ขนาดตัวอักษร

YC บทที่ 28 พี่ชายควรจะเป็นเช่นนี้!2

 45 Views

YC บทที่ 28 พี่ชายควรจะเป็นเช่นนี้!2

 

เย่ฉวนกำลังขับรถม้า ข้างกายเขา เย่หลิงกำลังยึดแขนของชายหนุ่มไว้แน่น

 

เย่ฉวนมองออกไปไกลจากนั้นก็หยิบแผ่นที่ที่จางเลี่ยให้ออกมา เขาเหลือบมองแผนที่แล้วก็ต้องย่นคิ้ว เพราะว่าเขาไม่เคยออกจากเมืองชิงมาก่อน ครั้งนี้เย่ฉวนพึ่งพบว่าโลกนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาลนัก!

 

พวกเขาเดินทางเกือบครึ่งชั่วยาม แต่ก็ยังอยู่ในเขตเเดนของเมืองชิงอยู่เลย นอกจากนี้ด้วยความเร็วปัจจุบันของพวกเขาแล้ว มันคงต้องใช้เวลาอย่างน้อยสี่หรือห้าวันในการไปถึงเมืองพันภูผา!

 

เย่ฉวนไม่เลือกที่จะเร่งการเดินทางของพวกเขา เพราะว่ามันกำลังมืดค่ำและเขาก็ไม่กล้าขับรถม้าเข้าไปในภูเขาอันห่างไกลพร้อมกับน้องสาวในยามดึกดื่นเช่นนี้

 

หากชายหนุ่มอยู่ตัวคนเดียว เขาก็คงไม่กลัว เย่ฉวนเคยสู้กับคนหลายคนในป่าเขาเช่นนี้มาก่อน แต่ตอนนี้เขาไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามโดยที่มีน้องสาวอยู่ข้าง ๆ!

 

บนท้องฟ้า ดวงจันทร์และดวงดาวส่องสว่างอยู่ไกล ๆ

 

ข้างกองไฟ เย่ฉวนกับเย่หลิงกำลังนั่งอยู่ด้วยกัน เหนือกองไปขึ้นไปเป็นไก่ที่ย่างกึ่งสุกกึ่งดิบที่หลี่หยูกับคนอื่น ๆ เตรียมไว้ในรถม้าให้พวกเขา

 

เหลือบมองไปรอบ ๆ แล้ว เย่หลิงก็พบว่านอกเหนือจากบริเวณที่พวกเขาอยู่ก็ต้องกล่าวว่ารอบด้านช่างมืดมิดเนื่องจากจันทราบนท้องฟ้าถูกเมฆดำปกคลุมแล้วในตอนนี้

 

บริเวณรอบด้านช่างเงียบสงัดอย่างน่าเเปลก!

 

เย่หลิงกอดเย่ฉวนไว้แน่น ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงหันมายิ้มอย่างอ่อนโยนให้พลางเอ่ย “อย่ากลัวไปเลย!”

 

เอ่ยดังนี้แล้ว เขาก็เหลือบมองรอบด้านและเอ่ยต่อ “ช่างคุ้นเคยอะไรขนาดนี้นะ!”

 

ช่างคุ้นเคย!

 

นับตั้งแต่ที่เขากลายเป็นทายาทสายตรง ในฐานะตัวแทนของตระกูลเย่ มันจึงทำให้เขาต้องแก่งแย่งเหมืองกับรุ่นน้องจากสองตระกูลอื่นบ่อยครั้ง สนามต่อสู้ของพวกเขามักอยู่ลึกเข้าไปในป่าภูเขาเช่นนี้ ชายหนุ่มคุ้นเคยกับป่าเขาลำเนาไพรไม่น้อยและคุ้นเคยกับการต่อสู้แบบถึงเป็นถึงตายกับศัตรูในที่มืด!

 

เย่หลิงมองเย่ฉวนพลางเอียงศีรษะและเอ่ยขึ้น “พี่ชาย ข้าไม่กลัวหรอกเจ้าค่ะหากมีท่านอยู่ที่นี่!”

 

เย่ฉวนลูบศีรษะเล็กของเย่หลิงเบา ๆ “ดีเเล้วที่เจ้าไม่กลัว เจ้าน่าจะจำได้นะว่าต่อให้ฟ้าทลาย พี่ชายของเจ้าก็จะดันมันไว้เป็นคนแรก!”

 

เย่หลิงยิ้มหวาน

 

หลังสองพี่น้องทานไก่ย่างเสร็จแล้ว เย่หลิงก็หลับไปอย่างรวดเร็ว

 

เย่ฉวนอุ้มเย่หลิงเข้าไปในรถม้า จากนั้นเขาก็นั่งขัดสมาธิและเข้าสู่หอคอยโลกเรือนจำ

 

การต่อสู้ที่เขามีกับอันหลานซิ่วก่อนจะออกจากตระกูลเย่ทำให้เขามีความรู้ความเข้าใจลึกซึ้งมากขึ้น!

 

หลังเห็นความเร็วของคู่ต่อสู้ ความสามารถในการตอบสนอง และการระมัดระวังภัย ชายหนุ่มก็พบว่าตัวเขาเองยังมีข้อบกพร่องอยู่อีกหลายจุด

 

เย่ฉวนไม่ได้ฝึกกับเงา แต่ระลึกถึงรายละเอียดทุกอย่างในการต่อสู้กับอันหลานซิ่วเมื่อก่อนหน้านี้!

 

ในตอนแรกเขาเพียงระลึกถึง แต่หลังจากนั้นเขาก็เริ่มจินตนาการว่าอันหลานซิ่วจะทำอะไร…อาจกล่าวได้ว่าเขากำลังเรียนรู้จากอันหลานซิ่วและยังคิดทบทวนถึงทางเลือกก่อนหน้าในเรื่องของเวลาและองศาของการแทงกระบี่อีกด้วย

 

หลังจากนั้นอีกหนึ่งชั่วยาม เย่ฉวนพลันลุกขึ้นยืน จากนั้นก็เริ่มฝึกเพลงกระบี่!

 

ฝึกด้วยตัวคนเดียว!

 

ไม่ใช่สิ ต้องกล่าวว่าเขากำลังจินตนาการถึงศัตรูที่เหมือนกับอันหลานซิ่ว!

 

เขาไม่รู้ว่ามันใช้เวลานานเท่าใด เย่ฉวนพลันโยนกระบี่ลงและนั่งบนพื้นด้วยรอยยิ้มบางผุดบนริมฝีปาก

 

“เจ้าได้เรียนรู้อะไรบ้างไหม?” สตรีลึกลับเอ่ยออกมาจากที่ใดไม่อาจทราบได้

 

เย่ฉวนพยักหน้า “ในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ระหว่างนางกับข้า การโจมตีกระบี่แรกไม่ควรเป็นเช่นนั้น ทันทีที่การโจมตีในหนแรกของข้าล้มเหลว ข้าก็ถูกสยบหลังจากนั้น หากข้าไม่ตัดสินใจขว้างกระบี่ของข้าออกไปทันที ข้าคงไม่มีโอกาสที่จะสู้กลับ!”

 

สตรีลึกลับเอ่ย “เจ้าเข้าใจเรื่องนี้แล้ว ดีมาก!”

 

เย่ฉวนเหลือบมองนาง “ผู้อาวุโส ท่านรู้เรื่องนี้มานานแล้วใช่หรือไม่?”

 

สตรีลึกลับเอ่ย “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้าหากเจ้ารู้มันแล้ว? มีเพียงการทำความเข้าใจในบางเรื่องด้วยตัวเองเท่านั้นที่มันจะเป็นประโยชน์ต่อเจ้า มันจะไม่มีความหมายอะไรเลยหากเรื่องนั้นมีผู้อื่นเป็นคนบอก!”

 

เย่ฉวนพยักหน้าเบา ๆ “ข้าจะจำไว้ขอรับ!”

 

หลังฝึกวิชาครู่หนึ่ง เย่ฉวนก็ออกจากหอคอยโลกเรือนจำ เขาเหลือบมองเย่หลิงที่ยังนอนกรนพลางยิ้มอ่อนโยน จากนั้นก็ก้าวออกจากรถม้า

 

ในตอนนี้เป็นเวลากลางดึกแล้ว!

 

ขณะนี้คิ้วของเย่ฉวนพลันย่นเข้าหากัน เขาหันหน้าไปทางขวา ที่ตรงนั้นมีเสียงฝีเท้าก้าวอย่างเร่งรีบใกล้เข้ามา!

 

จากนั้นสตรีคนหนึ่งก็ปรากฏกายตรงหน้าเย่ฉวน!

 

สตรีผู้นี้มีอายุราวยี่สิบห้าหรือยี่สิบหกปี นางมีใบหน้างดงามยวนยั่ว สวมชุดกระโปรงรัดรูปอวดทรวงอกขาวอวบอิ่ม บนร่างของสตรีผู้นี้มีบาดเเผลจำนวนมาก!

 

เห็นเย่ฉวนแล้ว สตรีผู้นี้ก็นิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ชั่วพริบตาเดียวนางก็พลันวิ่งมาอยู่ข้างเย่ฉวน “คุณชาย มีคนต้องการฆ่าข้า โปรดช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ!”

 

ว่าแล้วนางก็ยึดแขนของเย่ฉวนไว้ด้วยมือทั้งคู่ จากนั้นเย่ฉวนพลันรู้สึกถึงสัมผัสนุ่มนิ่มแตะบนแขนของเขา

 

และสตรีผู้นี้ยังคงถูไถทรวงอกมหึมาของนางเข้ากับแขนของเย่ฉวนไม่หยุด

 

ทันใดนั้นเองคนสามคนก็ปรากฏตัวฉับพลันในบริเวณใกล้เคียง มีชายกลางคนที่ถือมีดยาวเป็นหัวหน้าโดยที่อีกสองคนที่เหลือเป็นชายชราคู่หนึ่ง

 

เห็นคนทั้งสามแล้ว หัวใจของเย่ฉวนก็หยุดเต้น ดูจากลมปราณของชายกลางคนที่เป็นหัวหน้าแล้ว เขามีพลังอย่างน้อยในขั้นหลอมรวมลมปราณ และชายชราอีกสองคนก็มีขุมพลังถึงระดับผสานลมปราณแล้วเช่นเดียวกัน!

 

ชายกลางคนมองเห็นเย่ฉวนในตอนนี้เช่นกัน เมื่อเห็นเย่ฉวนแล้วคิ้วของชายทั้งสามก็ย่นเข้าหากัน

 

ชายกลางคนจ้องมองเย่ฉวนและกล่าวขึ้น “เจ้าเป็นใคร?”

 

ก่อนที่เย่ฉวนจะตอบกลับ สตรียั่วยวนผู้นั้นพลันเอ่ยขึ้น “ข้าได้ของมาแล้ว ท่านหยุดพวกเขาไว้และเจอกันในที่ ๆ เราเคยเจอนะ!”

 

เมื่อนางพูดจบนางก็หันหลังและเตรียมออกวิ่ง ในตอนนี้เองเย่ฉวนที่อยู่ข้างกายนางก็พลันยกเท้าขึ้นเตะขัดขานาง

 

สีหน้าของสตรียั่วยวนเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน นางไม่คิดเลยว่าเย่ฉวนจะลงมือในทันที นางรีบสกัดด้านข้างไว้ด้วยการยื่นสองมือมาไว้ข้างหน้า

 

“ปั้งง!”

 

ทั้งร่างของสตรียั่วยวนลอยกระเด็นไปหลายสิบเมตรจากลูกเตะของเย่ฉวน

 

อีกฝั่งหนึ่ง คนสามคนที่กำลังจะวิ่งมาหาเย่ฉวนก็ได้อึ้งไป

 

เย่ฉวนเหลือบมองสตรียั่วยวนและเอ่ยถามเสียงเครียด “ที่ ๆ เราเคยเจออย่างที่เจ้าพูดคือที่ไหนกันแน่? พูดออกมาให้ชัดกว่านี้ได้ไหม ข้าเกรงว่าข้าหลงทางที่จะไปสถานที่แห่งนั้นแล้ว!”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top