ขนาดตัวอักษร

YC บทที่ 11 นิมิตแห่งสวรรค์และโลก1

 53 Views

YC บทที่ 11 นิมิตแห่งสวรรค์และโลก1

 

“เจ็บสิ”

 

“เจ็บจะตายอยู่แล้ว!”

 

เย่ฉวนเพิ่งเคยรู้สึกอยากตายเป็นครั้งแรก!

 

มันเคยเป็นเพียงความเจ็บปวดของเลือดเนื้อภายนอกร่างกาย แต่คราวนี้เขารู้สึกได้ว่าอวัยวะภายในและเส้นเลือดทั้งหลายกำลังแตกเป็นริ้ว ๆ นี่เป็นความเจ็บปวดในระดับที่ชายหนุ่มไม่เคยสัมผัสมาก่อน!

 

“เจ้าต้องอดทนไว้!”

 

เย่ฉวนกัดฟันอย่างอดกลั้น ทั้งร่างยังไม่หยุดสั่น

 

เขาปรารถนาอย่างยิ่งที่จะผ่านมันไปได้ แต่เขาก็รู้ดีว่าเขาทำไม่ได้ เมื่อหมดสติไปแล้วครั้งหนึ่ง ก็เป็นไปได้ว่าคงไม่อาจฟื้นขึ้นมาได้อีก!

 

“ถ้าข้าไม่ฟื้น จะเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวข้า?”

 

“นางอายุเพียงสิบสองปี! คนในคฤหาสน์ตระกูลเย่จะเมตตานางหรือไม่?”

 

เมื่อคิดได้ดังนี้ เย่ฉวนก็เงยหน้าขึ้นและร้องคำรามออกมา มือทั้งสองกำแน่นและใบหน้าก็เต็มไปด้วยสีสันที่บ้าคลั่ง “มาเลย เจ็บมากกว่านี้อีกสิ ฮ่า ๆ ข้าทนได้… ข้า… เจ็บปวดเหลือประมาณ ยังไงก็ช่วยเพลาลงหน่อยเถอะ…”

 

เวลาค่อย ๆ ผ่านไปทีละน้อยจนเย่ฉวนไม่รับรู้แล้วว่าทั้งหมดนี้ใช้เวลานานเท่าใด ร่างกายของเย่ฉวนซวนทรุดลงเหมือนกับสายน้ำกระเพื่อมหลังจากมีอะไรตกลงไป ร่างของเขาเริ่มกระตุกคล้ายกับคนเป็นโรคลมชัก

 

อาการชักกระตุกนี้ยังคงดำเนินอยู่ประมาณหนึ่งในสี่ชั่วยาม และเมื่อหยุดลง ร่างของเขาก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ!

 

เย่ฉวนนอนแผ่ราบไปกับพื้น เขาไม่เหลือแรงจะขยับตัวแล้ว!

 

ในเวลาเดียวกันนั้น ข้างนอกหอคอยแห่งเรือนจำก็ได้มีเมฆจำนวนมหาศาลรวมตัวกันบนท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ตระกูลเย่ซึ่งในไม่ช้าฝนก็เริ่มตกลงมา แต่ทว่าพื้นอื่นที่รอบด้านข้างท้องฟ้ากลับแจ่มใสและมีแสงแดดจ้า พร้อมกันนั้นข้างบนท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ตระกูลเย่ สายรุ้งอันบางเบาค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเงียบงัน และเมื่อรุ้งสายแรกโผล่ขึ้นมา รุ้งสายที่สองก็ปรากฏขึ้นตาม เช่นเดียวกับรุ้งสายที่สามที่กำลังค่อย ๆ ปรากฏขึ้นภายในหอคอยแห่งเรือนจำนั้น จู่ ๆ เย่ฉวนก็ตัวสั่นขึ้นมาเล็กน้อยและรุ้งสายที่สามก็พลันหายวับไป

 

นี่คือนิมิตแห่งสวรรค์และโลกมนุษย์!

 

ทุกคนในเมืองชิงปั่นป่วน!

 

อัจฉริยะได้ถือกำเนิดขึ้นแล้วระหว่างสองพิภพ เมื่อมีเหตุการณ์ผ่านด่านหรือทะลวงเลื่อนขั้นได้ พวกเขาจะดึงดูดนิมิตของทั้งสวรรค์และโลกมนุษย์ หากจะว่ากันตามจริงแล้ว เรื่องนี้ก็เคยเป็นเพียงตำนานเรื่องเล่าเท่านั้น แต่มาบัดนี้เหตุการณ์อัศจรรย์ได้เกิดขึ้นแล้วในเมืองชิง ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังข้างบนท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ตระกูลเย่

 

ณ คฤหาสน์ตระกูลเย่ ผู้เฒ่าสูงสุด บรรดาผู้อาวุโสและทุกคนในครอบครัวต่างมารวมตัวที่ลานกว้างกันพร้อมหน้า ผู้เฒ่าตระกูลเย่คำนับฟ้าและกล่าวอย่างตื่นเต้น “ขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาครอบครัวตระกูลเย่และเย่หลาง!”

 

ทุกคนในตระกูลเย่คุกเข่าและคำนับลงพร้อมกัน!

 

ในเวลานี้ ทุกคนในคฤหาสน์ตระกูลเย่ต่างยินดีปรีดาอย่างที่สุด!

 

ภายในคฤหาสน์ชาเตอเหลียน

 

ชายชรามองไปที่นิมิตแห่งสวรรค์และโลกเหนือคฤหาสน์ตระกูลเย่พลันทำสีหน้าน่าเกลียด “เจ้าเย่หลางช่างยิ่งใหญ่อะไรปานนั้น! เขาสามารถดึงดูดนิมิตแห่งสวรรค์และโลกมาได้… ใครก็ได้ ไปตามนายท่านตระกูลจางและตระกูลหลีมาที่นี่ที บอกว่าข้ามีเรื่องต้องการหารือ”

 

ในเมืองชิง วิญญาณนกพิราบผู้พิทักษ์นับไม่ถ้วนโผขึ้นฟ้าแล้วบินไปทุกทิศทุกทาง ภาพนี้เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจแก่ผู้พบเห็นนัก!

 

เรื่องที่ตระกูลเย่มีผู้ถูกเลือกอยู่หนึ่งคนนั้นไม่ได้เป็นความลับแต่อย่างใด และถึงแม้ว่าผู้ถูกเลือกนั้นจะหาได้ยากยิ่ง แต่ผู้ที่มีพรสวรรค์ถึงขนาดดึงดูดนิมิตแห่งสวรรค์และโลกมาได้นั้นกลับหายากยิ่งกว่า

 

เป็นที่รู้กันดีว่าต่อแต่นี้ไป ตระกูลเย่ได้ถูกยกระดับให้สูงขึ้นแล้ว!

 

ไม่ใช่เพียงแต่ในเมืองชิง แต่ยังหมายถึงทั่วในแคว้นเจียงทั้งหมดหรือแม้แต่ในทวีปชิงก็ตาม

 

ขณะนี้ทุกคนในคฤหาสน์ตระกูลเย่เกือบจะพากันลุกฮือด้วยความตื่นเต้น นอกจากนี้เบี้ยเลี้ยงส่วนตัวของแต่ละคนยังถูกปรับขึ้นเพิ่มอีกหนึ่งเดือนด้วยเพื่อเป็นสินน้ำใจ และไม่เพียงเท่านั้น ผู้เฒ่าตระกูลเย่ยังได้ตรงเข้าไปหาปรมาจารย์เพื่อให้ท่านได้มอบตำแหน่งปรมาจารย์หนุ่มให้แก่เย่หลางอีกด้วย

 

ปรมาจารย์หนุ่มนั้นเป็นตำแหน่งที่แตกต่างจากผู้สืบทอดของตระกูล ตำแหน่งผู้สืบทอดนั้นหมายถึงทายาทสายตรงในลำดับถัดไป แต่ในขณะเดียวกันตำแหน่งปรมาจารย์หนุ่มนั้นมีศักดิ์และอำนาจมากเป็นอันดับสองรองจากประมุขสูงสุดแห่งตระกูลเย่แต่เพียงผู้เดียว แม้ว่าผู้เฒ่าตระกูลเย่จะกระทำเกินกว่าอำนาจ แต่เขาก็ไม่สน นั่นเพราะในเร็ว ๆ นี้เย่หลางกำลังจะกลายเป็นอัจฉริยะแห่งยุคที่นานปีจะมีให้พบได้สักหนึ่งหน กระนั้นแล้วปรมาจารย์สูงสุดจะสามารถทำอะไรเขาได้?

 

ในวันข้างหน้า วาสนาทั้งหมดของตระกูลเย่คงต้องพึ่งพาเย่หลางแล้ว!

 

ที่ลานหน้าคฤหาสน์ เย่หลางเงยหน้าขึ้นมองนิมิตบนท้องฟ้า คิ้วขมวดเป็นปมแน่น.

 

เขาทะลวงเลื่อนขั้นได้แล้ว!

 

เขาได้เลื่อนจากขั้นที่หก ผสานลมปราณเข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณ!

 

แต่กระนั้นเย่หลางก็ยังคลางแคลงใจอยู่ เมื่อสองชั่วยามที่แล้วเขาสำเร็จพลังขั้นหลอมรวมลมปราณได้ แต่นิมิตแห่งสวรรค์และโลกมนุษย์กลับเพิ่งมาปรากฏเอาตอนนี้! ดังนั้นแล้วเขาจึงไม่อาจแน่ใจได้ว่า นิมิตแห่งสวรรค์และโลกมนุษย์คราวนี้นั้นเกิดจากเขาหรือไม่!

 

ไม่นานนัก เย่หลางก็ยิ้มออกมาอย่างเย็นชา “หึ หากไม่ใช่ข้าแล้วใครกันเล่าที่จะมีความสามารถในการดึงดูดนิมิตแห่งสวรรค์และโลกนี้? ดูเหมือนว่าชีวิตนี้ โชคชะตาจะกำหนดให้ข้าเป็นผู้ครอบครองพรสวรรค์อันสุดยอด!”

 

หลังจากกล่าวได้ดังนั้น เย่หลางก็หมุนตัวและเดินจากไป

 

ณ หอคอยแห่งเรือนจำ

 

เย่ฉวนนอนอยู่บนพื้น เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจรู้ได้ ในตอนนั้นเองเสียงของสตรีลึกลับก็พลันดังขึ้นภายในห้อง “ลุกขึ้นซะ แล้วดูที่ร่างกายของเจ้า!”

 

เย่ฉวนค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นและก้มลงมองร่างของตัวเอง เขาชะงักไปทันทีเพราะตอนนี้ผิวของเขามีประกายสีทองจาง ๆ!

 

“นี่มันอะไรกัน?” เย่ฉวนมองไปรอบๆด้วยความสับสน

 

สตรีลึกลับกล่าว “ขั้นกายาทองคำนั้นหมายถึงการปลูกฝังทองคำลงภายในกายหยาบของเจ้าให้หลอมรวมกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน ร่างกายคือรากฐาน เจ้าจึงจำเป็นจะต้องมีพื้นฐานเสียก่อน แต่การที่พื้นฐานของเจ้าจะดีหรือไม่นั้น ก็มิได้เป็นตัวตัดสินว่าเจ้าจะไปได้ไกลแค่ไหน คนธรรมดาก็ได้แต่เพียงฝึกฝนเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกายภายนอกแต่ละเลยความมั่นคงจากอวัยวะภายใน ทว่าในความเป็นจริงแล้วต้องเริ่มฝึกฝนจากภายในจึงจะดีที่สุด ต่อเมื่อกล้ามเนื้อ กระดูก และอวัยวะภายในทั้งหมดของเจ้าแข็งแรงเท่านั้นจึงจะสามารถทนรับต่อแรงปะทะจากภายนอกได้ แม้ว่าเจ้าจะได้รับความเจ็บปวดเหนือมนุษย์ในตอนนี้ แต่มันก็จะเป็นประโยชน์ในภายภาคหน้า หรือหากเจ้าลองมองให้ดี เจ้าก็จะเห็นประโยชน์ของมันตั้งแต่ตอนนี้แล้ว”

 

เย่ฉวนสูดลมหายใจเข้าจนลึกแล้วประสานมืออย่างช้า ๆ ขณะนี้เขารู้สึกได้เลยว่าลมปราณภายในปั่นป่วนพลุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่าง!

 

เมื่อรู้สึกได้เช่นนี้ เย่ฉวนก็เกิดความยินดีเหลือประมาณ

 

จริงดังที่สตรีลึกลับกล่าว ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากเมื่อก่อน!

 

ไม่เพียงเท่านั้น หากจะพูดถึงความแข็งแกร่งแล้ว เทียบกับเมื่อก่อนหน้านี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย อาจกล่าวได้ว่าชายหนุ่มไม่รู้สึกกดดันเลยสักนิดหากตอนนี้จะต้องประมือกับคู่ต่อสู้ตัวฉกาจแบบตัวต่อตัว ยกตัวอย่างเช่น ผู้เฒ่าตระกูลเย่ที่ถึงแม้จะมีลำดับพลังอยู่ในขั้นผสานลมปราณ แต่ก็ใช้ชีวิตแบบสุขสบายมาตลอด ไม่เคยต้องได้รับความยากลำบากอะไร

 

เย่ฉวนรีบร้อนถามเมื่อฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ “ท่านผู้อาวุโส ตอนนี้น้องสาวข้าได้รับความเจ็บป่วยทุกข์ทรมาณจากพิษธาตุเย็น ท่านพอจะช่วยได้หรือไม่?”

 

สตรีลึกลับนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถาม “เด็กหญิงตัวเล็กคนนั้นน่ะหรือ?”

 

เย่ฉวนพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว

 

สตรีลึกลับพลันกล่าว “แน่นอน ข้ามีหนทางรักษานาง แต่น้องสาวของเจ้าไม่อาจเข้ามาในหอคอยแห่งนี้ได้”

 

“ทำไม?” เย่ฉวนงงงวย

 

สตรีลึกลับตอบ “จิตวิญญาณของหอคอยนี้กำลังหลับใหลอยู่ในห้วงลึกแห่งภวังค์ แม้ว่าตอนนี้มันจะยอมรับเจ้าเป็นเจ้านาย แต่เจ้าก็ยังไม่ได้ครอบครองกฎแห่งเต๋าเลยแม้แต่ข้อเดียว ดังนั้นเจ้าจึงไม่สามารถพาคนอื่นมาที่นี่ได้ หรือหากเจ้าดึงดันจะพาใครสักคนเข้ามา มันก็จะกำจัดคนแปลกหน้าผู้นั้นทันทีโดยสัญชาตญาณ”

 

เมื่อได้ยินดังนี้ใบหน้าของเย่ฉวนก็สลดลง “ดูเหมือนคงมีแต่ข้าจะต้องพาน้องสาวเข้าไปหาหมอในเมืองหลวงเท่านั้น”

 

ขณะนี้เขาเองก็เปรียบเสมือนลูกนกที่ใกล้จะแตกรัง กล่าวคือหากเขาต้องการที่จะบรรลุขั้นหลอมรวมลมปราณให้ได้ เขาก็ต้องตามหากระบี่วิญญาณเพื่อจะดูดซับเข้าไป แต่กระบี่วิญญาณนั้นสูงค่ามากจนมิอาจประมาณค่าได้ ทั่วทั้งเมืองชิงอาจจะมีแค่เล่มเดียวเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ตระกูลเย่จะมีในครอบครองเลย! แต่ในสถานที่ที่เจริญรุ่งเรืองในแคว้นเจียงอย่างเมืองหลวง ไม่แน่ว่าอาจจะมีกระบี่วิญญาณอยู่บ้างก็ได้!

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top