ขนาดตัวอักษร

บทที่ 8 โจ๊กหมูใส่ไข่

 110 Views

บทที่ 8 โจ๊กหมูใส่ไข่

เธอเรียกพวกเด็กๆ เข้ามาแล้วใช้ผ้าขนหนูเช็ดหน้าที่มอมแมมราวกับลูกแมวทั้งสามคน จากนั้นก็ให้พวกเขาล้างมือก่อนที่จะให้พวกเขาออกจากห้องไป

 

“แม่ทำกับข้าวสิ” โจวต้าหวาเอ่ยเตือนขึ้นมา

 

เด็กๆ มักจะหิวไวเสมอ อีกทั้งตอนนี้ก็เป็นเวลาทานอาหารของพวกเขาแล้ว

 

หลินชิงเหออาศัยว่าพวกเขาทั้งสามคนยังเด็ก และไม่รู้ว่าพัสดุห่อใหญ่ที่เธอนำกลับมานั้นมีอะไรอยู่ด้านใน หยิบแอปเปิลในมิติออกมา โดยไม่ปอกเปลือก แล้วนำแอปเปิลไปล้างก่อนจะฝานแบ่งโจวต้าหวาและโจวเอ้อร์หวาคนละ 4 ชิ้น

 

ส่วนโจวซานหวานั้น หลินชิงเหอหยิบช้อนขึ้นมาขูดแอปเปิลแล้วบดให้เป็นของเหลว ก่อนจะป้อนเขา

 

สองพี่น้องโจวต้าหวาและโจวเอ้อร์หวาคาดไม่ถึงเลยว่าจะได้กินแอปเปิลอร่อยๆ แบบนี้ แม้ว่าจะมีเพียงแค่ 4 ชิ้น แต่สองพี่น้องก็พอใจมาก

 

หลินชิงเหอไม่กังวล เพราะเธอคิดจะนำแอปเปิลและสาลี่ออกมาให้พวกเด็กๆ กินอยู่แล้ว ส่วนองุ่นเธอวางแผนจะเก็บไว้กินเอง โดยจะฉวยโอกาสตอนที่พวกเด็กๆ ไม่อยู่ และโจวซานหวาที่ยังพูดไม่เป็นคำนอกจากร้องอาอา

 

ส่วนโจวเอ้อร์หวานั้น เขาเจ้าเล่ห์เกินไป หากไม่ให้เขากินด้วย เกรงว่าอาจจะมีปัญหาขึ้นมา

 

โจวซานหวากินไปแค่ครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือหลินชิงเหอกินเองหมด หลังจากกินเสร็จแล้ว โจวต้าหวาและโจวเอ้อร์หวาก็เตรียมที่จะพูดบางอย่างกับเธอ แต่หลินชิงเหอกลับพูดประโยคหนึ่งออกมา ทำให้สองพี่น้องพากันหุบปากทันที

 

“แม่จะไปทำเนื้อมาให้กิน ลูกสองคนดูแลน้องนะ” หลินชิงเหอลุกขึ้นยืนขณะพูด

 

เพราะแอปเปิลครึ่งลูกกับซาลาเปาเมื่อตอนกลางวัน ทำให้โจวต้าหวากับโจวเอ้อร์หวาไม่กล้าไม่เชื่อฟังแม่

 

แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในวัยที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราว แต่พวกเขาก็ไม่ได้โง่ พวกเขารู้สึกว่าวันนี้แม่ทำตัวดีกับพวกเขากว่าเมื่อก่อน?

 

หลินชิงเหอเดินเข้าห้องครัว

 

ในห้องครัวมีเพียงเตาอิฐและมีหม้อวางไว้ด้านบน ส่วนไม้พายแม้ว่าจะเก่าแต่ก็ยังใช้ได้ดีอยู่

 

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของที่เจ้าของร่างเดินนำไปแลกกับครอบครัวมารดาหลังจากที่แยกครอบครัวกันแล้ว เธอใช้เงินเป็นจำนวนมากในการแลกอุปกรณ์พวกนี้มา และเพราะเหตุนี้ครอบครัวโจวถึงได้ยอมตกลงแยกบ้านกับเธอ

 

ไม่อย่างนั้นอุปกรณ์ในครัวจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ทันทีหลังจากที่แยกครอบครัวกัน เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้รับคูปองอุตสาหกรรม ซึ่งครอบครัวโจวไม่มีคูปองนี้

 

แม้ว่าห้องครัวจะเรียบง่าย แต่สภาพห้องครัวของบ้านอื่นๆ ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

 

หลินชิงเหอเติบโตมากับคุณย่าที่ชนบท การใช้เตาอิฐจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ นอกจากนี้เธอยังมีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมอยู่ ดังนั้นการทำอาหารจึงไม่ใช่เรื่องยาก เธอขัดกระทะแล้วต้มน้ำ เสร็จแล้วก็เดินไปที่โอ่งข้าวเพื่อนำข้าวมาซาวน้ำต่อ

 

โอ่งข้าวนอกจากจะมีข้าวสารแล้ว ยังมีแป้งอยู่ข้างใน แต่ว่าเหลือไม่มากนัก เมื่อเช้าเจ้าของร่างเดิมไปที่อำเภอ แต่กลับไม่ซื้อแป้งหรือข้าวสารกลับมา เพราะในหัวมีแต่จะซื้อผ้ามาตัดชุดให้ตัวเอง

 

หลินชิงเหอส่ายหน้า ก่อนจะหยิบถุงข้าวในมิติออกมาแล้วเทใส่โอ่ง จากนั้นก็หยิบถุงแป้งเทใส่โอ่งเช่นกัน ตามมาด้วยเติมไข่ไก่ลงในถังให้เต็ม

 

ในบ้านมีแค่เด็กสามคน ซึ่งพวกเขาไม่สนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ฉะนั้นต่อให้ไข่ไก่จะมากหรือข้าวจะน้อย พวกเขาก็ไม่รู้ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่เธอต้องการ

 

หลังจากเติมข้าวของทุกอย่างเสร็จสิ้น หลินชิงเหอก็นำเนื้อไม่ติดมันออกมา 3-4 ชิ้น เธอคิดจะทำโจ๊กเนื้อใส่ไข่ให้พวกเด็กๆ ทาน

 

เนื่องจากมีดในบ้านทื่อมาก หลินชิงเหอจึงไม่ลังเลที่จะหยิบมีดทำครัวของยุคปัจจุบันออกมาใช้

 

ในบ้านมีหัวไชเท้าขนาดเล็กอยู่ 2-3 อัน ตราบใดที่เธอไม่ออกนอกลู่นอกทางไปมาก เธอก็ไม่ต้องกังวลว่าจะแสดงท่าทีผิดปรกติไปจากนิสัยเดิมของเจ้าของร่าง

 

อีกอย่าง เธออุตส่าห์รวบรวมวัตถุดิบต่างๆ ก็เพื่อทำให้ตัวเองอยู่สุขสบาย ไม่ใช่ทำให้ตัวเองอดๆ อยากๆ

 

มีดใหม่ของเธอคมมาก หลังจากล้างน้ำไม่กี่ทีก็สามารถหั่นเนื้อได้อย่างง่ายดาย ไม่ช้าเนื้อไม่ติดมัน 3-4ชิ้นก็ถูกหั่นเรียบร้อย ตอนนี้เองน้ำในหม้อก็เริ่มเดือดขึ้นมา หลินชิงเหอนำข้าวที่ซาวแล้วเทลงไปในหม้อ จากนั้นก็ใช้ไม้พายคนข้าวเพื่อไม่ให้มันติดก้นหม้อ

 

“วันนี้แม่จะทำอะไรให้พวกเรากิน? ” ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่โจวเอ้อร์มายืนมองอยู่ที่หน้าประตูห้องครัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างขณะถามออกมา

 

หลินชิงเหอตอบกลับไปว่า “วันนี้พวกเราจะกินโจ๊กหมูใส่ไข่”

 

“อร่อยไหม? ” โจวเอ้อร์หวาไม่เคยกินโจ๊กหมูใส่ไข่ แต่ถ้ามีทั้งไข่และหมู มันจะต้องอร่อยมากแน่ๆ

 

“แน่นอนสิ มันอร่อยจนลูกอยากจะกลืนลิ้นของตัวเองลงไปด้วย” หลินชิงเหอกล่าว

 

โจวเอ้อร์หวาได้ยินแม่พูดแบบนั้นก็หัวเราะออกมา เขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เดินเข้ามากอดขาเธออย่างระมัดระวัง หลินชิงเหิอก้มหน้ามองเขา “มีอะไร? ”

 

“แม่ คุณเก่งมากจริงๆ นะ” โจวเอ้อร์หวาเงยหน้ามองเธอแล้วพูดออกมา

“รู้ว่าแม่เก่งก็ดีแล้ว ในหมู่บ้านนี้แม่ของใครเป็นแม่เลี้ยง ลูกดูสิว่าเด็กบ้านอื่นมีชีวิตในแต่ละวันยังไง แล้วพวกลูกสามคนเป็นยังไง”

 

ประโยคนี้ไม่ถือว่าเป็นการพูดโกหก ในหมู่บ้านแห่งนี้ เมื่อแม่เลี้ยงถูกแต่งเข้ามา พวกลูกๆ ของอดีตภรรยามักจะถูกด่าถูกตีอยู่เสมอ วันคืนในแต่ละวันไม่ได้ผ่านไปอย่างง่ายดาย

 

โจวเอ้อร์หวาหัวเราะออกมา “แม่ แม่อย่าดุผมนักเลย”

 

“ถ้าไม่อยากให้ดุ ลูกก็ต้องดูแลน้องชายดีๆ แล้วปีใหม่ปีนี้แม่จะให้ชุดใหม่กับลูกและพี่ชาย” หลินชิงเหอพูด

 

“ชุดใหม่? ” โจวต้าหวาที่จูงโจวซานหวาเข้ามาก็ได้ยินประโยคนี้พอดี นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายขึ้นมา

 

“แม่ ผมจะมีชุดใหม่จริงๆ เหรอ? ” โจวเอ้อร์หวาถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น

 

หลินชิงเหอเปิดฝาหม้อ ก่อนจะตอบโดยไม่หันหน้ากลับมาว่า “เชื่อฟังแม่และไม่ทำสิ่งไม่ดี ลูกจะมีของกินอร่อยๆ มีเสื้อผ้าชุดใหม่ แต่ถ้าไม่เชื่อฟัง งั้นลูกก็ใส่ชุดขาดๆ และกินแต่แผ่นแป้งข้าวโพดต่อไป”

 

“เชื่อฟัง!” สองพี่น้องรีบตอบกลับทันที

 

“ฟัง” โจวซานหวาเองก็ตะเบ็งเสียงตอบเช่นกัน

 

หลินชิงเหอหันมามองเขาด้วยความแปลกใจ “ซานหวาลูกพูดได้แล้วเหรอ?”

 

“อาอา” ซานหวารีบเดินมากอดขาของเธอและส่งเสียงอ้อแอของเด็กขึ้นมา

 

กลับมาเป็นแบบเดิมอีกแล้ว

 

แต่หลินชิงเหอก็ไม่ได้กังวลแต่อย่างใด นักเขียนเคยบรรยายไว้ว่าเจ้าสามคนนี้ใช้เวลานานกว่าจะพูดได้ ในอนาคตปากของเขาจะกลายเป็นสาลิกาลิ้นทองที่สามารถพูดกล่อมจนสาวเคลิ้มไปกับเขา

 

หลินชิงเหอหันไปพูดกับสองพี่น้องว่า “รู้ใช่ไหมว่าไข่ไก่วางไว้ไหน เข้าไปหยิบให้แม่มาคนละสองฟอง”

 

“ตกลง” สองพี่น้องรีบวิ่งเข้าไปหยิบไข่ไก่มา

 

ในมือของพวกเขาถือไข่ไก่ข้างละฟอง รวมกันก็เป็น 4 ฟองพอดี สองพี่น้องไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ ไข่ไก่ถึงได้เพิ่มขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

 

หลินชิงเหอให้โจวต้าหวาไปหยิบเกลือมา เกลือในยุคนี้เม็ดใหญ่และค่อนข้างหยาบ หลินชิงเหอปรายตามองครู่หนึ่ง ก่อนจะให้สามคนพี่น้องออกจากห้องครัวไป

 

จากนั้นตัวเองก็นำเกลือในมิติออกมาใช้

 

ในเมื่อมีวัตถุดิบอยู่ในมิติ ก็เป็นธรรมดาที่เธอจะใช้วัตถุดิบในนั้นก่อน รอจนมันหมดแล้วค่อยใช้วัตถุดิบที่นี่ก็ได้

 

อย่างไรก็ตามเธอมีเกลืออยู่ในมิติ 25 กก.

 

เมื่อข้าวสุกแล้ว หลินชิงเหอก็ใส่เนื้อหมูที่หั่นไว้ลงไป จากนั้นก็ตอกไข่ลงไปในหม้อ ตามมาด้วยเกลืออีกเล็กน้อย เพียงเท่านี้โจ๊กหมูใส่ไข่ก็เสร็จเรียบร้อย

 

ไม่รู้ว่าเพราะเจ้าของร่างเดิมไม่ได้กินเนื้อมานานหรือเปล่า หลินชิงเหอถึงได้รู้สึกว่าโจ๊กมื้อนี้นั้นกลิ่นหอมมาก

 

ส่วนเด็กทั้งสามคนยิ่งไม่ต้องพูดถึง พวกเขาพากันจ้องไปที่ห้องครัวตาเขม็ง

 

“รออีกเดี๋ยว โจ๊กนี้มันร้อนมาก” หลินชิงเหอพูดพลางตักโจ๊กใส่ในถ้วยสำหรับโจวต้าหวาและโจวเอ้อร์หวาคนละใบ

 

“ผมกินเองได้” โจวต้าหวารีบบอก

 

“ผมก็ด้วย” โจวเอ้อร์หวาพูด

 

แม้ว่าโจวซานหวาจะยังพูดไม่ได้ แต่เขาก็เดินมากอดขาของเธอ พร้อมทั้งส่งเสียงอาอาขึ้นมา ขณะที่ดวงตาก็จ้องไปที่โจ๊กหมูใส่ไข่ตาใสแจ๋ว

 

หลินชิงเหออุ้มโจวซานหวาขึ้นมา และทิ้งวางโจ๊กไว้ในห้องครัวจนกว่ามันจะเย็น ส่วนตัวเองก็พาโจวต้าหวาและโจวเอ้อร์หวาออกมา

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top