ขนาดตัวอักษร

YC บทที่ 23 ไม่ขอเป็นคนตระกูลเย่อีกต่อไปในชาตินี้ 1

 48 Views

YC บทที่ 23 ไม่ขอเป็นคนตระกูลเย่อีกต่อไปในชาตินี้ 1

 

“เจ้า!”

 

ผู้อาวุโสใหญ่ชี้หน้าเย่ฉวนอย่างเกรี้ยวกราดและใบหน้าของเขาก็กลายเป็นสีน้ำเงินคล้ำด้วยโทสะ

 

เย่ฉวนเหลือบมองผู้อาวุโสใหญ่และคนอื่น ๆ นิ่ง ชายหนุ่มแสยะยิ้มและเอ่ยขึ้น “ผู้อาวุโสใหญ่ เราตกลงกันแล้วว่าการประลองแบบชี้เป็นชี้ตายเป็นเรื่องระหว่างข้ากับเขา แต่ท่านกลับเริ่มโจมตีอย่างฉับพลัน หึ ๆ ผู้อาวุโสใหญ่ ท่านนี่ไร้ยางอายเสียจริง ๆ! ทุกคนกำลังมองอยู่ ท่านไม่กลัวว่าตระกูลเย่จะกลายเป็นตัวตลกงั้นหรือ?”

 

ได้ยินสิ่งที่เย่ฉวนพูดออกมา ทุกคนโดยรอบก็พากันมองมาที่คนตระกูลเย่ด้วยสายตาเหยียดหยาม

 

คราแรกตกลงกันไว้ว่านี่จะเป็นการท้าประลองแบบตัวต่อตัว แต่ตระกูลเย่กลับกรูเข้ามาต่อสู้พร้อมกัน นี่ไม่ใช่การต่อสู้แบบตัวต่อตัวแล้วแต่เป็นหมาหมู่!

 

ใกล้กับลานประลอง ทุกคนต่างพูดถึงเรื่องนี้!

 

ในอีกด้านหนึ่ง หลี่หยูกับคนอีกสองคนมองหน้ากัน และในดวงตาของพวกเขาก็ปรากฏรอยยิ้มลึกลับ

 

ความผิดพลาด!

 

ความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง!

 

พวกเขาไม่นึกเลยว่าเย่หลางจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่ฉวน แม้ว่าเขาจะบรรลุขั้นผสานลมปราณแล้วก็ตาม!

 

สำหรับสามตระกูลที่เหลือแล้ว เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องดีเห็น ๆ!

 

หลี่หยูยืนขึ้น เขามองที่ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลเย่ “ผู้อาวุโสใหญ่ ท่านเชิญเรามาดูการประลองนะ ดังนั้นแล้วท่านต้องการให้เราดูคนตระกูลเย่ของท่านรุมประชาทัณฑ์ชายหนุ่มคนหนึ่งแทนหรือ?”

 

อีกด้านหนึ่ง จางเลี่ยก็แสยะยิ้มและเอ่ยขึ้น “นี่หรือการต่อสู้แบบชี้เป็นชี้ตายในตำนาน? ทันทีที่อยู่บนสังเวียนชี้ชะตา ท่านก็เริ่มสู้แบบหมาหมู่เลยหรือนี่? เรื่องนี้ข้าล่ะอยากหัวเราะจริง ๆ เชียว…”

 

เจียงเหนียน ผู้ครองคฤหาสน์เหลือบมองผู้อาวุโสใหญ่และเอ่ยเย็นชา 

“ผู้อาวุโสใหญ่ ทุกคนกำลังมองท่านอยู่นะ!”

 

สีหน้าของผู้อาวุโสใหญ่ดูย่ำแย่อย่างยิ่ง เขาเหลือบมองเย่หลางที่อยู่ข้างเขา ในตอนนี้เกราะที่เย่หลางสวมใส่อยู่ได้แตกเป็นชิ้น ๆ แล้ว!

 

ไม่เพียงเท่านั้น แต่ตรงปากของเย่หลางยังมีเลือดไหลอย่างต่อเนื่อง เห็นชัดว่าเขากำลังทรมานจากอาการบาดเจ็บสาหัสภายใน!

 

“หากเขาสู้ต่อ เขาจะต้องถูกเย่ฉวนฆ่าตายแน่!”

 

คิดดังนี้แล้ว ผู้อาวุโสใหญ่ก็กำหมัดทั้งคู่ช้า ๆ!

 

ตอนนั้นเอง เย่ฉวนที่อยู่ไม่ไกลนักก็พลันยิ้มออกมาและเอ่ยขึ้น “ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสใหญ่จะไม่ปล่อยให้ข้าสู้กับเขาตัวต่อตัวเสียแล้ว แต่ท่านก็ไม่มีเหตุผลที่จะกำจัดข้า! มาเถอะ เอ่ยออกมา ข้ากำลังฟังท่านอยู่! ทุกคนกำลังฟังท่านอยู่!”

 

ผู้อาวุโสใหญ่เหลือบมองเย่ฉวน “เย่ฉวน ข้าสงสัยว่าการประลองนี้ไม่ยุติธรรม เจ้าต้องโกงแน่ ๆ เจ้า…”

 

ถึงจุดนี้ เย่ฉวนพลันชี้หน้าผู้อาวุโสใหญ่อย่างเดือดดาล “โกง? ไอ้สุนัขเฒ่า เจ้ายังหน้าไม่อายได้มากกว่านี้อีกหรือเนี่ย? ข้าสู้กับเขาตัวต่อตัว แต่พอข้าชนะ ท่านก็หาว่าข้าโกงงั้นหรือ? หน้าท่านนี่มันหนายิ่งกว่าฝ่าเท้าข้าเสียอีก!”

 

ผู้อาวุโสใหญ่ออกคำสั่งอย่างไร้ปรานี “พี่น้องตระกูลเย่ทั้งหลาย เย่ฉวนต่อต้านผู้ใหญ่และเริ่มขบถต่อเรา ฆ่ามันให้ตายต่อหน้าข้าซะ!”

 

เห็นชัดว่าเขากระเหี้ยนกระหือรือจะสังหารเย่ฉวนเสียจนไม่สนอะไรอย่างอื่นแล้ว!

 

“โห้!” ใกล้กับลานประลองก็มีเสียงฮือฮาดังขึ้น!

 

“ตระกูลเย่ช่างหน้าไม่อายจริง ๆ! พวกเขาไม่อาจทนต่อการพ่ายแพ้ได้!”

 

“ไม่เพียงแต่พวกเขาจะแพ้ไม่ได้ มันยังเป็นเรื่องขายหน้าอย่างยิ่งอีกด้วย ถ้าใครคนอื่นชนะมันก็จะกลายเป็นเรื่องขี้โกงไปงั้นหรือ? หรือว่านี่คือสันดานของผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลเย่?”

 

“เขาจะมีทางเลือกใดเล่า? ผู้ถูกเลือกนั่นคือหลานชายของเขา! เขาจะปล่อยให้หลานตัวเองตายได้อย่างไรเล่า? แต่ถึงเป็นเช่นนั้นก็ยังเป็นเรื่องหน้าไม่อายที่ทำเช่นนี้อยู่ดี!”

 

“…”

 

บนอัฒจันทร์ ชายกลางคนจากเมืองเหยียนและสตรีโฉมงามจากเมืองลั่วต่างสบตากันพลางส่ายหน้า ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยแววดูถูกที่ไม่อาจปิดบัง

 

รอบลานประลองแห่งความเป็นความตาย บรรดาพลหน้าไม้ต่างจ้องมองกันอย่างไร้คำพูด ในตอนนี้ผู้อาวุโสใหญ่ก็คำรามเกรี้ยวกราด “ทำไมพวกเจ้าไม่ฆ่ามัน?”

 

บรรดาผู้คุ้มกันลังเล จากนั้นขณะที่พวกเขากำลังจะลงมือแต่ ในตอนนั้นเองเสียงหนึ่งพลันดังออกมาจากที่ ๆ หนึ่ง “ท่านปรมาจารย์ออกจากการเก็บตัวทำสมาธิแล้ว!”

 

ได้ยินคำพูดเหล่านี้ ผู้อาวุโสใหญ่ก็ตัวสั่นระริกเล็กน้อย เขามองที่หน้าประตูจวนตระกูลเย่และเห็นชายกลางคนผู้หนึ่งออกมาช้า ๆ

 

บุคคลนี้ก็คือประมุขคนปัจจุบันของตระกูลเย่ เย่ชาง! และเขายังเป็นผู้มีพลังฝีมือแข็งแกร่งที่สุดในตระกูลเย่!

 

“คารวะท่านปรมาจารย์!”

 

ทุกคนในสนามต่างโค้งคำนับลง

 

เย่ฉวนเหลือบมองเย่ชางและไม่เอ่ยอะไร

 

เย่ชางเดินเข้ามายังลานประลองตัดสินความเป็นตาย เขาเหลือบมองผู้อาวุโสใหญ่และเอ่ยขึ้น “เจ้าทำบ้าอะไรลงไป!”

 

สีหน้าของผู้อาวุโสใหญ่น่าเกลียดลงเล็กน้อยขณะที่เขาโค้งคารวะเล็กน้อยและเอ่ยตอบ “ท่านปรมาจารย์!”

 

เย่ชางเมินผู้อาวุโสใหญ่เสีย เขากลับประสานมือและโค้งคำนับโดยรอบ 

“ทุกท่าน ข้าต้องขออภัยด้วยที่เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น!”

 

หลังจากนั้นเขาก็เหลือบมองผู้อาวุโสใหญ่ “นับจากบัดนี้เป็นต้นไป เจ้าไม่ใช่ผู้อาวุโสใหญ่อีกต่อไปและถูกลดขั้นลงเป็นผู้อาวุโสธรรมดา เจ้าจะไม่มีกลับมาอำนาจอีกเลยตลอดชีวิต!”

 

ได้ยินดังนี้ สีหน้าของผู้อาวุโสใหญ่ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยและกำลังจะพูด แต่เย่ชางก็มองไปทางเย่ฉวน “เรามาจบเรื่องนี้กันเถอะดีไหม?”

 

เย่ฉวนส่ายหน้า เขาชี้ไปที่เย่หลางผู้อยู่ใกล้เคียง “การต่อสู้ตัดสินความเป็นความตายระหว่างข้ากับเขายังไม่จบขอรับ!”

 

ได้ยินคำพูดของเขา เย่ชางก็ย่นคิ้วเล็กน้อย

 

ถึงตอนนี้ผู้อาวุโสใหญ่กับกลุ่มผู้อาวุโสก็เดินมาอยู่ข้าง ๆ เย่ชาง ผู้อาวุโสใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอุบอิบ “ท่านปรมาจารย์ เย่หลางเป็นผู้ถูกเลือกผู้ที่มีนิมิตสวรรค์และโลกด้วยนะขอรับ อนาคตของเขาก้าวไกลไร้ที่สิ้นสุด แม้เขาจะพ่ายแพ้ให้เย่ฉวน แต่ตันเถียนของเย่ฉวนก็แตกสลายไปแล้วทำให้ตอนนี้เขากลายเป็นผู้พิการ ชีวิตนี้เขาจะเป็นได้ไม่มากไปกว่าอันธพาลและแน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะได้ออกจากเมืองชิงนี้นะขอรับ”

 

เย่ชางมองผู้อาวุโสใหญ่อย่างเหินห่าง “ก็เพราะเจ้าไม่ใช่หรือไง จุดตันเถียนของเขาเลยแตกสลาย ข้าพูดถูกไหม?”

 

ผู้อาวุโสใหญ่กำหมัด “ใช่ขอรับ! ปรมาจารย์ เขาไม่มีอนาคตแล้ว แต่เย่หลางมีอนาคตไม่สิ้นสุด ไว้ชีวิตเขาในวันนี้ ในภายภาคหน้าเขาต้องชนะนำเกียรติยศและชื่อเสียงอันขจรไกลมาให้ตระกูลเย่แน่นอนขอรับ!”

 

บรรดาผู้อาวุโสรอบด้านต่างเห็นด้วย

 

เย่หลางไม่อาจถูกสังหารได้!

 

เพราะว่าเขาเกี่ยวพันกับการได้เกียรติและการเสื่อมเกียรติของตระกูลเย่ในภายภาคหน้า!

 

เย่ชางเงียบไป

 

ทุกตระกูลล้วนต้องการอัจริยชน ตันเถียนของเย่ฉวนถูกทำลาย จึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะรับผิดชอบตระกูลเย่ได้ในอนาคตอย่างไม่ต้องสงสัย กลับกัน เย่หลางคนนี้คือผู้ถูกเลือกที่มีนิมิตสวรรค์และโลกอยู่!

 

ตระกูลเย่ต้องการใครสักคนอย่างเขา!

 

คิดดังนี้แล้ว เย่ชางก็มองเย่ฉวน “นับจากบัดนี้ไป การปฏิบัติต่อเจ้าก่อนหน้านี้ทั้งหมดจะเป็นไปเช่นเดิมยกเว้นเรื่องตำแหน่งทายาทตระกูล เรื่องนี้ขอให้จบลงที่นี่ เจ้าเข้าใจหรือไม่?”

 

เย่ฉวนยิ้ม

 

รอยยิ้มของเขาดูเศร้าและมืดมน!

 

เย่ฉวนมองเย่ชาง “ความจริงแล้ว ท่านปรมาจารย์น่าจะรู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในจวนตระกูลเย่เมื่อนานมาแล้ว ทว่าท่านปรมาจารย์กลับไม่ออกมาห้ามปรามแต่กลับตามใจผู้อาวุโสใหญ่ผู้ปฏิบัติต่อข้าเช่นนี้ เดาว่าท่านปรมาจารย์คงไม่เพียงแต่จะกลัวผู้อาวุโสใหญ่กับคนอื่น ๆ แต่ยังกลัวข้าด้วย ท่านกลัวว่าข้าจะเป็นภัยต่อท่านหากข้าเติบโตเร็วเกินไปสินะขอรับ?”

 

ดวงตาของเย่ชางหรี่ลงเล็กน้อยและเอ่ยขึ้น “เจ้านี่มันปากสว่างจริง ๆ!”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top