ขนาดตัวอักษร

YC บทที่ 29 ข้ามันนิสัยไม่ดี!1

 41 Views

YC บทที่ 29 ข้ามันนิสัยไม่ดี!1

 

สตรียั่วยวนคนนั้นจ้องมองเย่ฉวนโดยไม่พูดอะไร!

 

ในขณะเดียวกันชายหนุ่มก็เหลือบมองสตรียั่วยวนอย่างไร้อารมณ์เช่นกัน ก่อนที่เขาจะหันไปมองชายกลางคนและคนอื่น ๆ ที่อยู่ไม่ไกลนัก “ข้าแค่ผ่านมาทางนี้ ข้าจะไม่ยุ่งกับเรื่องของพวกท่าน”

 

หลังจากนั้นเขาก็หันหลังกลับไปที่กองไฟตรงหน้ารถม้า

 

เป็นวีรบุรุษช่วยเหลือหญิงสาวที่ตกทุกข์ได้ยากงั้นหรือ?

 

เย่ฉวนไม่ใช่คนหัวเบา จะมีสตรีโฉมงามรอการช่วยเหลือจากคนอื่นจำนวนมากขนาดนั้นในโลกนี้เชียวหรือ?

 

ออกจากบ้านแล้ว ลูกไม้สกปรกมีอยู่ทุกที่ หากไม่ระวังตัวก็ต้องตายอย่างน่าอนาถ

 

ยิ่งกว่านั้นชายหนุ่มจะไม่เข้าไปยุ่งกับเรื่องของชาวบ้านหากไม่รู้ถึงสถานการณ์ทั้งหมด นอกจากนี้สตรียั่วยวนคนนี้ยังต้องการจะใช้ตัวเขาเป็นเครื่องมือเพื่อหลบหนี แถมนางยังเมินต่อสถานการณ์ของเย่ฉวนและปล่อยให้ชายหนุ่มต้องสู้กับพวกโจรตามลำพัง เรื่องนี้พิสูจน์ได้ว่าสตรีคนนี้ไม่ใช่คนดี!

 

เห็นเย่ฉวนถอยไปทางด้านหนึ่ง ชายกลางคนกับคนที่เหลือก็มองหน้ากัน ชายกลางคนยกมือขึ้นคำนับเย่ฉวน จากนั้นเขาก็มองสตรียั่วยวนที่นั่งอยู่บนพื้น “ฉินชาง ส่งมันมาซะหรือจะให้ข้าฆ่าเจ้าบัดเดี๋ยวนี้!”

 

สตรียั่วยวนถอยไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่งแล้วนางก็ยิ้มเย็น “โม่ฉุน หากข้าเป็นท่าน ข้าก็จะรีบหันหนีเอาชีวิตรอดในทันที”

 

ดวงตาของชายกลางคนหรี่ลงเล็กน้อย “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

 

“กุบ ๆๆๆ!”

 

ตอนนั้นเอง เสียงม้าควบตรงมาอย่างเร็วรี่ก็พลันดังขึ้น!

 

เมื่อเขาเห็นดังนี้แล้ว สีหน้าของชายกลางคนก็เปลี่ยนไปอย่างมาก “เจ้าเรียกกำลังเสริมมา!”

 

สตรีนามฉินชางยิ้มเย็น “คิดว่าอย่างไรล่ะ?”

 

ชายกลางคนเหลือบมองฉินชางอย่างเดือดดาลและเอ่ยขึ้น “ตระกูลโม่จะจดจำเรื่องนี้ไว้!”

 

หลังจากนั้นชายสามคนก็หันหลังหายตัวไปในยามราตรี!

 

เหลือเพียงเย่ฉวนกับฉินชางอยู่ในลาน!

 

ฉินชางมองเย่ฉวน นางปาดคราบเลือดที่มุมปากออก จากนั้นก็เดินมาหาเย่ฉวนและเอ่ยถาม “ทำไมเจ้าไม่หนีล่ะ?”

 

เย่ฉวนส่ายหน้า แน่นอนว่าชายหนุ่มไม่อาจหนีได้ ที่ไม่อาจหนีได้ก็เพราะว่าเขามากับน้องสาว!

 

ฉินชางประเมินเย่ฉวนด้วยสายตา “พลังยุทธ์ของเจ้านับว่าดี แต่ดูจากเสื้อผ้าของเจ้าแล้ว ข้าเดาว่าเจ้าคงไม่ใช่คนมั่งมีอะไร เจ้าก็รู้ว่าหากช่วยข้าในตอนนี้ เจ้ากับข้าก็จะมีชะตาชีวิตที่ดี เจ้ารู้หรือไม่ว่าชะตาชีวิตที่ดีมันมีความหมายกับเจ้าอย่างไร?”

 

เย่ฉวนเหลือบมองฉินชางและเอ่ยตอบ “บางทีอาจเป็นโชคร้ายก็ได้!”

 

ฉินชางแสยะยิ้มและเอ่ยกลับ “โชคร้ายหรือ? ถูกแล้ว ตอนนี้แหละคือโชคร้าย!”

 

ในตอนนี้เองม่านรถม้าก็ถูกเปิด และเย่หลิงก็ปรากฏกายในสภาพห่มผ้านวมผืนหนา

 

เย่ฉวนพลันทิ้งท่อนไม้ในมือที่ใช้เขี่ยกองไฟ จากนั้นก็เดินไปหาเย่หลิงและเอ่ยเบาๆ  “เราปลุกเจ้าหรือ?”

 

เย่หลิงพยักหน้าเบา ๆ นางเหลือบมองฉินชางที่อยู่ไม่ไกลนักและกระซิบ

“พี่ชาย ทุกอย่างเป็นปกติหรือไม่เจ้าคะ?”

 

เย่ฉวนหัวเราะและเอ่ยตอบ “ทุกอย่างเป็นปกติดี!”

 

เมื่อสิ้นเสียงของเย่ฉวน ชายนับสิบก็ได้ควบม้ามาที่นี่และหยุดอยู่ไม่ไกลจากฉินชางนัก ผู้เป็นหัวหน้าลงมาจากหลังม้าและเดินไปหาฉินชาง “แม่นาง ท่านเป็นอะไรหรือไม่?”

 

ฉินชางหันหลังกลับและตบหน้าชายคนนั้น “ข้าเป็นอะไรหรือไม่? พวกเจ้าหมายจะรอให้ข้าตายก่อนถึงจะมากันใช่ไหม?”

 

ชายคนนั้นรีบคุกเข่าลงข้างหนึ่ง “ข้ามาช้า โปรดอภัยให้ข้าด้วยขอรับ!”

 

ฉินชางพ่นลมหายใจ “ข้าจะเอาเรื่องเจ้าหากเรากลับไปถึง!”

 

จากนั้นนางก็มองเย่ฉวนกับน้องสาวของเขาที่อยู่ไม่ไกล “ถึงเวลาต้องสะสางเรื่องระหว่างเราแล้ว”

 

เย่ฉวนคิดเรื่องนี้แล้วจึงเอ่ยขึ้น “น้องสาวกับข้าเพียงผ่านทางมา และเราไม่อยากจะมีปัญหาด้วยหรอก”

 

ฉินชางเดินตรงไปหาเย่ฉวน และบนใบหน้าละมุนพลันปรากฏสีหน้าชั่วร้าย “เจ้าไม่อยากมีปัญหางั้นหรือ? ก็ได้ มาสิ คุกเข่าลงแล้วโขกศีรษะคำนับข้าร้อยหน ข้าถึงจะปล่อยเจ้ากับน้องสาวของเจ้าไปในวันนี้ ว่าอย่างไรล่ะ?”

 

เย่ฉวนย่นคิ้วเล็กน้อย “เพียงเพราะข้าไม่ตกเป็นเครื่องมือของเจ้างั้นหรือ? ในความคิดอันถ่อมตนของข้า ข้าเหมือนไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณอะไรกับเจ้าเลย ทำไมข้าต้องช่วยเจ้าด้วยล่ะ?”

 

ฉินชางเดินไปอยู่ตรงหน้าเย่ฉวน นางยิ้มเหี้ยมเกรียมไม่น้อย “ข้าต้องการให้เจ้ารู้ถึงผลของการไม่ช่วยข้าเมื่อก่อนหน้านี้ เจ้า…”

 

ฉินชางพูดเพียงเท่านี้ก่อนที่เย่ฉวนผู้อยู่ตรงหน้านางจะพลันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มันเร็วเสียจนหญิงงามนางนี้ไม่อาจจะโต้กลับได้แม้แต่น้อย รู้ตัวอีกทีเย่ฉวนก็ตบหน้านางอย่างแรงเข้าให้แล้ว

 

“เพี๊ยะ!”

 

เสียงตบดังกังวานทั่วราตรีอันมืดมิด

 

ทั้งร่างของฉินชางล้มคว่ำลงกับพื้นด้วยแรงตบนี้ ในตอนนี้นางก็รู้สึกสับสนไปทั้งกาย หญิงสาวไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะกล้าตบนาง ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้!

 

อีกด้านหนึ่ง เมื่อผู้มาใหม่ตระหนักได้ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจึงรีบกรูไปหาเย่ฉวน แต่ต่อมาพวกเขาก็หยุดอีกครั้ง!

 

เพราะตอนนี้เท้าของเย่ฉวนได้เหยียบลงบนหน้าท้องของฉินชาง!

 

เย่ฉวนมองดูฉินชางใต้ฝ่าเท้าเขาด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม “มันพิสูจน์ได้จริง ๆ ว่าคนบางคนไม่เข้าใจภาษามนุษย์!”

 

กล่าวดังนี้เขาก็ก้มลงตบหน้าฉินชางอีกครั้ง

 

“เพี๊ยะ!”

 

ในตอนนี้ใบหน้าละมุนของฉินชางก็บวมเป่งขึ้น

 

“เจ้ากล้าดีอย่างไร!”

 

ทางด้านข้าง หัวหน้าของคนกลุ่มนั้นตวาดออกมา “เจ้าไม่รู้หรือว่านางเป็นใคร? นางเป็นนายหญิงตระกูลฉินในเมืองลั่วนะ!”

 

เมืองลั่ว!

 

แน่นอน เย่ฉวนรู้จักเมืองนี้ที่อยู่ใกล้กับเมืองชิงมาก!

 

เย่ฉวนเหลือบมองชายคนที่กำลังพูดอยู่ “หากข้าเป็นเจ้า ข้าจะไม่เริ่มคุกคามจนถึงจุดนี้ กลับกันข้าจะรีบขอโทษและยอมรับผิดในทันที”

 

พ่นคำพูดรุนแรงงั้นหรือ?

 

เป็นใครก็ทำได้! แต่คนที่ไร้ความสามารถที่สุดคือคนที่จะพ่นคำพูดรุนแรงออกมามากที่สุด ยิ่งพวกเขาไร้ความสามารถเท่าใด พวกเขาก็จะยิ่งพูดหยาบคายมากเท่านั้น

 

“ขอโทษ ข้าขอโทษ!”

 

ในตอนนี้ตรงใต้ฝ่าเท้าของเย่ฉวน ฉินชางก็เริ่มพูดในทันที “คุณชายผู้นี้ ก่อนหน้าข้าจำท่านผิด แต่ผู้ยิ่งใหญ่คือผู้โอบอ้อมอารี คุณชายที่เคารพ โปรดอย่าใส่ใจเรื่องนั้นเลยเจ้าค่ะ แล้วตระกูลฉินจะขอบคุณท่านด้วยของกำนัลมากมาย!”

 

เย่ฉวนมองลงไปที่ฉินชาง สีหน้าเหี้ยมเกรียมเมื่อก่อนหน้านี้ไม่มีหลงเหลือบนใบหน้าของนางอีกแล้ว มีเพียงสีหน้าน่าสงสารบอบบางที่เหลืออยู่ แต่มือทั้งคู่ของนางกลับกำแน่น

 

เย่ฉวนยิ้มบาง และครู่ต่อมาเขาก็กระทืบลงบนลำคอของฉินชาง

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top