ขนาดตัวอักษร

YC บทที่ 19 ตัดสินเป็นตายในครั้งเดียว 1

 52 Views

YC บทที่ 19 ตัดสินเป็นตายในครั้งเดียว 1

 

เย่ฉวนไม่ค่อยเข้าใจคำอธิบายของสตรีลึกลับเท่าใดนัก แต่หากมันไม่เป็นอันตราย เขาก็ไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ

 

ในระหว่างที่กำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ เย่ฉวนก็ถามขึ้นอีกครั้ง “ผู้อาวุโส ท่านเคยพบนางมาก่อนหรือไม่ ท่านคิดว่านางเป็นอย่างไร?”

 

เย่ฉวนกำลังหมายถึงอันหลานซิ่ว

 

สตรีลึกลับกระซิบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ “ก็ธรรมดา ตัวเจ้าและน้องสาวไม่ได้แย่ไปกว่านางหรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้องสาวของเจ้านั้นดียิ่งกว่าเสียอีก”

 

“น้องสาวของข้าน่ะหรือ?”

 

เย่ฉวนนิ่งงัน “ท่านหมายความว่าอย่างไร?”

 

สตรีลึกลับพลันกล่าว “ลืมมันไปเสียเถิด เจ้าเริ่มเชี่ยวชาญกระบี่ขั้นพื้นฐานแล้ว ดังนั้นหากเจ้าจะลองฝึกทักษะกระบี่ในตอนนี้ก็ย่อมได้”

 

เมื่อได้ยินดังนั้นเย่ฉวนก็รีบถามขึ้น “ทักษะกระบี่งั้นเหรอ?”

 

ทักษะกระบี่!

 

เป็นการยากหากจะกล่าวถึงทักษะชนิดนี้ ต้องรู้ก่อนว่าตระกูลเย่นั้นมีทักษะวิชายุทธอยู่ในระดับต่ำเตี้ยเรี่ยดินในตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา!

 

ทั้งนี้ ทักษะวิชายุทธก็สามารถแบ่งออกได้เป็นลำดับขั้นต่าง ๆ ดังนี้ หนึ่งคือขั้นสวรรค์ สองคือปฐพี สามจิตวิญญาณ สี่ลึกลับ ห้ามนุษย์ และหกสามานย์

 

แน่นอนว่าวิชายุทธที่ดีที่สุดของตระกูลเย่เพิ่งจะอยู่ในลำดับขั้นมนุษย์เท่านั้น และมีแค่ผู้นำตระกูลที่ฝึกได้ ในขณะที่ลำดับที่สูงที่สุดในเมืองชิงตอนนี้ก็คือขั้นที่จิตวิญญาณจากคฤหาสน์ชาเต๋อเหลียน!

 

ทักษะวิชายุทธนั้น อาจกล่าวได้ว่ามีค่ายิ่งกว่ายาลูกกลอนเสริมพลังเสียอีก! ซ้ำร้าย ทักษะกระบี่นั้นหาได้ยากยิ่งกว่า หรือกล่าวได้ว่าในเมืองชิงอาจไม่มีแม้แต่คนเดียว!

 

ในเวลานี้สตรีลึกลับพลันกล่าวว่า “ข้ามีทักษะกระบี่อยู่สองแบบ และเจ้าสามารถเลือกได้เพียงหนึ่ง อย่างแรกนั้นเป็นทักษะกระบี่ที่ค่อนข้างดี มันทรงพลัง และอันตรายอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าฝึกฝนไปได้จนถึงระดับหนึ่งก็จะถึงขีดจำกัด ส่วนอย่างที่สองนั้นเป็นทักษะวิวัฒนาการ มันจะไม่มีขั้นตอนหรือว่าข้อจำกัด ยิ่งเจ้าแข็งแกร่งขึ้นมากเท่าใด มันก็จะยิ่งแข็งแกร่งด้วยมากเท่านั้น แน่นอนทักษะนี้ย่อมติดตัวเจ้าไปตลอดชีวิต หากแต่มันก็มีจุดด้อยใหญ่หลวงอยู่ข้อหนึ่ง นั่นก็คือหากเจตจำนงในการฆ่าและศรัทธาที่เจ้ามีต่อเต๋าแห่งกระบี่ไม่มั่นคงเพียงพอ มันก็จะอ่อนแอลงเรื่อย ๆ ในทางกลับกัน หากเจ้ามีเจตจำนงในการฆ่าและศรัทธาในเต๋าแห่งกระบี่มากพอ มันก็จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไร้ขีดจำกัด!”

 

เย่ฉวนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ผู้อาวุโส ข้าสามารถฝึกฝนทั้งสองแบบได้หรือไม่?”

 

สตรีลึกลับกล่าวตอบ “ไม่ได้ เจ้ามิควรทำเรื่องใหญ่เกินตัว มันจะเป็นการดีกว่ามากหากเจ้าเชี่ยวชาญในทักษะด้านใดด้านหนึ่งมากกว่ารู้หลากหลายทักษะแต่เพียงหางอึ่งเท่านั้น เจ้าสามารถฝึกฝนแบบอื่น ๆ ได้ในภายภาคหน้า แต่สำหรับตอนนี้ หากเจ้าเลือกฝึกเพียงแค่หนึ่งแบบก็จะเป็นการดีที่สุด ถ้าหากเจ้าเรียนรู้หลาย ๆ ทักษะมากเกินไป เจ้าจะไม่เชี่ยวชาญสิ่งใดเลย นั่นเพราะว่าทั้งประสบการณ์ ความรู้ความเข้าใจในเต๋าแห่งกระบี่ของเจ้าไม่ลึกซึ้ง ทักษะกระบี่ในแต่ละแบบนั้น ไม่ใช่ทักษะธรรมดาทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกวิชาที่ข้าจะส่งต่อให้กับเจ้า มันแสดงถึงทัศนคติ ชีวิต และรวมไปถึงความคิดในเต๋าแห่งกระบี่ด้วย เจ้าเข้าใจหรือไม่?”

 

เย่ฉวนมองไปรอบๆและเอ่ยถาม “ผู้อาวุโส ท่านเองก็เป็นผู้ฝึกฝนกระบี่เหมือนกันอย่างนั้นหรือ?”

 

สตรีลึกลับตอบกลับเสียงเบา “เจ้าถามมากเกินไปแล้ว”

 

เย่ฉวนสิ้นคำพูด “…”

 

สตรีลึกลับพลันกล่าว “ได้เวลาแล้ว เจ้าจะเลือกอย่างไหน?”

 

เย่ฉวนยิ้มอย่างขมขื่น “แน่นอน ข้าเลือกแบบแรก”

 

สตรีลึกลับกล่าว “เจ้าช่างมีจุดมุ่งหมายที่ยิ่งใหญ่ แต่กระนั้นเจ้าก็ควรจดจำไว้ด้วยว่าความแข็งแกร่งของเจ้าก็ควรมากเท่ากับความทะเยอทะยานนั้นด้วย”

 

เย่ฉวนพยักหน้าตอบเบาๆ “เข้าใจแล้ว”

 

สตรีลึกลับกล่าว “ทักษะกระบี่ของข้าเรียกว่า หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา แก่นแท้ของมันก็คือ เมื่อไหร่ที่ข้าชักกระบี่ เมื่อนั้นข้าก็คือผู้ที่ตัดสินใจว่าอีกฝ่ายจะได้รอดชีวิตหรือมอดม้วย วิธีฝึกฝนนี้จะต่างจากวิธีฝึกฝนทักษะกระบี่อื่น ๆ ดังนั้นเจ้าจะบรรลุได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเองแล้ว!”

 

เมื่อเสียงของสตรีลึกลับแผ่วลง บางสิ่งบางอย่างก็แล่นเข้ามาในความจิตใจของเย่ฉวน นั่นก็คือทักษะกระบี่!

 

เย่ฉวนจับกระบี่หลิงเซี่ยวไว้มั่นและขยับมันตามทักษะดังกล่าว ชายหนุ่มตกใจมากเมื่อพบว่ามันยังไม่เกิดผลอันใดเมื่อใช้มันแบบนั้น ไม่เพียงไม่มีผล แต่เขายังรู้สึกอึดอัดอยู่ในใจด้วย!

 

เย่ฉวนมองไปรอบๆด้วยความงุนงง “ผู้อาวุโส นี่คืออะไร?”

 

สตรีลึกลับกล่าวว่า “วิธีฝึกฝนทักษะกระบี่นี้แบ่งได้ออกเป็นหกขั้น แต่เจ้ายังไม่ได้สำเร็จแม้แต่ขั้นที่หนึ่ง ดังนั้นเจ้าจึงจะยังใช้การมันไม่ได้ ส่วนระยะเวลาที่เจ้าจะสำเร็จได้ทั้งหกขั้นนั้นขึ้นอยู่ที่เจ้าแล้ว”

 

ใบหน้าของเย่ฉวนดูแปลกๆ “นี่มันทักษะกระบี่บ้าบออะไรกัน? ไยต้องสำเร็จเป็นขั้นเป็นตอนด้วยเล่า?”

 

ทันใดนั้นสตรีลึกลับก็กล่าวขึ้น “ผู้ฝึกฝนกระบี่มักไม่ใช้กระบี่ แต่เมื่อใช้แล้ว พวกเขาสามารถตัดสินชีวิตและความตายของศัตรูได้โดยพลัน องค์ประกอบพื้นฐานของทักษะกระบี่นั่นคือเจตจำนงในการฆ่าและความศรัทธาในเต๋าแห่งกระบี่ เจ้าไม่จำเป็นต้องมุ่งมั่นมากก็ได้ เพราะถึงอย่างไรเจ้าก็จะบรรลุทั้งหมดนี้ในเวลาที่เหมาะสมอยู่ดี”

 

เย่ฉวนยิ้มอย่างขมขื่น กลายมาเป็นแบบนี้ในเวลานี้ไปเสียแล้ว

 

หลังจากนั้นเย่ฉวนก็ฝึกฝนกับเงาลวงอย่างบ้าคลั่งไม่มีหยุด ด้วยเหตุนั้นทั้งความรวดเร็ว ความแข็งแกร่ง และระยะเวลาในการตอบสนองของเขาก็ดีขึ้นมาก!

 

ชายหนุ่มเคยผ่านประสบการณ์การต่อสู้มามากมายหลายครั้ง ตอนนี้ไม่เพียงแต่สำเร็จขั้นกายาซ่อนเร้นเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นมือกระบี่อีกด้วย ความสามารถในการต่อสู้ของเขาในปัจุบันนั้นนับว่าดีขึ้นกว่าตอนแรกเริ่มมาก!

 

แม้ว่าพลังของชายหนุ่มตอนนี้เพิ่งจะอยู่ในลำดับขั้นที่หก ผสานลมปราณ แต่คนธรรมดาทั่วไปในขั้นผสานลมปราณด้วยกันก็ไม่อาจเทียบชั้นกับเขาได้แล้ว!

 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว อีกไม่ช้าก็จวนจะถึงเวลาที่เย่ฉวนและเย่หลางจะต้องเข้าประลองตัดสินชี้เป็นชี้ตาย

 

เป็นเพราะเย่หลาง จึงได้มีเด็กหนุ่มตระกูลเย่หลายคนป่าวประกาศไปรอบ ๆ จนในที่สุดทุกคนทั่วทั้งเมืองชิงต่างก็รับรู้เรื่องนี้

 

“เย่ฉวน!”

 

เย่ฉวนไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับผู้คนในเมืองชิง เพราะเขาคือผู้พลิกฟื้นสถานการณ์อันเลวร้ายของตระกูลเย่เมื่อครั้งในอดีต อาจกล่าวได้ว่าเย่ฉวนเป็นวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตระกูลเย่แล้ว แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ตระกูลเย่มีเย่หลางเป็นผู้ถูกเลือกที่เพิ่งตื่นขึ้น

 

ตระกูลชนชั้นสูงไม่ได้อาศัยอยู่กันด้วยความรัก แต่มักจะทำตามความเหมาะสมเป็นหลัก ในเมื่อไม่สามารถมีทายาทผู้นำตระกูลถึงสองคนในเวลาเดียวกันได้ ดังนั้นทุกคนในครอบครัวจึงยกยอเฉพาะคนที่ดีที่สุด นี่จึงยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นไปอีก ว่าใครจะได้ขึ้นเป็นปรมาจารย์เพียงคนเดียวของตระกูล ในระยะสั้นนั้น ตระกูลเย่จะต้องเลือกระหว่างเย่ฉวนและเย่หลาง และหนนี้แม้แต่คนโง่เง่าก็ยังดูออกว่าพวกเขาคิดจะเลือกใคร

 

วันนี้เป็นศึกนัดชี้ชะตาเป็นตายระหว่างเย่หลางและเย่ฉวน ตระกูลเย่จึงไม่เพียงเชื้อเชิญชนชั้นสูงตระกูลอื่น ๆ ในเมืองชิงมาร่วมชม แต่ยังย้ายเวทีประลองออกไปอยู่นอกจวนตระกูลเย่อีกด้วย

 

ที่ภายนอกจวน คนตระกูลเย่ได้สร้างเวทีประลองซึ่งมีความกว้างและความยาวมากกว่าสามสิบเมตรขึ้น

 

เหล่าผู้ชมที่ให้ความสนใจนั้นต่างเข้าใจเจตนาของตระกูลเย่เป็นอย่างดี เย่หลางเพิ่งจะตื่นขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้  ดังนั้นทางตระกูลเย่จึงต้องการที่จะให้ความสนับสนุนเขาอย่างออกหน้าออกตา คนในตระกูลเย่ใช้ความพยายามเป็นอย่างมากเพื่อที่จะผลักดันบารมีของเย่หลางให้อยู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น และแน่นอนว่าเวทีประลองที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่นี้นั้นก็เป็นตัวช่วยเสริมด้วยเช่นกัน เย่หลางมักไม่ค่อยปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่าเขาต้องการได้หน้าจากการประลองนี้

 

การเตรียมการของตระกูลเย่สามารถรองรับคนจำนวนมากในเมืองชิงได้ พวกเขาล้วนต้องการเห็นความมหัศจรรย์ของผู้ถูกเลือกว่าเป็นเช่นใด ดังนั้นแล้วเกือบทุกคนจึงรีบร้อนมาจับจองยังพื้นที่ด้านนอกของจวนตระกูลเย่กันแน่นขนัด

 

ขณะนี้รอบจวนตระกูลเย่คึกคัก เต็มไปด้วยผู้คนและดูมีชีวิตชีวา

 

ภายในจวนตระกูลเย่

 

ข้างในศาลเจ้าบรรพบุรุษ เหล่าผู้อาวุโสตระกูลเย่มากันพร้อมหน้า ส่วนเย่หลางก็อยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน

 

เย่หลางสวมเสื้อคลุมสีดำดูแปลกตา ด้านในทอด้วยด้ายสีทองเพื่อป้องกันความเสียหายจากการโจมตีของมีดและดาบธรรมดา นอกจากนี้แล้วที่เอวยังมีวัตถุวิเศษเป็นจี้สีฟ้านามว่าหยกประสานน้ำแข็งห้อยอยู่ด้วย นี่เป็นเครื่องรางช่วยในการรวบรวมสมาธิและสงบจิตใจ ในช่วงเวลาแบบนี้การมีสติคือสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง และเหนือสิ่งอื่นใด หยกประสานน้ำแข็งนั้นจะเก็บรักษาพลังลมปราณที่บริสุทธิ์เอาไว้ สำหรับเย่หลางแล้ว การมีหยกประสานน้ำแข็งติดตัวไว้จะทำให้พลังเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า! นั่นก็เพราะเขาได้บรรลุขั้นหลอมรวมลมปราณแล้วและสามารถควบคุมพลังลมปราณได้โดยสมบูรณ์

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top