ขนาดตัวอักษร

YC บทที่ 34 ยอดผู้ฝึกกระบี่!2

 26 Views

YC บทที่ 34 ยอดผู้ฝึกกระบี่!2

 

สตรีลึกลับเอ่ยต่อ “ยังมีอีกอย่างหนึ่ง เจ้าไม่ควรพุ่งความสนใจเพียงแค่น้องสาวของเจ้า ผนึกบนชั้นสองกำลังมีสัญญาณว่าจะคลาย หากเจ้าไม่พัฒนาพลังยุทธ์ให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ถ้างั้นก็คงไม่มีใครสามารถช่วยเจ้าได้หากผนึกสลายตัวแล้ว”

 

“ผนึกกำลังคลายตัว!”

 

เย่ฉวนสูดหายใจลึก แน่นอนว่าเขาไม่ลืมสิ่งที่สตรีลึกลับได้เอ่ยไว้! ชั้นแรกมีเซียนกระบี่ที่ตายไปแล้วก่อนที่เขาจะมาถึง…แต่เซียนกระบี่ที่ถูกขังอยู่บนชั้นสองยังไม่ตาย เมื่อใดที่ผนึกคลายตัว พวกเขาก็จะสังหารเขาก่อน!

 

โชคดีที่ชายหนุ่มยังมีเวลาเหลือบ้าง!

 

เย่ฉวนดึงสติและลืมตาขึ้น ในตอนนี้แม้ทั้งร่างของเขาจะหมดแรงและอ่อนปวกเปียก แต่เขาก็รู้สึกดีขึ้นมากกว่าเดิม คราวหน้าเขาต้องระวังตัวอย่างยิ่งเมื่อกำลังจะใช้กระบวนท่าหนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!

 

หากศัตรูไม่ตายในเพลงกระบี่เดียว เขาก็จะต้องเป็นฝ่ายตาย!

 

หากชายชรานั้นสู้ต่อไป เขาก็คงจะตายไปแล้ว!

 

ขั้นพลังทะยานสวรรค์ยังคงห่างไกลจากเขานัก แต่ถ้าใส่พลังทั้งหมดลงไป เขาก็อาจยังมีโอกาสที่จะชนะอยู่!

 

ในตอนนี้ เย่หลิงก็พลันถามขึ้น “พี่ชาย…ท่านเป็นอะไรไหมเจ้าคะ?”

 

มองเย่หลิงที่ยังคงดูซีดเซียว เย่ฉวนก็ยิ้มอ่อนโยนและเอ่ยตอบ “อย่ากังวลไปเลย ข้าแค่อยากพัก”

 

ได้ยินเขาเอ่ยดังนี้ เย่หลิงก็สบายใจขึ้นเล็กน้อย ดวงตาของนางมืดครึ้มลงเมื่อดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้ “พี่ชาย ข้ามันไร้ประโยชน์ ข้า…”

 

เย่ฉวนเอ่ยจริงจัง “อย่าคิดมากเลย เมื่อเจ้าอาการดีขึ้นแล้ว พี่ชายจะฝึกวรยุทธ์พร้อมกันกับเจ้า เมื่อเจ้ากลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ เจ้าก็จะได้ปกป้องพี่ชายได้ แบบนั้นถูกใจเจ้าไหม?”

 

เย่หลิงเหลือบมองเย่ฉวน “ข้าฝึกวรยุทธ์ได้จริง ๆ หรือเจ้าคะ?”

 

เย่ฉวนยิ้มและเอ่ยตอบ “แน่นอนสิเจ้าทำได้!”

 

เย่หลิงกำมือเล็กทั้งคู่แล้วนางก็มีท่าทีแน่วแน่ “พี่ชาย ข้าจะต้องกลายเป็นบุคคลที่มีพลังฝีมือแก่กล้าในภายภาคหน้าแน่ ข้าอยากปกป้องพี่ชายข้าด้วยเหมือนกัน!”

 

เย่ฉวนลูบศีรษะเล็กของเย่หลิงและเอ่ยด้วยรอยย้ิม “ข้าจะรอวันนั้นนะ!”

 

 

เย่ฉวนไม่รู้เลยว่าเด็กสาวตัวน้อยตรงหน้าเขาจะจดจำคำพูดดังกล่าวไปตลอดชั่วชีวิตของนาง!

 

หลังพักผ่อนราวหนึ่งชั่วยาม เย่ฉวนก็พาเย่หลิงไปกับเขาและเดินทางต่อบนเส้นทางของพวกเขา

 

เมืองพันภูผา!

 

เย่ฉวนเร่งความเร็วเพราะเขาพบว่าเย่หลิงต้องสวมเสื้อผ้าหนา ๆ ในตอนกลางวันแล้ว ยิ่งกว่านั้นนางต้องการยาบำรุงปราณสองเม็ดในทุกครั้งเพื่อสยบไอเย็นในร่าง!

 

ด้วยความเร็วนี้ ยาบำรุงปราณของพวกเขาก็จะหมดลงในอีกครึ่งเดือน แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเขาเกรงว่ายาบำรุงปราณจะไม่มีผลต่อการรักษาอาการป่วยของเย่หลิง!

 

หากเป็นเช่นนั้น สถานการณ์ก็จะเลวร้ายอย่างยิ่ง!

 

พวกเขาต้องรีบไปที่เมืองหลวง!

 

ไม่นานหลังจากที่เย่ฉวนกับน้องสาวจากไป ฉินปา ประมุขตระกูลฉิน และฉินเย่ที่ถูกเย่ฉวนฟันแขนขาดทั้งสองข้างก็ปรากฏกายที่โถงรับแขกของโรงเตี๊ยมร้าง

 

ครั้งเห็นแขนสองเเขนที่ถูกตัดอยู่บนพื้น ใบหน้าของฉินเยว่ก็น่าเกลียดอย่างยิ่ง ส่วนใบหน้าของฉินปาดูมืดครึ้มไปเช่นกัน

 

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ฉินปาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้ม “เขาเป็นผู้ฝึกกระบี่จริงหรือ?”

 

ฉินเยว่พยักหน้า “หากเขาไม่ใช่ผู้ฝึกกระบี่ เขาจะตัดแขนข้าได้อย่างไรล่ะขอรับ?”

 

ฉินปากำหมัดแน่น และใบหน้าของเขาก็มืดครึ้มลงราวกับนิ่ง ไม่มีใครรู้ว่าคนคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่

 

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ฉินปาก็ระบายลมหายใจและกระซิบ “เราไม่อาจล้างแค้นให้ท่านได้อีกต่อไปแล้ว!”

 

ฉินเยว่ดูสลดลงและไม่เอ่ยอะไร

 

แน่นอนว่าการเป็นยอดผู้ฝึกกระบี่ด้วยอายุน้อยเท่านี้ เพียงแค่คิดก็ทำให้พวกเขาหวาดกลัวขึ้นมาแล้ว! แล้วพวกเขาจะมีความกล้าล้างแค้นอีกฝ่ายได้อย่างไร?

 

ในตอนนี้ฉินปาก็เอ่ยอีกครั้ง “แต่เราไม่อาจทำแค่ปล่อยมันไป เราอาจกระจายข่าวได้ว่าเย่ฉวนมีหินเสริมปราณระดับสูงนับสิบอยู่กับตัว เมื่อได้ยินข่าวนี้แล้ว ข้าเชื่อว่าใครหลายคนจะต้องคิดอกุศลกับเขาอย่างแน่นอน!”

 

เมื่อฉินเยว่ได้ยินดังนี้ ร่างกายของเขาก็ดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย “แน่นอนขอรับ แม้ตระกูลฉินจะไม่อาจล้างเเค้นเขาต่อ เราก็ให้คนอื่นทำให้เราแทน”

 

เอ่ยดังนี้แล้วเขาก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างออก เขามองฉินปา “บุคคลนั้นชื่อว่าเย่ฉวนใช่ไหมขอรับ? เขาเป็นคนตระกูลเย่หรือเปล่า?”

 

ฉินปาพยักหน้าและเอ่ยขึ้น “เดิมทีเขาเป็นทายาทสายตรงของตระกูลเย่ แต่หลังจากที่ตระกูลเย่มีเย่หลาง ผู้ถูกเลือก เขาก็ถูกขับไล่และกดทับไว้ด้วยตระกูลของเขา ในที่สุดเขาก็ถูกบีบให้สาบานตนว่าจะออกจากตระกูลเย่และไม่ใช่คนตระกูลเย่อีกต่อไป!”

 

ฉินเยว่อึ้งไปและเอ่ยขึ้น “ผู้นำตระกูลเย่พวกนั้น พวกเขาสมองฟั่นเฟือนกันหมดหรืออย่างไร?”

 

ฉินปาพยักหน้า “ตระกูลเย่ทุกวันนี้แทบจะกลายเป็นตัวตลกของเมืองใกล้เคียงหลายเมืองแล้ว ท่านต้องรู้ว่าเย่ฉวนถูกผู้เยี่ยมยุทธแห่งแคว้นท้าประลองด้วยตัวเอง กล่าวกันว่าผู้เยี่ยมยุทธ์คนนั้นถึงกับมีไมตรีจิตพิเศษต่อเขา ยิ่งกว่านั้นก็คือนิมิตแห่งฟ้าดินเป็นของเย่ฉวน ไม่ใช่เย่หลาง แต่ผู้นำตระกูลเย่เชื่อว่าเย่หลางเป็นคนที่มีนิมิตอยู่ พวกเขาถึงกับจัดงานเลี้ยงฉลองใหญ่โต…ผู้อาวุโสทั้งหลายของตระกูลเย่และปรมาจารย์ของพวกเขาช่างโง่เขลานัก โง่อย่างไม่มีที่เปรียบ!”

 

ฉินเยว่พยักหน้า “พวกเขาช่างโง่เขลาเสียจริง แล้วตอนนี้ตระกูลเย่เป็นอย่างไรบ้างขอรับ?”

 

ฉินปาเอ่ยอย่างไม่แยแส “พวกเขาถูกตระกูลอื่นสยบราบคาบน่ะสิ! ถูกแล้ว แม้ข้าจะเล่นงานเย่ฉวนไม่ได้ แต่ข้าก็จะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการหาประโยชน์จากตระกูลเย่ ไปกันเถอะ กลับไปรวบรวมคนเพื่อล้างแค้นกับตระกูลเย่ในเมืองชิงกัน!”

 

หลังจากนั้นฉินปาก็หันหลังจากไป

 

บนลานกว้าง ฉินเยว่เหลือบมองเเขนที่ถูกตัดของตนเอง และสายตาของเขาก็ดูซับซ้อนไม่น้อย เขาไม่อาจแก้เเค้นเย่ฉวนได้! เขาไม่อาจล้างเเค้นไม่เพียงให้กับตัวเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงฉินชางเช่นกัน!

 

แม้จะมีปมแค้นนี้อยู่ในใจ แต่ชายชราก็รู้ดีว่านี่ควรจะเป็นจุดจบของเรื่องนี้!

 

ในฐานะตระกูลเล็กแล้ว ต้องรู้ตัวว่าใครสามารถต่อกรด้วยได้ และใครไม่อาจต่อกรด้วยได้!

 

หากตระกูลฉินยังคงต้องการแก้แค้น มันก็จะทำให้ตระกูลฉินต้องพังพินาศอย่างไม่สิ้นสุด! เย่ฉวนไม่เพียงแต่มีพลังยุทธ์แก่กล้า แต่ยังได้รับการชื่นชมจากผู้เยี่ยมยุทธแห่งแคว้นอีกด้วย มันคงเป็นเรื่องโง่เขลาหากตระกูลฉินยังต้องการล้างแค้นเขาอยู่!

 

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ฉินเยว่ก็หันหลังจากไป

 

ไม่นานนัก คนจากตระกูลฉินก็มุ่งหน้าไปที่ตระกูลเย่ในเมืองชิง…

 

พวกเขาไม่อาจต่อสู้หรือล้างแค้นเย่ฉวนได้ แต่พวกเขาสามารถทำเช่นนั้นกับตระกูลเย่ได้!

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top