ขนาดตัวอักษร

YC บทที่ 14 ใครกล้าว่าร้ายน้องสาวข้า! 2

 49 Views

YC บทที่ 14 ใครกล้าว่าร้ายน้องสาวข้า! 2

 

ภายนอกคฤหาสน์

 

ทันทีที่เจียงเหนียนและอีกสองคนเดินออกมาพ้นคฤหาสน์ตระกูลเย่ สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนเป็นดุร้าย

 

“นี่มันจะมากเกินไปแล้ว!”

 

จางเลี่ยกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว “วันใดที่ตระกูลเย่เรืองอำนาจ พวกมันต้องขับไล่และกำจัดทุกคนที่ขวางหูขวางตาเป็นแน่”

 

หลีหยูกล่าวอย่างเย็นชา “นั่นเพราะเย่หลางคือคนที่ถูกเลือกให้ดึงดูดนิมิตแห่งสวรรค์และโลกมา และตอนนี้ตระกูลเย่ก็มีเย่หลาง พวกมันดูถูกแม้กระทั่งคฤหาสน์ชาเต๋อเหลียนเสียด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับพวกเรา”

 

เจียงเหนียนส่ายศีรษะ “พอเถอะ พวกเราจำต้องกลืนความภาคภูมิใจและแบกรับความรู้สึกนี้ไว้ พวกเจ้าไม่ควรเป็นกังวลไป เราจะยังจับตาและเฝ้าดูพวกมันอยู่ ช่วงเวลาดี ๆ มิอาจคงอยู่ได้นาน ด้วยความเย่อหยิ่งเอาแต่ใจพวกตระกูลเย่ พวกมันจะต้องประสบโชคร้ายในสักวัน!”

 

เมื่อกล่าวดังนั้น ทุกคนก็แยกย้ายหายลับไปหน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลเย่

 

 

ด้วยท่าทีประนีประนอมจากทั้งฝ่ายผู้นำตระกูลหลี ผู้นำตระกูลจาง และคฤหาสน์ชาเต๋อเหลียน ทำให้คนในตระกูลเย่โกรธเคืองและแบ่งฝ่ายกันทันที!

 

ในอดีต ตระกูลเย่เป็นเหมือนเบี้ยล่างอยู่ภายใต้อำนาจของตระกูลอื่นๆมาตลอด แต่ตอนนี้เป็นเพราะเย่หลาง สมาชิกทั้งหมดในตระกูลเย่จึงได้มีความมั่นใจขึ้นมา!

 

ยิ่งไปกว่านั้น เด็กหนุ่มจากตระกูลเย่หลายคนคิดว่าพวกตัวเองเป็นตระกูลขุนนางที่ดีที่สุดในเมืองชิง ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสก็เห็นด้วย

 

ในตอนนี้เกือบทุกคนชื่นชอบเย่หลาง แต่ในขณะเดียวกันบางคนก็ยังจดจำเย่ฉวนได้

 

“เจ้าได้ยินว่าเย่ฉวนไม่ได้ออกมานอกบริเวณลานบ้านนานแล้วหรือ?”

 

“เขาจะกล้าออกไปหรือเปล่าล่ะ? ตอนนี้เจ้าพวกเด็กรุ่นใหม่ในเมืองชิงจะเกรงกลัวใครไปมากกว่าเย่หลางกันเล่า? แน่นอนว่าไม่ ทั่วทั้งแค้วนเจียงในหมู่คนรุ่นเดียวกัน พี่เย่หลางถือว่าโดดเด่นที่สุด! และสำหรับเย่ฉวน ข้าเกรงว่าเขาจะไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะเป็นข้ารับใช้ของพี่เย่หลางเสียด้วยซ้ำ”

 

“จริงของเจ้า หากเขายอมขอขมาตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง ไม่แน่ว่าบางทีคงรักษาชีวิตไว้ได้”

 

“ใครสนกันว่าเขาจะเป็นหรือจะตาย เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนรุ่นใหม่ในตระกูลเย่อย่างพวกเรานั้นมีเกียรติเพียงใด? เมื่อวานข้าเดินผ่านเด็กตระกูลจาง พอเจอข้าตบเข้าไปหลายทีตั้งแต่แรกเจอเข้าหน่อย เขาก็ไม่กล้าผายลมออกมาด้วยซ้ำ!”

 

“ฮ่าฮ่า ส่วนข้าเจอทายาทตระกูลหลีในสวนยี่ฉุน คนที่เมื่อก่อนมีแต่เย่ฉวนอยู่ในสายตา แต่เมื่อวานนี้ข้าสั่งให้มันไสหัวไป มันก็ไม่กล้าผายลมออกมาแน่ะ เรื่องนี้แหละทำให้ข้าดีใจจริงๆ!”

 

“ใช่ไหมล่ะ? ตอนนี้ในเมืองชิง ถือว่าตระกูลเย่เป็นใหญ่ ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะว่าพี่เย่หลาง ไป ไป พวกเราไปหาพี่เย่หลางกันเถอะ…”

 

“…”

 

ภายในหอคอยแห่งเรือนจำ

 

เย่ฉวนถือกระบี่หลิงเซี่ยวกวัดแกว่งไปมาไม่หยุดหย่อน

 

เขากำลังโหมฝึกอย่างบ้าคลั่ง!

 

สำหรับเย่ฉวน สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้ก็คือมุ่งมั่นที่จะเป็นเซียนกระบี่ให้ได้ ชีวิตของน้องสาวขึ้นอยู่กับเขา เขาตระหนักรู้ถึงความสำคัญของความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเหตุการณ์นี้ก็ทำให้เขาเข้าใจมากขึ้นว่า หากชายใดตกอยู่ในความอัปยศอดสูแล้ว ก็ไม่ได้มีค่ามากไปกว่าสุนัขตัวหนึ่ง!

 

แม้ว่าชายหนุ่มจะเคยทำประโยชน์และหยิบยื่นความช่วยเหลือมากมายให้กับตระกูลเย่ แต่ครอบครัวกลับยังทอดทิ้งเขาตามอำเภอใจ

 

ตนนี่แหละ ต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน!

 

ใหอคอย เย่ฉวนไม่รู้เลยว่าตัวเองฟันดาบไปกี่ครั้ง แต่ตอนนี้เขาสามารถตัดเส้นผมด้วยเพียงดาบเดียวได้แล้ว อาจกล่าวได้ว่าเขากลายเป็นผู้ฝึกฝนกระบี่เต็มตัวแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม เท่านี้มันยังไม่ดีพอ!

 

การใช้ความเร็วและความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขาเรียกได้ว่าเป็นเพียงผู้ฝึกฝนกระบี่ธรรมดาเท่านั้น และเขายังมีช่องว่างอีกมากถ้าจะเป็นเซียนกระบี่ที่ยิ่งใหญ่!

 

ระหว่างที่ฝึกฝน ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ศึกนัดชี้ชะตาเป็นตายระหว่างเขากับเย่หลางจะเกิดขึ้นในอีกสามวัน!

 

วันนี้เป็นวันที่เย่ฉวนออกจากหอคอยแห่งเรือนจำ ทันทีที่ก้าวออกมาเขาก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นเนื่องจากนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เป็นเวลาที่จะต้องส่งเสบียงให้เย่หลิงแล้ว!

 

“มีอะไรเกิดขึ้นกับนางหรือเปล่า?”

 

เย่ฉวนรีบร้อนไปที่ห้องของเย่หลิง เวลานี้เย่หลิงนอนตัวสั่นอยู่บนเตียง ปอยผมบางส่วนเริ่มกลายเป็นสีขาว!

 

เมื่อเห็นแบบนี้เย่ฉวนก็พลันหน้าซีด เขารีบวิ่งไปหยิบขวดหยกขาวเหมือนอย่างเคย แต่ทว่าไม่เหลืออะไรข้างในนั้นแล้ว!

 

“ยาหมด!”

 

เย่ฉวนตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ “บ้าเอ๊ย นี่ข้าลืมไปได้อย่างไร หากยาหมด เย่หลิงต้องตายแน่!”

 

พูดดังนั้นเย่ฉวนก็ตบหน้าตัวเองอีกครั้ง เขารีบร้อนเอามือจับที่แก้มของเย่หลิงก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “รอก่อนนะ พี่จะรีบกลับมา!”

 

หลังพูดจบเย่ฉวนก็วิ่งออกมานอกห้องอย่างบ้าคลั่งและวิ่งตรงไปที่ห้องโอสถของคฤหาสน์ตระกูลเย่ทันที

 

“เย่ฉวนออกมาแล้ว!”

 

เมื่อได้เห็นเย่ฉวน ข่าวก็แพร่กระจายไปทั่วอย่างรวดเร็วโดยฝีมือของพวกเด็กหนุ่มตระกูลเย่ บางคนพยายามขัดขวางเขาทำให้ทุกอย่างดูวุ่นวายไปหมด

 

ถ้าเป็นเมื่อก่อนพวกเขาคงไม่กล้าทำอย่างแน่นอน แต่เดี๋ยวนี้ เมื่อตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูลเย่ได้เปลี่ยนผ่านไปที่เย่หลางแล้ว เด็กหนุ่มเหล่านี้จึงไม่ได้เกรงกลัวเย่ฉวนเช่นดังเดิม

 

ระหว่างทางเดิน กลุ่มหนึ่งพยายามที่จะหยุดเย่ฉวนซึ่งนำโดยเย่เฟิง ผู้เป็นหลานสายตรงของผู้เฒ่าตระกูลเย่ และเป็นลูกพี่ลูกน้องของเย่หลาง

 

เย่เฟิงมองไปที่เย่ฉวนและยิ้ม “เย่ฉวน เจ้าหลบเป็นเต่ามุดหัวอยู่ในกระดองมาได้ตั้งหลายวัน แล้วเหตุใดวันนี้จึงออกมาวิ่งพล่านข้างนอกได้เล่า?”

 

เย่ฉวนไม่สนใจเย่เฟิงและคนอื่น ๆ เขายังคงมุ่งหน้าไปที่ห้องโอสถ แต่เย่เฟิงมายืนขวางหน้าเย่ฉวนและหัวเราะ “เย่ฉวน ดูท่าทางเจ้ากำลังรีบนะ นี่เป็นเพราะน้องสาวนอกไส้ของเจ้ากำลังจะตายใช่หรือไม่? ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าคงต้องขอแสดงความยินดีกับเจ้าล่วงหน้าเลยแล้วกัน อย่างน้อยวันหน้าเจ้าก็จะได้มีภาระน้อยลง…”

 

จังหวะนี้ก่อนที่เย่เฟิงจะทันได้ตอบสนอง เย่ฉวนก็ตรงไปที่เขาก่อนจะปล่อยหมัดระเบิดกลางลำคอออกมาแบบไม่ยั้งมือ

 

“กริ๊ก!”

 

เสียงกระดูกหัก

 

ทุกคนตกตะลึง

 

เย่เฟิงตาเบิกกว้าง ลูกตาทะลักออกมาข้างนอก

 

ทันใดนั้นเย่ฉวนก็ชักมีดสั้นที่เอวขึ้นมาและตัดคอของเย่เฟิง

 

“ฉับ!”

 

ศีรษะของเย่เฟิงกระเด็นลอยไปไกล!

 

เย่ฉวนทิ้งมีดสั้นในมือ และมองไปที่เด็กหนุ่มตระกูลเย่ที่เหลืออย่างดุดัน “ใครหน้าไหนที่มันกล้าว่าร้ายน้องสาวของข้า? ข้าจะทำให้มันพูดไม่ได้อีกเลยตลอดชีวิต!”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top