ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 12 พวกเราไม่ได้มีความสัมพันธ์กันจริงๆ? (1/2)

 17 Views

ตอนที่ 12 พวกเราไม่ได้มีความสัมพันธ์กันจริงๆ? (1/2)

 

ตอนที่ตื่นขึ้นมา ก็กลับถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว

อันอี่เจ๋อวางเขาไว้บนโซฟาในห้องนั่งเล่น ซูเจี๋ยนตื่นขึ้นมาแล้วก็กวาดตามองไปรอบบ้านด้วยความอยากรู้อยากเห็น บ้านนี้ดูเหมือนจะมีสามห้องนอน สองห้องโถงใหญ่ ถูกตกแต่งไว้อย่างเรียบง่ายแต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกพื้นเพธรรมดา กลับเต็มไปด้วยความเรียบหรูสง่างาม เพียงแต่สีพื้นโทนขาวดำนั้นดูจะไม่เข้ากับคู่แต่งงานใหม่สักเท่าไรนัก ไม่ว่าจะมองอย่างไร ห้องนี้ก็ไม่เหมือนเรือนหอของคู่แต่งงานใหม่เลยสักนิด

ผู้ชายคนนี้เป็นถึงประธานกรรมการของ CMI จะมีบ้านอยู่แค่หลังเดียวได้อย่างไร? บางทีนี่อาจจะเป็นห้องชุดสำหรับพักอยู่ชั่วคราวก็เป็นได้ ซูเจี๋ยนครุ่นคิดอย่างอิจฉาเล็กน้อย แล้วก็ปล่อยวางความสงสัยไป

อย่างไรก็ตาม พอนึกถึงว่าร่างนี้ได้แต่งงานกับอันอี่เจ๋อแบบถูกต้องตามกฎหมาย ยิ่งอันอี่เจ๋อร่ำรวยมากแค่ไหนก็ยิ่งดี เพราะเวลาหย่ากันเขาก็จะได้สินสมรสครึ่งหนึ่ง คิดแบบนี้แล้วจิตใจของซูเจี๋ยนก็ได้แต่ลิงโลดขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

“อัน ไม่สิ อี่เจ๋อ ฉันอยากเดินดูรอบๆ บ้านเราซักหน่อย!” พูดจบก็ไม่รออันอี่เจ๋อกล่าวตอบ เขานั่งบนวีลแชร์แล้วขยับล้อเที่ยวชมไปทั่ว

อันอี่เจ๋อไม่ได้มีทีท่าจะห้ามปราม ชายหนุ่มนั่งอยู่บนโซฟาเพื่อพักเหนื่อย ควบคุมลมหายใจให้กลับมาปกติ

เป็นไปตามคาด ห้องนอนของอันอี่เจ๋อก็ดูสมกับเป็นตัวเขาจริงๆ เบื้องหน้าฉาบไว้ด้วยโทนสีขาวเทาดำ ตายด้านไร้ความรู้สึก ซูเจี๋ยนเดาะลิ้นจึ้กจั้กพลางส่ายศีรษะน้อยๆ ขณะที่กำลังจะออกมา สายตาก็กวาดผ่านเตียงนอนหลังใหญ่แบบที่ตัวเขาตอนนี้น่าจะลงไปนอนได้สักห้าหกคนหลังหนึ่ง จู่ๆ ก็นึกได้ขึ้นมาว่าตอนนี้เขาเป็นภรรยาของอันอี่เจ๋อ พูดอีกอย่างก็คือ หลังจากนี้ทุกๆ ค่ำคืน เขาก็ต้องนอนร่วมกับอันอี่เจ๋อบนเตียงหลังมหึมานี่งั้นหรือ?

ให้-ฟ้า-ผ่า-ตาย-เถอะ!

ถ้าจะให้เขามานอนบนเตียงเดียวกันกับศัตรูหัวใจของตัวเอง ให้เขาไปตายยังจะดีซะกว่า!

อย่างไรก็ตาม พวกเขาสองคนก็เป็นคู่สมรสที่แต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ต่อให้อันอี่เจ๋ออยากจะทำเรื่องอย่างว่ากับเขา คุณลุงตำรวจก็ช่วยเหลืออะไรเขาไม่ได้! ทำไงดีทำไงดีทำไงดี๊! ….ใช่แล้ว! ขาเจ็บไงล่ะ!

ซูเจี๋ยนก้มหัวลงมองท่อนขาที่พันห่อไว้ด้วยผ้าพันแผลสีขาวหนาเตอะ จู่ๆ ก็รู้สึกว่ามันดูน่ารักน่าชังอย่างที่สุด

แค่บอกไปว่าเพราะขาเจ็บ พวกเราสองคนไม่ควรนอนห้องเดียวกัน แค่นี้ก็แก้ปัญหาได้อย่างสวยงาม!

ขณะที่ซูเจี๋ยนกำลังจะหันกลับไปต่อรองกับอันอี่เจ๋อ ก็พลันได้ยินเสียงทุ้มของอันอี่เจ๋อกล่าวขึ้นมาจากด้านหลัง : “มานี่เถอะ ฉันมีเรื่องจะพูดกับเธอ”

ซูเจี๋ยนพยักหน้ารับ : “บังเอิญจริง ฉันก็มีเรื่องจะพูดกับคุณเหมือนกัน”

อันอี่เจ๋อชะงักค้างไป : “งั้นเธอพูดก่อน”

ซูเจี๋ยนพูดออกไปตามตรง : “ที่ฉันอยากพูดก็คือว่า ขาฉันยังบาดเจ็บอยู่ ช่วงนี้น่าจะแยกห้องนอนกันไปก่อนนะ”

เบื้องลึกในดวงตาของอันอี่เจ๋อมีแววตาประหลาดใจวาบผ่านไปสายหนึ่ง ขณะที่กำลังจะเอ่ยปาก จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงท้องร้องดังโครกขึ้นมา

จากนั้นเขาก็ได้ยินซูเจี๋ยนกล่าวต่อ : “เรื่องที่สองที่อยากพูดก็คือว่า ฉันหิวแล้ว สัมมี~ ไม่ใช่ว่าคุณควรจะต้องรีบไปเตรียมอาหารหรอกเหรอ”

อันอี่เจ๋อดูอึ้งงันไปอย่างเห็นได้ชัด

ซูเจี๋ยนยกขาขึ้นเบาๆ : “คุณดูสิ ขาฉันหักอยู่นะ” ความหมายที่แฝงอยู่นั้นก็ชัดเจน ‘ฉันอาการหนักขนาดนี้แล้ว คุณยังจะใช้งานคนพิการอย่างฉันอีกหรือไง’

อันอี่เจ๋อไม่ได้พูดอะไรมากความออกมาอีก ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขณะที่ซูเจี๋ยนกำลังรอดูอย่างใจจดจ่อ ให้ศัตรูหัวใจน่าชังคนนี้ไปเข้าครัวทำอาหารให้เขาอย่างว่าง่ายเชื่อฟัง ทว่า เขากลับนึกไม่ถึงว่าอันอี่เจ๋อจะลุกขึ้นยืนแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมา

“ภัตตาคารเจียงหนาน?”

นี่โทรสั่งอาหารนี่นา! นี่มันเป็นการโกงกันแบบหน้าด้านๆ ชัดๆ! ซูเจี๋ยนไม่ยินยอมพร้อมใจอย่างที่สุด เขาถลึงตาใส่แผ่นหลังของอันอี่เจ๋ออย่างขุ่นเคือง

อันอี่เจ๋อหันกลับมากล่าว : “จะมาถึงในสามสิบนาที”

ซูเจี๋ยนได้แต่ประท้วงด้วยเสียงท้องร้องดังโครกคราก

อันอี่เจ๋อทรุดกายลงนั่ง จ้องมองเขาอย่างเยือกเย็น

ซูเจี๋ยนถูกอีกฝ่ายจ้องมองจนรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาเล็กน้อย : “คุณ คุณมาจ้องฉันทำไม”

อันอี่เจ๋อหรี่ตาจ้องมองเขาอย่างลึกซึ้ง : “นี่เธอจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ หรอ”

ในใจของซูเจี๋ยนยิ่งรู้สึกกระวนกระวาย ได้แต่ผงกศีรษะรับอย่างเชื่องเชื่อ : “จำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ”

อันอี่เจ๋อเงียบขรึมไปชั่วขณะ แล้วจู่ๆ ก็กล่าวออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย : “อันที่จริง พวกเราแต่งงานแบบมีข้อตกลงร่วมกัน”

“หา?” ซูเจี๋ยนเบิกตากลมกว้าง แต่งงานแบบมีข้อตกลงร่วมกัน? มันคืออะไรกันล่ะนั่น?

อันอี่เจ๋อยังคงกล่าวต่อไปแบบไม่แยแส : “ดังนั้น พวกเราไม่ได้เป็นสามีภรรยากันจริงๆ หรอก ฉันกับเธอตกลงกันไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าพอพ้นหนึ่งปีก็จะหย่าขาดจากกัน”

“อ๋า?” ซูเจี๋ยนอ้าปากกว้างอย่างโง่งม ถูกสถานการณ์แปลกประหลาดที่อุบัติขึ้นตรงหน้าทำให้รู้สึกตกตะลึงจนไม่อาจควบคุมสติได้ชั่วขณะ

หลังจากงงงันอยู่พักใหญ่ ในที่สุดซูเจี๋ยนก็กะพริบตารัวเร็ว : “เดี๋ยวๆๆๆ! คุณหมายความว่า คุณ…..อันที่จริงแล้วพวกเราไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบนั้นกัน?”

อันอี่เจ๋อกล่าวตอบ : “ในทางกฎหมาย พวกเรามีความสัมพันธ์แบบสามีภรรยา แล้วพวกเราก็ตกลงกันไว้ก่อนตั้งแต่แรกแล้ว ตอนที่อยู่ต่อหน้าคนนอก พวกเราต้องแสดงออกว่ารักกันอย่างลึกซึ้ง”

สีหน้าของซูเจี๋ยนยิ่งสับสนหนักกว่าเดิม : “ที่คุณอยากบอกก็คือ ถึงแม้ว่าพวกเราจะแต่งงานแบบมีเงื่อนไขสัญญาไว้ก่อนล่วงหน้า ว่าจะหย่าขาดกันในหนึ่งปี แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น พวกเราก็ไม่สามารถเปิดเผยความจริงนี้ออกไปได้ ทุกๆ วันพวกเราต้องแกล้งแสดงออกว่ารักกัน”

อันอี่เจ๋อตอบกลับแบบรวบรัดได้ใจความ : “ใช่”

ไอ๊โหยว… นี่มันฉากพื้นฐานของพล็อตละครน้ำเน่าในจอทีวีชัดๆ เรื่องแบบนี้ ไม่คิดเลยว่าจะมาเกิดขึ้นกับฉัน การเกิดใหม่ครั้งนี้มันจะมหัศจรรย์เกินไปหน่อยแล้วมั้ง! ซูเจี๋ยนถูกพล็อตเรื่องน้ำเน่านี้ทำให้อึ้งงันไปชั่วครู่ จึงโพล่งถามออกมาอย่างงุนงงสงสัย : “ทำไมล่ะ”

อันอี่เจ๋อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

ซูเจี๋ยนพูดต่อ : “ฉันหมายความว่า ทั้งสองคน…เราสองคน ทำไมถึงตกลงแต่งงานกันตั้งแต่แรก” ถึงแม้อันอี่เจ๋อจะเป็นศัตรูหัวใจของเขา แต่ก็มีจุดหนึ่งที่เขาจำต้องยอมรับความจริง นั่นคือข้างกายอันอี่เจ๋อรายล้อมไปด้วยหญิงสาวมากหน้าหลายตาอยู่เสมอ ส่วนสาวน้อยแซ่ซูคนนี้ก็หน้าตาสะสวยหุ่นดี ไม่เห็นต้องกังวลว่าจะหาคนแต่งด้วยไม่ได้ คนทั้งคู่ล้วนแต่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม กลับไม่ยอมแต่งงานแต่งการให้มันดีๆ ทำไมถึงต้องมาแต่งงานหลอกๆ ให้วุ่นวายแบบนี้ด้วย

อันอี่เจ๋อปรายตามองเขา : “เพราะเธอต้องการเงิน”

ซูเจี๋ยนยิ่งเบิกตากลมกว้างหนักกว่าเดิม : “เงิน?” ให้ตายเถอะ! นี่มันเหมือนละครทีวีไม่มีผิดเพี้ยนเลย!

อันอี่เจ๋อพูดต่อ : “แม่เธอมีภาวะยูรีเมีย (uremia-อาการเนื่องจากไตวายระยะสุดท้าย) ต้องเข้ารับการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก”

“ดังนั้นคุณก็เลยช่วยจ่ายค่ารักษาให้แม่ฉัน ส่วนฉันก็ตกลงแต่งงานปลอมๆ กับคุณ ช่วยกันแสดงออกต่อหน้าคนนอกว่ารักกันอย่างลึกซึ้ง?” ซูเจี๋ยนรู้สึกทำใจลำบากอยู่บ้าง

อันอี่เจ๋อพยักหน้ารับ

ว้อทเดอะฟั-! ชีวิตนี้มันจะน้ำเน่าเจิ่งนองเกินไปแล้วนะ! ซูเจี๋ยนระเบิดเสียงคำรามกราดเกรี้ยวอยู่ในใจ จากนั้นจึงเอ่ยถามอันอี่เจ๋อ : “แล้วคุณล่ะ การแต่งงานหลอกๆ ครั้งนี้คุณทำไปเพื่ออะไร” อย่าบอกนะว่านายจะประพฤติตัวตามแบบคุณอาเหลยเฟิงผู้เสียสละตนเอง [1] โดยการอุทิศตนช่วยเหลือสาวน้อยแซ่ซูที่น่าสงสารด้วยน้ำใจอันดีงาม นั่นมันฟังไม่ขึ้นโคตรๆ!

อันอี่เจ๋อตอบกลับแบบชอบด้วยหลักเหตุผลทุกประการ : “เธอไม่จำเป็นต้องรู้”

 

 

เชิงอรรถ

[1] คุณอาเหลยเฟิง (雷锋) บุคคลต้นแบบที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนสมัยก่อนนำมาใช้ในการ โฆษณาชวนเชื่อ โดยสร้างภาพลักษณ์ให้เป็นผู้เสียสละทั้งชีวิตจิตใจ อุทิศตนให้กับแนวคิดของเหมาเจ๋อตุงตั้งแต่ยังหนุ่ม

 

—————————————————-

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top