ขนาดตัวอักษร

YC บทที่ 40 ข้ามีแค่พี่ชายข้าเท่านั้น2

 27 Views

YC บทที่ 40 ข้ามีแค่พี่ชายข้าเท่านั้น2

 

ชายชราพยักหน้า “ยอดผู้ฝึกกระบี่มักจะเดินทางตามลำพัง พวกเขาจึงมีนิสัยประหลาดไปบ้าง ท่านเผยชื่อของท่านให้เขาฟังก็ถือว่าจริงใจเพียงพอแล้ว แต่ชายคนนี้กลับคิดว่าท่านหยิ่งผยอง เรื่องนั้นช่าง…”

 

หานเซียงเมิ่งส่ายหน้า “ไม่เป็นไรหรอก เขามีนิสัยตรงไปตรงมา แม้เขาจะทำให้ข้ารู้สึกอึดอัดไปบ้าง แต่เขาก็ดีกว่าคนพวกนั้นที่พูดอย่างหนึ่งแต่คิดอีกอย่างหนึ่ง จงกระจายคำสั่งของข้าไปว่าพวกเขาสามารถอยู่ในห้องระดับสูงนี้ก่อนจะไปถึงเมืองหลวงได้ และให้การปฏิบัติแก่เขาอย่างดีเยี่ยมห้ามขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย!”

 

หลังจากนั้นนางก็เดินออกไปอย่างรวดเร็วและหายไปกับระยะทาง

 

ภายในห้อง

 

“พี่ชาย? ยอดผู้ฝึกกระบี่ทรงพลังมากเลยหรือเจ้าคะ?”

 

“พวกเขาคงจะทรงพลังมากเลยล่ะ!”

 

“แล้วท่านไม่ใช่ยอดผู้ฝึกกระบี่หรือ?”

 

“แน่นอน ข้าเป็นยอดผู้ฝึกกระบี่ สักวันหนึ่งข้าจะเป็นให้ได้ล่ะ!”

 

“โห พี่ชาย ท่านขี้โกงนี่…”

 

“หึ…เจ้ารู้มากเกินไปแล้ว ข้าจะสังหารเจ้าปิดปากซะ!”

 

“ฮิ ๆ ข้าไม่กลัวหรอกเจ้าค่ะ…”

 

ครึ่งชั่วยามต่อมา เย่ฉวนก็ห่มผ้านวมให้เย่หลิงที่หลับไปแล้ว จากนั้นเข้าไปในหอคอยโลกเรือนจำ

 

ฝึกวิชา!

 

มีเพียงผู้มีพลังแข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะเป็นที่ยอมรับ!

 

ความจริงของสังคมได้สอนให้เขารู้เรื่องนี้ตลอดเวลา!

 

ตอนนี้ชายหนุ่มมีอยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณ และยังเป็นยอดผู้ฝึกกระบี่อีกด้วย ความเร็ว ความแข็งแกร่ง และความสามารถตอบสนองเกือบจะอยู่ในจุดสูงสุดแล้วในตอนนี้

 

อาจกล่าวได้ว่า แม้ในตอนนี้ชายหนุ่มจะมีพลังในขั้นผสานลมปราณเท่านั้น แต่คนธรรมดาที่อยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณก็ไม่สามารถเทียบชั้นเขาได้ในด้านความแข็งแกร่ง ส่วนในขั้นผสานลมปราณ แม้ไม่อาจกล่าวได้ว่าเขาอยู่ยงคงกระพัน แต่ก็มีคนไม่มากนักที่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้!

 

ทว่าชายหนุ่มรู้ดีว่าการฝึกเต๋าเป็นเหมือนการล่องเรือทวนกระเเสน้ำ หากเขาไม่พัฒนาฝีมือเขาก็จะล้าหลัง ดังนั้นเย่ฉวนจึงไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย!

 

ตอนนี้เขาและเงามีฝีมือเสมอกันตอนที่ต่อสู้กัน แต่จริง ๆ แล้วเขากลับไม่รู้สึกพอใจกับเรื่องนี้ เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของชายหนุ่มก็คือการเอาชนะเงาให้ได้!

 

ภายในหอคอยโลกเรือนจำ เย่ฉวนอยู่ตัวคนเดียว อันที่จริงเขาก็ชักจะเคยชินกับการอยู่ตามลำพังเช่นนี้แล้วด้วย ส่วนสตรีลึกลับนั้นนางเงียบอยู่เป็นปกติ ดังนั้นเย่ฉวนจึงไม่รบกวนนางเพราะเขารู้ว่านางย่อมไม่เต็มใจคุยกับเขาแน่นอน

 

การฝึกวรยุทธ์ช่างน่าเบื่อและโดดเดี่ยวนัก!

 

หลังจากนั้นสองชั่วยาม เย่ฉวนก็หยุด เขายืนอยู่ในสถานที่เดิมพร้อมกับกระบี่ในมือ ทั้งร่างโชกไปด้วยเหงื่อ

 

เย่ฉวนมองกระบี่หลิงเซียวในมือจากนั้นก็เอ่ยขึ้น “ผู้อาวุโส ข้ารู้สึกว่าข้าอยู่ในระดับสูงสุดในแต่ละครั้งที่ฝึกกับเงาแล้ว แต่พอข้าฝึกกับมันในครั้งหน้า ข้ากลับมีความรู้สึกเหมือนเดิม ท่านได้เพิ่มพลังของเงาหรือไม่?”

 

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เสียงของสตรีลึกลับก็ดังขึ้น “การมีความรู้สึกเช่นนี้พิสูจน์ว่าเจ้ากำลังพัฒนาฝีมือขึ้นในทุกครั้ง สำหรับจุดสูงสุด มันไม่มีจุดสูงสุดหรอก พื้นฐานของเจ้าในตอนนี้นับว่าดีสำหรับเมืองชิงหรือแคว้นเจียงเท่านั้น แต่เมื่อเทียบกับคนที่อยู่ในแคว้นใหญ่หรือสำนักตระกูลใหญ่แล้ว พื้นฐานของเจ้านับว่าอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องดีที่เจ้าพึ่งอยู่ในขั้นผสานลมปราณ แต่แน่นอนว่าเจ้าไม่อาจอยู่ในขั้นพลังนี้นานเกินไป เช่นเดียวกับเรื่องของกระบี่จิตวิญญาณที่เจ้าต้องค้นหาด้วยตัวเอง!”

 

เย่ฉวนพยักหน้าและเอ่ยขึ้น “เข้าใจแล้ว”

 

สิ่งที่ชายหนุ่มต้องทำในตอนนี้ก็คือยกระดับพลังของตนเองในทุกด้านก่อนที่จะบรรลุขุมพลังหลอมรวมลมปราณ!

 

เขาหยุดฝึกวิชา จากนั้นก็อาบน้ำและเข้านอน

 

ชายหนุ่มจะฝึกวรยุทธ์และวนเวียนทำเช่นนี้ในทุกวัน ไม่อย่างนั้นแล้วเขาก็อาจต้องฝึกจนตาย!

 

หลังจากนั้นหนึ่งชั่วยามครึ่ง เย่ฉวนก็ตื่นนอน!

 

เย่หลิงก็ตื่นนอนเช่นกัน!

 

ไม่นานนัก ใครบางคนก็นำอาหารเช้าที่เต็มไปด้วยอาหารนานาชนิดมาส่ง สองพี่น้องนั่งทานพวกมันเกือบจะทั้งหมด!

 

พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นเพราะเคยยากจนมาก่อน จึงเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะไม่ยอมกินอะไรทิ้งขว้าง!

 

หลังรับประทานเสร็จแล้ว เย่ฉวนก็พาเย่หลิงออกจากห้องไปยังชั้นดาดฟ้าของเรือเหาะ!

 

ในตอนนี้ เรือเหาะได้ลอยอยู่ในอากาศซึ่งสูงจากพื้นดินอย่างน้อยหนึ่งพันเมตร

 

คนนับไม่ถ้วนมารวมตัวกันอยู่บนดาดฟ้า สองพี่น้องเดินไปยังหัวเรือ จุดดีที่สุดบนเรือที่มีแต่คนจากห้องระดับสูงสุด

 

เย่ฉวนเหลือบมอง เรือลำนี้ล้อมรอบไปด้วยภูเขาที่อยู่ห่างออกไปและยังมีนกบินผ่านภูเขาเหล่านี้เป็นระยะ

 

“ว้าววว!”

 

ข้าง ๆ เย่ฉวน เย่หลิงเอ่ยด้วยความตื่นเต้น “พี่ชาย ดูสิ ภูเขาพวกนั้นดูเล็กลงเรื่อย ๆ เลยเจ้าค่ะ”

 

เย่ฉวนลูบศีรษะเล็กของเย่หลิงเบา ๆ จากนั้นเขาก็มองออกไปไกลในบริเวณที่มีภูเขาเขียวชอุ่มและเมฆขาว ทันใดนั้นเย่ฉวนก็พลันเกิดอาการลังเลขึ้นมา

 

ยามที่เขาอยู่บนพื้นดิน ภาพที่เขาเห็นช่างจำกัด แต่ตอนนี้เมื่อเขาอยู่บนฟ้า สิ่งที่เขาเห็นก็แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่เห็นบนพื้นดิน นี่ทำให้เขาคิดในมุมต่างออกไป

 

เมืองชิงช่างเล็กอย่างยิ่ง แต่โลกนี้ช่างกว้างใหญ่นัก!

 

เขาตัวเล็กอย่างยิ่ง แต่โลกนี้ช่างกว้างใหญ่!

 

เมื่อเย่หลิงเห็นสีหน้าของเย่ฉวน นางก็พลันเงียบเสียง นางรู้ว่าพี่ชายของนางกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่จึงเดินไปยังกราบเรือ มือทั้งคู่จับราวพลางอุทาน “สวยจังเลย!”

 

“บ้านนอกจริง ๆ!”

 

ตอนนั้นเองเสียงกร้าวก็ดังข้างหู เย่หลิงและเย่หลิงก็หันไปมองทางต้นเสียง ไม่ไกลกันนักมีเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งในอาภรณ์หรูหรา เขามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับนาง แต่อวบอ้วนเสียจนนางแทบมองไม่เห็นดวงตาที่อยู่เบื้องหลังแก้มกลมทั้งสอง!

 

เย่หลิงหลบตาอย่างรวดเร็วเพราะนางไม่อยากสร้างความลำบากให้กับพี่ชาย

 

แต่เด็กชายตัวเล็กคนนั้นเดินมาหาเย่หลิง เขามองเย่หลิงอย่างดูถูกและเอ่ยขึ้น “ดูเสื้อผ้าของเจ้าสิ มีรอยปะเต็มไปหมด หาเสื้อผ้าใหม่ใส่ไม่ได้หรืออย่างไร?”

 

เย่หลิงไม่สนใจ นางตอบเขาเสียงเรียบ “ข้าใส่มันได้ มีแต่พี่ชายของข้าเท่านั้นที่มีสิทธิ์มาสอนข้า!”

 

เด็กชายตัวน้อยตบเสื้อผ้าของตนเองแล้วเอ่ยอย่างภาคภูมิ “เจ้ารู้ไหมว่าเสื้อผ้าชุดนี้ทำมาจากอะไร? มันทำมาจากขนจิ้งจอกภูติและสัตว์ภูติ มีค่าเท่ากับเสื้อผ้าเจ้าแสนชุด!”

 

เย่หลิงเหลือบมองเสื้อผ้าของเด็กชายตัวน้อยและเอ่ยตอบ “ข้าไม่สนหรอกเพราะข้ามีพี่ชายข้าอยู่แล้ว”

 

เด็กชายตัวน้อยหยิบผลึกหยกใสออกมา และดวงตาของเย่หลิงก็พลันมองตาม

 

หยกนั้นช่างบริสุทธิ์ไร้ที่ติดูงดงามเป็นอย่างยิ่ง!

 

เห็นว่าเย่หลิงเสียสมาธิเพราะมันแล้ว เด็กชายตัวน้อยก็เอ่ยอย่างภาคภูมิ “นี่คือหยกเสริมปราณชั้นดี มีค่าเท่ากับก้อนทองหนึ่งพันก้อน เจ้ามีมันไหมล่ะ?”

 

เย่หลิงแค่นเสียงตอบ “ข้ามีพี่ชายข้าอยู่แล้ว!”

 

เด็กชายตัวน้อยโมโหขึ้นมาและเอ่ยขึ้น “เจ้าหยุดพูดถึงพี่ชายเจ้าได้หรือไม่?”

 

เย่หลิงเมินเด็กชายเสีย นางมองท้องฟ้าที่อยู่ห่างออกไปและกระซิบ “ข้ามีแค่พี่ชายข้าเท่านั้น…”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top