหาเครื่องซักผ้าในยุคปัจจุบัน ตอนนี้เองก็มีเด็กสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม

 

หลินชิงเหอเงยหน้าขึ้น ทันใดนั้นความทรงจำหนึ่งก็ไหลบ่าเข้ามา “อ่า เสี่ยวซีเองเหรอ ต้องการสิ ฟืนที่บ้านอาใกล้จะหมดแล้ว กลับไปบอกพี่ชายเธอนะ ว่าให้เอาฟืนมาส่งอาหลังจากที่หมดช่วงเก็บเกี่ยวแล้ว มีเท่าไหร่ก็เอามาเท่านั้น เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา”

 

เด็กสาวคนนี้มีชื่อว่าโจวซี อายุแค่สิบขวบเท่านั้น ส่วนพี่ชายของเธอมีชื่อว่าโจวตง ปีนี้อายุครบ 15 ปีพอดี

 

บรรพบุรุษของสองพี่น้องเป็นญาติกับครอบครัวโจว แต่ตอนนี้ความสัมพันธ์ทางสายเลือดก็นับว่าห่างกันมาก

 

พ่อแม่ของพวกเขาด่วนจากไปเมื่อหลายปีก่อน ชีวิตในแต่ละวันของพวกเขาไม่ง่ายเลยจริงๆ แต่โชคดีที่โจวตงพี่ชายของเธอมีความสามารถ ตั้งแต่เด็กก็ติดตามพวกผู้ใหญ่ไปทำงาน ทำให้ได้รับคะแนนงานมา 2 คะแนน

 

แต่ทว่าอาหารที่แบ่งมาให้ก็น้อยนิดมาก ทำให้คนในทีมอดสงสารสองพี่น้องไม่ได้ ด้วยความยินยอมจากคนในทีม พวกเขาจึงแบ่งอาหารในส่วนของตัวเองคนละเล็กคนละน้อยแล้วมอบให้กับสองพี่น้อง นอกจากนี้ก็ยังมีเพื่อนบ้านบางส่วนคอยช่วยเหลือพวกเขา ทำให้สองคนพี่น้องสามารถรอดชีวิตมาได้

 

ในตอนแรกสองพี่น้องก็ไม่เคยมาสุงสิงกับเจ้าของร่างเดิมหรอก แต่เจ้าของร่างเดิมนั้นขี้เกียจมาก

 

เนื่องจากลูกชายของเธอยังเล็ก ดังนั้นเธอจึงเรียกให้น้องชายมาส่งฟืนให้ แลกกับเงินเล็กๆ น้อยๆ เป็นค่าเหนื่อย

 

แต่ต่อมา หลังจากที่น้องชายของเธอได้แต่งงานแล้ว เขาก็ถูกน้องสะใภ้ควบคุมอย่างเข้มงวด ทำให้เขาปลีกตัวมาช่วยเธอไม่ได้

 

นั่นก็หมายความว่าเจ้าของร่างเดิมจะต้องไปหาเอาฟืนเอง แต่มีเหรอที่เจ้าของร่างเดิมจะยอมให้มือที่ดูแลเป็นอย่างดีไปทำงานหยาบๆ หากเป็นไปได้ เธอไม่อยากจะล้างถ้วยหรือแม้กระทั่งซักผ้าเองเลยด้วยซ้ำ!

 

แต่ก็จนใจ สุดท้ายเธอไปเก็บฟืนแค่ครั้งเดียว และความประทับใจที่เจ้าของร่างเดิมมีต่อมันก็คือ บนโลกนี้ไม่สมควรมีความลำบากแบบนี้อยู่เลย…

 

ดังนั้นเธอจึงนึกถึงโจวตงที่อายุ12ปีในตอนนั้นขึ้นมา

 

เธอให้เขาไปหาฟืนมาให้เธอ จากนั้นก็ใช้เงินซื้อฟืนที่เขาหามาให้ แน่นอนว่ามีเหรอที่โจวตงจะไม่ดีใจ ดังนั้นเขาจึงทำหน้าที่นี้มาโดยตลอด

 

สำหรับเจ้าของร่างเดิมแล้ว นี่ไม่ใช่ธุรกิจ แต่เป็นเพราะเธอเห็นว่าสองคนพี่น้องนี้มีชีวิตที่ค่อนข้างลำบาก และไม่อยากให้พวกเขารู้สึกว่าติดหนี้บุญคุณเธอ ดังนั้นเธอจึงทำแบบนี้

 

คนในหมู่บ้านมีใครบ้างที่ไม่รู้จักนิสัยของเธอ แต่ทุกครั้งเจ้าของร่างเดิมก็ให้ค่าเหนื่อยแก่โจวตงอย่างคุ้มค่า

 

หากเขานำมาน้อยก็ให้หนึ่งเหมา หากนำมาเยอะก็ให้สองเหมา อย่ามองว่าเงินสองเหมาเป็นอะไรที่เล็กน้อย สำหรับสองพี่น้องโจวตงและโจวซีที่ไม่มีรายได้อะไรเลยนอกจากการทำงานแล้ว เงินเหล่านี้เมื่อสะสมกันแล้วก็กลายเป็นเงินจำนวนมาก สามารถแลกกับอาหารเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงฤดูหนาวที่ไม่มีงานให้พวกเขาทำได้

 

ดังนั้นแม้ว่าคนในหมู่บ้านจะรู้ว่าเจ้าของร่างเดิมใช้งานเด็ก แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร

 

ตอนนี้โจวตงอายุ 15 ปีแล้ว ทุกครั้งที่มาส่งฟืนเจ้าของร่างเดิมก็จะให้เงินสองเหมา เพราะเมื่อโตขึ้น พละกำลังก็จะมากขึ้นด้วย ดังนั้นจำนวนฟืนที่มาส่งก็ไม่ใช่น้อยๆ

 

นี่คือรายได้ที่สำคัญสำหรับสองพี่น้อง

 

เมื่อได้ยินหลินชิงเหอพูดแบบนี้ โจวซีก็พูดขึ้นมาอย่างดีใจว่า “ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูจะกลับไปบอกพี่ชายให้ หลังเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว จะรีบไปเก็บฟืนมาให้ทันที” จากนั้นก็พูดต่อไปว่า “อาสะใภ้ ที่นี่ไม่มีใคร เดี๋ยวหนูซักเสื้อผ้าให้นะคะ! ”

 

เจ้าของร่างเดิมเรียกให้คนพี่มาเก็บฟืน ก็ยังหวังจะให้คนน้องมาซักผ้าแทนตัวเอง แต่ด้วยความที่หน้าบาง ดังนั้นจึงปฏิเสธมาโดยตลอด

 

แต่ถ้าไม่มีใครอยู่ เจ้าของร่างเดิมก็จะให้โจวซีซักผ้าให้

 

ในเมื่อท้ายหมู่บ้านไม่มีคน เธอก็ไม่จำเป็นต้องหน้าบางจริงไหม

 

สำหรับเจ้าของร่างเดิมแล้ว คำว่าเกรงใจไม่มีอยู่ในพจนานุกรม เธอมองว่าตัวเองเป็นคนดูแลสองพี่น้องนี้ ดังนั้นการให้โจวซีมาซักผ้าเป็นการตอบแทนก็เป็นเรื่องที่สมควรจริงไหม?

 

แต่หลินชิงเหอจะทำแบบเจ้าของร่างเดิมได้ยังไง สามัญสำนึกของเธอยังไม่ได้ตกต่ำจนถึงขั้นนั้น

 

“ไม่ต้องหรอก แค่เสื้อผ้าไม่กี่ชุดเอง ไว้ฤดูเก็บเกี่ยวเสร็จเมื่อไหร่ เธอก็ตามพี่ชายไปเก็บฟืนเถอะ อาสะใภ้ต้องเตรียมฟืนไว้เยอะๆ เพื่อเอาไว้ใช้ในฤดูหนาว” หลินชิงเหอกล่าว

 

“อาสะใภ้ไม่ต้องห่วง พวกเราจะส่งฟืนให้เยอะๆ เลย” โจวซีพูดอย่างหนักแน่น

 

หลินชิงเหอพยักหน้า “กลับไปบ้านเถอะ อาใกล้จะซักผ้าเสร็จแล้วล่ะ”

 

โจวซีเห็นว่าเธอไม่คิดจะให้ตัวเองซักผ้าให้ จึงตัดสินกลับบ้านไป จากนั้นก็นำเรื่องนี้ไปบอกพี่ชายตัวเอง

 

“หลังเก็บเกี่ยวเสร็จฉันจะไปเก็บฟืนด้วย! ” โจวซีพูด

 

ตอนนี้พวกเขาได้รับคะแนนงานมา 6 คะแนน ทำให้ชีวิตในแต่ละวันผ่านไปได้ด้วยดี แต่ถึงอย่างนั้นยิ่งโตเขาก็ยิ่งกินเยอะ

 

ตอนนี้โจวซีก็เริ่มตามเขาไปทำงาน แต่ว่าเธอก็ได้รับคะแนนงานมาเพียง 2 คะแนน

 

หลินชิงเหอใช้สบู่ซักผ้า แม้ว่าจะทำให้สบู่หมดเร็วขึ้น แต่ก็ทำให้ซักผ้าได้เร็วขึ้นเช่นกัน เมื่อซักผ้าเสร็จแล้วเธอก็กลับบ้านทันที ตอนนี้เองเธอก็พบสะใภ้สองที่กำลังเดินมาซักผ้าที่ท้ายหมู่บ้าน แม้จะเห็นเธอ แต่หลินชิงเหอก็ไม่คิดจะเข้าไปทัก

 

เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของร่างเดิมกับสะใภ้สองตระกูลโจวนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่

 

สะใภ้สองพาลูกสาวคนโตของสะใภ้ใหญ่และผู้หญิงในหมู่บ้านไม่กี่คนมาซักผ้าที่ท้ายหมู่บ้าน แน่นอนว่าเมื่อเห็นหลินชิงเหอกำลังจะกลับบ้าน เธอก็ไม่คิดจะทักทายหลินชิงเหอเหมือนกัน

 

หญิงสาวคนอื่นๆ ก็พากันพูดลอยๆ ขึ้นมาว่า “น้องสะใภ้ของเธอเนี่ย…ดีจริงๆ เลยนะ ใช้ชีวิตสุขสบายยิ่งกว่าคุณนายเสียอีก”

 

“อย่าพูดมั่วๆ นะ คุณนายอะไรกัน บรรพบุรุษของพวกเราสามรุ่นขึ้นไปก็เป็นแค่ชาวนาที่ยากจน ถึงขนาดต้องเคาะถ้วยเสียงดัง” สะใภ้สองรีบแย้งขึ้นมา แม้ว่าเธอจะไม่ชอบหลินชิงเหอ แต่ก็ไม่อยากถูกคนอื่นสวมหมวกคุณนายให้กับบ้านโจว

 

“ฉันก็ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แค่อยากจะบอกว่าชีวิตของน้องสะใภ้เธอช่างสุขสบายดีจริงๆ มีลูกชายตั้งสามคน แต่รูปร่างหน้าตากลับเหมือนสาวรุ่น หากไม่บอกว่าแต่งงานก็คงไม่มีใครเชื่อ” คนที่อยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้นมา

 

“ฉันเคยได้ยินมาว่าเธอใช้น้ำมันหอยทาหน้าทามือทุกวันแหนะ! ” คนที่อยู่ด้านหน้าพูดขึ้นมา

 

“ใช้เงินได้สิ้นเปลืองจริงๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหน้าตาของเธอถึงได้อ่อนเยาว์แบบนี้! ” อีกคนพูด

 

ครอบครัวไหนบ้างที่ไม่ใช้เงินอย่างจำกัดจำเขียม แต่ลูกสะใภ้สี่ของบ้านโจว กลับใช้ชีวิตคนละระดับกับพวกนาง ตั้งแต่ชอบแต่งตัวให้ดูดี แถมยังมีรูปลักษณ์หน้าตาที่สวยงามราวกับนังจิ้งจอก

 

แน่นอนพวกนางไม่กล้าด่าออกมาต่อหน้า ไม่อย่างนั้นก็เท่ากับว่าหาเรื่องใส่ตัว เพราะหลินชิงเหอไม่ใช่คนที่จะอดทนกล้ำกลืน ฉะนั้นพวกนางจึงทำได้แค่นินทาลับหลัง

 

สะใภ้สองพาโจวต้านีมาซักผ้าแล้วกลับบ้าน ส่วนเรื่องที่เห็นหลินชิงเหอนั้นเธอก็ไม่เก็บมาใส่ใจ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

 

สำหรับหลินชิงเหอนั้นการนินทาเจ้าของร่าง ก็เหมือนกับนินทาเธอ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่มีค่าให้เธอต้องสนใจ

 

เธอพอใจมากที่เจ้าของร่างเดิมดูแลตัวเอง เธอไม่อาจจะปฏิเสธสิ่งนี้ได้ และไม่คิดจะล้มเลิกการดูแลตัวเองด้วย

 

ดังนั้นพวกนางอยากพูดอะไรก็ปล่อยให้พูดไป แต่อย่ามาพูดต่อหน้าเธอก็พอ

 

ตอนที่เธอกำลังตากผ้าอยู่นั้นก็นึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อกี้นี้เธอเพิ่งจะบอกโจวซีไปว่าต้องการฟืนไว้ใช้ในหน้าหนาว

 

ถ้าหากเป็นไปตามพล็อตเรื่อง พ่อของตัวร้ายน่าจะได้รับบาดเจ็บในช่วงนี้หรือเปล่า?

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top