ขนาดตัวอักษร

YC บทที่ 18 คนขี้ขลาดเป็นยังไงงั้นหรือ2

 47 Views

YC บทที่ 18 คนขี้ขลาดเป็นยังไงงั้นหรือ2

 

พวกผู้อาวุโสเหล่านั้นรีบร้อนหมุนตัวและเดินจากไปทันที

 

ในเวลานี้เมื่อผู้เฒ่าตระกูลเย่มองเห็นเย่ฉวน สีหน้าก็พลันเย็นชาลงทันที “เจ้าอย่าโง่ไปหน่อยเลยน่ะ! รีบเข้าไปข้างในได้แล้ว!”

 

เมื่อได้ยินดังนั้น คิ้วสีดำเรียวงามของอันหลานซิ่วก็ขมวดมุ่นในทันใด

 

เย่ฉวนมองไปที่ผู้เฒ่าตระกูลเย่และกล่าวว่า “นี่ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของท่าน!”

 

ตอนนี้เขาและผู้เฒ่าตระกูลเย่ไม่สามารถเข้ากันได้เหมือนน้ำกับไฟ ดังนั้นเย่ฉวนจึงไม่สนใจว่าเวลานี้ผู้เฒ่าตระกูลเย่จะรู้สึกอย่างไร

 

ใบหน้าของผู้เฒ่าตระกูลเย่มืดมนลงทันใด เมื่อได้ยินประโยคสนทนาเหล่านี้ อันหลานซิ่วที่ยืนอยู่ด้านข้างเขาก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย “เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ?”

 

เมื่อมองไปยังอันหลานซิ่ว ผู้เฒ่าตระกูลเย่ก็มีท่าทีสงบลง “มีเรื่องราวบางอย่างที่คุณหนูอันอาจจะยังไม่รู้ แต่เดิมแล้วเย่ฉวนผู้นี้เคยเป็นผู้สืบทอดคนเก่าของตระกูลเย่ แต่ด้วยความเอาแต่ใจและดื้อดึง มิหนำซ้ำความรู้ความสามารถในการต่อสู้ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยโดยปกติเพียงนิดหน่อยเท่านั้น แน่นอนว่าเขาย่อมมิอาจแบกรับหน้าที่ความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับความยิ่งใหญ่นี้ได้ดังนั้นเขาจึงถูกปลดจากตำแหน่ง แต่กระนั้นข้าก็ยังคาดไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะยังเจ็บแค้นเคืองโกรธเรื่องราวในวันวาน ถึงขนาดที่ต้องการ…”

 

อันหลานซิ่วกล่าวแทรก “หากเจ้าว่าเขาเป็นคนหยิ่งผยองและยโสโอหัง ข้าจะไม่ว่ากล่าวอันใด แต่เจ้ากลับบอกว่าความรู้ความสามารถของเขาสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนปกติเพียงเล็กน้อยเท่านั้นหรือ?”

 

ผู้เฒ่าตระกูลเย่ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ “แน่นอนว่าเป็นเช่นนั้น ถึงแม้ว่าปีนี้เย่ฉวนจะมีอายุสิบแปดปี แต่ถึงอย่างนั้นพลังก็เพิ่งจะบรรลุถึงแค่ลำดับที่ห้า ขั้นแสวงหาเท่านั้น ความสามารถแค่นี้นั้นมินับว่าน่าสงสารหรอกหรือ”

 

อันหลานซิ่วมองด้วยความแปลกใจแล้วคิดในใจ “เขาเป็นผู้ฝึกฝนกระบี่และสำเร็จกายาซ่อนเร้นเลยนะ! ทั้งหมดนี้ก็คือความสามารถที่ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรเลยงั้นเหรอ?”

 

อันหลานซิ่วมองไปที่เย่ฉวนและไม่ได้กล่าวอะไรออกมา  เห็นได้ชัดว่านางพบถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ปกติระหว่างตระกูลเย่และเย่ฉวนแล้ว

 

ในเวลานี้ผู้เฒ่าตระกูลเย่ก็กล่าวขึ้นอีกครั้ง “คุณหนูอันยังมิรู้ว่าเจ้าคนผู้นี้นั้นไม่ต้องการที่จะเห็นเย่หลางอยู่ในตำแหน่งทายาทผู้สืบทอดตระกูลเย่ถึงขนาดนัดท้าประลองชี้เป็นชี้ตายภายในเดือนนี้ หากจะให้กล่าวแล้วก็เหลือเวลาอีกเพียงสองวันเท่านั้น ถ้าคุณหนูอันไม่มีภารกิจอันใด ท่านก็สามารถอยู่ที่เมืองชิงต่ออีกสักสองสามวันเพื่อรอชมการประลองนี้ได้!”

 

อันหลานซิ่วมองไปที่ผู้เฒ่าตระกูลเย่ จากนั้นก็มองสลับไปที่เย่ฉวน นางบอกได้แค่ว่านี่เป็นความสัมพันธ์ในตระกูลที่ประหลาดมาก!

 

ในเวลานี้เย่หลางก็ปรากฏตัวออกมาและเดินตรงไปที่อันหลานซิ่ว เขาประสานหมัดสองมือเพื่อแสดงความเคารพ “คุณหนูอัน!”

 

อันหลานซิ่วพินิจพิจารณาเย่หลาง ไม่นานนักสองคิ้วบนใบหน้างามก็ยับย่น!

 

“เจ้าคือผู้ที่ถูกเลือกใช่หรือไม่?”

 

ผู้ที่ถูกเลือกนั้นคือผู้ที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้วอย่างน้อยในระดับหนึ่ง แต่ต้องกลับชาติมาเกิดเพื่อวางรากฐานแห่งจิตวิญญาณต่อไปเนื่องจากอายุขัยเดิมได้หมดลง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีความสามารถที่แท้จริงจะดูถูกคนประเภทนี้เป็นอย่างมาก

 

มีเพียงคนไร้ความสามารถถึงยอมกลับชาติมาเกิดใหม่เพื่อทำเช่นนั้นพวกเขาเป็นแค่ผู้ยอมแพ้ต่อโชคชะตา

 

นางมาที่เมืองชิงแห่งนี้เพราะมีใครบางคนได้ดึงดูดนิมิตแห่งสวรรค์และโลกมาที่นี่ ไม่ใช่เพราะว่าเย่หลางคือคนที่ถูกเลือกเสียหน่อย

 

คนที่สามารถดึงดูดนิมิตแห่งสวรรค์และโลกมาได้นั้นทำให้นางรู้สึกสนใจขึ้นมาเล็กน้อย!

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้พบกับเย่หลาง นางก็ถึงกับผิดหวัง!

 

เย่หลางนั้นได้เก็บซ่อนพลังที่แท้จริงไว้ หากดูเพียงผิวเผิน จะเห็นเป็นภาพลวงตาคล้ายกับฟองสบู่ ถึงแม้ว่ามันจะเยี่ยมยอดมาก แต่ทว่านางก็ไม่ได้สนใจ

 

ในทางตรงกันข้าม นางค่อนข้างสนใจเย่ฉวนมากกว่าเพราะว่าเขามีรากฐานที่มั่นคง แถมยังไม่ได้แย่ไปกว่านางมากนัก ยิ่งไปกว่านั้นคือชายหนุ่มคนนี้ก็ยังสำเร็จวิชากายาซ่อนเร้น และเป็นผู้ฝึกฝนกระบี่อีกด้วย

 

ในตอนนี้อันหลานซิ่วมองไปที่เย่ฉวน “อีกสองวันต่อมา ข้าจะกลับมาหาเจ้า!”

 

เมื่อกล่าวจบ นางก็กระโดดขึ้นหลังม้าและตั้งท่าจะจากไป

 

เมื่อเห็นดังนั้นแล้ว ทุกคนในตระกูลเย่ต่างก็ตกตะลึง

 

“เกิดอะไรขึ้น?”

 

แม้แต่เย่หลางก็ยังตกใจ

 

“นางจะจากไปทั้งอย่างนี้เลย?”

 

เมื่อมาถึงจุดนี้ผู้เฒ่าตระกูลเย่ก็รู้สึกตัว เขารีบร้อนเดินไปที่ข้างหลังอันหลานซิ่วและคำนับเล็กน้อย “คุณหนูอัน ไม่ใช่ว่าท่านมาถึงที่นี่เพื่อท้าดวลกับเย่หลางหรอกหรือ?”

 

บนหลังม้า อันหลานซิ่วกล่าวตอบโดยไม่หันหลังกลับมามอง “เขาไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ!”

 

หลังจากนั้นนางก็ควบม้าและหายไปจากสายตาของทุกคนในคฤหาสน์ตระกูลเย่

 

คล้อยหลังอันหลานซิ่วไปแล้ว ทุกคนยังอยู่ในอาการตกตะลึง โดยเฉพาะเย่หลางที่มีสีหน้าเหมือนเพิ่งกลืนของอัปมงคลลงไปอย่างไรอย่างนั้น!

 

ถูกเมิน!

 

นับตั้งแต่มีชื่อเสียงโด่งดัง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกเมิน!

 

“ข้าจะไม่ทน!”

 

ท่ามกลางสายตาของทุกคนเย่หลางก็รีบปลีกตัวออกไปทันที การแสดงออกของผู้เฒ่าตระกูลเย่เปลี่ยนไป แต่ก็สายเกินไปแล้วที่จะหยุดเย่หลาง ขณะนั้นอันหลานซิ่วพลันหยุดม้าในทันที จากนั้นนางก็ควงหอกยาวหันกลับมาและพุ่งตรงไปที่เย่หลาง

 

แรงกดดันที่มองไม่เห็นบังคับให้เย่หลางต้องหยุดเดิน!

 

ท่าทางของเย่หลางเปลี่ยนไปอย่างมาก “นี่คือศาสตร์แห่งหอกงั้นหรือ!”

 

“ศาสตร์แห่งหอก!”

 

เย่หลางมองไปที่อันหลานซิ่วด้วยความหวาดกลัว สองตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “แปลว่านางเข้าถึงศาสตร์แห่งหอกได้ตั้งแต่อายุยังน้อยหรือนี่?”

 

เมื่อเห็นเย่หลางหยุด อันหลานซิ่วก็วางหอกลง “ถ้าเจ้าไม่หยุดและเข้ามาโจมตีข้า ข้าจะพอเห็นค่าเจ้าบ้าง แต่น่าเสียดายที่ไม่เป็นเช่นนั้น ดังนั้นข้าจึงไม่แปลกใจเลยที่เจ้าต้องกลับชาติมาเกิดเพื่อวางรากฐานแห่งจิตวิญญาณเสียใหม่ เจ้านี่ช่างน่าสงสารนัก”

 

หลังจากนั้นนางก็ทอดสายตาไปที่คฤหาสน์ตระกูลเย่ซึ่งเย่ฉวนและน้องสาวถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว นางส่ายศีรษะเล็กน้อย “เหล่าผู้อาวุโสตระกูลเย่นั้นช่างโง่เขลาเสียจริง!”

 

ทันทีที่นางหยุด นางก็พุ่งตัวออกไป

 

เย่หลางกำหมัดแน่น สีหน้าบิดเบี้ยวน่าเกลียดจนดูไม่ได้

 

เย่ฉวนกลับไปที่ลานบ้านพร้อมกันกับเย่หลิง สำหรับเย่หลาง ผู้เฒ่าตระกูลเย่ หรือคนอื่น ๆ นั้นเขาไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย ตอนนี้ชายหนุ่มเพียงต้องการให้การฝึกฝนและเรื่องของน้องสาวเป็นไปด้วยดี จากนั้นเขาจะรอคอยนัดล้างตาอย่างเงียบๆ ในอีกสองวันถัดมาหลังจากนั้นเขาก็สามารถพาน้องสาวไปยังเมืองหลวงได้แล้ว!

 

“พี่ชาย พี่สาวคนที่เราเห็นเมื่อสักครู่เป็นคนสวยมาก ๆ เลย!”

 

เมื่อเข้ามาในห้อง เย่หลิงก็กล่าวขึ้นทันที

 

เย่ฉวนมองไปที่เย่หลิงและอมยิ้ม “ในวันหน้าเมื่อเจ้าโตขึ้นก็จะสวยเหมือนกัน!”

 

มันเป็นเรื่องจริง หน้าตาและรูปลักษณ์ภายนอกของเย่ฉวนไม่ได้แย่ และน้องสาวของเขาก็เป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารัก ดังนั้นเมื่อเติบโตขึ้นนางจึงควรจะเป็นสตรีที่งดงามมากคนหนึ่งแน่นอน

 

เย่หลิงรู้สึกพอใจมากและส่งยิ้มหวาน

 

เมื่อเย่หลิงผู้เป็นน้องสาวนอนหลับนอนหลับสนิท เย่ฉวนก็กลับไปที่หอคอยแห่งเรือนจำ

 

เย่ฉวนกล่าวเสียงทุ้ม “ท่านผู้อาวุโส ก่อนหน้าสตรีผู้นั้นสามารถมองเห็นกายาซ่อนเร้นของข้าได้แล้ว ไม่ใช่ท่านเคยบอกว่าไม่มีใครฝึกฝนกายาซ่อนเร้นมาก่อนหรอกหรือ?”

 

หลังจากเงียบไปพักหนึ่ง สตรีลึกลับก็กล่าวขึ้น “กายาซ่อนเร้นของเจ้านั้นต่างจากคนอื่น”

 

เย่ฉวนนิ่งงันไปเล็กน้อยก่อนจะถามขึ้นอย่างรวดเร็ว “อะไรหรือที่แตกต่าง?”

 

สตรีลึกลับพลันกล่าว “มันเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับผู้อื่นที่จะฝึกฝนกายาซ่อนเร้น แต่สำหรับเจ้าแล้วมันจะมีแต่ความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน!”

 

เย่ฉวนงงงวยเป็นอย่างมาก “เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น”

 

สตรีลึกลับกล่าวตอบ “นั่นเพราะว่าสิ่งที่พวกเขาฝึกฝนก็คือพลัง แต่กับเจ้ามันคือ กล้ามเนื้อ กระดูกแขนขา และร่างทั้งร่างของเจ้า เจ้าเข้าใจหรือไม่?”

 

เย่ฉวนสิ้นคำพูด “…”

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top