ขนาดตัวอักษร

YC บทที่ 4 เรือนจำในหอคอย2

 46 Views

YC บทที่ 4 เรือนจำในหอคอย2

 

หญิงลึกลับกล่าวว่า “ตอนนี้เจ้าคือเจ้าของหอคอยแล้ว ทุกครั้งที่เจ้าพบกฎแห่งเต๋าหนึ่งข้อไม่เพียงแต่เจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นมากเท่านั้น แต่เจ้ายังสามารถควบคุมหอคอยได้มากเท่าที่ต้องการ หากเจ้าพบกฎแห่งเต๋าข้อหนึ่งแล้ว เจ้าจะสามารถควบคุมชั้นที่หนึ่งได้”

 

“หากเจ้าจำเป็นต้องต่อสู้กับผู้ใดในอนาคต เจ้าสามารถนำกับดักในหอคอยไปใช้ได้ตราบใดที่ศัตรูของเจ้าไม่เก่งกาจระดับเดียวกับตัวเจ้า ตอนนี้หอคอยไม่ได้มีกฎแห่งเต๋าเพียงแค่ข้อเดียว ดังนั้นการใช้งานจึงค่อนข้างซับซ้อน ประสิทธิภาพไม่เพียงแต่ยังไม่สมบูรณ์ แต่ผนึกในแต่ละชั้นกำลังค่อย ๆ ถูกทำลายและสิ่งที่อยู่ในนั้นก็จะถูกปลดปล่อย เมื่อหอคอยถูกทำลายโดยสมบูรณ์ ทุกอย่างเป็นอิสระ โลกของเจ้าก็จะล่มสลายและเจ้าก็อาจจะตายเป็นคนแรก”

 

เย่ฉวนถามเสียงต่ำ “ผู้อาวุโส ท่านต้องการให้ข้ากอบกู้โลกทั้งหมดใช่หรือไม่?”

 

“เจ้าแค่ดูแลตัวเองก็พอแล้ว เจ้าสิ่งที่ถูกกักขังอยู่ในชั้นสองนั้นไม่ใช่อะไรที่ดีนัก และหากเป็นไปดังคาด ในเวลาไม่เกิน 1 ปีนี้ผนึกชั้นที่สองจะถูกคลายออกจนหมด เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าก็จงบอกลาโลกที่แสนสวยงามนี้ซะ”

 

เย่ฉวนค้อมกายทำความเคารพอย่างสุดตัว “ท่านอาวุโสได้โปรดสั่งสอนข้าด้วยเถิดว่าการเรียนรู้วิธีปลูกฝังรากวิญญาณแห่งเต๋าโดยไม่ใช้ตันเถียนนั้นมันเป็นเช่นไร”

 

เสียงลึกลับได้เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว “วิธีฝึกฝนกระบี่ของข้านั้นแตกต่างจากวิธีโบราณของพวกเจ้าอยู่มาก ระดับความยากและความแตกต่างนั้นมีมากจนเกินไป หลังจากเริ่มต้นฝึกไปแล้วเจ้าอาจร้องขอที่จะตายเสียดีกว่า เจ้าจงคิดทบทวนเรื่องนี้ให้ดี”

 

เย่ฉวนหัวเราะเยาะตัวเอง “มาตอนนี้ตันเถียนของข้าก็เสียหายไปแล้ว ยังจะเหลือหนทางอะไรอีกได้เล่าท่านว่าจริงมั้ย?”

 

เสียงผู้หญิงลึกลับเห็นด้วย “นั่นก็ใช่ แต่อย่างไร ข้าก็จำเป็นที่จะต้องเตือนเจ้าเอาไว้ก่อนเกี่ยวกับวิธีฝึกนี้ในเมื่อเจ้าไม่มีตันเถียน ตอนนี้เจ้าเป็นนักสู้ผู้ไร้กระบี่ซึ่งเหมาะสมกับวิธีฝึกฝนของข้าอยู่พอดี”

 

เย่ฉวนตกใจ “แล้วมันจะได้ผลจริงหรือ?”

 

เสียงลึกลับยืนยัน “ได้ผลอย่างแน่นอน หากเจ้าใช้ตัยเถียนนั่น เจ้าก็จะไม่ได้รับจิตวิญญาณวิถีแห่งเต๋าที่แท้จริง หากแต่เป็นกระบี่แห่งเต๋าต่างหาก เจ้าจงใช้กระบี่นี่แทนตันเถียนของเจ้า มันดียิ่งกว่า และไม่เพียงเท่านั้น ในอนาคตขณะที่ผู้อื่นฝึกฝนพลังฉี เจ้าฝึกฝนกระบี่ ในเวลาไม่กี่วัน เจ้าไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิเพื่อที่จะดูดซับพลังจิตวิญญาณฉีด้วยตัวเอง เจ้าเพียงแต่ต้องหากระบี่ที่ดีมาดูดซับพลังแทนเจ้าก็เท่านั้น เมื่อได้กระบี่ที่ดีขึ้น เจ้าก็จะสามารถพัฒนาตัวเองได้เร็วกว่า และยิ่งหากเจ้าสำเร็จในขั้นแรกได้ ร่างของเจ้าก็จะกลายเป็นร่างกระบี่ กระบี่ทั่วไปไม่สามารถทำอะไรเจ้าได้ คุณสมบัตินี้ไม่ได้เป็นเพียงโล่คุ้มกัน แต่เมื่อเจ้าปรากฏกาย เจ้าจะสามารถสั่งการกระบี่ทั้งมวลให้เชื่อฟังได้”

 

“สั่งการกระบี่ทั้งมวล กระบี่ทั้งหมดเลยน่ะหรือ!”

 

ได้ยินดังนั้นเลือดในกายเย่ฉวนพลันเดือดพล่าน เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป

 

คราวนี้เสียงหญิงลึกลับถามขึ้นอีกครั้ง “ก่อนจะเข้ามาข้างใน เจ้าเห็นกระบี่ทั้งสามเล่มที่อยู่บนยอดหอคอยแล้วหรือไม่?”

 

แย่ฉวนพยักหน้า “ข้าเห็น”

 

เสียงลึกลับกล่าวต่อ “กระบี่ทั้งสามเล่มนั้นเป็นตัวแทนเต๋าแห่งกระบี่ หากเจ้าสามารถดูดซับมันทั้งหมดนั่นเข้ามาในร่างได้ เช่นเดียวกับตันเถียนของเจ้า ความแข็งแกร่งของเจ้าก็จะเพิ่มขึ้นอย่างที่เจ้าไม่มีทางคาดถึง”

 

เย่ฉวนลังเลนิดหน่อยก่อนจะพูด “เท่าที่ข้าเห็น ดูเหมือนว่ากระบี่ทั้งสามเล่มนั้นจะคอยปกปักรักษาหอคอยอยู่ หากข้าดูดซับมันมาแล้วจะไม่เป็นไรแน่หรือ?”

 

เสียงผู้หญิงลึกลับกล่าวต่อ “ไม่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นหรอก เชื่อเถอะ ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”

 

เย่ฉวนยังคงสงสัย แต่เขารู้ดีว่าในเวลานี้ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ดังนั้นเขาจึงมีแต่ต้องเลือกที่จะเชื่อเท่านั้น

 

“เห็นกระบี่ที่อยู่ตรงหน้าเจ้าไหม?”

 

เย่ฉวนมองไปไม่ไกลที่ข้างโครงกระดูกมีกระบี่ตั้งอยู่ กระบี่เล่มนั้นยาวกว่าสามฟุตกว้างกว่าหนึ่งนิ้ว ตาของเขาลุกเป็นประกายชื่นชมเมื่อเห็นเนื้อกระบี่ทำจากเงิน บนกระบี่นั้นสลักอักษรตัวเล็ก ๆ ไว้สองตัว

 

“กระบี่หลิงเซี่ยว!”

 

“กระบี่เล่มนี้ถูกกักไว้ที่นี่เป็นเวลา 1,200 ปี จิตวิญญาณเกือบทั้งหมดของมันได้หายไปแล้ว ดังนั้นหากเจ้าจะนำมาใช้ตอนนี้ก็นับว่าเหมาะสม เอาล่ะ ข้าจะแนะนำบางส่วนของวิธีการฝึกฝน เจ้าจงทำตามคำอธิบายเหล่านั้น และดูดซับกระบี่เข้าไปไว้ในตัวเจ้าซะ เจ้าเป็นได้ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้าแสวงหา ดังนั้นหากเจ้าสำเร็จวิชากระบี่นี้  เจ้าก็จะสามารถบรรลุเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่หกได้”

 

เย่ฉวนเข้าใจในความหมายนั้น เขารีบเอ่ยถาม “ถ้าหากว่าข้าล้มเหลวล่ะ?”

 

“ก็อาจจะเป็นเช่นนั้น!”

 

เย่ฉวนตะลึงค้าง “ท่านผู้อาวุโส ได้โปรดอย่าเพิ่งบอกข้าว่าวิธีนี้ยังไม่เคยมีใครฝึกฝนได้สำเร็จมาก่อนนะ!”

 

เสียงผู้หญิงลึกลับเงียบไปก่อนจะตอบ “ข้าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังไม่เคยมีผู้ใดทำได้มาก่อน ดังนั้นเจ้าเป็นคนแรก หากสำเร็จ ก็ขอแสดงความยินดีด้วยที่เจ้าจะได้เป็นผู้บุกเบิก”

 

เย่ฉวนตัวแข็งทื่อไปเรียบร้อยแล้ว เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มอย่างขมขื่นและเอ่ยถาม “มันจะเป็นอย่างไรถ้าหากว่าข้าล้มเหลว?”

 

“โดยปกติแล้วหากล้มเหลว กระบี่จะทำลายร่างกายมนุษย์ ดังนั้นบางทีเจ้าอาจมีโอกาสที่จะตายก็ได้”

 

เย่ฉวนสิ้นคำพูด “…”

 

“ตอนนี้ตันเถียนของเจ้าก็เสียหายไปแล้ว มันไม่ได้ต่างอะไรจากการที่เจ้าตายแล้วเกิดใหม่หรอก จะคิดมากไปไย? ลงมือเสียเลยดีกว่า”

 

เมื่อได้ยินดังนั้น เย่ฉวนก็เคร่งขรึม “ท่านพูดถูก ตอนนี้ตันเถียนของข้าเสียหายอย่างไม่อาจเอากลับคืน นับว่าเป็นสถานการณ์ที่สิ้นหวัง หากไม่ต่อสู้ คงไม่เพียงแต่ต้องหมดหวัง แต่เย่หลิงคงหมดโอกาสที่จะมีชีวิตรอดต่อไปได้”

 

“ข้าจะสู้!”

 

เย่ฉวนพยักหน้าเป็นสัญญาณ “มาเลย”

 

เมื่อสิ้นเสียง แสงสีขาวก็เข้าครอบคลุมร่าง ใช้เวลาไม่นานข้อมูลทั้งหมดก็ท่วมท้นในใจของเขา

 

“วิชากายากระบี่คงกระพัน!”

 

“ร่างกายจะกลายเป็นกระบี่ จากกระบี่กลายเป็นตันเถียน ตันเถียนจะรวบรวมกระบี่ทั้งหมดทั้งมวลบนโลกใบนี้ กระบี่ทุกเล่มจะทำให้ร่างกายของเจ้าแข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด…”

 

ครู่ต่อมา แสงสีขาวก็สาดส่องลงบนดาบที่อยู่ด้านหน้าของเย่ฉวน ดาบยาวนั้นสั่นเล็กน้อย ก่อนจะกลายเป็นลำแสงสีขาวเข้าไปอยู่ในกายของเย่ฉวน

 

“อา!”

 

ทันทีทันใดนั้น ดวงตาของเย่ฉวนเบิกกว้าง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว

 

“ข้าเจ็บ!”

 

“เจ็บเจียนจะตายอยู่แล้ว!”

 

เวลานี้เย่ฉวนรู้สึกเหมือนร่างกายของเขาถูกใบกรีดเฉือนไปทั่วร่าง!

 

เมื่อมาถึงจุดนี้ เสียงของผู้หญิงลึกลับก็ดังขึ้นในสมองของเย่ฉวน “กระบี่กำลังเข้าไปในตัวเจ้า เจ้าจะต้องทนรับความเจ็บปวดนี้ไว้ให้ได้ หากเจ้าทำไม่ได้ เจ้าจะไม่เพียงแต่ไม่สามารถบ่มเพาะตันเถียนใหม่ได้เท่านั้น! ไม่เพียงแค่นั้น เจ้าอาจจะถูกฆ่าเลยก็ได้!”

 

เย่ฉวนกัดฟันแน่น ร่างทั้งร่างสั่นอย่างรุนแรง

 

“รอดหรือตาย!”

 

เวลาผ่านไปทีละน้อย ร่างกายทุกส่วนของเย่ฉวน หู ตา ริมฝีปาก จมูก และลิ้นเกือบจะบิดเบี้ยวแต่ก็ไม่ แต่ไม่หยุดเพียงเท่านั้น ร่างของเขากระตุกเป็นครั้งคราว หลายต่อหลายครั้งที่เย่ฉวนรู้สึกเจ็บปวดมากจนเกือบหมดสติ แต่ถึงกระนั้น เย่ฉวนก็รู้ดีว่าหากเขาผ่านมันไปไม่ได้ เขาอาจไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีกเลย

 

“แข็งใจไว้!”

 

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เย่ฉวนจึงกัดฟันอดทนต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งวัน เสียงกระบี่ในร่างกายของเย่ฉวนส่งเสียงเล็กน้อย วินาทีต่อมาเย่ฉวนก็ล้มลง ในเวลาเดียวกัน ลำแสงพลังฉีก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของเขา!

 

ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่หก!

 

ในตำแหน่งเดิมของตันเถียน ตอนนี้มันได้มีกระบี่เล็ก ๆ แขวนอยู่

 

ภายในหอคอย เสียงพึมพำเบา ๆ ก็ดังขึ้น “ข้าก็ไม่คิดว่าเจ้าจะสามารถทำได้…”

 

เป็นเรื่องน่าเสียดายที่เย่ฉวนไม่ได้ยินประโยคนี้

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top