ขนาดตัวอักษร

YC บทที่ 25 เช่นนั้นข้าจะตายพร้อมกับเจ้า!1

 39 Views

YC บทที่ 25 เช่นนั้นข้าจะตายพร้อมกับเจ้า!1

 

ทุกคนจ้องมองเย่ฉวนผู้อยู่บนสังเวียนแห่งความเป็นความตายด้วยสายตาว่างเปล่า ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ!

 

ในตอนนี้ใบหน้าของปรมาจารย์แห่งตระกูลเย่ได้เปลี่ยนเป็นซีดขาว เขากำหมัดแน่น ทั้งร่างดูราวกับไร้วิญญาณ!

 

ส่วนผู้อาวุโสใหญ่กับคนอื่น ๆ ต่างพากันขวัญกระเจิงเสียสิ้น!

 

“มือกระบี่!”

 

“ไม่เคยมีมือกระบี่ในเมืองชิงมาก่อน!”

 

“เย่ฉวนเป็นมือกระบี่ได้อย่างไรกัน?”

 

อันหลานซิ่วกำลังจะพูด แต่ผู้อาวุโสใหญ่ที่อยู่ข้าง ๆ พลันคำรามออกมา “เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้แน่ ๆ เจ้าเป็นมือกระบี่ไม่ได้หรอก!”

 

เย่ฉวนเหลือบมองผู้อาวุโสใหญ่ที่เกือบจะคลุ้มคลั่ง “เสียใจด้วย แต่ข้าเป็นมือกระบี่จริง ๆ และข้าก็จะอัดท่านติดกำแพงเดี๋ยวนี้แหละไอ้สุนัขเฒ่า!”

 

“พรูดด!”

 

ผู้อาวุโสใหญ่พลันพ่นเลือดออกมากบปาก ชายชราก็ชี้หน้าเย่ฉวนด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวจนถึงขีดสุด!

 

เหมือนจะนึกถึงอะไรบางอย่างออก เขารีบหันไปมองเย่ชาง “ท่านประมุข ท่านเก็บคน ๆ นี้ไว้ไม่ได้นะขอรับ ไม่อย่างนั้นเขาจะกลายเป็นหายนะต่อตระกูลเย่ในภายหน้าอย่างแน่นอน!”

 

ทันใดนั้นเองที่ด้านหนึ่ง อันหลานซิ่วก็ได้มุ่ยคิ้วเข้มและเอ่ยขึ้น “ท่านนี่มันนิสัยเสียจริง ๆ ข้าเพิ่งเห็นคนแบบนี้เป็นครั้งแรกก็ตอนนี้!”

 

ได้ยินสิ่งที่นางพูด สีหน้าของผู้อาวุโสใหญ่ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยและพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่อันหลานซิ่วกลับขัดขึ้นทันควัน “หากท่านพูดออกมาแม้แต่คำเดียว ข้าจะตัดหัวท่านเสียวันนี้!”

 

ผู้อาวุโสใหญ่มีใบหน้าซีดในทันที เขาไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมาอีกแม้แต่คำเดียว

 

เนื่องเพราะเจียงเหนียนผู้เป็นเจ้าคฤหาสน์และคนอื่น ๆ ที่อยู่ไม่ไกลนักได้มองมาที่เขาด้วยสีหน้าท่าทางไม่เป็นมิตรแล้ว!

 

โดยไม่สนว่าทางด้านหนึ่งเหล่าคนตระกูลเย่จะมีสีหน้าน่าเกลียดเพียงใด อันหลานซิ่วมองเย่ฉวนและเอ่ยขึ้น “ชักกระบี่ของเจ้าออกมาเสีย!”

 

เย่ฉวนค้อมศีรษะเล็กน้อยเป็นการทำความเคารพ เขาชักกระบี่หลิงเซียวออกมาและชี้ไปยังพื้นดินข้างตัว ทั้งกายของชายหนุ่มยืนนิ่งไม่ไหวติง

 

ตรงข้ามเย่ฉวน อันหลานซิ่วพยักหน้าให้เล็กน้อย จากนั้นนางก็ก้าวออกมาหนึ่งก้าว ในตอนนี้เย่ฉวนพลันกระโจนไปข้างหน้า ด้วยความเร็วราวกับสายลม!

 

เย่ฉวนชี้ปลายกระบี่หลิงเซียวในมือเข้าใส่อันหลานซิ่ว!

 

หนึ่งเพลงกระบี่!

 

มันเป็นกระบวนท่าอันแสนเรียบง่าย!

 

ในตอนนี้อันหลานซิ่วเบี่ยงตัวเล็กน้อยไปด้านหนึ่ง ชั่วขณะต่อมานางก็แทงหอกยาวในมือไปข้างหน้า มุ่งตรงไปที่ปลายกระบี่ของเย่ฉวน

 

“เคร้งง!”

 

เสียงโลหะกระทบกันแผดก้องกังวานไปทั่วทั้งสนาม

 

ทั้งร่างของเย่ฉวนถูกผลักไปที่ขอบสนามประลอง แต่ชั่วขณะต่อมาเขาก็ปรากฏตัวต่อหน้าอันหลานซิ่วอีกครั้ง ทว่าก่อนที่ชายหนุ่มจะได้วาดกระบี่ใส่ หอกยาวของอันหลานซิ่วก็อยู่ห่างของหว่างคิ้วของเขาครึ่งนิ้วเสียแล้ว!

 

อย่างไรก็ตามในดวงตาของอันหลานซิ่วกลับปรากฏริ้วประหลาดใจวูบหนึ่ง เพราะกระบี่ของเย่ฉวนเองก็ได้ชี้ไปที่ปลายหอกของนางพอดี นางหมายจะปักหอกของนางตรงนั้น แต่ความจริงก็คือนางไม่อาจสังหารเย่ฉวนได้ในนัดนี้!

 

มุมปากของอันหลานซิ่วโค้งขึ้นเล็กน้อย “เจ้านี่ช่างระวังตัวยิ่งนัก!”

 

สิ้นเสียงของหญิงสาว นางก็สะบัดมือขวาเบา ๆ หอกยาวดูราวกับอสรพิษกวาดไปที่ไหลของเย่ฉวนด้วยมุมพิสดาร

 

และเกือบจะในเวลาเดียวกัน เย่ฉวนก็โถมตัวไปข้างหน้าอย่างฉับพลัน เขาใช้แรงปะทะจากการโจมตีของอันหลานซิ่วในขณะนี้แทงกระบี่เข้าที่หัวใจของอันหลานซิ่ว

 

ชายหนุ่มยอมรับการโจมตีของหญิงสาวโดยแลกเปลี่ยนกับการที่เขาทำจะให้นางบาดเจ็บด้วยเช่นกัน!

 

รอยยิ้มบนริมฝีปากอันหลานซิ่วตึงขึ้น ไม่มีใครเห็นว่านางเคลื่อนที่อย่างไร แต่หอกยาวในมือนางพลันสกัดกระบี่ของเย่ฉวนไว้ได้!

 

“เคร้งง!”

 

เสียงโลหะกระทบกันอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น!

 

ก่อนที่เพลงอาวุธนี้จะสิ้นสุด ทั้งร่างของเย่ฉวนก็เหาะเบา ๆ ไปทางด้านขวาราวกับวิญญาณ จากนั้นเขาก็แทงกระบี่เข้าที่หว่างคิ้วของอันหลานซิ่วด้วยมุมพิสดารจากเบื้องบน!

 

กระบี่หยุดอย่างไม่คาดคิดที่ระยะครึ่งนิ้วห่างจากหว่างคิ้วของอันหลานซิ่ว เนื่องจากหอกยาวในมือของอันหลานซิ่วได้ยันเข้าที่ท่อนแขนของเย่ฉวน เรื่องนี้เป็นที่คาดคิดว่าจะจบลงตรงนี้แล้วในคราวแรก แต่ในตอนนี้เย่ฉวนพลันปล่อยกระบี่ของเขาและคว้าหอกยาวของอันหลานซิ่วไว้ด้วยมือทั้งคู่ และกระชากมันไปข้างหน้าจนตัวเขาปะทะกับอันหลานซิ่ว

 

ดวงตาของอันหลานซิ่วหรี่ลงเล็กน้อย นางกระทืบพื้นเบา ๆ ด้วยเท้าขวาและทั้งร่างของนางก็ไถลถอยหลัง แต่เย่ฉวนยังคงยึดหอกยาวของนางไว้อยู่ ดังนั้นเขาจึงถูกลากตามไปด้วย เย่ฉวนใช้โอกาสนั้นเข้ากอดอันหลานซิ่วไว้จนทำให้หญิงสาวเสียหลัก!

 

ท่ามกลางสายตาของทุกคน เย่ฉวนกอดสาวงามไว้แน่น จากนั้นเขาก็คำรามดังลั่นและฟัดร่างของอันหลานซิ่วลงกับพื้น!

 

“ปั้งง!”

 

พวกเขาร่วงลงบนพื้นพร้อมกัน และสังเวียนชี้ความเป็นตายก็สั่นสะเทือนจากพวกเขา

 

แต่ชั่วขณะต่อมาก็มีร่างหนึ่งลอยกระเด็นออก!

 

ร่างนั้นลอยออกจากลานประลองแห่งความเป็นความตาย!

 

คน ๆ นั้นก็คือเย่ฉวน!

 

ด้านนอกลานประลองความเป็นความตาย เย่ฉวนค่อย ๆ ลุกขึ้น เขาปาดคราบเลือดตรงมุมปากออกและมองอันหลานซิ่ว “ข้าไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินเจ้านะ!”

 

ตรงข้ามกับเย่ฉวน อันหลานซิ่วพยุงเย่ฉวนขึ้นและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้าเข้าใจ ข้าเป็นจอมยุทธ์จึงไม่บอบบางขนาดนั้น ข้าคิดแค่ว่าเจ้ามีฝีมือเพียงแค่ด้านกระบี่เพราะเป็นมือกระบี่ ทว่าไม่นึกเลยว่าเจ้าไม่เพียงแต่เอาดีด้านกระบี่แต่ยังเก่งในการต่อสู้ระยะประชิดอีกด้วย ข้าเดาว่าเจ้าต้องประสบกับการต่อสู้แบบถึงเป็นถึงตายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน”

 

เย่ฉวนพยักหน้าเล็กน้อยโดยไม่พูดอะไร

 

อันหลานซิ่วเอ่ยอีกครั้ง “ข้าใช้ความได้เปรียบของขั้นพลังในการประลองครั้งนี้ นี่ถือว่าไม่ยุติธรรมกับเจ้าเช่นกัน คราวหน้าเรามาประลองกันอีกครั้งเถอะ ว่าอย่างไรล่ะ?”

 

เย่ฉวนเหลือบมองอันหลานซิ่ว จากนั้นก็พยักหน้าเอ่ยตอบ “ตกลง!”

 

“คนตรงหน้าข้าคืออาจารย์ที่แท้จริง การต่อสู้กับนางถือว่าเป็นเกียรติยิ่งกว่าการฝึกกับเงานั่นเสียอีก!”

 

อันหลานซิ่วพยักหน้า ดูเหมือนจะครุ่นคิดอะไรบางอย่าง นางงอนิ้วและดีดดังเป๊าะ จี้หยกสีขาวลอยมาอยู่เบื้องหน้าเย่ฉวน “หากเจ้าไม่มีที่จะไป เจ้าสามารถมาที่วิทยาลัยฉางมู่ในเมืองหลวงได้นะ นี่คือตราหยกส่วนตัวของข้า เจ้าจงถือเสียว่าเป็นของฝากตัวเข้าเป็นศิษย์จากข้า มีตราหยกนี้แล้ว เจ้าจะสามารถเข้าไปในวิทยาลัยฉางมู่ได้”

 

ได้ยินที่นางพูด เย่ฉวนก็มีกำลังใจขึ้นมาลึก ๆ เขาไม่ได้ปฏิเสธ สายตามองไปที่แผ่นหยกในมือ เพราะยังไงเสียชายหนุ่มก็ต้องหาทางเข้าร่วมวิทยาลัยฉางมู่เพื่อหาวิธีรักษาให้น้องสาวของเขาอยู่แล้ว!

เย่ฉวนเก็บตราหยกไว้แล้วประสานมือคำนับอันหลานซิ่ว “ไม่มีคำพูดใดที่สามารถแสดงคำขอบคุณความเมตตาอย่างใหญ่หลวงของเจ้าได้ ข้าจะจดจำบุญคุณของท่านไว้เสมอ!”

 

อันหลานซิ่วส่ายหน้า “ข้าชื่นชอบผู้มีพรสวรรค์! ไว้เจอกันนะ!”

 

หลังจากนั้นนางก็หันหลังกลับ

 

หญิงสาวเดินจากไปอย่างสง่างาม และไม่นานนักอันหลานซิ่วก็หายไปจากสายตาของทุกคน

 

ในตอนนี้ทุกคนที่อยู่ใกล้ลานประลองต่างมองไปที่คนตระกูลเย่ โดยเฉพาะเจียงเหนียนและคนอื่น ๆ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความพอใจอย่างปิดไม่มิดยามเห็นหายนะของคนเหล่านั้น!

 

ในตอนนี้ชายกลางคนจากเมืองเหยียนและสตรีงดงามจากเมืองลั่วต่างรีบมาหาเย่ฉวน พวกเขาประสานมือคำนับ แล้วชายกลางคนก็เอ่ยขึ้น “คุณชายเย่ หากมีโอกาส เรายินดีต้อนรับท่านสู่เมืองเหยียนและเมืองลั่วนะ”

 

คนทั้งสองพยายามสร้างสายสัมพันธ์กับชายหนุ่ม!

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top