ขนาดตัวอักษร

YC บทที่ 7 หากท้องฟ้าร่วงหล่นมา ข้าจะคว้าเป็นคนแรก! 1

 45 Views

YC บทที่ 7 หากท้องฟ้าร่วงหล่นมา ข้าจะคว้าเป็นคนแรก! 1

 

ระหว่างทางเดิน ขณะที่เย่ฉวนกับเย่หลิงกำลังรีบร้อน มีบางคนชี้มือชี้ไม้ไปทางพวกเขา

 

เมื่อครั้งเย่ฉวนยังเป็นผู้สืบทอดทายาทสายตรงของตระกูลเย่ ผู้คนเหล่านี้ให้ความเคารพนบนอบต่อเขาเสมอ ทุกครั้งที่เห็นเขาเป็นต้องได้ยินคำกล่าวทักทาย แต่ในเมื่อตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป เย่ฉวนไม่ได้อยู่ในฐานะเช่นเดิมแล้ว ผู้คนเหล่านั้นที่เคยเห็นเขาแล้วทำเป็นปลาบปลื้มต่างพากันหลีกเลี่ยงหรือไม่ก็ทำเป็นไม่รู้จักกันเสียอย่างนั้น

 

ท้ายที่สุดแล้ว ตอนนี้ผู้สืบทอดตระกูลเย่คนใหม่ก็คือเย่หลาง คำสั่งของเย่หลางและผู้เฒ่าตระกูลเย่ถือเป็นที่สิ้นสุด ใครเลยจะกล้าขัดขืน

 

เย่ฉวนไม่เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ เมื่อปัญหาเกิดขึ้น เราจึงได้เห็นเนื้อแท้ของแต่ละคนก็เท่านั้น!

 

บนทางเดิน เย่หลิงกุมมือเย่ฉวนแน่นพลางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “พี่ชาย พวกเราทำเป็นลืมมันไปไม่ได้หรือ? ข้า ข้าไม่เจ็บ… พวกเขามีพวกผู้อาวุโสคอยหนุนหลังอยู่ เดี๋ยวท่านพี่จะเดือดร้อนเอาได้”

 

เย่ฉวนหยุดเดิน เขาหันไปมองเย่หลิงและพูดอย่างโกรธเกรี้ยว “ใครก็ตามที่มันกล้าตีเจ้า ทำร้ายเจ้า ต่อให้เป็นผู้เฒ่าผู้อาวุโส พี่ก็จะฆ่ามันให้เหี้ยน!”

 

ในขณะที่พูดแบบนั้น เย่ฉวนก็พาเย่หลิงเดินไปต่ออย่างรวดเร็ว

 

ในไม่ช้าเย่ฉวนก็มาถึงโรงครัวตระกูลเย่พร้อมกันกับเย่หลิง พร้อมกันนั้นชายร่างอ้วนก็ปรากฏตัวออกมา

 

คนผู้นี้คือหัวหน้าคนครัวแซ่หวัง ผู้มีอำนาจในการควบคุมดูแลการทำงานในโรงครัวตระกูลเย่ทั้งหมดอยู่ในกำมือ!

 

หัวหน้าหวังมองมาที่เย่ฉวน ตะลึงงันไปเล็กน้อย แต่แล้วใบหน้าอ้วนท้วนนั้นก็ค่อยๆฉีกยิ้ม “ไง ลมอะไรหอบท่านผู้สืบทอดตระกูลเย่มาที่นี่กัน? อ่า ไม่สิ ต้องขอโทษที ดูท่าความจำของข้าคงผิดเพี้ยนไปแล้ว ข้าหลงลืมไปว่าท่านนั้นไม่ใช่ผู้สืบทอดตระกูลเย่อีกต่อไป อา ความจำของข้านี่ช่างแย่จริง! ใช่แล้ว ข้าควรเรียกท่านว่าพี่เขยเสียแล้วกระมังตอนนี้ บรรดาผู้อาวุโสตัดสินใจยกน้องสาวท่านให้กับข้า ดังนั้นเรา…”

 

ทันใดนั้น เย่ฉวนวิ่งปราดเดียวขึ้นมาถึงด้านหน้าหัวหน้าหวัง และก่อนที่หัวหน้าหวังจะได้ทันตั้งตัว เย่ฉวนก็ประเคนหน้าแข้งเตะเข้ากลางเป้ากล่องดวงใจเข้าให้แล้ว

 

“อ้า!”

 

หัวหน้าหวังเบิกตากว้าง ใบหน้าของเขาเริ่มบิดเบี้ยว

 

ผู้คนที่ยืนล้อมรอบอยู่ต่างตกอยู่ในความตะลึงงง

 

“เย่ฉวน เจ้าจะทำอะไรน่ะ?”

 

ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วน เย่ฉวนเดือดจัดจนตะโกนกร้าว “นับตั้งแต่เกิดมา ข้ายังไม่เคยลงมือทุบตีน้องสาวตัวเองแม้เพียงครั้ง แต่เจ้าเป็นใคร กล้าดียังไงถึงได้บังอาจมาตีนาง”

 

ไม่ทันขาดคำเย่ฉวนก็ฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าหัวหน้าหวังทันที

 

“เพียะ!”

 

เสียงตบนี้ดังราวกับสายฟ้าฟาด!

 

“ป้าบ!”

 

หัวหน้าหวังเลือดกบปาก ร่างอ้วนท้วนนั้นกลิ้งไปมาอยู่บนพื้น ทั้งสองมือกุมเป้า ส่วนปากก็ร้องโหยหวนไม่หยุดเหมือนหมูที่กำลังจะถูกฆ่า

 

เย่ฉวนกำลังจะเดินจากไป ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนมาจากด้านหลังด้วยความกรุ่นโกรธ “เย่ฉวน เจ้ากล้าดียังไง!”

 

ผู้มาใหม่ที่เพิ่งมาถึงคือเย่กู ส่วนด้านหลังที่ตามมานั้นคือทหารยามของตระกูลเย่นับสิบคน

 

เย่ฉวนไม่สนใจเย่กู เขาเหยียบซ้ำลงบนใบหน้าเหยเกที่คร่ำครวญไม่หยุดของหัวหน้าหวัง พลางหันไปมองใบหน้าที่ซีดเซียวด้วยความกลัวของเย่หลิง “มือข้างไหนที่มันใช้ตีเจ้า?”

 

เย่หลิงพูดน้ำเสียงสั่นเครือ “ข้างขวา เป็นมือข้างขวาพี่ชาย ไม่ ได้โปรด ท่านพี่ลืมมันเสีย…”

 

ยังไม่ทันสิ้นเสียงร้องห้ามของเย่หลิง พลันเย่ฉวนดึงกริชแหลมคมออกมาจากเอวแล้วตัดเข้าที่หัวไหล่ของหัวหน้าหวัง

 

“ซ่าาาาส์!”

 

แขนขวาของหัวหน้าหวังขาดกระเด็น เลือดทะลักจากบาดแผลไหลนอง

 

รอบข้างเงียบกริบไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงราวกับอยู่ในสุสาน

 

ผู้คนตะลึงงันไม่เว้นแม้แต่เย่กูที่ยังตกใจจนต้องเบิกตากว้าง!

 

หัวหน้าหวังเป็นลมหมดสติไปในทันที

 

เย่หลิงยกมือขึ้นปิดปากเล็ก ๆ ด้วยความสั่นกลัว

 

ในเวลานี้เย่กูก้าวเข้ามาและชี้ไปที่หน้าเย่ฉวนอย่างเดือดดาล “เย่ฉวน เจ้ากล้าดียังไง เจ้ากล้าทำเรื่องรุนแรงพวกนี้ต่อหน้าข้า เจ้ามัน…”

 

เย่ฉวนหันกริชชี้ไปที่หน้าของเย่กูอย่างรวดเร็วและพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าสุนัขเฒ่า อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะ ว่าเจ้ากับผู้เฒ่าตระกูลเย่สมคบคิดกันทำเรื่องชั่วช้าลับหลังข้า พวกเจ้ามันก็เป็นแค่หมาขี้เรื้อน ดีแต่รู้จักวางแผนให้คนในตระกูลต้องมาต่อสู้ด้วยกันเอง หากเก่งนัก ก็เอาเวลาไปหาแผนรับมือต่อสู้กับพวกตระกูลหลีจะเป็นการดีกว่าหรือไม่ ไหนจะคฤหาสน์ตระกูลชางเตอเหลียน! เป็นหมาที่เก่งแต่ในบ้าน อยู่ข้างนอกกลับขี้ขลาด นี่น่ะหรือตาเฒ่าผู้เปี่ยมล้นคุณธรรม!”

 

ตระกูลจาง ตระกูลหลี และคฤหาสน์ชางเตอเหลียน กองกำลังทั้งสามนี้รวมเข้ากับตระกูลเย่ จึงเรียกได้ว่าสี่กองกำลังเสาหลักของเมืองชิง ในบรรดาทั้งสี่นั้น ตระกูลเย่ถือเป็นกองกำลังที่อ่อนด้อยมากที่สุด

 

เมื่อได้ยินเย่ฉวนกล่าวดังนั้น สีหน้าเย่กูก็เริ่มน่าเกลียดขึ้นเรื่อย ๆ เขาโต้ตอบอย่างดุเดือด “เย่ฉวน เจ้าถือดียังไง? เจ้ากล้าทำร้ายคนในเวลากลางวันแสก ๆ ต่อหน้าคนพวกนี้ เจ้า…”

 

“เจ้ากำลังพล่ามเรื่องอะไรอยู่กัน?”

 

เมื่อมาถึงตอนนี้แล้ว เย่ฉวนก็ประกาศกร้าว “ถึงข้าสับมันเป็นชิ้น ๆ แล้วอย่างไร ถ้าเจ้ากล้า ก็เข้ามา!”

 

ใบหน้าของเย่กูพลันเปลี่ยนเป็นสีม่วงด้วยความโกรธ เย่กูร้องคำราม “จับตัวมาให้ข้า!”

 

แต่ถึงกระนั้น ทหารยามเพียงไม่กี่คนของตระกูลก็ยังไม่มีใครกล้าเคลื่อนไหว

 

ในนามของตระกูลเย่ เย่ฉวนได้ผ่านศึกมาแล้วนักต่อนัก กิตติศัพท์และศักดิ์ศรีอันสูงส่งของเป็นที่กล่าวขวัญถึงในกองทหารของตระกูลเย่อย่างมากมาย เมื่อครั้งต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังทั้งสาม ไม่เพียงแต่เย่ฉวนจะกล้ายืนยันในอุดมคติของตัวเองแต่ยังสามารถต่อสู้ได้ทุกเมื่อตามที่ต้องการ ยิ่งไปกว่านั้น เขามักจะพาคนของตระกูลเย่บุกตะลุยแก่งแย่งดินแดนอยู่ข้างนอก ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าทหารยามส่วนใหญ่สู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกันกับเย่ฉวน

 

เมื่อเห็นว่าทหารยามไม่มีการเคลื่อนไหว เย่กูก็ให้ประหลาดใจนัก เขาตะโกนก้องขึ้นอีกครั้งด้วยความโกรธ “พวกเจ้ากล้าขัดคำสั่งของข้าเชียวเหรอ?”

 

หัวหน้าทหารยามตระกูลเย่มองไปที่เย่ฉวนด้วยความลังเล “พี่เย่ ข้า… พวกเรา…”

 

เย่ฉวนเหลียวมองที่ยามคนนั้น “หลี่มู่ เจ้าเองสู้ฝ่าฟันผ่านประสบการณ์นองเลือดนับร้อยมาด้วยกันกับข้า พี่น้องนักรบทั้งหลาย ยามต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่พวกเจ้าย่อมรู้จักข้าดีที่สุดว่าข้านั้นย่อมเทิดทูนตระกูลเย่เหนือสิ่งอื่นใด มาบัดนี้ ครอบครัวตอบแทนข้าและน้องสาวด้วยอาหารกากเดน ข้าจะไม่ทนกับสิ่งนี้ ข้าจะไม่ทำให้พวกเจ้าต้องอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัด ข้าเข้าใจฐานะและหน้าที่ของพวกเจ้าดี อย่างไรเสีย ข้าเองก็ควรจะบอกกล่าวเรื่องนี้ล่วงหน้า ความเป็นพี่น้องของพวกเราสิ้นสุดนับตั้งแต่บัดนี้ พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องแสดงความเมตตาต่อข้า และข้า ก็จะไม่ขอยั้งมือเช่นกัน!”

 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของหลี่มู่ไม่ชวนมอง

 

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมจึงเกิดเหตุสงครามระหว่างตระกูล ในเวลานั้น ทุกฝ่ายจะต้องประสบกับความสูญเสียอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ไม่มากก็น้อย ดังนั้นจึงมีกฎที่อนุญาตให้เพียงผู้สืบทอดรุ่นใหม่เท่านั้นที่จะออกมาต่อสู้ได้ ด้วยวิธีนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดจำนวนการสูญเสีย แต่ยังทำให้เหล่าทายาทรุ่นหลังแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย

 

และเย่ฉวนคือตัวแทนจากตระกูลเย่!

 

อาจกล่าวได้ว่าเขาคือหัวหน้าทายาทชนรุ่นหลังของตระกูลเย่ ทหารยามเหล่านี้ล้วนต่างมีมิตรภาพและความสัมพันธ์ตื้นลึกหนาบางด้วยกันกับเย่ฉวน ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ล้วนเป็นที่ประจักษ์ในหมู่คนรุ่นเดียวกันนั่นก็คือความแข็งแกร่งของเย่ฉวน แน่นอนว่าหากได้เริ่มต่อสู้แล้ว เขาจะกลายเป็นคนบ้าที่ไม่รักตัวกลัวตายขึ้นมาทันที ทหารยามเหล่านั้นที่มาขัดขวางจะต้องถูกฆ่าหากตั้งท่าว่าจะสู้

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top