ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 8 ต้องมาถูกไอ้เจ้าศัตรูหัวใจอุ้มด้วยท่าอุ้มเจ้าสาวแบบนี้ ให้ฉันตายๆ ไปอีกซักรอบเถอะ! (2/2)

 14 Views

ตอนที่ 8 ต้องมาถูกไอ้เจ้าศัตรูหัวใจอุ้มด้วยท่าอุ้มเจ้าสาวแบบนี้ ให้ฉันตายๆ ไปอีกซักรอบเถอะ! (2/2)

 

ซูเจี๋ยนชะงักอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงรีบผงกศีรษะรับ : “อื้ม ไม่ใช่จริงๆ นั่นแหละ”

“อ้อ งั้นเองสินะครับ แน่นอนอยู่แล้วล่ะ เป็นผมเข้าใจผิดไปเอง” ซูเจี๋ยเอ่ยคำขอโทษออกมาเบาหวิว มุมปากกดคว่ำลง น้ำเสียงแหบแห้งมีเพียงความขมขื่นแฝงอยู่หนาแน่น

ซูเจี๋ยนพลันรู้สึกสงสารจนไม่อาจทนมองขึ้นมาทันที จึงโพล่งออกไปประโยคหนึ่ง : “อย่ากังวลไปเลย ชาติหน้าพี่ชายนายต้องหาพี่สะใภ้คนสวยนิสัยดีมาแต่งด้วยได้แน่นอน!”

ซูเจี๋ย : “…….”

……………………………….

 

หลังร่วมพิธีศพแล้ว อันอี่เจ๋อก็ค่อยๆ เข็นรถพาซูเจี๋ยนออกมานอกโถงไว้อาลัยอย่างช้าๆ ซูเจี๋ยนกวาดตามองดูใบหน้าโศกเศร้าตรอมใจของพ่อแม่และน้องชาย จากนั้นก็มองดูร่างตัวเองที่อยู่กลางห้องโถง ในหัวอกพลันปวดร้าวทรมานขึ้นมา : จากวันนี้เป็นต้นไป บนโลกนี้ก็ไม่มี ‘เขา’ อยู่อีกแล้ว! นับแต่นี้เป็นต้นไป เขาก็ไม่ใช่ ‘เขา’ คนนี้อีกแล้ว!

ตั้งแต่นี้ไป ผู้ชายตัวโตที่แสนดีและรักครอบครัวอย่างเขาก็ได้แต่ต้องหาทางเอาตัวรอดต่อไปในสถานะของหญิงสาวคนหนึ่ง แถมยังเป็นภรรยาของศัตรูหัวใจของเขาเองด้วย!

ดวงตาของซูเจี๋ยนที่แดงเรื่ออยู่แล้วกลายเป็นยิ่งแดงก่ำหนักกว่าเก่า

ฝั่งซูเจี๋ยนทางนี้ก็ได้แต่กล้ำกลืนความโศกเศร้าและคร่ำครวญต่อโชคชะตาอันอาภัพของตัวเองอยู่เงียบๆ ปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาอย่างไม่อาจห้าม ส่วนทางฝ่ายอันอี่เจ๋อที่อยู่ด้านข้างนั้น ก็ทำสีหน้าเรียบเฉยมองดูหญิงสาวตรงหน้าร่ำไห้จนดวงตาแดงก่ำเหมือนกระต่ายตัวน้อยๆ ไปอีกครั้ง

จนแล้วจนรอด อันอี่เจ๋อก็ทนมองต่อไปไม่ได้ จึงหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งออกมายื่นส่งให้

เห็นสิ่งที่ถูกยื่นมาตรงหน้าตัวเอง ซูเจี๋ยนก็เหม่อลอยแข็งค้างไปครู่หนึ่ง จนเมื่อตระหนักได้ว่าเจ้าสิ่งนั้นคืออะไร ซูเจี๋ยนก็ต้องสละเวลาที่โศกเศร้ามาทอดถอนใจอย่างปลงๆ : ยังมีผู้ชายที่ใช้ผ้าเช็ดหน้าอยู่อีก! อันอี่เจ๋อนี่ช่างไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!

ขมขื่นก็ส่วนขมขื่น ยังไงซูเจี๋ยนก็ยังยื่นมือไปดึงเอาผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นมาแบบไม่ให้เสียน้ำใจอยู่ดี หลังจากนั้นก็เอามาปิดหน้าตัวเอง ต่อจากนั้นก็ได้ยินเสียงสั่งน้ำมูกฟืดใหญ่ดังลั่นออกมา

มุมปากของอันอี่เจ๋อพลันกระตุกขึ้นอย่างเงียบงัน

ซูเจี๋ยนสั่งน้ำมูกจนจมูกปลอดโปร่งเกลี้ยงเกลาด้วยความใสซื่อจริงใจอย่างมาก เมื่อเห็นอันอี่เจ๋อจ้องมองมา ก็ใช้สายตาว่างเปล่าจ้องตอบกลับไป จากนั้นก็คีบผ้าเช็ดหน้าส่งให้อย่างเรียบง่าย : “ขอบใจนะ นี่ของคุณ คืนให้แล้ว”

อันอี่เจ๋อรับผ้าเช็ดหน้าแล้วโยนเข้าไปในถังขยะที่อยู่ใกล้ๆ อย่างไม่ลังเลทันที

ซูเจี๋ยนมองดูเขาเดินร่วมทางไปด้วย จู่ๆ ลมหายใจก็ติดขัดขึ้นมา เพราะก่อนหน้านี้ร้องไห้มากเกินไป เขาจึงไม่อาจห้ามอาการสะอึกสะอื้นไว้ได้

อันอี่เจ๋อชำเลืองมองหยดน้ำตาที่เกาะพราวอยู่กับขนตางอนยาวของอีกฝ่าย ถามขึ้นเสียงเข้มลึก : “นี่เธอร้องไห้เพราะอะไร”

ซูเจี๋ยนสะอื้นฮัก กล่าวตอบเสียงแผ่ว : “ผู้ชายคนนี้น่าสงสารเกินไป ทั้งที่หล่อเหลาดูดีมาก แต่กลับต้องตายเร็วขนาดนี้ แม้แต่สะใภ้ก็ยังไม่ทันหาให้ครอบครัวด้วยซ้ำ ฉันรู้สึกเสียใจไปกับเขา”

เห็นได้ชัดว่าอันอี่เจ๋อไม่เชื่อถือคำตอบประเภทนี้ เขาถามขึ้นอีกครั้ง : “เธอไม่รู้จักเขามาก่อนจริงๆ เหรอ”

ซูเจี๋ยนพูดปดด้วยใบหน้าใสซื่อจริงใจ : “ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุ ฉันไม่เคยรู้จักเขามาก่อนจริงๆ”

อันอี่เจ๋อแค่นเสียงออกมาเบาๆ : “ไม่ใช่เธอบอกว่าจำอะไรไม่ได้เลยหรอกเหรอ แล้วเธอจะรู้ได้ยังไงว่าเธอเคยรู้จักเขามาก่อนรึเปล่า”

รู้อย่างนี้แล้วนายจะมาถามฉันทำไมอีก! ซูเจี๋ยนก่นด่าอย่างโมโหโทโสอยู่ในใจ ลอบชูนิ้วกลางให้อีกฝ่ายอย่างเงียบงัน

ตรงข้ามกับอันอี่เจ๋อที่จ้องมองเขาแน่วนิ่ง จ้องเอาๆ อยู่อย่างนั้นเป็นนาน แล้วจู่ๆ ก็ยื่นนิ้วมาปาดเช็ดน้ำตาออกจากพวงแก้มให้เขาอย่างนุ่มนวล

“พวกผู้หญิงนี่เจ้าน้ำตาจริงๆ”

รอจนตระหนักได้ว่าเมื่อครู่อันอี่เจ๋อเพิ่งปาดเช็ดน้ำตาให้เขาไป ซูเจี๋ยนก็รู้สึกเหมือนมีเสียงระเบิดดังก้องในหัว

แม่งเหอะ! ต้องมาถูกไอ้ศัตรูหัวใจบัดซบนี่เช็ดน้ำตาให้ด้วยท่าทางเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกแบบนี้ ให้ฉันตายไปอีกรอบให้มันรู้แล้วรู้รอดเลยเถอะ!

ในใจของซูเจี๋ยนมีแต่ความขุ่นแค้นโศกสลดอย่างไร้ขีดจำกัด ทว่าเบื้องหน้ากลับแสดงออกมาได้เพียงความขมขื่นทุกข์ตรมตามประสาหญิงสาว ผลลัพธ์ที่ได้คือความขุ่นเคืองที่แสดงออกมาครั้งนี้ สภาพที่เผยให้เห็นก็คือ ซูเจี๋ยนคนงามที่ไม่เพียงแต่มีดวงตาแดงก่ำ แม้กระทั่งใบหูน้อยๆ ก็แดงฉานไปด้วยแล้ว

จนถึงตอนที่อันอี่เจ๋อกำลังจะมาอุ้มเขาลงไป ความขุ่นแค้นโศกสลดของซูเจี๋ยนก็พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด แม้ว่าก่อนหน้านี้อันอี่เจ๋อจะโอบเอวเขาพาขึ้นลงเช่นกัน แต่เมื่อครู่สิ่งที่ในใจเขากำลังกังวลและตึงเครียดก็มีเพียงเรื่องที่จะได้พบเจอครอบครัวแล้วก็ซากร่างของตัวเอง ดังนั้นจึงไม่ได้สนใจเรื่องรอบตัวเลยแม้แต่น้อย ทว่าหลังจากได้สติกลับคืนมาแล้วแบบนี้ เมื่อค้นพบว่าอันอี่เจ๋อกำลังจะอุ้มเขาขึ้นมาในอ้อมแขน ซูเจี๋ยนก็ตื่นตระหนกหวาดผวาไปในฉับพลัน

“ฉัน ฉันว่าฉันไปเองดีกว่า!”

“แน่ใจนะว่าเธอไปเองได้”

“ได้!”

ซูเจี๋ยนอาศัยอันอี่เจ๋อช่วยพยุงกาย แล้วจึงดิ้นรนลุกขึ้นยืน จากนั้นก็ค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ ทว่าเพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็ก้าวขาไม่ออกแล้ว

เวรเถอะ! ทางนี่มันยาวขนาดนี้ได้ยังไง!

ซูเจี๋ยนขะมักเขม้นคำนวณพลังงานที่ต้องใช้และท่วงท่าที่จะขยับตัวต่อไปอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อจะได้ไม่ต้องล้มทรุดลงตอนก้าวขาให้อับอายขายขี้หน้า ยังไม่ทันได้ตั้งตัว จู่ๆ ก็รู้สึกเบาหวิวไปทั้งร่าง ถูกคนอื่นยกเอวอุ้มขึ้นมาเสียแล้ว

จวบจนตระหนักได้ว่าตัวเองถูกอันอี่เจ๋ออุ้มขึ้นมาด้วยท่วงท่าอุ้มเจ้าสาวในตำนาน ความรู้สึกในใจซูเจี๋ยนก็ทะลุขีดจำกัดของคำว่าขุ่นแค้นโศกสลดไปไกลแล้ว : “ปล่อยฉันลง! ปล่อยฉันลง! ฉันจะเดินเอง!”

“ตะโกนอีกทีฉันจะโยนเธอลงไป”

ถูกวางลงอย่างนุ่มนวลกับถูกโยนโครมลงไปอย่างไร้ปราณีนั้นย่อมเป็นสองทางที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ซูเจี๋ยนจึงเลือกปิดปากฉับอย่างชาญฉลาด

หลังจากนั้นก็ได้แต่คร่ำครวญกระซิกๆ อยู่ในใจ : ถึงขนาดต้องมาถูกไอ้เจ้าศัตรูหัวใจนี่ยกอุ้มขึ้นมาด้วยท่าเจ้าสาวแบบนี้แล้ว ไม่สู้ให้ฉันตายไปอีกรอบให้มันจบๆ ไปเลยเถอะ!

 

——————

แฟนเพจ ‘Akanirawan’ https://bit.ly/3gBu94T

ได้รับลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top