ขนาดตัวอักษร

YC บทที่ 10 กายาซ่อนเร้น2

 54 Views

YC บทที่ 10 กายาซ่อนเร้น2

 

ผู้เฒ่าตระกูลเย่พยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ถูกของเจ้า ถูกของเจ้า ไอ้เจ้าเย่ฉวนผู้นี้อย่างไรเสียมันก็ต้องตายอยู่แล้ว!”

 

เย่หลางพยักหน้ารับ “ตอนนี้มันก็เป็นแค่สุนัขไร้หนทางที่พยายามจะข้ามกำแพง ในระหว่างนี้ ท่านอย่าเพิ่งไปยั่วยุเจ้านั่นให้มากนักจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นแล้วผู้อื่นจะนินทาเอาได้ว่าข้าใจเสาะ แต่หากข้าจงใจเลือกเย่ฉวนแล้ว ข้าก็จะสามารถหาข้ออ้างที่จะฆ่ามันได้!”

 

ผู้เฒ่าตระกูลเย่พูดด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก “เจ้าวางใจได้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง ภายในยี่สิบวันนี้ข้าจะไม่ให้ใครได้ก่อปัญหาแน่”

 

เย่หลางพยักหน้ารับรู้ “จะว่าไปแล้ว เพื่อที่จะทะลวงเลื่อนขั้นให้ได้เร็วหน่อย ข้าอยากได้หินแห่งวิญญาณสักจำนวนหนึ่ง”

 

ผู้เฒ่าตระกูลเย่รู้สึกกระอักกระอ่วน หินแห่งวิญญาณนี้เป็นอัญมณีล้ำค่าที่บรรจุพลังฉีเอาไว้ แม้แต่ตระกูลเย่ที่ว่ายิ่งใหญ่ก็ยังมีจำนวนไม่มากนัก ไม่เพียงเท่านั้น แต่หินแห่งวิญญาณนี้จะใช้ได้เฉพาะผู้นำตระกูลและทายาทที่สืบทอดต่อกันมาภายในเท่านั้น แม้แต่เย่ฉวนเองก็ยังไม่เคยใช้หินแห่งวิญญาณเลยสักครั้ง นั่นเป็นเพราะว่าผู้เฒ่าตระกูลเย่ต้องการเก็บมันไว้ให้ห่างจากเขา

 

“มีปัญหาอะไรงั้นหรือ?” เย่หลางถาม

 

ผู้เฒ่าตระกูลเย่สั่นศีรษะ “ไม่มีหรอก แต่มันเป็นหินแห่งวิญญาณ พวกเราเลยอาจจะมีไม่มาก”

 

เย่หลางยิ้มพลางกล่าว “สบายใจได้ แค่จะไปให้ถึงขั้นหลอมรวมลมปราณ เราคงไม่ต้องใช้หินแห่งวิญญาณมากจนเกินไป”

 

ได้ยินดังนั้นผู้เฒ่าตระกูลเย่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เป็นเช่นนั้นได้ก็ดี!”

 

เย่หลางแหงนหน้าขึ้นมองฟ้า มีรอยยิ้มเหยียดเสียดสีขึ้นที่มุมปากก่อนจะคิดขึ้นในใจ “ช่างเป็นที่ห่างไกลและทุรกันดารนัก… แต่ถือว่ายังดีหากจะใช้ประโยชน์จากมันในตอนนี้…”

 

 

เย่ฉวนกลับไปที่ลานบ้านของตัวเอง แต่เมื่อมาถึงก็พบพลี่มู่และคนอื่น ๆ มารออยู่ก่อนแล้ว

 

เย่ฉวนมองทั้งหมด “พวกเจ้าไม่ควรมาที่นี่ในเวลานี้”

 

นับตั้งแต่วันที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้สืบทอด เขาก็แทบจะไม่ได้เจอเหล่าพี่น้องร่วมรบกลุ่มนี้อีกเลยเป็นเพราะว่าทุกคนต่างรู้ดีว่าอนาคตของผู้นำตระกูลเย่คนต่อคนไป ไม่ใช่เย่ฉวน แต่เป็นเย่หลาง

 

หลี่มู่จับมือของเย่ฉวน “พี่เย่ เรื่องก่อนหน้านี้ พวกเราต้องขอขอบคุณท่านมาก”

 

เย่ฉวนพยักหน้าเล็กน้อย “เจ้าและพรรคพวกไม่ได้ทำอันใดกับข้า เป็นข้าที่ต้องขอบคุณเจ้าต่างหาก เอาล่ะ กลับไปได้แล้ว หากผู้เฒ่าผ่านมาพบเข้าจะเกิดปัญหาเอาได้”

 

หลี่มู่ครุ่นคิดก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “พี่เย่ หากในวันข้างหน้าท่านต้องการความช่วยเหลือ โปรดบอกให้ข้ารู้ พวกเราจะไม่มีทางปฏิเสธแน่”

 

เมื่อได้กล่าวเช่นนั้นแล้ว หลี่มู่และพรรคพวกก็จากไป

 

เย่ฉวนส่ายศีรษะเบา ๆ เมื่อเห็นพี่ชายทำท่าทางดังนั้นเย่หลิงก็จับที่แขนของเย่ฉวนก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาอย่างอ่อนโยน “พี่ชาย ท่านไม่เชื่อพวกเขาหรือ?”

 

เย่ฉวนตอบยิ้มๆ “หากพี่ชายของเจ้าแข็งแกร่ง สิ่งที่เจ้าพวกนั้นบอกก็จะเป็นความจริง แต่ถ้าหากข้าอ่อนแอและไม่มีโอกาสที่จะพลิกกลับฟื้นคืนแล้วละก็ ทุกอย่างล้วนเป็นแค่ลมปากเท่านั้น”

 

เย่หลิงมองเย่ฉวนและพูดอย่างจริงจัง “แต่ข้าน่ะเป็นของจริงนะ ข้าจะยืนเคียงข้างพี่ชายตลอดไปเลย!”

 

เย่ฉวนส่งยิ้มให้น้องสาวและพากันเดินกลับบ้าน แต่เมื่อมาถึงที่ลานโล่ง ฉับพลันร่างของเย่หลิงพลันสั่นอย่างรุนแรง ไม่เพียงเท่านั้น แต่ร่างกายของนางยังส่งกระแสลมอันหนาวเย็นออกมาอีกด้วย!

 

หัวใจของเย่ฉวนแทบจะหยุดเต้น เขารีบพาเย่หลิงไปที่เตียงจากนั้นก็รีบร้อนหยิบขวดหยกสีขาวออกมา เทเม็ดยาแล้วป้อนให้กับเย่หลิง หลังจากรับยารักษาเข้าสู่ร่างกายได้ทันท่วงที สีหน้าของเย่หลิงก็ดูดีขึ้นเล็กน้อย

 

เย่หลิงค่อย ๆ ลืมตา มือขวาของนางกุมมือเย่ฉวนเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่แผ่วเบาราวกับยุง “พี่ชาย ข้ารู้สึกว่าตัวเองคงจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว ถ้า.. ถ้าข้าตาย พี่ชายช่วยเอาขี้เถ้าของข้าติดตัวไปกับท่านด้วยได้หรือไม่? ข้าอยากจะอยู่กับท่านพี่ พี่ชาย…”

 

“เจ้าอย่าได้พูดจาเหลวไหล!”

 

เย่ฉวนกล่าวเสียงดุ เขาจ้องมองไปที่เย่หลิง “เจ้าจะต้องไม่ตาย ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าตายเด็ดขาด เชื่อข้าสิ ต้องมีทางรักษาเจ้าได้แน่! เมื่อข้าสำเร็จขั้นหลอมรวมลมปราณเมื่อไหร่ ข้าจะพาเจ้าเข้าไปรักษาที่โรงหมอในเมืองหลวง เป็นเช่นนั้นดีหรือไม่?”

 

ขณะที่พูดแบบนั้นเสียงของเขาก็ค่อย ๆ เบาลง “เจ้าคือครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวแล้ว ได้โปรดมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อพี่ เจ้าทำได้ไหม?”

 

เย่หลิงมองหน้าเย่ฉวนพลันน้ำตาก็ไหลลงอาบแก้ม

 

เย่ฉวนใช้มือเช็ดน้ำตาเบา ๆ บนใบหน้าของเย่หลิง “อย่าร้องไห้ไปเลย หากร้องมากเกินไปแล้วเจ้าจะไม่สวยนะ ในวันข้างหน้าเจ้าจะต้องแต่งงานออกเรือน!”

 

เย่หลิงส่ายศีรษะ “ไม่เอา ข้าจะไม่ยอมแต่งงานออกเรือนหรอก ข้าจะอยู่กับพี่ชายของข้า!”

 

เย่ฉวนอมยิ้ม “เจ้าเด็กโง่ ช่างมันเถอะมา เราอ่านนิทานกันดีกว่า…ณ ที่แห่งหนึ่งมีภูเขา และบนยอดภูเขานั้นก็มีวัด…”

 

ผ่านไปได้สิบห้านาทีเย่หลิงก็นอนหลับสนิท

 

เมื่อมองไปที่ร่างของเย่หลิงบนเตียง สีหน้าของเย่ฉวนพลันมืดมนลงเหมือนสายน้ำหยุดนิ่ง นั่นเป็นเพราะเย่หลิงหลับใหลนานขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ในขวดหยกสีขาวก็เหลือยาน้อยกว่าสามเม็ด!

 

หนึ่งนาทีต่อมา เย่ฉวนเก็บขวดหยกนั้นกลับเข้าไปในเสื้อพลางห่อตัวเย่หลิงไว้ในผ้าห่ม ก่อนจะกลับไปที่หอคอยแห่งเรือนจำ

 

มีแต่ต้องฝึกฝน!

 

สิ่งที่เย่ฉวนต้องทำตอนนี้ก็มีแต่ต้องมุมานะฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งเท่านั้นแล้วจึงจะสามารถพาเย่หลิงไปที่เมืองหลวงได้ นอกจากนี้คนตระกูลเย่ยังตั้งใจแน่วแน่ที่จะสังหารเขา ดังนั้นหากการประลองชี้เป็นตายในอีกยี่สิบวันให้หลังเขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เย่หลิงและเขาคงต้องตายตกไปตามกัน

 

เย่ฉวนมองหาเงาลวงเพื่อที่จะฝึกฝน ในเวลาเดียวกันนั้นเสียงของผู้หญิงลึกลับก็ดังขึ้น “ในตอนนี้เจ้าได้สำเร็จกายาซ่อนเร้นแล้ว”

 

เย่ฉวนตะลึงงัน “กายาซ่อนเร้น? กายาซ่อนเร้นคืออะไรงั้นหรือ?”

 

เสียงลึกลับยังคงกล่าวต่อไป “กายหยาบนั้นแบ่งออกได้เป็นทั้งหมดหกขุมพลัง มีตั้งแต่ขั้นที่หนึ่งจนถึงลำดับขั้นที่หก อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีคนรู้ว่าหลังจากขั้นที่หก ผสานลมปราณแล้วยังมีอีกหนึ่งขุมพลังนั่นก็คือกายาทองคำ หลังจากนั้นแล้วจึงจะเป็นขั้นหลอมรวมลมปราณ”

 

เย่ฉวนขมวดคิ้ว “กายาทองคำหรือ? ท่านผู้อาวุโส เหตุใดข้าจึงไม่เคยได้ยินมาก่อน?”

 

หญิงลึกลับเผยยิ้มบางเบา “มิใช่ว่าข้าบอกเจ้าไปแล้วหรือ ว่ากายาซ่อนเร้นนั้นคนธรรมดาย่อมไม่อาจรู้จัก แต่เมื่อเจ้าได้สำเร็จกายาทองคำนี้แล้ว ความสามารถของเจ้าทั้งหมดจะแข็งแกร่งมากขึ้นเป็นสองเท่า เจ้ายังอยากจะฝึกฝนอีกอย่างงั้นหรือ? ไม่จำเป็น ในไม่ช้าเจ้าจะได้พบกับวิญญาณกระบี่ และเมื่อเจ้าข้ามผ่านมันไปได้ เจ้าก็จะบรรลุขั้นหลอมรวมลมปราณ”

 

เย่ฉวนกล่าวด้วยความตื่นเต้น “ความแข็งแกร่งของข้าเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า? จริงหรือ?”

 

หญิงลึกลับกล่าวตอบ “จริงสิ!”

 

เย่ฉวนรีบพูด “งั้นเรามาเริ่มกันเลย ข้าจะฝึก!”

 

ผู้หญิงลึกลับกล่าว “เจ้ามีฉีแห่งกระบี่อยู่ในร่างกายอยู่แล้ว และถึงแม้ว่าเจ้าจะยังไม่สามารถปลดปล่อยพลังฉีออกมาได้ก็ตาม แต่เจ้าก็สามารถใช้มันเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและอวัยวะภายในทั้งห้าภายในร่างของเจ้าได้ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะว่าเจ้าได้ฝึกฝนร่างกายภายนอกได้สำเร็จมาก่อน ดังนั้นตอนนี้จึงถึงเวลาที่เจ้าจะต้องเริ่มฝีกจากภายในแล้วบ้าง และเมื่อร่างทั้งร่างของเจ้าได้รับการขัดเกลาอย่างเต็มที่ทั้งภายนอกและภายใน เมื่อนั้นเจ้าก็จะรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อย”

 

เย่ฉวนโบกมือและพูดด้วยความเบิกบานใจ “ความเจ็บปวดถือเป็นเรื่องเล็กน้อย อย่างไรข้าก็จะเริ่มฝึก”

 

หญิงลึกลับกล่าวต่อ “ย่อมได้ วิธีฝึกฝนนั้นง่ายมาก เจ้าเพียงต้องเคลื่อนการไหลเวียนของฉีและปล่อยให้มันกระจายไปตามกระดูกแขนและขา”

 

เย่ฉวนลงมือทำตามที่ถูกบอกทันที แต่เมื่อได้เริ่มไปแล้ว สองตาของเขาก็พลันเบิกกว้าง “อา…”

 

ในขณะนี้เย่ฉวนรู้สึกเหมือนถูกแทงโดยเข็มนับพันเล่ม ความเจ็บปวดแล่นไหลไปทั่วร่างจนเขาเกือบจะหมดสติ

 

“ผู้อาวุโส ไหนท่านบอกว่าทนเจ็บแค่นิดเดียวอย่างไรเล่า!”

 

“มันเจ็บมากเลยงั้นหรือ? ข้านึกว่ามันจะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น…”

 

“ท่านผู้อาวุโส ได้โปรดอย่าบอกข้าว่าไม่เคยมีผู้ใดได้ฝึกขั้นกายาซ่อนเร้นนี่มาก่อนน่ะ!”

 

“เมื่อนานมากแล้ว เคยมีชายผู้หนึ่งได้ฝึกฝนเช่นนี้อยู่เหมือนกัน แต่เขาก็ตายทันทีตั้งแต่เริ่มแรก ข้าก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นเพราะสาเหตุอื่น…”

 

“ข้า…”

 

“แม้ว่าข้าจะเห็นเจ้าเจ็บปวด แต่ข้าก็ไม่สามารถช่วยเหลือเจ้าได้ ข้าทำได้เพียงแต่สำนึกผิดด้วยรอยยิ้มนี่เท่านั้น หึหึหึ…”

 

เย่ฉวนสิ้นคำพูด “…”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top