ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 23 เวรเอ๊ย! อย่าบอกนะว่า นี่….นี่ก็คือ คุณ – ป้า – ใหญ่ ในตำนาน!* (2/2)

 21 Views

ตอนที่ 23 เวรเอ๊ย! อย่าบอกนะว่า นี่….นี่ก็คือ คุณ – ป้า – ใหญ่ ในตำนาน!* (2/2)

 

วันถัดมา ซูเจี๋ยนก็ดูไร้ชีวิตชีวาเอามากๆ

นี่ไม่ใช่เพราะคุณป้าใหญ่มาเยือนอย่างไม่คาดคิดแต่อย่างใด เพราะถึงแม้ตอนแรกเขาจะรู้สึกตื่นตระหนกและทำใจลำบากอยู่บ้าง แต่หลังผ่านไปคืนหนึ่ง ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจแบบนั้นอีกแล้ว ท่าทางซึมเซาไร้ชีวิตชีวาเช่นนี้ เป็นเพราะเขากำลังรู้สึกเจ็บปวดจนยากจะทน

ปวดท้องมากๆ

ส่งผลให้ตลอดทั้งวันนั้น ซูเจี๋ยนไม่มีอารมณ์จะออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกเลยสักนิด แม้แต่เกมส์ก็ไม่อยากเล่นแล้ว ได้แต่เปิดทีวีย้ายช่องไปเรื่อยเปื่อย พลางขดตัวเป็นก้อนอยู่บนโซฟาอย่างเกียจคร้าน คิ้วเรียวบางขมวดแน่น ไม่ยอมขยับตัวแม้แต่น้อย

แต่ความเจ็บปวดเช่นนี้ช่างยากจะทานทนอย่างแท้จริง ดังนั้น ในที่สุดเขาก็ได้แต่ต้องโทรหาอันอี่เจ๋อ

“นี่ ตอนคุณกลับมาบ้าน ช่วยแวะร้านขายยาซื้อยามาให้ฉันหน่อยได้รึเปล่า ขอยาแก้ปวดท้องนะ!”

ยามที่อันอี่เจ๋อรับสาย จี้หมิงเฟยก็อยู่ข้างๆ เขาพอดี พอได้ยินว่าเป็นซูเจี๋ยนที่โทรเข้ามา ก็รอจนชายหนุ่มวางสายแล้วจึงแสยะยิ้มหยอกล้อเพื่อนสนิททันที : “มีอะไรเหรอ พี่สะใภ้โทรฯ มาตามนายกลับบ้านไปกินข้าวเย็นด้วยกันอีกแล้วหรือไง”

อันอี่เจ๋อมุ่นหัวคิ้วเข้าหากัน : “เธอบอกว่าปวดท้อง”

จี้หมิงเฟยมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา : “ปวดท้องงั้นเหรอ ได้กินของผิดสำแดงเข้าไปรึเปล่า”

อันอี่เจ๋อส่ายหน้า : “ฉันก็ไม่รู้”

จี้หมิงเฟยแนะนำอย่างเอาใจใส่ : “ไม่ลองพาเธอไปตรวจที่โรงพยาบาลดูซักหน่อยล่ะ ถึงยังไงเธอก็เพิ่งประสบอุบัติเหตุร้ายแรงแบบนั้นมา เรื่องปวดท้องนี่ อาจเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ก็ได้ทั้งนั้น บางทีอาจเป็นเพราะอาหารเป็นพิษ หรืออาจเป็นไส้ติ่งอักเสบ แล้วก็ สำหรับผู้หญิง ก็ยังมีอาการปวดท้องเมนส์….”

หลังจากได้ยินคำว่า ‘ปวดท้องเมนส์’ อันอี่เจ๋อก็แข็งค้างไปทั้งร่าง

จี้หมิงเฟยย่อมไม่ปล่อยให้การแสดงออกทางสีหน้าของเขาเล็ดรอดไปได้ ในใจจึงตระหนักรู้ได้ทันที พลันตบบ่าเพื่อนสนิทเบาๆ : “ฉันก็เคยมีแฟน ช่วงที่เธอเป็นเมนส์น่ะจะปวดท้องหนักมากจนแทบทนไม่ไหว แต่เดี๋ยวหลังจากนั้นก็ดีขึ้นเองแหละ”

อันอี่เจ๋ออดถามอย่างสงสัยไม่ได้ : “จะดีขึ้นได้ยังไง”

จี้หมิงเฟยกล่าวตอบหน้าตาย : “อ้าว นี่นายไม่รู้เหรอ ผู้หญิงที่ปวดท้องเมนส์น่ะ หลังจากได้ผ่านการทำเรื่องอย่างว่ากับผู้ชายแล้ว ก็มักจะไม่ต้องปวดท้องอีก ฉะนั้นนะ ฉันว่านายไม่ต้องไปซื้อยงซื้อยาอะไรหรอก ไม่สู้นายรีบๆ กลับบ้านแล้วก็ดึงตัวสาวน้อยบ้านนายมา….. เอาล่ะ เอาล่ะ ฉันไม่พูดแล้ว ฉันไม่พูดอีกแล้ว!”

แม้ภายนอกจะยอมปิดปากเงียบ แต่จี้หมิงเฟยกลับรู้สึกไม่ยอมรับอยู่บ้าง ได้แต่ค่อนแคะพร่ำบ่นอยู่ในใจ : ฉันอุตส่าห์ชี้แนะให้เพราะหวังดีแท้ๆ เฮ้อ จากใจจริงเลยนะ น้องชาย! ผู้ชายอย่างเราๆ น่ะทนเก็บกดไว้นานเกินไปมันจะไม่ดีต่อร่างกายเอานา! ฮ่าย…ใครจะไปคิดว่าท่านประธานอันสุดหล่อแห่ง CMI ผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งบุรุษเพศ นายน้อยสามแห่งตระกูลอันผู้เป็นที่ยกย่องชื่นชมคนนี้ แท้จริงแล้วกลับเป็นชายอายุสามสิบที่ยังจิ้น! ยังเวอร์จิ้นน่ะเข้าใจไหม!…..

……………………………….

 

ตอนที่อันอี่เจ๋อกลับมาถึงบ้าน ซูเจี๋ยนก็ยังขดตัวเป็นก้อนกลมอยู่บนโซฟา ไม่ยอมขยับเขยื้อน

เห็นว่าเขากลับมาแล้ว ซูเจี๋ยนก็เอ่ยถามขึ้นเสียงแผ่วระโหยโรยแรง : “ได้ซื้อยามารึเปล่า”

อันอี่เจ๋อวางถุงยาไว้บนโต๊ะ : “ซื้อมาแล้ว” มองดูหว่างคิ้วขมวดมุ่นอย่างอ่อนเพลียไร้กำลังของซูเจี๋ยนแล้ว ก็ขยับตัวลงนั่งข้างกายหญิงสาว : “ปวดมากเลยเหรอ”

ซูเจี๋ยนแค่นเสียงอย่างอ่อนแรง : “ไม่สู้คุณลองมาปวดดูบ้าง” แม่เอ๊ย! ตอนนี้เขาถึงเพิ่งรู้ว่าเหล่าสุภาพสตรีทั้งหลายนั้นใช้ชีวิตอย่างไม่ง่ายดายเพียงใด ถ้าให้ทนแค่ครั้งสองครั้งก็คงไม่นับเป็นอะไรนัก แต่ประเด็นก็คือเหล่าสุภาพสตรีทั้งหลายต้องฝืนทนต่อความเจ็บปวดเช่นนี้ทุกเดือน! การเคี่ยวกรำทรมานแบบนี้มันช่างหนักหนาสาหัสโดยแท้! ความอดทนข่มกลั้นเช่นนี้ช่างน่ายกย่องอย่างแท้จริง! ไม่แปลกที่มีคำกล่าวจำพวกว่า : ในโลกใบนี้ มีสิ่งมีชีวิตอย่างสตรีเพศที่แต่ละคนล้วนต้องหลั่งเลือดถึงเจ็ดวันในทุกๆ เดือนแล้วยังมีชีวิตอยู่ได้ ก็นับเป็นข้อพิสูจน์ถึงการคงอยู่ของตัวตนที่ท้าทายธรรมชาติได้แล้ว!

อันอี่เจ๋อพูดไม่ออก เงียบงันอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยถามขึ้น : “เธอกินอะไรรึยัง”

ทรมานจนไม่อยากแม้แต่จะขยับตัวแบบนี้ ยังจะมีอารมณ์ไปทำอาหารที่ไหนกัน? ซูเจี๋ยนส่ายศีรษะไปมาแทนคำตอบ มองอันอี่เจ๋อหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรสั่งอาหาร แล้วจู่ๆ ก็รีบเอ่ยออกมากะทันหัน : “ขอเป็นอาหารสำหรับบำรุงเลือดนะ!” แม่เอ๊ย เสียเลือดเยอะขนาดนี้ภายในวันเดียว ขนาดชั่วชีวิตยี่สิบเก้าปีที่ผ่านมายังไม่เคยต้องเสียเลือดเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย! เขาทั้งสับสนวุ่นวายทั้งหดหู่เสียดายแทบตายแล้ว นี่อาจจะเลยเถิดจนเกิดเป็นโรคโลหิตจางขึ้นมาในสักวันก็เป็นได้!

มุมปากของอันอี่เจ๋อบิดกระตุกเล็กน้อย แต่ก็ยังยอมสั่งอาหารบำรุงเลือดมาให้ตามคำขอ

อันที่จริงซูเจี๋ยนรู้สึกกระหายน้ำอยู่นานแล้วแต่ไม่อยากขยับตัว ดังนั้นยามนี้จึงเอ่ยขอกับอันอี่เจ๋อ : “ฉันหิวน้ำมากเลย วานคุณช่วยหยิบน้ำในตู้เย็นมาให้ทีสิ”

อันอี่เจ๋อกำลังจะผุดลุกขึ้น แต่จากนั้นก็นึกขึ้นได้จึงทรุดตัวลงนั่งอีกครั้ง จ้องมองซูเจี๋ยนพลางกล่าวอย่างจริงจัง : “ตอนนี้เธอดื่มน้ำเย็นไม่ได้” [2]

ซูเจี๋ยนกะพริบตาปริบๆ : “ทำไมล่ะ”

อันอี่เจ๋อยังมีสีหน้าราบเรียบไร้ความรู้สึก กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อ : “เธอก็รู้อยู่แล้วว่าทำไม”

ซูเจี๋ยนทำหน้าเหลอหลา : “ฉันไม่รู้จริงๆ”

อันอี่เจ๋อรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ปกติสาวน้อยคนนี้ดูแลตัวเองยังไงกันแน่?

พูดไปแล้ว อันอี่เจ๋อเองก็เพิ่งรู้เรื่องพวกนี้เช่นกัน แท้จริงแล้วช่วงที่ผู้หญิงเป็นประจำเดือนนั้นไม่ควรทานของเย็น [3] ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นคนที่ร้านขายยาชี้แจงออกมา เพื่อให้ซื้อยารักษาได้ตรงอาการ อันอี่เจ๋อไม่มีทางเลือกอื่น ได้แต่ต้องใส่แว่นกันแดดแล้วทำหน้าให้หนาเข้าไว้ เดินไปสอบถามกับคนขายตามตรง ซึ่งพอคุณป้าขายยาที่ร้านรู้ว่าเขามาหาซื้อยาเกี่ยวกับอาการปวดประจำเดือน ก็เข้าใจกระจ่างแจ้งได้ทันที : “จะซื้อไปให้แฟนเหรอ” จากนั้นก็พร่ำพูดน้ำไหลไฟดับ ยกย่องชื่นชมว่าเขาเป็นสามีที่แสนดีแค่ไหน ภรรยาของเขานั้นช่างโชคดีเสียจริงๆ และอื่นๆ อีกมากมาย ถึงขนาดยังมีแก่ใจให้คำชี้แนะว่าช่วงที่ผู้หญิงเป็นประจำเดือนนั้นมีเรื่องอะไรที่ต้องใส่ใจระมัดระวังบ้าง เพื่อให้ดูแลภรรยาได้ดีที่สุด สุดท้ายอันอี่เจ๋อก็ได้แต่ถือถุงยาปั้นหน้าไร้ความรู้สึก ก้าวขาวิ่งแจ้นหนีออกมาจากร้าน

จะว่าไปแล้ว ที่เมื่อคืนสาวน้อยคนนี้ตื่นตระหนกกระวนกระวายจนทำอะไรไม่ถูกแบบนั้น ดูท่าทางไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรสักอย่างแบบนั้น หรือว่าจะเป็นเพราะหลงลืมแม้แต่เรื่องพื้นฐานพวกนี้ด้วย?

พอนึกได้แบบนี้แล้ว สีหน้าของอันอี่เจ๋อก็กลายเป็นไม่ชวนมองขึ้นมา

ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังยอมลุกขึ้นไปรินน้ำอุ่นมาให้ซูเจี๋ยนดื่มแก้วหนึ่ง

อาหารที่สั่งมาส่งค่อนข้างเร็ว เนื่องเพราะอันอี่เจ๋อเองก็ยังไม่ได้ทานมื้อเย็น จึงนั่งลงที่โต๊ะอาหารพร้อมกับซูเจี๋ยนด้วย ซูเจี๋ยนใช้มือซ้ายประคองศีรษะ ท่าทางดูขุ่นข้องหงุดหงิดใจ สายตาจ้องมองอาหารที่ปรุงแต่งมาอย่างประณีตน่ารับประทานตรงหน้า เปิดปากเอ่ยขึ้นกะทันหัน : “จู่ๆ ฉันก็นึกถึงพวกคำคมวรรคหนึ่งขึ้นมาได้”

อันอี่เจ๋อเงยหน้าจากจานอาหารขึ้นมองอีกฝ่าย

จากนั้นก็ได้ยินซูเจี๋ยนทอดถอนใจกล่าวออกมาอย่างปลงๆ : “ผู้หญิงหนอผู้หญิง กินข้าวไปก็ได้แต่ต้องผลิตเป็นน้ำนม แล้วยังต้องหลั่งเลือดอีก!”

อันอี่เจ๋อ : “……”

……………………………….

 

คืนนั้น ซูเจี๋ยนกระหายน้ำจึงออกมาหาน้ำดื่ม ขณะที่เดินผ่านตู้เย็น ก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่แปะไว้บนตู้เย็นโดยไม่ได้ตั้งใจ

เป็นกระดาษขาวธรรมดาๆ แผ่นหนึ่ง บนกระดาษแผ่นนั้นมีตัวอักษรเขียนไว้หลายบรรทัด ซูเจี๋ยนเดินเข้าไปอ่านดูใกล้ๆ อย่างสงสัยใคร่รู้ จากนั้นก็ต้องอึ้งงันโง่งมไป

ดวงตากลมโตเบิกกว้างชะงักค้างอยู่อย่างนั้นทันทีที่ได้มองเห็นตัวอักษรเก้าพยางค์บนหน้ากระดาษ : ข้อควรระวังช่วงเป็นประจำเดือน

ในบ้านมีคนอยู่แค่สองคน ดังนั้นคนที่จะเขียนข้อความเหล่านี้ได้ก็ไม่มีใครอื่นอีกแล้ว

ซูเจี๋ยนครุ่นคิดด้วยสีหน้าซับซ้อนสับสน : นี่ที่แท้แล้วอันอี่เจ๋อเขียนไว้เตือนฉัน หรือเจ้านั่นนึกอยากจะแสวงหาความรู้ประดับสมองตัวเองขึ้นมากันแน่?

ครุ่นคิดกลับไปกลับมาอยู่ครู่หนึ่ง ก็รู้สึกว่าข้อแรกดูจะมีความเป็นไปได้มากกว่าอยู่เล็กน้อย ดังนั้นตนจึงข่มใจอ่านจนจบทั้งแผ่นอย่างตั้งอกตั้งใจศึกษาเรียนรู้

โว้ว! คุณป้าใหญ่นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยจริงๆ นี่ก็ทำไม่ได้ นั่นก็ต้องคอยระวัง…..

หลังจากอ่านจนจบแล้ว ทางหนึ่งซูเจี๋ยนก็รู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก อีกทางหนึ่งก็ยื่นมือไปดึงกระดาษแผ่นนั้นลงมา พร้อมกับเหม่อมองไปยังห้องของอันอี่เจ๋อโดยไม่รู้ตัว

จะว่ายังไงดีล่ะ แม้การกระทำของเจ้าศัตรูหัวใจน่าตายคนนี้จะชวนให้ตกตะลึงคาดไม่ถึงอยู่บ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ว่าตอนนี้อีกฝ่ายคล้ายจะมองดูสบายตาขึ้นมาอีกนิดแล้ว

 

เชิงอรรถ

[2] เวลาผู้หญิงเป็นประจำเดือนไม่ควรดื่มน้ำเย็นเพราะจะทำให้ปวดท้องหนักกว่าเดิม

[3] ของเย็นในที่นี้ นอกจากหมายถึงของที่ไม่ได้อุ่นให้ร้อนแล้วก็ยังรวมถึงของสดที่ไม่ผ่านการปรุงด้วย เช่นผักสดหรือผลไม้สด

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top