ขนาดตัวอักษร

บทที่ 10 พื้นฐานที่ดี

 135 Views

บทที่ 10 พื้นฐานที่ดี

แม่โจวรู้สึกทุกข์ใจในเรื่องนี้มาโดยตลอด อันที่จริงแล้วเสื้อผ้าที่ต้าหวาเอ้อร์หวาและซานหวาสวมใส่อยู่นั้น ล้วนเป็นชุดของเมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นพวกเขาทำชุดยาวกว่าปกตินิดหน่อย ทำให้สามารถสวมมันมาได้จนถึงตอนนี้

 

ในตอนนั้นผู้ที่ตัดเย็บชุดให้ก็คือสะใภ้สาม และด้วยเหตุนี้ โจวต้าหวาจึงเรียกเด็กในท้องของสะใภ้สามว่าน้องชาย…

 

ต้องบอกเลยว่าเด็กคนนี้เจ้าเล่ห์มาก

 

“แต่ตอนนี้สะใภ้สามก็ท้องใหญ่มากแล้ว” แม้ว่าจะทุกข์ใจแทนหลานชายทั้งสาม แต่แม่โจวก็ยังลังเล

 

“อีกกี่เดือนคลอด?” หลินชิงเหอถาม

 

“อีกสองเดือน” แม่โจวตอบ

 

“งั้นแม่ก็ลองกลับไปถามสะใภ้สามดู ว่าเธอตกลงหรือไม่ ถ้าหากว่าเธอตกลง ฉันจะมอบน้ำตาลทรายแดง 1 กก.ให้เธอไว้ใช้บำรุงร่างกายในช่วงอยู่เดือน” หลินชิงเหอพูด

 

“น้ำตาลทรายแดง? เธอไปเอาน้ำตาลทรายแดงมาจากไหน?” แม่โจวหลุดปากถามออกมา

 

“ขอแค่มีเงินก็หาซื้อน้ำตาลทรายแดงได้แล้ว” หลินชิงเหอเลิกคิ้วสูงขณะตอบกลับ

 

เมื่อได้ยินแบบนั้น แม่โจวก็เข้าใจว่าสะใภ้สี่ต้องได้มาจากตลาดมืดแน่ๆ

 

หลินชิงเหอรู้ดีว่านิสัยของเจ้าของร่างเดิมเป็นยังไง เธอจึงยื่นโจวซานหวาให้แม่โจวอุ้ม แล้วก็พูดว่า “แม่ป้อนข้าวซานหวาไปก่อนนะ ฉันจะเข้าไปหยิบน้ำตาลทรายแดงมาให้”

 

ในเวลานี้น้ำตาลทรายแดงเป็นของหายาก โดยเฉพาะสะใภ้สามที่กำลังจะคลอดในไม่ช้า แน่นอนว่าสินค้าชนิดนี้คือสินค้าที่ขาดตลาด

 

หลินชิงเหอกลับเข้าไปในห้องนอน จากนั้นก็หยิบน้ำตาลทรายแดง 1 กก.ออกมา ในมิติของเธอมีน้ำตาลทรายแดงเพียงแค่ 10 กก. เท่านั้น ไม่นับว่ามากอะไรเลย

 

น้ำตาลทรายแดง 1 กก.ถูกบรรจุไว้ในขวดโหลสะอาด ปริมาณของมันไม่น้อยเลย แถมยังเป็นน้ำตาลทรายแดงคุณภาพชั้นยอดอีกด้วย

 

“แม่ลองดูสิ” หลินชิงเหอยื่นขวดน้ำตาลทรายแดงให้แม่สามีดู

น้ำเสียงที่เป็นทางการของเธอทำให้แม่โจวแสดงสีหน้าแปลกๆ ออกมา เธอมองอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบกลับอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ว่า “ฉันจะกลับไปถามให้”

 

“ได้” หลินชิงเหอพยักหน้าแล้วชี้ไปที่โจ๊ก “แม่ทานโจ๊กบำรุงร่างกายสักหน่อยเถอะ” ถ้าหากไม่กิน ก็เท่ากับพลาดแล้วพลาดเลยนะ!

 

ถ้าหากเธอแสดงสีหน้ากตัญญูออกมา ในใจของแม่โจวก็คงลุกลี้ลุกลนไม่ยอมกินข้าวแน่ๆ แต่ถ้าเห็นท่าทางเหมือนจำยอมของเธอแล้วละก็ แม่โจวก็คงคิดว่าในฐานะที่ฉันเป็นแม่สามี ฉันกินข้าวของเธอสักหน่อยจะเป็นอะไรไป?

 

ดังนั้นแม่โจวจึงทานโจ๊กหมูใส่ไข่ถ้วยนั้นจนเกลี้ยง ทั้งรสชาติและกลิ่นมันดีจริงๆ

 

จากนั้นก็ถือขวดโหลที่ใส่น้ำตาลทรายแดงกลับบ้านไป

 

“แม่ แม่จะตัดชุดให้พวกเราจริงๆ เหรอ?” โจวต้าหวาดวงตาเป็นประกายขึ้นมา

 

“ขวดโหลน้ำตาลทรายแดงใหญ่มาก” โจวเอ้อร์หวากลับสนใจเรื่องนี้

 

ส่วนโจวซานหวา หลังจากที่เขาทานอิ่มแล้ว เขาก็นั่งเล่นเงียบๆ อยู่ในลานบ้าน ขณะที่หลินชิงเหอก็เริ่มลงมือทานข้าว “พวกลูกจะได้กันคนละชุด ถ้ามากกว่านี้คงจะไม่ได้ ส่วนน้ำตาลทรายแดง เพื่อให้เขาทำชุดด้วยความระมัดระวัง จำต้องกัดฟันจ่าย”

 

แม้จะได้รับทักษะฝีมือมาจากเจ้าของร่างเดิม แต่เธอก็ไม่รู้วิธีทำเสื้อผ้าให้กับเด็ก บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเจ้าของร่างเดิมยึดตัวเองเป็นหลักมากเกินไป ดังนั้นนอกจากการตัดเย็บชุดสำหรับผู้หญิง อย่างอื่นเธอก็ไม่สนใจ…

 

“ถ้าแม่เย็บชุดด้วยตัวเอง คงไม่ต้องเสียน้ำตาลทรายแดงให้ป้าสะใภ้สามหรอก” เอ้อร์หวายังคงครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

หลินชิงเหอถลึงตาใส่แล้วพูดว่า “ก็ถ้าไม่ต้องทำชุดให้ลูก แม่ก็คงไม่เสียน้ำตาลทรายแดงขวดนั้นไป! ”

 

ประโยคเดียว ทำเอาเอ้อร์หวารีบหุบปากให้สนิท

 

หลินชิงเหอยังไม่คุ้นเคยกับเขา เมื่อกินโจ๊กของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ “รองเท้าของลูกก็ต้องเปลี่ยนใหม่เช่นกัน แม่จะให้คนทำรองเท้าใหม่ให้ เฮ้ออออ ถ้ามีลูกสาวก็คงช่วยงานได้มากกว่านี้ พวกเจ้าล้วนเป็นลูกชาย แม่ไม่หวังให้พวกเจ้ามาช่วย เกิดมาเป็นลูกชายก็เหมือนเจ้าหนี้ชาติที่แล้วตามมาทวงหนี้นั่นแน่”

 

ตอนที่พูดประโยคนี้ออกมา แม่โจวก็เพิ่งย้อนกลับมาเช่นกัน เธอทำสีหน้าแปลกๆ ออกมา สะใภ้สี่จอมขี้เกียจคนนี้ อยากจะมีลูกสาวเพื่อใช้ทำงานบ้านแทนตัวเอง

 

“สะใภ้สามตอบตกลง” แม่โจวเดินเข้ามาแล้วพูด

 

“ฉันกินข้าวเสร็จแล้ว แม่รอเดี๋ยวนะ ฉันจะเข้าไปหยิบผ้าฝ้ายมาให้” หลินชิงเหอวางถ้วยและตะเกียบลงบนโต๊ะแล้วพูดขึ้นมา

 

ตอนนี้ก็ปลายเดือนเก้าแล้ว การทำชุดในเวลานี้จึงไม่ถือว่าเร็วเกินไปนัก เกรงว่าประมาณกลางเดือนสิบชุดของสามคนพี่น้องก็คงเสร็จพอดี เมื่อถึงตอนนั้นอากาศก็คงเริ่มหนาว วันๆ หนึ่งก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่ให้เตรียมทำชุดตอนนี้แล้วจะให้เตรียมตอนไหน?

 

อีกอย่างท้องของสะใภ้สามก็ใหญ่ขึ้นทุกวันๆ หากช้าไปกว่านี้ก็คงสั่งให้ทำไม่ได้แล้ว

 

หลินชิงเหอเข้าไปหยิบผ้าฝ้ายหนัก 1 กก.ออกมา

 

ผ้าที่ซื้อกลับมาในครั้งนี้ เจ้าของร่างเดิมไม่เพียงแต่จะตัดชุดให้กับตัวเอง แต่ยังหน้าใหญ่วางแผนจะส่งชุดกลับไปที่บ้านเดิมอีกด้วย ความจริงแล้วผ้าฝ้าย 1 กก.นี้นางเตรียมไว้เพื่อที่จะตัดชุดแล้วส่งให้บ้านเดิม

 

แต่ในเมื่อตอนนี้หลินชิงเหอได้ยึดครองร่างแล้ว ฉะนั้นบ้านเดิมก็อย่าหวังว่าจะได้ หากมีโอกาส เธอจะเอาโค้ททหารของโจวชิงป๋ายที่ส่งไปให้บ้านเดิมกลับคืนมา!

 

แทนที่จะตัดชุดให้ตัวเองและคนบ้านสกุลหลิน ไม่สู้ตัดเสื้อหนาวสามชุดให้เด็กๆ ไม่ดีกว่าหรือ โจวต้าหวาอาจจะต้องใช้ผ้าเยอะหน่อย เพราะต้องเผื่อความยาวไว้ ปีหน้าเมื่อเขาโตขึ้นชุดจะได้ไม่สั้นเต่อจนน่าเกลียด

 

โจวเอ้อร์หวาก็เช่นกัน แต่อันที่จริงแล้วโจวซานหวาไม่จำเป็นต้องตัดชุด รอรับชุดเก่าของพี่ชายทั้งสองคนอีกทีก็ได้ แต่ในเมื่อคิดจะทำแล้ว ก็ทำให้ครบทั้งสามคนจะดีกว่า

 

อย่างไรเสียเธอก็ไม่ได้ลงมือทำ อย่างมากก็แค่ขยับปากเท่านั้น

 

ในฐานะตัวประกอบที่แล้วทิ้งอย่างเธอ เธอก็จะทำตามอำเภอใจเช่นนี้แหละ!

 

แม่โจวคิดไม่ถึงเลยว่าสะใภ้สี่จะได้ผ้าฝ้ายคุณภาพดีมามากมายขนาดนี้ แถมยังสั่งตัดชุดให้กับลูกชายทั้งสามคนไม่ใช่ตัวเองอีกด้วย

 

เรื่องนี้ได้สร้างความสบายใจให้กับแม่โจวเป็นอย่างมาก ดังนั้นเธอจึงอดพูดออกมาสักคำไม่ได้ว่า “ตอนนี้พวกต้าหวาอาจจะยังเด็ก แต่ผ่านไปไม่กี่ปีก็พากันโตเป็นหนุ่มแล้ว เมื่อถึงตอนนั้นก็ต้องใช้เงินแต่งเมีย…”

 

“แม่วางใจเถอะ ฉันมีคิดไว้แล้วล่ะ” หลินชิงเหอพูดตัดบทขึ้นมา

 

แม่โจวชะงักไปเล็กน้อย ในใจยังคงคิดว่า ‘เข้าใจ? เธอจะเข้าใจอะไร? มีบ้านไหนบ้างที่ไม่รัดเข็มขัดตัวเอง เธอดูตัวเองสิ บ้านอื่นแค่กินโจ๊กเปล่าก็นับว่าหรูหรามากแล้ว แต่เธอทั้งใส่เนื้อหมูและไข่ไก่ลงไป นี่ต้องใช้เงินมากแค่ไหน?’

 

อย่างไรก็ตามเจ้าของร่างเดิมก็มีพื้นฐานที่ดี ดังนั้นแม่โจวจึงหยุดพูดแล้วนำผ้าฝ้ายเหล่านั้นกลับบ้านไป

 

เมื่อแม่โจวเดินออกไปแล้ว หลินชิงเหอก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

 

การต้องมารับมือกับแม่โจวแบบนี้ เธอไม่ถนัดเลยจริงๆ แต่จากท่าทีในวันนี้ ดูเหมือนว่าแม่โจวจะปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมของเธอได้เป็นอย่างดี?

 

ว้าวเจ้าร่างเดิม เธอทำได้ดีจริงๆ

 

หลินชิงเหอนึกขอบคุณอยู่ในใจ เนื่องจากพื้นเพของเจ้าของร่างเดิมชอบทำอะไรเกินเลย ตอนนี้ถึงแม้ว่าเธอจะทำอะไรเกินเลยไปบ้างก็ไม่นับว่าแปลกตาไปจากเดิม

เมื่อรู้สึกอารมณ์ดี เธอก็อุ้มโจวซานหวาขึ้นมาจูบหยอกเขา ทำให้โจวซานหวาหัวเราะคิกคักออกมา

 

โจวต้าหวาและโจวเอ้อร์หวาเห็นแบบนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะมองหลินชิงเหอตาแป๋ว ก่อนที่เธอจะก้มลงไปจูบหน้าผากพวกเขาคนละที

 

โจวต้าหวาหน้าแดงก่ำ ก่อนจะตะโกนออกมาอย่างรีบร้อนว่า “ผมไปเล่นก่อนนะ!” จากนั้นก็วิ่งออกจากบ้านไปทันที

 

โจวเอ้อร์หวาก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน เขารีบวิ่งตามพี่ชายไปติดๆ

 

หลินชิงเหอไม่ได้สนใจพวกเขา ถึงแม้ว่าเธอจะแบ่งโจ๊กให้แม่โจวไปถ้วยหนึ่ง แต่ในกระทะก็ยังเหลือโจ๊กพอสำหรับอีกถ้วย ดังนั้นเธอจึงตักส่วนที่เหลือออกมา

 

แล้วนำถ้วยและกระทะไปล้าง จากนั้นก็เตรียมผ้าไว้ให้ลูกลิงเช็ดเท้าเมื่อกลับมา

 

แม่โจวนำผ้าฝ้ายกลับมาที่บ้าน

 

อันที่จริงนี่ก็เป็นเวลาเลิกงานแล้ว แต่คนในบ้านโจวก็ยังไม่มีใครกลับมาเลย และตอนนี้ก็เป็นเวลา 5 โมงเย็นแล้ว แม่โจวทำงานติดต่อกันมาสามวันแล้ว วันนี้เธอจึงหยุดงานเพื่อพักผ่อน อีกทั้งคนในบ้านก็มีเยอะมาก ฉะนั้นแม้ว่าเธอจะหยุดงานครึ่งวันก็ไม่มีปัญหาอะไร

 

ส่วนสะใภ้สามที่ท้องแก่ก็รับหน้าที่คอยทำอาหารที่บ้าน แน่นอนว่าสะใภ้ที่อายุครรภ์น้อยกว่าก็คอยเป็นลูกมือช่วยสะใภ้สามทำอาหาร แต่เนื่องจากวันนี้แม่โจวหยุดงาน เธอจึงทำหน้าที่นี้แทนลูกสะใภ้ มิฉะนั้นสะใภ้ใหญ่กับสะใภ้สามคงต้องรับหน้าที่ดูแลบ้าน

 

เมื่อเห็นแม่โจวถือผ้าฝ้ายกลับมา สะใภ้สามก็แสดงสีหน้าอิจฉา แต่ไม่นานความอิจฉาก็หายไป เมื่อลองกะความยาวของผ้าฝ้ายเหล่านั้น ในใจของเธอเต็มไปด้วยความยินดีขณะกล่าวว่า “แม่ น้องสะใภ้สี่ต้องการให้ฉันตัดชุดให้ลูกชายของเธอคนละชุดใช่ไหม? แล้วส่วนที่เหลือก็ยกให้ฉัน? ”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top