ขนาดตัวอักษร

YC บทที่ 12 นิมิตแห่งสวรรค์และโลก2

 45 Views

YC บทที่ 12 นิมิตแห่งสวรรค์และโลก2

 

“เมืองหลวง!”

 

เย่ฉวนพึมพำ “ดูเหมือนว่าต้องเป็นเมืองหลวงเพียงแห่งเดียวเท่านั้น”

 

หลังจากฝึกฝนทักษะดาบมาได้ระยะหนึ่ง เย่ฉวนก็ออกจากหอคอยแห่งเรือนจำ

 

หลังจากที่เย่ฉวนออกไปแล้ว พลันก็มีเสียงกระซิบดังขึ้น “เด็กหญิงตัวน้อยคนนั้น… ดูแปลกไปสักหน่อย…”

 

 

เย่ฉวนกลับมาที่ห้อง ในเวลานั้นเย่หลิงก็เดินเข้ามาสีหน้าดูไม่ค่อยยินดีนัก

 

เย่ฉวนคลี่ยิ้ม “มีอะไรงั้นหรือ?”

 

เย่หลิงเดินมาข้างหน้าเย่ฉวนและพูดเสียงกระซิบ “พี่ชาย ตอนนี้เย่หลางได้ดึงดูดนิมิตแห่งสวรรค์และโลกมา ผู้คนทั้งหลายล้วนยินดีปรีดา ยิ่งไปกว่านั้น ท่านผู้เฒ่ายังจะแต่งตั้งเย่หลางขึ้นเป็นปรมาจารย์ที่อายุน้อยที่สุดอีกด้วย แล้วต่อมาเขาก็คงกลายเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลเย่”

 

“นิมิตแห่งสวรรค์และโลก!”

 

เย่ฉวนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเคยได้ยินมาว่าผู้มีความสามารถสูงสุดที่แท้จริง เมื่อทะลวงเลื่อนขั้นได้ ก็จะเกิดปรากฏการณ์ดึงดูดนิมิตแห่งสวรรค์และโลก แต่นั่นก็เป็นเพียงตำนาน มียอดอัจฉริยะซะที่ไหนในเมืองชิง! เหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขา ดังนั้นบางทีจึงอาจเป็นไปได้ว่าเย่หลางเป็นคนดึงดูดนิมิตนั้นให้เกิดขึ้นมา!

 

แต่ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็หมายความว่าเย่หลางคือยอดอัจฉริยะที่ถูกกำหนดไว้แล้ว!

 

ขณะนั้นเองเย่หลิงก็พลันพูดขึ้น “นิมิตแห่งสวรรค์และโลกงั้นหรือ? ช่างเถิด จะอย่างไรพี่ชายของข้าก็คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด”

 

เย่ฉวนระบายยิ้มอย่างอ่อนโยน “เจ้าไม่ต้องเป็นกังวล ยังเหลือเวลากว่าสิบวัน กว่าจะถึงการประลองชี้เป็นชี้ตายกับเจ้านั่น เสร็จจากนั้นแล้ว ข้าจะพาเจ้าออกไปจากคฤหาสน์ตระกูลเย่”

 

“ไปจากคฤหาสน์ตระกูลเย่?”

 

เย่หลิงถามขึ้นด้วยความตกใจเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นแล้ว… เราจะกลับมาที่นี่หรือไม่เจ้าคะ?”

 

“แล้วเราจะได้กลับมาหรือไม่งั้นเหรอ?” เย่ฉวนไม่ตอบ

 

เขาและเย่หลิงเติบโตขึ้นที่นี่ ทั้งสองมองว่าที่นี่คือบ้านจริง ๆ แต่แล้วหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาก็ได้พบว่าเหล่าผู้อาวุโสตระกูลเย่ไม่เคยมีพื้นที่ในหัวใจให้สำหรับตัวเองและน้องสาวเลยแม้แต่น้อย หากไม่ใช่เพราะว่ายังใช้งานได้ ป่านนี้เขาและเย่หลิงคงได้ตายไปนานแล้ว จวบจนบัดนี้ เมื่อตระกูลเย่มีผู้ที่ดีกว่า ก็ละทิ้งเขาโดยทันที…

 

เย่ฉวนเคยคิดว่า หากวันหนึ่งเขาเสียสละเพื่อครอบครัว  คนในตระกูลเย่ย่อมต้องเห็นแก่หน้าเขาสักสามส่วนและปฏิบัติต่อเย่หลิงเป็นอย่างดี เพราะเขาทุ่มเทเพื่อส่วนรวมด้วยชีวิต แต่มาถึงตอนนี้ ดูเหมือนว่าหากเขาต้องตาย คนเป็นน้องสาวคงได้พบชะตากรรม จุดจบน่าสังเวชไม่ต่างกัน!

 

เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่ฉวนก็ส่ายหน้าและอมยิ้ม ชายหนุ่มลูบศีรษะเล็ก ๆ ของเย่หลิงก่อนจะเอ่ยถาม “เจ้าชอบที่นี่หรือไม่?”

 

เย่หลิงสั่นศีรษะ “ข้าเคยชอบ เพราะที่นี่มีพี่ชายอยู่ด้วย แต่ตอนนี้ข้าไม่ชอบแล้ว ตระกูลนี้ไม่ยุติธรรมต่อท่าน ถึงแม้ว่าพี่ชายจะทุ่มเทแรงกายแรงใจลงไปมากเพียงใด แต่พวกเขาก็ยังตอบแทนเช่นนี้ ท่านผู้เฒ่าและคนอื่น ๆ ช่างไม่ยุติธรรมเสียจริง! กระทั่งบรรดาผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ในตระกูลเย่ก็ไม่ช่วยออกหน้าให้ท่านเลยแม้แต่น้อย คนพวกนั้น… ช่างชั่วร้ายเกินไปแล้ว”

 

เย่ฉวนยิ้มบางเบา “เจ้าอย่าได้กังวลไป โลกใบนี้กว้างใหญ่นัก ตราบใดที่เราสองพี่น้องอยู่ด้วยกันที่ตรงนั้นก็ย่อมเรียกว่าบ้านได้!”

 

เย่หลิงยิ้มหวานและเข้าไปกอดเย่ฉวนแน่น “ตราบใดที่มีท่านพี่อยู่ ข้าไปที่ไหนก็ได้!”

 

เย่ฉวนหัวเราะออกมาเสียงดัง หลังจากใช้เวลาอยู่เล่นกับเย่หลิงพอสมควรแล้ว เย่ฉวนก็กลับเข้าไปที่หอคอยแห่งเรือนจำ

 

ได้เวลาฝึกฝน!

 

เหลือเวลาอีกสิบวันกว่าจะถึงนัดชี้ชะตาเป็นตายกับเย่หลาง เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายถึงขนาดดึงดูดนิมิตแห่งสวรรค์และโลกมาได้ เขาก็ไม่กล้าประมาท!

 

เย่ฉวนกางมือขวาออก ในฝ่ามือปรากฏดาบสีเงินขึ้นอย่างเงียบๆ เมื่อมองกระบี่ในมือตอนนี้ เย่ฉวนก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย “ท่านผู้อาวุโส ตอนนี้ข้ากลายเป็นเซียนกระบี่แล้วใช่หรือไม่?”

 

“เซียนกระบี่งั้นหรือ?”

 

สตรีลึกลับตะคอกเสียงเย็นชา “เจ้ายังห่างไกลอีกมากโขนัก!”

 

เย่ฉวนชะงักงันไปเล็กน้อยด้วยความมึนงง “ทำไม?”

 

สตรีลึกลับกล่าวต่อ “มีเพียงผู้ที่เข้าใจความหมายของกระบี่และดึงเอา ‘แก่นแท้’ ของเต๋าแห่งกระบี่เท่านั้นจึงจะเรียกได้ว่าเป็นเซียนกระบี่ ซึ่งนั่นยังไม่ใช่เจ้าในตอนนี้ เจ้าไม่ได้เป็นแม้แต่นายแห่งกระบี่ ขนาดผู้ฝึกฝนกระบี่ก็ยังมิอาจนับว่าเป็นได้!”

 

เย่ฉวนหน้าแดงด้วยความอับอาย!

 

สตรีลึกลับกล่าวขึ้นอีกครั้ง “สิ่งที่เจ้าต้องทำตอนนี้ก็คือเป็นผู้ฝึกฝนกระบี่ให้ได้เสียก่อน เด็กน้อย แล้วอย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้า มีผู้ฝึกฝนวิชากระบี่อยู่มากมายบนโลกใบนี้ แต่เซียนกระบี่กลับมีจำนวนน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย หากนับได้สักสิบคนบนโลกของเจ้าก็ถือว่ามากแล้ว ส่วนเหตุผลนั้นเจ้าจะได้รู้ในภายหลัง ข้าบอกเจ้าได้แต่เพียงว่า เป็นเรื่องยากมากๆที่จะเข้าถึงเต๋าแห่งกระบี่”

 

เย่ฉวนพยักหน้า “ไม่ว่ามันจะยากสักเพียงไร ข้าก็จะลงมือทำ!”

 

หลังจากเหตุการณ์ขัดแย้งภายในครอบครัว เขาก็พบว่านั่นเป็นไปไม่ได้เลยที่จะให้คนในตระกูลเย่มาดูแลน้องสาวของเขา!

 

เขาต้องดูแลน้องสาวด้วยตัวเอง และเพื่อการนั้นชายหนุ่มจึงจำเป็นที่จะต้องแข็งแกร่ง เขาต้องแข็งแกร่งมากขึ้นยิ่งกว่าตอนนี้ให้ได้! เพราะนี่คือโลกแห่งความจริงอันโหดร้าย หากคนผู้นั้นไม่มีค่าราคาใดที่คู่ควรแล้ว ก็ไม่มีใครปฏิบัติด้วยอย่างจริงจัง!

 

เย่ฉวนถอนความคิดและถามด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก “ผู้อาวุโส ข้าจะกลายเป็นผู้ฝึกฝนกระบี่ได้อย่างไร?”

 

สตรีลึกลับกล่าว “เจ้าจงหั่นผมให้ขาดในกระบวนท่าเดียวซะ!”

 

เย่ฉวนนิ่งไปเล็กน้อย “นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายมากหรอกหรือ?”

 

สตรีลึกลับเยาะเย้ย “เจ้าก็ทำให้ได้เสียก่อนสิ!”

 

เย่ฉวนดึงผมเส้นหนึ่งออกมาจากศีรษะและลงมือเฉือนเพื่อตัดมัน

 

เส้นผมแหลกเป็นผุยผงทันทีที่สัมผัสกับกระบี่!

 

เย่ฉวนตะลึงงันจนเป็นใบ้ เหตุใดเส้นผมของเขาจึงกลายเป็นสภาพนี้!

 

ในเวลานี้เสียงของสตรีลึกลับก็ดังขึ้น “เจ้ามีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่หากเจ้าต้องการที่จะควบคุมมัน เจ้าจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ทั้งความเร็ว การใช้งานทุกแง่มุมในการโจมตีโดยมีความเร็วลมเป็นองค์ประกอบ จากการคาดการณ์ของข้า เจ้าคงต้องสละเส้นผมเป็นหมื่นเส้นก่อนจึงจะเข้าใจหลักการนี้”

 

เย่ฉวนสูดลมหายใจเข้าลึก “ข้ามีเส้นผมไม่พอหรอกน่ะ!”

 

ด้วยเหตุนี้ เย่ฉวนจึงเริ่มลงมือตัดผมตัวเองอย่างบ้าคลั่ง!

 

ข้างนอกหอคอยแห่งเรือนจำ ภายในคฤหาสน์ตระกูลเย่ถูกตกแต่งด้วยโคมไฟและผ้าม่านหลากสี บุคคลมีชื่อเสียงและมีอิทธิพลในเมืองชิงถูกเชิญมาทั้งสิ้น และไม่เพียงเท่านั้น แต่คนในตระกูลเย่เริ่มจะสำคัญตัวเองเหนือผู้ใดในเมืองชิงแล้ว!

 

ในปัจจุบัน ครอบครัวตระกูลเย่อาจกล่าวได้ว่าเป็นผู้มีอิทธิพลมากดังพระอาทิตย์ยามเที่ยงตรง แม้แต่คฤหาสน์ชาเต๋อเหลียน ตระกูลหลี และตระกูลจางก็ยังต้องยอมมางานฉลอง…

 

ในห้องประชุมคฤหาสน์ ผุ้เฒ่าตระกูลเย่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ปิดตาลงเล็กน้อย ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังรอคอยอะไรอยู่

 

ในเวลานั้นมีชายชราอีกคนหนึ่งเดินเข้ามา “ท่านผู้อาวุโส ชาเต๋อเหลียน ผู้นำตระกูลหลีและผู้นำตระกูลจางได้มาถึงแล้ว”

 

ผู้เฒ่าตระกูลเย่ลืมตาขึ้นและกล่าวอย่างเฉยเมย “เย่หยู ไปบอกเจ้าพวกนั้นว่าข้ากำลังพักผ่อนอยู่ ไม่สามารถพบแขกได้ในตอนนี้ ไว้อีกหนึ่งชั่วยามค่อยมาใหม่”

 

เย่หยูค่อนข้างลังเล. “ท่านผู้อาวุโส แต่ว่านี่…”

 

ผู้เฒ่าตระกูลเย่ปิดเปลือกตาลงอย่างช้า ๆ “ถึงเวลาแล้วที่จะให้พวกมันรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นใหญ่ในเมืองชิง”

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top