ขนาดตัวอักษร

YC บทที่ 36 มารดาของเย่ฉวน!2

 27 Views

YC บทที่ 36 มารดาของเย่ฉวน!2

 

ตรงประตูทางเข้าเมืองพันภูผา เย่หลิงที่อยู่ในรถม้าได้มองเมืองพันภูผาตรงหน้าพลางกะพริบตา “ว้าว พี่ชาย เป็นเมืองที่ใหญ่มากเลยเจ้าค่ะ ใหญ่มากกว่าเมืองชิงเสียอีก!”

 

เย่ฉวนพยักหน้าพลางยิ้มแย้ม “มันใหญ่จริง ๆ ล่ะ!”

 

เย่หลิงเขย่าเเขนเย่ฉวนเบา ๆ และร้องขอบางอย่างราวกับเด็กเอาแต่ใจ “พี่ชาย เราไปซื้อของหลังจากนี้ได้ไหมเจ้าคะ?”

 

เย่ฉวนครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้าเอ่ย “ตกลง!”

 

พวกเขารีบเร่งเดินทางมาตลอดเวลา อย่าว่าแต่เย่หลิงเลย แม้แต่เขาก็รู้สึกเบื่อเหมือนกัน!

 

เป็นเรื่องดีที่จะออกไปหาซื้อของ!

 

คิดดังนี้แล้ว เย่ฉวนก็เข้าไปในเมืองพร้อมกับเย่หลิง

 

ถนนในเมืองค่อนข้างกว้างขวาง ความกว้างของมันนับได้เป็นสิบ ๆ เมตร ทั้งเมืองหนาแน่นไปด้วยผู้คน และมีรถม้ามากมายวิ่งขวักไขว่อยู่บนถนน ดูคึกคักมีชีวิตชีวายิ่งกว่าเมืองชิงมากนัก!

 

เย่ฉวนจองห้องหนึ่งของโรงเตี๊ยมกับเย่หลิงก่อนเป็นอันดับแรก เขาจองไว้เพียงห้องเดียวเนื่องจากสภาพร่างกายของเย่หลิงตอนนี้ยังไม่คงตัว ดังนั้นเขาจึงย่อมไม่วางใจโดยง่ายหากปล่อยนางไว้เพียงลำพังในอีกห้องหนึ่ง

 

หลังทำการจัดของเข้าห้องเสร็จ ชายหนุ่มก็พาเย่หลิงออกไปซื้อของ!

 

บนถนน เย่หลิงมองไปทางนั้นทีทางนี้ทีอย่างร่าเริงราวกับภูติตัวน้อย

 

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เย่หลิงก็ได้ของเล่นมากมายเต็มมือทั้งคู่

 

เห็นเย่หลิงมีความสุขนัก เย่ฉวนก็คลี่ยิ้มสดใสมากกว่าเดิม

 

เมื่อพวกเขาเดินผ่านแผงลอยเล็ก ๆ เสียงสตรีลึกลับพลันดังขึ้นในหัวของเย่ฉวน “หยุดก่อน!”

 

ได้ยินคำพูดของนาง เย่ฉวนก็ชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นเขาก็รั้งตัวเย่หลิงไว้

 

“ผู้อาวุโส?” เย่ฉวนถามในใจ

 

สตรีลึกลับเอ่ย “มีแหวนสีม่วงวงหนึ่งอยู่บนแผงข้างเจ้า ซื้อมันซะ!”

 

เย่ฮวนหันไปเหลือบมองแผงวางของวูบหนึ่ง เขาก็พบว่ามีแหวนสีม่วงดูธรรมดาไม่สะดุดตาวงหนึ่งอยู่บนมุมแผง

 

เจ้าของร้านเป็นชายกลางคน เขามองเย่ฉวนและยิ้ม “น้องชาย ต้องการซื้ออะไรหรือ?”

 

เย่ฉวนหยิบแหวนสีม่วงขึ้นมา “แหวนนี่ราคาเท่าใด?”

 

เขาไม่ถามสตรีลึกลับว่าทำไมนางถึงอยากให้เขาซื้อแหวนที่ดูไม่สลักสำคัญอะไร เพราะเขารู้ว่ามันจะต้องมีเหตุผลอยู่! ชายหนุ่มรู้ดีว่าปกติแล้วสตรีลึกลับจะไม่ค่อยพูดนัก เป็นเรื่องยากทีเดียวที่จะเห็นนางเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน!

 

ชายกลางคนเหลือบมองเเหวนสีม่วงในมือของเย่ฉวนและยิ้ม “สิบเหรียญทอง!”

 

ได้ยินดังนี้ เย่ฉวนก็ย่นคิ้วเล็กน้อย “สิบเหรียญทอง แพงไปหน่อยนะ!” แต่เขาก็ให้เงินเจ้าของร้านไปสิบเหรียญทองโดยไม่ลังเล

 

เห็นเย่ฉวนไม่ต่อราคา เจ้าของร้านก็ผุดยิ้มและรีบหยิบเหรียญทองทันที ในใจของเขารู้สึกปิติเบิกบานอยู่ลึก ๆ! แท้จริงแล้วเขาเต็มใจที่จะขายมันต่อให้ได้สามเหรียญทองก็ตามที!

 

เย่ฉวนกำลังจะหันหลังจากไป ถึงตอนนี้ก็พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านข้าง “เดี๋ยวก่อน!”

 

มองที่มาของเสียงแล้ว เย่ฉวนก็เห็นเด็กหญิงตัวเล็กรุ่นราวคราวเดียวกับเย่หลิงเดินเข้ามาหาเขา

 

เด็กหญิงตัวน้อยสวมเสื้อคลุมนวมตัวเล็ก นางมีริมฝีปากสีกุหลาบและฟันขาวน่ารัก เด็กสาวดูน่ารักน่าชังเป็นอย่างยิ่งด้วยผมที่รวบเป็นหางม้า

 

หลังเหลือบมองเเหวนในมือของเย่ฉวนวูบหนึ่ง เด็กหญิงตัวน้อยก็หันไปหาเจ้าของร้าน “เเหวนวงนี้ข้าจ่ายให้ท่านได้ยี่สิบเหรียญทองเชียวนะ!”

 

เจ้าของร้านสะดุ้ง และเขาก็รู้สึกประหม่าเล็กน้อยเพราะเขาขายมันให้เย่ฉวนไปแล้ว

 

เย่ฉวนเหลือบมองเด็กหญิงตัวน้อยและยิ้มออกมา “น้องสาว แหวนนี่…”

 

“ใครเป็นน้องสาวเจ้ากัน?” เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยขัดเย่ฉวนในทันทีด้วยเสียงเย็นชา

 

สีหน้าของเย่ฉวนแข็งค้างและเขาก็ไร้คำพูดไปครู่หนึ่ง “แม่นางน้อยนี่มีนิสัยแบบไหนกันนะ?”

 

ข้างกายเย่ฉวน เย่หลิงส่งสายตาไม่พอใจไปให้เด็กสาว “เจ้าพูดแบบนี้ได้อย่างไร? พี่ชายข้าไปทำอะไรให้เจ้ากัน!”

 

เด็กสาวมองเย่หลิง เมื่อเห็นนางแล้วนางก็ตะลึงค้างไปเล็กน้อย ไม่นานนักดวงตาของนางก็ฉายแววประหลาดใจ เด็กสาวจ้องมองนางจนกระทั่งความประหลาดใจนี้เปลี่ยนเป็นความตกตะลึงและไม่นานมันก็กลายเป็นความปิติยินดี

 

ในเวลาสั้น ๆ สายตาของเด็กสาวตัวน้อยก็เปลี่ยนไปหลายครั้ง เมื่อเห็นดังนี้เย่ฉวนก็ตะลึงไป

 

เย่หลิงที่ถูกนางจ้องมองรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างเช่นกัน นางจึงพลันถามออกไป “เจ้า เจ้ามองข้าทำไม?”

 

เด็กสาวมีสายตากลับคืนสู่ปกติ นางอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่างแต่ก็เหมือนจะตะขิดตะขวงเล็กน้อย หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งนางก็ถามขึ้น “เจ้าชื่ออะไร?”

 

เห็นว่าเด็กสาวคนนั้นไม่มีท่าทางก้าวร้าวแล้ว เย่หลิงก็ตอบ “เย่หลิง”

 

เอ่ยดังนี้แล้วนางก็จับแขนเย่ฉวนไว้และกล่าวแนะนำ “นี่พี่ชายข้า เย่ฉวน!”

 

เด็กสาวเหลือบมองเย่ฉวนอย่างเย็นชา จากนั้นดวงตาของนางก็จับจ้องเย่หลิงอีกครั้ง ซึ่งเป็นการง่ายที่จะเห็นว่านางเหมือนจะลังเลอยู่

 

เย่ฉวนดึงตัวเย่หลิงและกำลังจะหันหลังกลับ ในตอนนี้เด็กสาวพลันหยิบก้อนหินสีแดงขนาดเท่ากำปั้นส่งให้กับเย่หลิง “นี่ให้เจ้า!”

 

เย่ฉวนกับน้องสาวถึงกับอึ้งไป!

 

เด็กสาวยัดก้อนหินใส่มือของเย่หลิง “นี่เป็นหยกเพลิงสวรรค์ หากเจ้าพกมันไปด้วยมันจะช่วยสยบไอเย็นในร่างเจ้าได้ชั่วคราว”

 

ได้ยินนางเอ่ยเช่นนี้ สีหน้าของเย่ฉวนก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน “เจ้า…”

 

เด็กสาวเมินเย่ฉวนและเอ่ยอีกครั้ง “ข้ามีเรื่องด่วนที่ต้องจัดการ ข้าไม่อาจพาเจ้าไปได้ในตอนนี้ ข้าจะมาหาเจ้าในอีกสามเดือนเป็นอย่างช้านะ”

 

เอ่ยเช่นนี้แล้ว นางก็เหลือบมองเย่ฉวนอย่างเย็นชาและเอ่ยขึ้น “เห็นแก่น้องสาวของเจ้า ข้าก็จะให้แหวนวงนั้นกับเจ้าแล้วกัน!”

 

หลังจากนั้นนางก็เหลือบมองเย่หลิงอีกครั้งและหันจากไป

 

เย่ฉวนตะลึง เมื่อได้สติ ชายหนุ่มก็พลันไล่ตามหลังนางไปในทันที แต่ครู่ต่อมาเด็กสาวก็ห่างจากเขาไปหลายสิบเมตรเสียแล้ว ชั่วพริบตาเดียวนางก็หายไปจากสายตาของเย่ฉวน!

 

เย่ฉวนรู้สึกหวาดผวาและหยุดฝีเท้าลง

 

ตรงมุมตึก

 

เด็กสาวเดินมาที่มุมตึก เมื่อนางหยุดเดิน คนในชุดดำก็ปรากฏกายเบื้องหลังนางอย่างเงียบเชียบ คนผู้นั้นคุกเข่าข้างนึงลงก่อนจะพูดว่า “คุณหนู!”

 

เด็กสาวออกคำสั่งเสียงเย็น “จับตาดูคู่พี่ชายน้องสาวนั้นไว้ใกล้ ๆ ไม่สิ เจ้าไม่สามารถตามพวกเขาไปได้ เจ้าดูน่าสงสัยเกินไป เจ้าจงไปหาใครสักคนที่อ่อนแออย่างเห็นชัดให้ตามพวกเขาไป จำไว้ว่าเจ้าห้ามปล่อยให้เกิดเรื่องอะไรกับแม่นางน้อยคนนั้นเด็ดขาด”

 

คนชุดดำเอ่ยถามด้วยเสียงทุ้มลึก “คุณหนูต้องการตัวแม่นางน้อยผู้นั้นหรือขอรับ?”

 

เด็กสาวหลับตาลงช้า ๆ และน้ำเสียงของนางก็ตื่นเต้นไม่น้อย “ข้าไม่คิดเลยว่าจะมีใครบางคนที่มีของเช่นนั้นในแคว้นเจียงอยู่ หากไม่ใช่เพราะเรื่องเร่งด่วนเกี่ยวกับสำนักที่เซียนกระบี่ทิ้งเอาไว้ในโลกชางแล้ว ข้าก็จะพาตัวนางไปเดี๋ยวนี้!”

 

คนชุดดำเอ่ยด้วยเสียงทุ้มห้าว “แม้สำนักของเซียนกระบี่ในโลกชางจะถูกเปิดเผย แต่ค่ายกลกระบี่ที่เขาทิ้งไว้ยังไม่สลาย กล่าวกันว่ากระบี่ของเขาเป็นสิ่งจำเป็นที่จะสลายค่ายกลกระบี่ของเขา แต่เซียนกระบี่แห่งโลกชางหายตัวไปมากกว่าพันปีที่แล้ว เราจะไปตามหากระบี่ของเขาได้ที่ไหนหรือขอรับ?”

 

เด็กสาวเอ่ยอย่างใจเย็น “ไม่เป็นไรหรอก ให้ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ในคราวนี้เพื่อแก้ปัญหานี้!”

 

ชายชุดดำพยักหน้า เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงถามขึ้นอีกครั้ง “พี่ชายของแม่นางน้อยผู้นั้น คุณหนูจะตั้งใจรับเขาไว้ไหมขอรับ?”

 

เด็กสาวส่ายหน้า “พื้นฐานวรยุทธ์ของเขาดี แต่ตันเถียนของเขาถูกทำลายแล้ว โครงสร้างวรยุทธ์ของเขาอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น ส่วนรากฐานจิตก็แค่พอใช้ เจ้าต้องการให้เขาทำอะไร? เลี้ยงไว้ให้เสียข้าวสุกหรือไง?”

 

หลังจากนั้นนางก็หันหลังจากไป!

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top