ขนาดตัวอักษร

YC บทที่ 16 ผู้เยี่ยมยุทธ์! 2

 51 Views

YC บทที่ 16 ผู้เยี่ยมยุทธ์! 2

 

ผู้เฒ่าตระกูลเย่ไม่ว่ากล่าวอะไรอีก แต่เมื่อสองมือนั้นได้กุมมือของเย่หลางไว้สีหน้าจึงค่อยดูดีขึ้นมา

 

เย่หลางยิ้ม ก่อนจะกล่าวว่า “ข้ารู้ว่ามันทำตัวยโสโอหังจนน่าฆ่าให้ตายนัก แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ถึงเวลา…อีกสองวันถัดมา รบกวนท่านแจ้งให้ทุกคนในเมืองชิงช่วยมาดูการประลองนี้ด้วย ข้าต้องการเอาชนะมันและสร้างชื่อให้กับตัวเอง!”

 

เมื่อได้ยินดังนั้นผู้เฒ่าตระกูลเย่ก็ขมวดคิ้ว “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

 

เย่หลางคลี่ยิ้ม “หากท่านต้องการดึงความสนใจจากกองกำลังภายนอกบนภูเขานั่น ก่อนอื่นก็ต้องมีชื่อเสียงเสียก่อน เย่ฉวนจะเป็นหินก้อนแรกให้ข้าเหยียบขึ้นไป เมื่อข้าก้าวผ่านมันไปได้แล้ว ข้าก็จะสามารถสร้างชื่อในเมืองชิง และจากนั้นโอกาสก็จะมาหาข้าเอง!”

 

ผู้เฒ่าตระกูลเย่ดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย “เจ้าพูดถูก กองกำลังเหล่านั้นโดดเด่นเป็นอย่างมาก หากเราไม่เคลื่อนไหวตอนนี้ ต่อไปจะทำอะไรคงยากมากกว่านี้”

 

เย่หลางพยักหน้า “ท่านผู้เฒ่าโปรดมั่นใจ อีกสองวันให้หลัง ข้าจะให้มันต้องตายอย่างอัปยศอดสูเพื่อชำระล้างความเกลียดชังในใจให้ท่านแน่!”

 

ผู้เฒ่าตระกูลเย่พยักหน้าและฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเอ่ยอย่างจริงจัง “ไอ้คนผู้นั้น แม้ว่าจุดตันเถียนจะถูกทำลายไปแล้วแต่เราก็มิอาจมองข้ามความสามารถในการต่อสู้ของมันไปได้ เจ้าจงอย่าประมาท!”

 

เย่หลางมองไปที่ผู้เฒ่าตระกูลเย่พลางส่งยิ้มให้ เขาไม่พูดอะไรแต่ทว่าในใจนึกรังเกียจนัก

 

เขาเห็นกับตาว่าการต่อสู้แบบตัวต่อตัวกับเย่ฉวนนั้นผู้เฒ่าตระกูลเย่เป็นฝ่ายเสียเปรียบ ในความคิดของเขาตอนนี้ไม่ใช่ว่าเย่ฉวนแข็งแกร่งเกินไป แต่ผู้เฒ่าตระกูลเย่อ่อนแอเกินไปต่างหาก!

 

คนในตำแหน่งสูงก็รู้จักแต่วิธีที่จะดื่มด่ำกับความสะดวกสบาย แม้ว่าจะเป็นจอมยุทธ์แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้เฒ่าตระกูลเย่ตอนนี้ก็คือชายชราคนหนึ่งหากยังไม่สามารถบรรลุไปถึงขั้นแยกกายละเอียดออกจากกายหยาบได้!

 

ในใจของเขานั้นไม่ใช่แค่ผู้เฒ่าตระกูลเย่ แต่บรรดาผู้อาวุโสทั้งหมดในตระกูลเขาก็ล้วนเห็นเป็นเพียงชายวัยไม้ใกล้ฝั่งไม่ต่างกัน!

 

เย่หลางดึงความคิดของตัวเองกลับมา เขามองไปยังทิศทางที่เย่ฉวนเพิ่งเดินจากไปเมื่อครู่และหัวเราะเยาะ “นับเป็นเกียรติของเจ้าแล้วที่จะได้กลายมาเป็นก้อนหินให้ข้าเหยียบย่ำ!”

 

 

เย่ฉวนกลับไปที่ห้องและรีบเทเม็ดยาบำรุงจิตวิญญาณออกมาเพื่อป้อนให้กับเย่หลิง

 

เย่ฉวนมองไปที่เย่หลิงด้วยความกังวล ตอนนี้เขารู้สึกอับจนหนทางขึ้นมาเล็กน้อยและกล่าวโทษตัวเองในใจที่หลงลืมเรื่องยาของน้องสาวไปเสียได้!

 

ไม่นานนัก เมื่อรู้ตัวว่าถูกจ้องอยู่ เย่หลิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาทีละน้อย เมื่อเห็นเย่ฉวนนางก็ส่งยิ้มหวาน “พี่ชาย แค่ได้เห็นท่านข้าก็สบายดีแล้ว”

 

เย่ฉวนยิ้ม เขาจับมือเย่หลิงไว้แน่นและถามอย่างอ่อนโยน “เจ้ารู้สึกดีขึ้นหรือยัง?”

 

เย่หลิงพยักหน้าเบา ๆ “ตอนนี้ข้าไม่ค่อยหนาวแล้ว”

 

เย่ฉวนกล่าวอย่างอ่อนโยน “เป็นความผิดข้า ข้าสัญญาว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก ไม่แน่นอน!”

 

เย่หลิงมองไปที่เย่ฉวน ทันใดนั้นน้ำตาก็ไหลลงมา “พี่ชาย ข้าเคยอยากตายเพราะจะได้ไม่เป็นภาระของท่าน แต่ตอนนี้ข้ากลัวที่จะตาย ข้ากลัวว่าถ้าหากข้าตายไปแล้วพี่ชายจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ข้าอยากจะอยู่กับท่านพี่!”

 

ดวงตาของเย่ฉวนเปียกชื้น เขาระบายยิ้มอ่อน “หลิงเอ๋อร์ เจ้าจะไม่เป็นไร แล้วเราสองคนก็จะต้องไม่เป็นอะไรแน่!”

 

เย่หลิงเช็ดน้ำตาบนใบหน้า “ข้า ข้าจะใช้ชีวิตให้ดี แล้วข้า ข้าก็จะอยู่กับพี่ชายตลอดไปเลยด้วย!”

 

เย่ฉวนเหยียดนิ้วก้อยของตัวเองออก และเกี่ยวเข้ากับนิ้วก้อยของเย่หลิง เขาอมยิ้มจากนั้นก็พูดขึ้นว่า “งั้นมาตกลงกัน เราสองคนจะไม่มีใครตายก่อน!”

 

เย่หลิงกลอกตาใส่เย่ฉวน “พี่ชาย เกี่ยวก้อยสัญญามีแต่เด็ก ๆ เขาทำกันหรอกน่ะ!”

 

เย่ฉวนพูดกลั้วหัวเราะ “ในใจพี่ เจ้าก็ยังเป็นเด็กอยู่เสมอนั่นแหละ!”

 

รอยยิ้มกระจ่างสดใสผุดขึ้นบนใบหน้าของเย่หลิงด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง

 

ครั้งนี้เย่ฉวนไม่ได้กลับไปฝึกฝนในทันที แต่ออกไปซื้อของโดยมีเย่หลิงขี่อยู่บนหลัง เมื่อก่อนนางอาศัยอยู่แต่ในคฤหาสน์ตระกูลเย่มาตลอด ดังนั้นจึงไม่ค่อยได้ออกมาวิ่งเล่นข้างนอกมากนัก เย่ฉวนรู้สึกผิดมากในเรื่องนี้! ตอนนี้เขาพอมีเวลาว่างแล้วเลยอยากจะพาน้องสาวออกมาเที่ยวชมธรรมชาติบ้าง

 

สำหรับในใจของเย่ฉวนแล้ว น้องสาวสำคัญที่สุด!

 

เมืองชิงเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีประชากรน้อยกว่า 200,000 คน ดังนั้นถ้าเทียบกับในบรรดาเมืองต่าง ๆ ในแคว้นเจียงแล้ว การมีตัวตนอยู่ของเมืองชิงถือว่าเป็นลำดับท้ายสุด

 

ถึงแม้ว่าจำนวนคนจะไม่มากนัก แต่เมืองชิงก็มีชีวิตชีวามาก มีทั้งการแสดงที่และแผงลอยค้าขายที่หลากหลายและทุกสิ่งที่ต้องการ

 

เมื่อเย่ฉวนและน้องสาวก้าวเท้าออกมานอกคฤหาสน์ ตระกูลเย่ก็ได้ส่งคนติดตามพวกเขามาในทันทีราวกับกลัวว่าทั้งสองคนจะหนีไป! หากว่ากันตามจริงแล้ว ผู้เฒ่าตระกูลเย่ไม่มีทางยอมปล่อยให้เย่ฉวนได้ลอยนวลไปแน่

 

เย่ฉวนไม่สนใจคนพวกนั้น และยังปล่อยให้เดินตามมาหากไม่ก่อปัญหาอะไร

 

“พี่ชาย ข้าเดินเองได้!”

 

“เหลวไหล ร่างกายยังอ่อนแออยู่แล้วเจ้าจะเดินเองได้อย่างไร ให้ข้าแบกเจ้าต่อไปอีกสักพัก…”

 

“ฮืมมม ก็ได้…”

 

เย่ฉวนพาเย่หลิงเที่ยวชมเกือบจะรอบเมือง พอตกค่ำ เหล่าพี่น้องคนอื่น ๆ ก็เดินทางกลับคฤหาสน์ตระกูลเย่เช่นกัน แต่เมื่อพวกเขากำลังจะก้าวผ่านประตูเข้าไป สตรีผู้หนึ่งก็ขี่ม้าพรวดพราดเข้ามาด้วยความเร็ว

 

หญิงสาวผู้นั้นสวมเสื้อคลุมสีขาวสะอาดสะอ้าน ในมือถือหอกยาวสีเงินส่องประกายแวววาวเหมือนดวงดาวที่เย็นยะเยือก

 

นางดูสง่างามและมีเครื่องหน้ารวมถึงลักษณะองคาที่ละเอียดอ่อน แต่ที่โดดเด่นมากที่สุดคือใบหน้ารูปไข่ห่านและดวงตาแหลมคมราวกับนกฟีนิกซ์ เย่ฉวนไม่เคยพบเห็นสตรีที่งดงามเช่นนี้มาก่อน นางงดงามมากถึงขนาดที่ว่าหากได้ยลโฉมสักครั้งแล้วจะต้องจดจำไปตลอดชีวิต!

 

เมื่อสตรีผู้นั้นเข้ามาในเมือง สายตาจากฝูงชนทั้งหลายต่างจับจ้องไปที่นาง

 

นางคือโฉมงามดั่งภาพวาดทิวทัศน์ที่ใคร ๆ ไม่อาจละสายตาไปได้!

 

ทันทีที่เข้ามาในเมือง นางก็หยุดอยู่ข้าง ๆ เย่ฉวนและน้องสาว ดวงตานกฟีนิกซ์คู่นั้นจับจ้องไปที่เย่ฉวนอย่างใกล้ชิด ทันใดนั้นก็เกิดเป็นประกายด้วยความประหลาดใจ “กายาซ่อนเร้นอย่างนั้นหรือนี่!”

 

เมื่อได้ยินสิ่งที่นางกล่าว ใบหน้าของเย่ฉวนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย “แม่นาง เจ้ารู้จักขั้นกายาซ่อนเร้นด้วยงั้นหรือ?”

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนางสามารถมองเห็นพลังกายาซ่อนเร้นของเขาได้ ก่อนอื่นต้องรู้ว่ามาตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้แม้แต่ผู้เฒ่าตระกูลเย่เองและคนอื่น ๆ ต่างก็มองไม่เห็นพลังที่แท้จริงของเขาเนื่องจากสตรีลึกลับในหอคอยแห่งเรือนจำได้ปิดซ่อนเอาไว้ แล้วแม่นางคนนี้รู้ได้ยังไง

 

ทันใดนั้น หญิงสาวคนนั้นก็ได้ควงหอกยาวของตัวเองและชี้เป้าตรงไปที่เย่ฉวน “ข้าขอทายว่าเจ้าคือเย่หลาง คนที่ดึงดูดนิมิตแห่งสวรรค์และโลกมาได้ ช่างดีเสียจริงที่เจ้ามีรากฐานพลังที่มั่นคงและได้บรรลุไปถึงขั้นกายาซ่อนเร้นแล้ว เช่นนั้นเจ้าก็คู่ควรที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของข้า ข้ามีนามว่าอันหลานซิ่ว เข้ามาเลย  แล้วเราจะได้เห็นกันว่าเจ้าสามารถโจมตีข้าได้หรือไม่!”

 

“อันหลานซิ่ว!”

 

ที่ด้านข้างถึงกับมีบางคนหลุดอุทานออกมา “สวรรค์ นางคือจอมยุทธ์อัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้ของแคว้นเจียง เป็นอัจฉริยะที่หนึ่งหมื่นปีจะมีปรากฏสักหน!”

 

“เป็นนางจริง ๆ อันหลานซิ่วที่อ๋องแห่งแคว้นเจียงทรงแต่งตั้งให้เป็นผู้เยี่ยมยุทธ์แห่งแคว้นด้วยอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น… เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่มีใครเคยพบในราชวงศ์ก่อนเสียด้วยซ้ำ!”

 

“ข้าได้ยินมาว่านางบุกไปท้าทายอัจฉริยะทั้งหมดในแคว้นเจียงมาแล้ว จาก 36 เมือง ยังไม่มีผู้ใดต่อกรกับนางได้… หากนางมาถึงที่นี่เพื่อเย่หลาง และเย่หลางได้รับการยอมรับจากนางแล้วละก็…ตระกูลเย่จะต้องมีชื่อเสียงขึ้นมาอย่างแน่นอน!”

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top