ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 15 จากนี้ไป เขาได้แต่ต้องใช้ชีวิตในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง (2/2)

 17 Views

ตอนที่ 15 จากนี้ไป เขาได้แต่ต้องใช้ชีวิตในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง (2/2)

 

ซูเจี๋ยนยิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุ แต่ถึงอย่างไรก็นับว่าได้ฟังคำตอบที่ตนอยากได้ยินแล้ว ซูเจี๋ยนก็ไม่คิดจะรั้งอยู่ให้ทรมานตัวเองนานไปกว่านี้ ดังนั้นจึงไม่พูดจามากความอีก หมุนกายกระโดดโหยงๆ จากไปทันที

“อุ๊ก——อ๊า!”

ก้าวออกไปยังไม่ถึงสองก้าว เท้าของซูเจี๋ยนก็งอพับ ล้มกองลงกับพื้นโดยสวัสดิภาพ

อันอี่เจ๋อรีบพุ่งกายเข้าไปพยุงตัวอีกฝ่ายขึ้น : “ล้มไปกระแทกโดนตรงไหนบ้าง เจ็บรึเปล่า”

ป๊ะป๋าร้องเสียงหลงซะขนาดนี้ จะไม่เจ็บได้ยังไงล่ะหา! ซูเจี๋ยนตวัดสายตามองอันอี่เจ๋ออย่างหงุดหงิด น่าเศร้าที่สภาพร่างกายยามนี้เป็นหญิงสาวบอบบางคนหนึ่ง น้ำตาใสๆ พลันรื้นขึ้นมาเต็มเบ้าตาอย่างไม่อาจควบคุม ปิดบังความโกรธเกรี้ยวในแววตาไปจนหมด ที่อันอี่เจ๋อมองเห็นก็มีเพียงความเจ็บปวดของคนงามเท่านั้น : “เจ็บสิ….”

อันอี่เจ๋ออุ้มร่างบอบบางไปวางบนโซฟาอย่างทะนุถนอม : “ให้ฉันดูซิ เจ็บตรงไหนบ้าง”

ซูเจี๋ยนชี้ไปที่ขาข้างปกติด้วยความกระวนกระวายเล็กน้อย ขาเขาหักจนอยู่ในสภาพเข้าเฝือกหนาเตอะไปแล้วข้างหนึ่ง อีกข้างที่เหลืออยู่นี้ไม่อาจปล่อยให้หักได้เด็ดขาด มิฉะนั้นแม้แต่กระโดดแบบกระต่ายขาเดียวก็คงทำไม่ได้แล้ว ได้แต่ต้องนั่งรถเข็นหมุนไปหมุนมาอยู่อย่างเดียว

อันอี่เจ๋อเพ่งมองรอยช้ำบนหัวเข่าบอบบางของซูเจี๋ยนอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง : “ไม่น่าเป็นอะไรมาก เดี๋ยวนวดยาหน่อยก็น่าจะรู้สึกดีขึ้นแล้ว”

หลังพูดจบ ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

ซูเจี๋ยนห้อยขานั่งนิ่งอยู่บนโซฟา มองดูเขาหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาเปิดออก แล้วก็มองเขาบีบครีมนวดแก้ฟกช้ำออกมาจากหลอด ทาลงบนรอยฟกช้ำที่หัวเข่าตัวเอง

“ซี๊ด—”

“ทนหน่อยนะ เดี๋ยวทายาเสร็จก็ไม่เจ็บแล้ว”

ซูเจี๋ยนนั่งนิ่งอย่างเชื่อฟัง มองอันอี่เจ๋อโค้งกายลงป้ายยาใส่แผลให้ตนอย่างเอาใจใส่ จู่ๆ อารมณ์ความรู้สึกก็กลายเป็นซับซ้อนสับสนขึ้นมา

เขารู้สึกขึ้นมาว่า หลังจากรู้ว่าตัวเองได้แต่งงานปลอมๆ กับอันอี่เจ๋อ เจ้าศัตรูหัวใจที่ตนเองเกลียดชังแทบตายคนนี้ ก็เหมือนจะค่อยๆ…..มองดูแล้วสบายตาขึ้นมาทีละนิด

“อัน….อี่เจ๋อ”

อันอี่เจ๋อเงยหน้าขึ้นมามอง

ซูเจี๋ยนเอียงหน้าหลบทันที ไม่ยอมสบตากับเขา ปากก็กล่าวออกมาอย่างอึดอัดขัดเขิน : “ขอบ…ขอบคุณนะ!”

อันอี่เจ๋อมองดูใบหน้าเรียวเล็กแดงก่ำและแพขนตายาวที่สั่นระริกของอีกฝ่าย เงียบงันอยู่นาน ก่อนจะเปิดปากเอ่ยขึ้น : “ฉันจะอุ้มเธอกลับห้อง”

“เอ๋?” ซูเจี๋ยนเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็รู้สึกว่าตัวเบาหวิวขึ้นมา ถูกอันอี่เจ๋ออุ้มไว้ในอ้อมแขนเรียบร้อยแล้ว

ท่าอุ้มเจ้าสาวอะไรนี่ ไม่เห็นจำเป็นต้องเจอบ่อยขนาดนี้ก็ได้มั้ง! แม้จะรู้ว่าขาตัวเองเจ็บอยู่ทั้งสองข้างจนไม่อาจกระโดดกระต่ายขาเดียวได้ จึงได้แต่ต้องอาศัยอันอี่เจ๋อให้พากลับไป แต่ซูเจี๋ยนก็ยังรู้สึกเสียหน้ามากอยู่ดี จึงได้แต่อยากจะมุดหน้าหนีไปให้พ้นๆ สถานการณ์น่าอับอายที่ต้องเผชิญอยู่

ดังนั้น ผ่านไปไม่นานอันอี่เจ๋อก็ได้รู้สึกถึงใบหน้าเล็กๆ ร้อนผ่าวที่บดเบียดซุกแนบเข้ามาตรงแผงอกเปลือยเปล่าของตัวเอง

ประกายตาของอันอี่เจ๋อกลายเป็นเข้มสนิทลึกล้ำขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม

ชายหนุ่มอุ้มซูเจี๋ยนเข้าไปในห้อง แล้ววางลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา สายตาเจ้ากรรมก็ชำเลืองไปเห็นบางอย่างเข้าโดยไม่ตั้งใจ เพราะขยับจัดท่าทางอย่างไม่ระวัง ชั้นในสีขาวสะอาดจึงโผล่วับแวมออกมา แต่คนบนเตียงกลับยังไม่รู้เนื้อรู้ตัวแม้แต่นิดเดียว อันอี่เจ๋อเบี่ยงสายตาหลบเล็กน้อย กล่าวขึ้นเสียงทุ้ม : “ฉันไปแล้วนะ”

ซูเจี๋ยนยังรู้สึกอับอายขายหน้าที่ถูกอุ้มมาด้วยท่าอุ้มเจ้าสาวแบบนั้นอยู่ ดังนั้นที่อันอี่เจ๋อได้ยินจึงมีเพียงเสียงหวานใสที่ครางอุบอิบในลำคอด้วยความประหม่า : “อืม”

อันอี่เจ๋อชะงักค้างไปเล็กน้อย จากนั้นก็หมุนกายกลับแล้วจากไป

……………………………….

 

หลังอันอี่เจ๋อออกไปแล้ว ซูเจี๋ยนก็นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง รู้สึกเบื่อหน่ายแทบตาย คิดแล้วคิดอีก สุดท้ายก็ค่อยๆ กระถดตัวไปจนถึงคอมพิวเตอร์ด้วยความยากลำบาก จากนั้นก็เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต

ขณะที่กำลังกวาดตาอ่านไปตามเว็บบอร์ด จู่ๆ ก็ชำเลืองไปเห็นหัวข้อเกี่ยวกับการแปลงเพศเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ ซูเจี๋ยนเหม่อลอยไปทันที

ใช่แล้ว ถึงตอนนี้เขาจะกลายร่างเป็นผู้หญิง แต่ก็ยังมีวิธีแปลงเพศกลับไปเป็นผู้ชายอยู่นี่นา!

ดังนั้น ซูเจี๋ยนจึงเริ่มทำการค้นคว้าหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยความตื่นเต้นกระตือรือร้นเต็มเปี่ยม

หลังจากมองหาอยู่พักใหญ่ ความกระตือรือร้นก็ค่อยๆ จางหาย กลายเป็นเยือกเย็นลงอย่างช้าๆ

ถึงอย่างไร ด้วยเหตุผลด้านสรีระร่างกายแต่กำเนิด การแปลงเพศย่อมไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ

แน่นอนว่า ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ ร่างกายที่มีอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่ร่างของเขาจริงๆ

แท้จริงแล้วน้องสาวแซ่ซูที่เป็นเจ้าของร่างนั้นตกตายไปแล้ว หรือว่าเป็นเหมือนเขาที่แค่ฟื้นตื่นขึ้นมาในร่างของคนอื่น เขาไม่อาจรับรู้ได้เลย แต่ในเมื่อเขามายึดครองร่างของสาวน้อยแซ่ซูคนนี้แถมยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ก็ถือเป็นโชควาสนามากแล้ว เขาสมควรจะทะนุถนอมร่างกายของน้องสาวซูคนนี้ให้ดีๆ ไม่อาจล่วงล้ำทำลายตามใจชอบได้

อีกทั้งสาวงามแซ่ซูคนนี้ก็ยังมีเพื่อนมีครอบครัวของตัวเอง เขาจำต้องใส่ใจความรู้สึกของคนเหล่านั้นด้วย

ซูเจี๋ยนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปิดคอมพิวเตอร์ ล้มตัวลงนอนกลับลงไปบนเตียงอีกครั้ง

มาถึงขั้นนี้ จากรูปการณ์แล้ว โอกาสที่เขาจะได้กลับไปเป็นผู้ชายอีกครั้ง ดูเหมือนว่าจะไม่มีหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย

ดังนั้น เขาก็ต้องยอมรับความจริง

จากนี้ไป เขาได้แต่ต้องใช้ชีวิตในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง

จากนี้ไป เขาไม่ใช่ซูเจี๋ยนคนนั้นอีกแล้ว

จากนี้ไป เธอก็คือซูเจี๋ยน

 

——————

แฟนเพจ ‘Akanirawan’ https://bit.ly/3gBu94T

ได้รับลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top