ขนาดตัวอักษร

YC บทที่ 38 ขอโทษนะ แต่ข้าคือยอดผู้ฝึกกระบี่!2

 34 Views

YC บทที่ 38 ขอโทษนะ แต่ข้าคือยอดผู้ฝึกกระบี่!2

 

เย่ฉวนเข้ามาในห้องใต้ท้องเรือเหาะพร้อมกับน้องสาวของเขา ห้องนั้นเล็กอย่างยิ่ง มีแค่เตียงหนึ่งเตียง เก้าอี้สองตัว และโต๊ะหนึ่งตัว ช่างมัธยัสถ์เสียจริง!

 

เย่ฉวนลูบศีรษะของเย่หลิง “มีเวลาอีกครึ่งชั่วยามก่อนที่เรือจะออกจากท่า เมื่อเรือคงตัวแล้วเราคงไปที่ดาดฟ้าและมองภาพเบื้องล่างได้ล่ะ”

 

เย่หลิงยิ้มหวาน เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างได้ นางก็หันไปค้นสัมภาระของพวกเขาอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็งัดเอารองเท้าผ้าออกมาให้เย่ฉวนราวกับมอบของขวัญชิ้นหนึ่งให้กับเขา “พี่ชาย ข้าถักมันเองนะ ลองสวมดูสิเจ้าคะว่าใส่พอดีหรือไม่!”

 

ว่าแล้วนางก็นั่งยอง ๆ พร้อมกับถอดรองเท้าของเย่ฉวนออก

 

เย่ฉวนได้แต่นิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูก

 

“ทำไมนางถึงถักมันขึ้นมาล่ะ?”

 

“อี๋!” ในตอนนี้เย่หลิงพลันร้องออกมาจนเย่ฉวนรีบก้มหน้ามอง เย่หลิงปิดจมูกไว้พลางกลอกตาใส่เขา “พี่ชาย เท้าพี่เหม็นมากเลย!”

 

กล่าวแล้วนางก็หันหน้าก่อนจะจรลีจากไป

 

ไม่นานนักนางก็กลับเข้ามาในห้อง ครั้งนี้นางมาพร้อมกับอ่างน้ำ นางวางอ่างน้ำตรงหน้าเย่ฉวนและยกเท้าของเขาวางลงในอ่าง

 

เย่ฉวนรีบเอ่ยขึ้นมา “ให้ข้าทำเองเถอะ!”

 

เย่หลิงจ้องมองเขา จากนั้นนางก็ก้มหน้าและเริ่มล้างเท้าเย่ฉวนอย่างช้า ๆ

 

ขณะที่เด็กสาวกำลังล้างเท้าพี่ชายอยู่นั้น หยาดน้ำตาก็ได้ไหลรินออกมาอย่างฉับพลัน ส้นเท้าของเย่ฉวนทั้งหนาและด้าน แถมยังมีบาดเเผลจำนวนมากที่ยังไม่หายสนิทดี!

 

บาดเเผลเหล่านี้คือบาดแผลที่หลงเหลือจากการต่อสู้อย่างดุเดือดเพื่อตระกูลเย่ในตอนที่เขายังเป็นทายาทสายตรง!

 

เห็นอาการผิดปกติของเย่หลิง เย่ฉวนก็เอ่ยถามนุ่มนวล “เจ้าร้องไห้ทำไมกัน?”

 

เย่หลิงปาดน้ำตาบนใบหน้าออก “พี่ชาย ท่านทรมานมามาก ข้าสาบานว่าข้าถ้าได้เป็นผู้ที่มีพลังอำนาจแก่กล้าในภายภาคหน้า ข้าจะหาเงินให้ได้มาก ๆ เพราะข้าอยากให้พี่ชายมีชีวิตที่เรียบง่ายสะดวกสบายเจ้าค่ะ”

 

นางถูกเลี้ยงมาโดยพี่ชายของนาง! แต่คนจำนวนมากก็ไม่รู้ว่าเมื่อมารดาของพวกเขาจากไป เย่ฉวนมีอายุเพียงสิบปี ยังเป็นเด็กชายวัยกำลังเติบกล้า และนางมีอายุราวสี่หรือห้าขวบเท่านั้น ในตอนแรกพวกเขาอยู่กันแบบขอทานในตระกูลเย่ และมีชีวิตอยู่รอดได้ด้วยอาหารเหลือทิ้ง ภายใต้สภาพเช่นนั้นเองที่เย่ฉวนเลี้ยงนางมา เด็กสาวเองก็ยังไม่รู้แน่ชัดเลยว่าเขาทุกข์ทรมานมากขนาดไหนในหลายปีที่ผ่านมานั้น

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปีที่เย่ฉวนต่อสู้อย่างสุดกำลังเพื่อตระกูลหลังจากที่เขาได้เป็นทายาทสายตรง!

 

นางจำได้เพียงว่าพี่ชายของนางออกไปในตอนกลางวันและกลับมาในตอนกลางคืน แต่ทุกครั้งที่เขากลับมา เขามักจะกลับมาด้วยบาดเเผลเต็มร่าง!

 

ได้ยินคำพูดของเย่หลิง ความรู้สึกอุ่นซ่านก็พลันแผ่ไปทั้งกายและใจของเย่ฉวน เขาลูบศีรษะเล็กของเย่หลิงเบา ๆ “สุขภาพของเจ้าเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด อาการเจ็บป่วยของเจ้าคงจะรักษาหายในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยผู้คนเปี่ยมพรสวรรค์มากมายแน่ เมื่อเจ้าหายดีแล้ว พี่ชายจะสอนเจ้าฝึกวรยุทธ์นะ!”

 

เย่หลิงล้างเท้าของเย่ฉวนอย่างนุ่มนวล พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคงยิ่ง “พี่ชาย หากข้าหายดีแล้ว ข้าจะตั้งใจฝึกเจ้าค่ะ ข้าไม่กลัวความยากลำบากหรอก!”

 

เย่ฉวนยิ้ม ทันทีที่เขากำลังจะเอ่ย ประตูห้องพลันถูกเปิดออก ทันใดนั้นเองชายกลางคนและชายชราอีกสองคนก็เข้ามาในห้อง

 

เย่หลิงตกใจจนรีบยืนขึ้น “พวกท่าน พวกท่านเป็นใคร?”

 

ชายกลางคนที่นำหน้าเหลือบมองเย่ฉวน “เจ้ายังจำข้าได้หรือไม่?”

 

เย่ฉวนพยักหน้า แน่นอนสิว่าเขาจำได้ คนสามคนตรงหน้าเขานี้ก็คือคนสามคนที่ไล่ตามฉินชางอยู่ในป่า และเขายังจำได้ว่าชายกลางคนตรงหน้าเขามีชื่อว่าโม่ฉุน

 

เย่ฉวนเงียบไป โดยไม่ต้องเอ่ยกล่าว กลุ่มคนตรงหน้าเขามาที่นี่เพราะหินเสริมปราณพวกนั้นแน่!

 

เขาเพียงไม่คิดว่าพวกเขาจะตามเขามาได้ถึงเรือเหาะนี้!

 

ในตอนนี้โม่ฉุนก็ได้เอ่ยขึ้น “ส่งหินพวกนั้นมา แล้วเราจะไว้ชีวิตพวกเจ้า!”

 

เย่ฉวนเอ่ยเสียงทุ้ม “บนเรือเหาะห้ามมีการต่อสู้กัน!”

 

โม่ฉุนแสยะ “ถ้าเราฆ่าเจ้ากับน้องสาวเจ้าเงียบ ๆ แล้วหาโอกาสโยนศพพวกเจ้าลงมา ใครเล่าจะตรวจจับได้?”

 

เย่ฉวนคิดครู่หนึ่งจากนั้นจึงเอ่ยถาม “ถ้าข้าส่งหินพวกนี้มาให้ พวกท่านจะไว้ชีวิตข้ากับน้องสาวไหม?”

 

ดวงตาของโม่ฉุนหรี่ลงเล็กน้อย “จริง ๆ แล้วเราแค่ต้องการหินเสริมปราณพวกนั้น!”

 

เย่ฉวนสูดหายใจลึกแล้วจึงเอ่ย “ถ้าอย่างนั้น ข้าก็คงไม่มีวาสนาพอได้ชื่นชมมันล่ะ”

 

กล่าวดังนี้แล้วเขาก็หยิบถุงสีดำออกมาแล้วเดินไปหาโม่ฉุน “ท่านต้องรักษาสัญญานะ!”

 

เห็นถุงดำแล้ว ดวงตาของโม่ฉุนพลันดูร้อนรุ่มมากขึ้น “แน่นอน ข้าก็ต้องรักษาสัญญาอยู่แล้ว!”

 

แต่มือขวาของเขากลับค่อย ๆ กำแน่น

 

เมื่อเย่ฉวนอยู่ห่างจากโม่ฉุนเพียงไม่กี่ก้าว เขาก็พลันโยนถุงดำในมือไปให้ชายชราข้างกายโม่ฉุน โม่ฉุนกับอีกสองคนที่เหลืออึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นโดยไม่รู้ตัว ชายชราก็เอื้อมมือคว้ามันไว้ ขณะที่โม่ฉุนเองก็เอื้อมมือไปคว้ามันอย่างไม่รู้ตัวเช่นกัน

 

ถึงตอนนี้เอง แสงเย็นจาง ๆ ก็ฉายวาบ!

 

“ฉึกกก!”

 

กระบี่เล่มหนึ่งพลันปรากฏตรงหน้าโม่ฉุน เมื่อโม่ฉุนรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น กระบี่ก็ได้เสียบทะลุลำคอของเขาแล้ว

 

ชั่วพริบตาเดียว ศีรษะของโม่ฉุนก็ปลิวกระเด็น!

 

เลือดของเขาพุ่งกระฉูด!

 

อีกด้านหนึ่ง ชายชราทั้งสองต่างตื่นตกใจ ชั่วขณะต่อมาพวกเขาก็รีบหันหลังวิ่ง แต่กระบี่ของเย่ฉวนว่องไวกว่า ขณะที่ชายชราสองคนหันหลัง กระบี่ของเย่ฉวนก็เสียบทะลุหลังของชายชราคนหนึ่ง!

 

ชายชราคนหนึ่งถูกสังหารในทันที!

 

แต่ชายชราอีกคนหนึ่งวิ่งออกไป ไม่เพียงแต่เขาจะวิ่งออกไป เขายังตะโกนร้องขอความช่วยเหลืออย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้นทุกคนที่อาศัยอยู่บนชั้นแรกของเรือก็แตกตื่น!

 

ใบหน้าของเย่ฉวนเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดไปเล็กน้อย เขาเก็บกระบี่และรู้สึกว่าเรื่องราวทั้งหลายเริ่มยุ่งเหยิงขึ้นมาเล็กน้อยแล้วในตอนนี้

 

ไม่นานนัก สตรีผู้หนึ่งสวมผ้าคลุมหน้าและชุดกระโปรงยาวสีม่วงก็เดินเข้ามาในห้องของเย่ฉวนพร้อมกับผู้คุ้มกันของเรือเหาะ

 

เย่ฉวนกำมือ พร้อมกับใบหน้าสลดลงเล็กน้อย เขาไม่อาจรู้สึกถึงพลังยุทธ์ของสตรีในผ้าคลุมหน้า แต่ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงพลังยุทธ์ของบรรดาผู้คุ้มกันเหล่านั้น สามคนมีพลังขุมทะยานสวรรค์และอีกสองคนมีพลังขุมหลอมรวมลมปราณ!

 

กองกำลังนี้น่ากลัวไม่น้อยเหลือเกิน!

 

อาจกล่าวได้ว่าพลังของคนจากสำนักอัปสรเมรัยช่างน่ากลัวนัก!

 

สตรีในผ้าคลุมหน้าเหลือบมองศพที่อยู่บนพื้น คิ้วเข้มของนางย่นเข้าหากันเล็กน้อย จากนั้นนางก็เบนสายตามองที่เย่ฉวน “เจ้าฆ่าพวกเขางั้นหรือ?”

 

เย่ฉวนพยักหน้าและอธิบาย “พวกเขาต้องการ…”

 

สตรีในผ้าคลุมหน้าหันหลังพร้อมกับสะบัดแขนเสื้อ “งั้นไปอธิบายต่อในยมโลกเถอะ โบยพวกเขาจนตายคาที่แล้วโยนศพของพวกเขาออกจากเรือซะ”

 

ในตอนนี้เย่ฉวนก็ได้กางมือขวาพร้อมกับกระบี่ก่อตัวในฝ่ามือ

 

สตรีในผ้าคลุมหน้าที่เดินไปยังประตูพลันหยุดเดิน นางหันกลับมามองเย่ฉวน ในสายตาของนางมีแววพิกลอยู่ “เจ้าเป็นผู้ฝึกกระบี่งั้นหรือ?”

 

เย่ฉวนพยักหน้า

 

สตรีในผ้าคลุมหน้าส่ายศีรษะ “เจ้าเป็นผู้ฝึกกระบี่ด้วยอายุน้อยเท่านี้ได้นับว่าเป็นเรื่องหายากนัก แต่มันก็ไม่มีประโยชน์ในเรื่องนี้ กฎของเรือเหาะถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ต่อให้เจ้าเป็นผู้ฝึกกระบี่ก็ตาม เจ้าก็ไม่สามารถทำลายกฎเหล่านี้ได้ สังหารเขาซะ”

 

หลังจากนั้นนางก็หันหลังและกำลังจะเดินออกไป

 

ในตอนนี้เอง ดวงตาของเย่ฉวนก็หรี่ลงเล็กน้อย และมือขวาของเขาก็พลันกำกระบี่ ชั่วเสี้ยววินาทีเดียว กระบี่ก็สั่นไหวเล็กน้อยและรังสีกระบี่จาง ๆ ก็ฉายประกายบนตัวกระบี่

 

คนจำนวนหนึ่งที่อยู่ในบริเวณนี้ถึงกับตกตะลึง

 

และสตรีในผ้าคลุมหน้าก็หยุดเดินอีกครั้ง!

 

เย่ฉวนมองตาของสตรีในผ้าคลุมหน้า “ขอโทษนะ แต่ข้าเป็นยอดผู้ฝึกกระบี่!”

 

ถึงจะเอ่ยออกไปเช่นนั้น แต่เขาก็ไม่มีอาการหน้าแดงและยังคงมีลมหายใจเป็นจังหวะมั่นคง ชายหนุ่มดูสงบนิ่งอย่างหาใดเปรียบ

 

แต่แท้จริงแล้วนั้น ในใจเขากลับกำลังร้อนใจและลุกลี้ลุกลนอย่าถึงที่สุดเลยทีเดียว!

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top