ขนาดตัวอักษร

บทที่ 7 ซาลาเปาขาวลูกใหญ่

 151 Views

บทที่ 7 ซาลาเปาขาวลูกใหญ่

โจวต้าหวามีหรือจะกล้า เขารีบปิดปากตัวเองทันที

 

“รอแม่เดี๋ยว” เธอวางโจวซานหวาที่พื้นเพื่อให้เขาเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ จากนั้นก็หยิบพัสดุของตัวเองออกจากห้องไป

 

เธอมีห้องเป็นของตัวเอง ถัดไปก็เป็นห้องของพวกเด็กๆ ด้านนอกก็เป็นห้องครัว

 

“แม่ซื้อของอร่อยกลับมาจริงๆเหรอ?” โจวต้าหวาหันไปถามโจวเอ้อร์หวา

 

โจวเอ้อร์หวาเบะปาก ตอนที่แม่เพิ่งกลับมาเขาก็ยังคิดได้ แต่ทำไมพี่ชายถึงยังคิดไม่ได้ อย่ามองว่าเขาอายุแค่สามขวบ แต่จริงๆแล้วเขาฉลาดเหมือนลิง

 

อันที่จริงแล้วแผนการของโจวเอ้อร์หวาก็ถือว่าไม่เลว แต่สุดท้ายแผนการของเขาก็ถูกโจวซานหวาทำพัง ไม่ต้องพูดถึงการกำจัดตัวเอกเลย แค่ตีเสมอตัวเอกก็ยังทำไม่ได้

 

“ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าอะไร? เชื่อไหมว่าฉันจะตีแก!” แม้โจวต้าหวาจะไม่เข้าใจท่าทางที่น้องชายของตัวเองแสดงออกมา แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังดูถูกตัวเองอยู่ จึงถลึงตาใส่พลางพูดเสียงดัง

 

“ใครจะตีใครนะ?” หลินชิงเหอที่ผลักประตูเข้ามาก็เอ่ยถามขึ้น

 

ในมือของเธอมีซาลาเปาร้อนๆลูกใหญ่อยู่หนึ่งลูก กลิ่นหอมๆที่ลอยออกมาเรียกเสียงท้องร้องและเสียงกลืนน้ำลายจากโจวต้าหวาและโจวเอ้อร์หวาได้เป็นอย่างดี “ซาลาเปาขาวลูกใหญ่?”

 

“อยากกินไหม” หลินชิงเหอปรายตามองสองพี่น้อง

 

“อยาก” เด็กน้อยทั้งสองคนต่างพยักหน้าอย่างซื่อสัตย์

 

แม้แต่โจวซานหวาก็ยังเดินเตาะแตะมากอดขาของเธอไว้ เห็นได้ชัดว่าอยากกินเช่นกัน

 

“ในอนาคตจะเชื่อฟังแม่หรือเปล่า?” หลินชิงเหอถาม

 

“ผมเชื่อฟังแม่ตลอดเลยฮะ แต่พี่ใหญ่ไม่เคยเชื่อฟังแม่” โจวเอ้อร์หวาตอบกลับ

 

“ลองพูดแบบนั้นอีกครั้งสิ ฉันจะทุบแกให้!” โจวต้าหวาตะโกนออกมาอย่างโมโห

 

“จะทุบใครนะ?” หลินชิงเหอจ้องโจวต้าหวา

 

โจวต้าหวาอยากจะตอบกลับไปว่าทุบน้องรอง แต่อย่างไรก็ตามซาลาเปาสีขาวอวบๆนั้นก็เย้ายวนใจเกินไป ทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก

 

“แม่จะแบ่งให้ลูกคนละครึ่ง และยังเหลืออยู่ในตู้กับข้าวอีก ถ้าหากทำตัวดีๆ มื้อต่อไปก็ยังได้กินอีก แต่ถ้าไม่เชื่อฟัง งั้นก็กินแต่แผ่นแป้งข้าวโพด” หลินชิงเหอพูด

 

เมื่อเทียบกับความอดอยากหลายปีก่อนหน้านี้ แผ่นแป้งข้าวโพดนับว่าเป็นของดีอย่างไม่ต้องสงสัย หากจะบอกว่าเมื่อก่อนพวกเขากินแกลบก็ไม่ใช่เรื่องโกหก ซึ่งโจวต้าหวากับโจวเอ้อร์หวาไม่ชอบกินเท่าไหร่

 

ซึ่งหลังจากที่พ่อของตัวร้ายนำเบี้ยเลี้ยงกับคูปองอาหารส่งกลับมาทุกเดือน เจ้าของร่างเดิมก็นำมันไปไว้รวมกับทะเบียนสมรส

 

ดังนั้นเจ้าของร่างเดิมจึงไม่ต้องไปทำนา วันๆอยู่แต่ในบ้านโดยไม่ขาดเหลืออะไร และการกินแผ่นข้าวโพดก็กลายเป็นเรื่องปกติ

 

“ฟัง!”

 

หลินชิงเหอเพิ่งพูดจบ โจวเอ้อร์หวาก็รีบตอบกลับทันที

 

โจวต้าหวาแอบก่นด่าเขาอยู่ในใจ แต่ภายใต้สายตาของมารดา เขาก็รีบตอบตกลงทันที

 

จากนั้นหลินชิงเหอก็ตัดสินใจแบ่งซาลาเปาออกครึ่งหนึ่ง โดยที่ครึ่งหนึ่งนั้นแบ่งออกเป็นสามส่วนและส่งให้กับเหล่าตัวร้ายทั้งสามคนในปริมาณที่ไม่น้อยนัก ส่วนหลินชิงเหอนั้น เนื่องจากว่าเธอยังย่อยเรื่องราวต่างๆได้ไม่หมด ดังนั้นจึงไม่มีความอยากอาหารเท่าไหร่ ซาลาเปาเพียงครึ่งเดียวก็อยู่ท้องแล้ว

 

แม้จะแบ่งให้พวกเด็กๆเท่ากัน แต่พวกเขาก็ยังกินไม่อิ่มอยู่ดี หลินชิงเหอเห็นซุปหม้อไข่ที่วางไว้ในบ้าน ซึ่งด้านในมีไข่อยู่2-3ฟอง ดังนั้นเธอจึงตอกไข่ลงไปเพิ่มอีกสามฟอง และเทน้ำเข้าไป จนกลายเป็นซุปไข่ไก่

 

 “แม่ ผมยังไม่อิ่ม!” หลังจากที่โจวต้าหวากินเสร็จ เขาก็รีบบอกทันที

 

โจวเอ้อร์หวาเองก็ไม่อิ่ม นี่เพิ่งครึ่งกระเพาะของเขาด้วยซ้ำ

 

ส่วนโจวซานหวา กระเพาะของเขาไม่ได้ใหญ่มากนัก หลังจากที่กินซุปไข่ไก่ไปถ้วยหนึ่งก็อิ่มแปล้แล้ว

 

แน่นอนว่าอิ่มเร็วก็หิวเร็วเช่นกัน ปกติแล้วเด็กในวัยนี้ควรจะขาวและตัวอวบอ้วน ทว่าโจวซานหวากลับผ่ายผอมจนน่าตกใจ

 

ถึงแม้เด็กๆในยุคนี้จะเป็นแบบนี้ สามในสี่ล้วนกินไม่เคยอิ่ม แต่ทว่าส่วนหนึ่งก็มีสาเหตุมาจากเจ้าของร่างเดิมที่ไม่เคยสนใจโจวซานหวา

 

พ่อของพวกตัวร้ายส่งเบี้ยเลี้ยงกลับมาให้ทุกเดือน ในบ้านก็ไม่ควรที่จะขาดแคลนอาหาร แต่ทว่าเด็กๆทั้งสามคนกลับถูกเลี้ยงดูมาเป็นแบบนี้

 

“ลูกสองคนขึ้นไปนอนบนเตียงเตาก่อนไป” หลินชิงเหอโบกมือ

 

“แต่ผมอยากออกไปเล่น” โจวต้าหวาปฏิเสธทันที

 

“หลับเสร็จก็ค่อยไป เดี๋ยวเย็นนี้แม่จะทำเนื้อให้ลูกกิน” หลินชิงเหอพูด

 

“จริงนะ?” โจวต้าหวารีบย้อนถามขึ้นมา

 

ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น กระทั่งโจวเอ้อร์หวาก็ยังหันมามองแม่ของตัวเองที่วันนี้ดูแปลกไปด้วยสายตาที่เป็นประกาย

 

“ไม่อยากกินก็ช่างมันเถอะ” หลินชิงเหอกล่าวอย่างไม่สนใจ

 

โจวต้าหวากับโจวเอ้อร์หวารีบขึ้นไปนั่งบนเตียงเตาอย่างรวดเร็ว ส่วนโจวซานหวาที่ขึ้นไม่ได้ ก็เกาะขอบเตียงส่งเสียงเอ๊ะอ๊ะ โจวต้าหวากลัวว่าเจ้าสามจะทำให้ตัวเองไม่ได้กินเนื้อ จึงรีบลงจากเตียงแล้วอุ้มเจ้าสามขึ้นไป โดยมีโจวเอ้อร์หวาคอยดึงน้องขึ้นมา

 

อันที่จริงแล้วไม่ควรเรียกว่าอุ้ม แต่เรียกว่าช่วยกันลากโจวซานหวาขึ้นไปบนเตียงเตาจะดีกว่า

 

“….ฝันดีนะ” หลินชิงเหอยกผ้านวมขึ้นมาคลุมตัวพวกเขาแล้วกล่าวออกมา

 

“คืนนี้มีเนื้อให้กินจริงๆใช่ไหม?” โจวต้าหวายังคงถามให้แน่ใจ

 

“มี” หลินชิงเหอพยักหน้าอย่างหนักแน่น

 

เมื่อเห็นแบบนี้โจวต้าหวาและโจวเอ้อร์หวาก็รู้สึกวางใจ จากนั้นพวกเขาก็พากันหลับไป

 

หลินชิงเหอไม่ได้สนใจว่าพวกเขาจะแอบตื่นขึ้นมาคุยกันเป็นการส่วนตัวหรือไม่ เธอรีบกลับไปที่ห้องของตัวเองทันที

 

แม้จะบอกว่าเป็นห้องเดี่ยว แต่ความจริงแล้วก็ไม่ได้ใหญ่มากนัก มันพอจะมีที่สำหรับวางเตียงเตา ตู้เสื้อผ้า รวมไปถึงอ่างล้างหน้าและผ้าขนหนู ถัดจากนั้นก็จะเป็นโอ่งใส่ข้าว โอ่งใส่ข้าวโพดและถังใส่ไข่ พร้อมกับน้ำมันที่เหลือแค่ขวดซึ่งจวนจะหมด กับเกลือที่เหลือเพียงก้นกระป๋อง

 

สิ่งเหล่านี้ล้วนวางอยู่ในห้องของเธอ

 

เนื่องจากห้องของเธอประตูค่อนข้างเล็ก ดังนั้นจึงไม่สามารถนำตู้เข้ามาได้ หากเป็นบ้านอื่นคงนำของเหล่านั้นใส่ไว้ในตู้เสื้อผ้าแล้วล็อคเอาไว้อย่างเดียว

 

หลินชิงเหอรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย เจ้าของร่างเดิมออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ บวกกับเธอเพิ่งย้ายมาใหม่ ดังนั้นหลินชิงเหอจึงเดินไปปิดประตูหน้าบ้าน และตัดสินใจจะนอนเอาแรงสักตื่นหนึ่งแล้วค่อยว่ากันอีกที

 

ดังนั้นสี่คนแม่ลูกจึงพากันหลับใหลตลอดทั้งบ่าย

 

ขณะเดียวกัน ณ.แนวหน้าที่อยู่ไกลออกไป โจวชิงป๋ายถูกส่งตัวเข้ามาในสถานพยาบาลเพื่อช่วยชีวิต

 

ในตอนนั้นเองสหายร่วมรบก็แทบจะคุกเข่าอ้อนวอนขอให้หมอช่วยรักษาชีวิตเพื่อนของเขา เหล่าโจว!

 

เมื่อผู้นำเขตรู้ข่าวเรื่องอาการบาดเจ็บของโจวชิงป๋ายที่ถูกส่งเข้ามาในสถานพยาบาล ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ เขาค่อนข้างชื่นชมโจวชิงป๋ายมากๆ แต่ครั้งนี้เกรงว่าแค่สามารถรักษาชีวิตไว้ได้ก็ถือว่าดีแล้ว ในอนาคต….

 

“ให้เสี่ยวโจวทำงานเป็นเสมียนเถอะ” สุดท้ายผู้นำเขตก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้

 

“ด้วยนิสัยของเสี่ยวโจว เกรงว่าเขาคงไม่ยอมแน่” ผู้นำอีกคนกล่าวออกมาด้วยท่าทีเสียดายพลางส่ายหน้า

 

ถ้าหากไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น เสี่ยวโจวอาจจะได้เลื่อนตำแหน่งอีกครั้ง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ลูกชาวนาคนหนึ่งจะสามารถไต่ขึ้นมาถึงขั้นนี้ได้ด้วยสองมือเปล่า ช่างน่าเสียดายจริงๆ

 

เมื่อได้ยินแบบนี้ ผู้นำก่อนหน้านี้ก็นิ่งเงียบไป เพราะว่าพวกเขารู้จักนิสัยของโจวชิงป๋ายดี ถ้าหากไม่สามารถอยู่ที่แนวหน้าได้ เขาก็คงจะไม่อยู่

 

“งั้นก็ใช้เครดิตจากภารกิจนี้ เพื่อยื่นขอค่าครองชีพให้กับเขา ฉันได้ยินมาว่าที่บ้านเขามีลูกชายอยู่สามคน” สุดท้ายผู้นำเขตคนหนึ่งก็กล่าวออกมา

 

ส่วนผู้นำอีกท่านก็ไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ

 

ในบ้าน สี่คนแม่ลูกตัวร้ายก็ยังคงหลับใหลอย่างมีความสุข โดยไม่รับรู้ถึงกระแสจิตวิญญาณในเรื่องที่เปลี่ยนไป

 

หลินชิงเหอตื่นขึ้นมาอีกทีก็สี่โมงกว่าแล้ว ตอนที่เธอตื่น ลูกชายทั้งสามคนต่างก็ตื่นแล้ว เนื่องจากจำได้ว่า เธอบอกว่าจะมีเนื้อในคืนนี้ ดังนั้นโจวต้าหวาจึงไม่ได้ออกไปเล่นเหมือนอย่างเคย

 

หลินชิงเหอลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาของตัวเอง

 

จากนั้นเธอก็หยิบผ้าขนหนูผืนใหม่ในมิติออกมา สำหรับที่นี่แล้วสีสันเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญ เธอนำผ้าผืนหนึ่งไว้ใช้กับตัวเอง ส่วนที่เหลือก็เอาไว้ให้สามพี่น้อง

 

ส่วนผ้าขนหนูที่ล้ำค่าของเจ้าของร่างเดิม เธอเตรียมนำมาเช็ดเท้าสามพี่น้องแทน

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top