ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 14 จากนี้ไป เขาได้แต่ต้องใช้ชีวิตในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง (1/2)

 15 Views

ตอนที่ 14 จากนี้ไป เขาได้แต่ต้องใช้ชีวิตในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง (1/2)

 

หลังทานมื้อเย็นกับอันอี่เจ๋อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซูเจี๋ยนก็หดตัวกลับเข้าห้อง เปิดคอมดูอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่ครู่ใหญ่ ไม่มีสิ่งไหนดึงดูดความสนใจได้เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นจึงได้แต่ควานหาเสื้อผ้าเพื่อไปอาบน้ำ

ตู้เสื้อผ้าของสาวน้อยซูเจี๋ยนก็ถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตาม ยามเมื่อซูเจี๋ยนมาอยู่ต่อหน้ากองชุดเสื้อผ้าสตรีสีสันสดใสเหล่านั้นก็กลับทำให้รู้สึกปวดหัวตุบๆ ขึ้นมาวูบหนึ่ง หลังจากลังเลระหว่างชุดนอนลายกระต่ายน้อยกับลายคิตตี้อยู่ครู่ใหญ่ ในท้ายที่สุดซูเจี๋ยนก็รู้สึกว่าตัวเองทนรับสไตล์น่ารักบ้องแบ๊วแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว จึงหยิบเอาเสื้อยืดสีขาวมาสวมแทนชุดนอนไปเสียเลย

ในห้องนอนของอันอี่เจ๋อนั้นมีห้องน้ำส่วนตัวอยู่แล้ว ดังนั้นห้องน้ำด้านนอกจึงสามารถใช้งานได้แบบไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้น นี่ทำให้ซูเจี๋ยนรู้สึกสบายใจขึ้นมาก หลังจากซูเจี๋ยนถอดเสื้อผ้าออกหมดแล้ว เงาสะท้อนของหญิงสาวเต็มตัวก็ปรากฏขึ้นให้เห็นอย่างชัดเจนบนกระจกบานใหญ่ที่อยู่เหนือเคาน์เตอร์ห้องน้ำ

เป็นครั้งแรกที่ซูเจี๋ยนได้มองเห็นร่างนี้แบบชัดๆ เต็มสองตา ไม่กล่าวไม่ได้ว่าน้องสาวแซ่ซูคนนี้มีเรือนร่างที่งดงามมากจริงๆ ทรวงอกอวบใหญ่ผลิพุ่ง ทว่าไม่ได้ตระหง่านง้ำจนเกินตัว กลับมีรูปทรงกลมกลึงได้ขนาดชวนมองอย่างยิ่ง ช่วงเอวยังเพรียวบาง กะประมาณแล้วอย่างมากก็น่าจะสัก 19 นิ้วได้ เรียวขาทั้งสองข้างก็ตรงยาวได้สัดส่วน ผิวกายก็ขาวกระจ่างละลานตา ทั้งเนื้อทั้งตัวล้วนโปร่งบางไปหมด ทว่ากลับไม่ได้ดูผอมแห้งแต่อย่างใด เรียกได้ว่าเข้าที่เข้าทางสมส่วนพอดิบพอดี ยิ่งรวมเข้ากับใบหน้าเรียวเล็กละเอียดอ่อนน่ารักชวนทะนุถนอมแบบนี้ด้วยแล้ว ก็กล่าวได้ว่าเป็นสาวงามชั้นเลิศคนหนึ่งอย่างแท้จริง!

ซูเจี๋ยนได้แต่ครุ่นคิด : ‘นี่แหละที่ฉันฝันหาทั้งวันทั้งคืน สเปคฉันเลย!’

น่าเศร้าที่ดูเหมือนสวรรค์จะรักเขามากเกินไปหน่อย ตอบสนองความต้องการให้เขาอย่างถึงอกถึงใจ ถึงขั้นที่ว่าดูเหมือนจะตอบสนองให้เกินความต้องการไปนิด

ซูเจี๋ยนบิดเอวหมุนกายชื่นชมเรือนร่างตัวเองอยู่หน้ากระจกอย่างไม่อาจตัดใจอยู่พักใหญ่ สีหน้าสลับสับเปลี่ยนไปมา เดี๋ยวๆ ก็ดูเหมือนภาคภูมิใจ เดี๋ยวๆ ก็ดูหดหู่ละห้อยใจ

หลังจากชื่นชมตัวเองอยู่นาน จู่ๆ ซูเจี๋ยนก็พลันนึกขึ้นมาได้ : แม่สาวน้อยซูหน้าตาก็ดีแถมทรวดทรงก็อกเป็นอกเอวเป็นเอวซะขนาดนี้ ตอนนี้ยังต้องมาอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน ถ้าหากอันอี่เจ๋อเกิดชอบเธอขึ้นมาจริงๆ จะทำยังไง ถ้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงๆ หลังผ่านไปหนึ่งปีเจ้าคนแซ่อันนี่มิกลืนน้ำลายตัวเอง บิดพลิ้วไม่ยอมหย่าให้หรอกหรือ?

นึกได้แบบนี้แล้วซูเจี๋ยนก็เริ่มกังวลขึ้นมา แค่สองคนนี้แต่งงานกันหลอกๆ ก็ยากมากพออยู่แล้ว เขาอุตส่าห์มองเห็นวันเวลาที่จะได้หลุดพ้นไปอย่างยากลำบาก เรื่องน่ากลัวแบบนั้นจะปล่อยให้มันเกิดขึ้นไม่ได้เป็นอันขาด!

ดังนั้น หลังจากอาบน้ำอย่างทุลักทุเลเสร็จ ซูเจี๋ยนก็รีบใส่เสื้อผ้าแล้วออกมาเคาะประตูห้องอันอี่เจ๋ออย่างใจร้อน

ประตูเปิดออก แวบแรกที่ซูเจี๋ยนมองเห็นก็คือแผงอกกว้างอันเปลือยเปล่าของอันอี่เจ๋อ

ซูเจี๋ยน : “……”

เห็นได้ชัดว่าอันอี่เจ๋อเพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาดๆ ทั้งเนื้อทั้งตัวหัวจรดเท้ามีแค่ผ้าเช็ดตัวพันห่อท่อนล่างไว้อย่างหมิ่นเหม่เพียงผืนเดียวเท่านั้น ชายหนุ่มกำลังใช้มือขยับผ้าเช็ดตัวอีกผืนเช็ดเส้นผมเปียกชุ่มบนศีรษะตัวเอง พลางก้มลงมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า : เส้นผมยาวเหยียดยังเปียกชื้นทิ้งตัวระเกะระกะปกคลุมทั่วไหล่บ่าบอบบาง ท่อนบนสวมใส่ไว้เพียงเสื้อยืดสีขาวตัวหนึ่ง ซ้ำยังถูกหยดน้ำจากเส้นผมซึมลึกลงไปเป็นวงกว้างแนบเนื้อ เผยให้เห็นส่วนสัดโค้งนูนกลมกลึงที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้าได้เลือนราง ไม่จำเป็นต้องเพ่งมองก็เห็นได้ชัดเจนว่าหญิงสาวไม่ได้สวมใส่ชุดชั้นใน

ประกายวาววับสายหนึ่งวาบผ่านในดวงตาคมกริบของอันอี่เจ๋อ ทว่าคิ้วเข้มกลับขมวดเข้าหากันน้อยๆ : “มีอะไร?”

ซูเจี๋ยนไม่ได้รับรู้ถึงปัญหาเกี่ยวกับรูปลักษณ์วาบหวิวของตนเองในยามนี้เลยแม้แต่น้อย ในสมองของเขาตอนนี้มีแต่ความอิจฉา! อิจฉาไอ้เจ้าคนโป๊เปลือยตรงหน้า! แม่มเอ๊ย! ตอนเจ้าอันอี่เจ๋อมันใส่เสื้อผ้าอยู่ก็ยังดูไม่ค่อยออกเท่าไหร่ แต่ทำไมตอนถอดเสื้อผ้ามันถึงหุ่นดีขนาดนี้! กล้ามแขนนั่นมันอะไร! กล้ามอกนั่นก็ด้วย!! แถมยังมีกล้ามท้องแปดลูกนั่นอีก!!! เจ้าหมอนี่มีหน้าตาแบบนั้นตั้งแต่เกิดมาแล้วก็แล้วไปเถอะ นี่ยังถึงขนาดมอบเรือนร่างสูงโปร่งกำยำอย่างกับนายแบบมาให้มันอีก! มีอะไรดีๆ ก็ประเคนใส่ให้มันซะหมด! องค์เทพบิดร ท่านจะลำเอียงอะไรขนาดนี้!

ซูเจี๋ยนไล่สายตาไปตามหยดน้ำที่หล่นลงมาจากปลายผมของอันอี่เจ๋อ ไหลกลิ้งเป็นทางลงมาตามลำคอแกร่ง แล้วก็หยดลงมาเกาะพราวอยู่ที่แผงอกกว้างและหน้าท้องหนั่นแน่น ดวงตาทั้งคู่จ้องมองเรือนร่างสมบูรณ์แบบกึ่งเปลือยตรงหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยความอิจฉาริษยาเต็มขั้น

เพียงแต่ภาพฉากทุกอย่างนี้ พอมองดูจากมุมมองของอันอี่เจ๋อ ก็กลับกลายเป็นว่า : สาวน้อยร่างบางตรงหน้าเบิกตากลมโต จ้องมองมาที่เรือนร่างของเขาอย่างไม่อาจละสายตาได้ แววตานั้นกวาดมองสำรวจไปทั่ว ยิ่งมองก็ยิ่งต่ำลงเรื่อยๆ สุดท้ายก็มาหยุดชะงักแน่วนิ่งอยู่ที่ตรงท้องน้อยของเขา จากนั้นใบหน้าเรียวเล็กน่ารักนั้นก็ค่อยๆ แดงก่ำขึ้นมาอย่างช้าๆ

อาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันมานานขนาดนี้ นี่กลับเป็นครั้งแรกที่อันอี่เจ๋อรู้สึกว่าลมหายใจของตัวเองหนักหน่วงถี่กระชั้นขึ้นมาเล็กน้อย

ส่งผลให้น้ำเสียงของชายหนุ่มที่เรียบเฉยเย็นเยียบอยู่เป็นนิจ พลันเจือปนความอ่อนโยนสายหนึ่งขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว : “เจี๋ยนเจี่ยน?”

อันที่จริงซูเจี๋ยนยังไม่อยากจะยอมรับชื่อเล่นนี้ แต่พอนึกถึงว่าต่อจากนี้ทั้งสองคนยังต้องสวมบทบาทเป็นคู่รักต่อหน้าบุคคลอื่น หากไม่ฝึกเรื่องคำเรียกหาให้คุ้นชินไว้ก่อนก็คงไม่ดีแน่ อีกทั้ง ‘เจี๋ยนเจี่ยน’ นี้ก็ยังฟังดูดีกว่า ‘เมียจ๋า’ หรือ ‘คุณภรรยาครับ’ เป็นไหนๆ ดังนั้นเขาจึงฝืนข่มอาการขนลุกขนพองทั้งร่างลงไปอย่างสุดความสามารถ ซูเจี๋ยนเงยหน้าขึ้น ทางหนึ่งก็ค่อนขอดอยู่ในใจเงียบๆ ว่าทำไมเจ้าอันอี่เจ๋อคนนี้ถึงชอบวางท่าเป็นคุณชายนักหนาก็ไม่รู้ อีกทางหนึ่งก็เอ่ยปากขึ้น : “ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ”

“ว่ามาสิ”

ซูเจี๋ยนมองสบตาอันอี่เจ๋อตรงๆ : “จู่ๆ ฉันก็นึกขึ้นมาได้น่ะ ในเมื่อเราแต่งงานกันปลอมๆ ก็เท่ากับว่าสักวันย่อมต้องแยกย้ายกันไปคนละทางแน่นอนอยู่แล้ว เพราะงั้นเราควรมาทำสัญญากันหน่อยดีมั้ย ว่ายังไงก็จะไม่รู้สึกชอบหรือหวั่นไหวต่อฝ่ายตรงข้ามเด็ดขาด”

อันอี่เจ๋อไม่ได้ตอบรับทันที

ซูเจี๋ยนโห่ร้องอยู่ในใจ : ดูสิดู! เจ้าหมอนี่ไม่ใช่ตัวดีอะไรเลยจริงๆ ยังดีที่ฉันนึกเรื่องนี้ออกมาได้ก่อน ระวังป้องกันได้ทันเวลาพอดี……

“ฉันไม่มีทางชอบเธออยู่แล้ว”

ซูเจี๋ยนแข็งค้างไปทั้งร่าง

อันอี่เจ๋อยังกล่าวเสริมมาอีกประโยคด้วยน้ำเสียงแผ่วทุ้ม : “เพราะงั้นเธอสบายใจได้เลย”

บัดซบ! นี่มันก็เป็นคำตอบที่ตัวฉันเองอยากจะได้ยินอยู่แล้วชัดๆ แต่ทำไมพอไอ้เจ้าอันอี่เจ๋อมันพูดออกมาแบบนี้แล้วฉันถึงรู้สึกหงุดหงิดชะมัด!

ซูเจี๋ยนเค้นเสียงพูดอย่างโมโหโทโส : “งั้นคุณก็จำคำที่ตัวเองพูดไว้ให้ดีๆ ด้วยล่ะ!”

อันอี่เจ๋อผงกศีรษะเบาๆ : “ได้”

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top