ขนาดตัวอักษร

YC บทที่ 3 เรือนจำในหอคอย1

 56 Views

YC บทที่ 3 เรือนจำในหอคอย1

 

เมื่อมองไปยังหอคอยสีดำทมิฬที่อยู่ตรงหน้า เย่ฉวนประหลาดใจเป็นที่สุด

 

ทั้งหมดนี่ล้วนอยู่นอกเหนือความคาดหมายของเขา

 

เย่ฉวนทำใจให้สงบระงับความตื่นตระหนกอย่างรวดเร็ว เขารู้ว่านี่อาจเป็นโอกาส และแน่นอน มันหมายถึงการเอาตัวเข้าไปเสี่ยงภยันตรายด้วยเช่นกัน

 

เย่ฉวนเลือกที่จะผลักประตูออกและเดินเข้าไป เขารู้สึกว่าตัวเองยังไม่ควรหันหลังกลับในตอนนี้

 

ภายในหลังจากที่ก้าวเข้ามาแล้วเย่ฉวนมองไปรอบ ๆ ผนังนั้นถูกตกแต่งด้วยสัตว์หายากที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน นอกจากนี้ยังมีอักษรรูนลึกลับสีทองและสีม่วงจารึกอยู่ มิหนำซ้ำยังขยับเองได้อีกต่างหาก!

 

ในที่สุด สายตาของเขาก็ได้ปะทะเข้ากับสิ่งหนึ่งที่อยู่ข้างหน้าไม่ไกล เป็นโครงกระดูกที่มีดาบเล่มยาวตั้งอยู่เคียงข้าง

 

ดวงตาของเย่ฉวนจับจ้องอยู่ที่บรรทัดตัวหนังสือบนพื้นด้านหน้าของโครงกระดูกนั้น “ข้าคือเซียนกระบี่แห่งพิภพชาง ข้าเริ่มฝึกฝนทักษะกระบี่ตั้งแต่มีอายุได้ 12 ปี ข้าได้สำเร็จวิชาเต๋าแห่งกระบี่เมื่ออายุ 17 และเมื่อข้าอายุ 21 ข้าก็ไม่เป็นสองรองใครในโลกนี้ ตั้งแต่อายุ 27 ข้าทำลายจิตใจของตัวเองด้วยกระบี่นี้ และบรรลุวิถีเต๋าแห่งกระบี่ขั้นสูงสุด ข้าติดอยู่ในเรือนจำนี้เป็นเวลาหนึ่งพันสองร้อยปี ข้าไม่สามารถออกไปจากหอคอยนี้ได้จวบจนสิ้นอายุขัย ข้ารู้ว่าวันนั้นได้มาถึงแล้ว ข้าจำต้องทิ้งมรดกและฝากความหวังไว้กับผู้สืบทอดของข้า ปรารถนาว่าเขาจะพ้นผ่านมันไปได้ หากเจ้ามีความเห็นอกเห็นใจต่อข้าแม้เพียงสักเล็กน้อย ได้โปรดกรุณาช่วยดูแลพิภพชางต่อด้วยเถิด”

 

“เซียนกระบี่แห่งพิภพชาง?”

 

คิ้วของเย่ฉวนย่นเข้าหากันเล็กน้อย เขาไม่เคยได้ยินชื่อเสียงข่าวคราวเกี่ยวกับคนผู้นี้มาก่อนเขาหลุบตาต่ำลง ข้างใต้ข้อความนั้นมีหยกล้ำค่าขนาดเท่ากำปั้นอยู่!

 

“หินแห่งมรดก!”

 

เลือดในกายเย่ฉวนพลันไหลพล่าน

 

“ผู้ฝึกฝนวิชากระบี่!”

 

ในทวีปชิงนั้นมีผู้ฝึกยุทธ์อยู่มากมายนับไม่ถ้วน แต่กลับมีผู้ฝึกฝนกระบี่อยู่เพียงแค่หยิบมือ กล่าวได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่หายากมาก เซียนกระบี่ยิ่งมีจำนวนน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย เพราะผู้ที่จะเป็นเซียนกระบี่ได้นั้นจำเป็นต้องมีรากฐานทางจิตวิญญาณเป็นพิเศษเสียก่อน เย่ฉวนไม่ค่อยมีความรู้มากนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่กระนั้นเขาก็รู้แต่เพียงว่าเซียนกระบี่เป็นอาชีพที่หาได้ยากยิ่ง

 

เย่ฉวนหยิบกระบี่ขึ้นมาพินิจพิจารณาอย่างไม่รู้ตัว และเมื่อก้าวเท้าไปข้างหน้า กลับไม่สามารถไปต่อได้อีกราวกับถูกพลังที่มองไม่เห็นขัดขวางไว้!

 

เย่ฉวนรู้สึกทึ่ง!

 

“หรือว่าตรงนี้จะผ่านไปไม่ได้?”

 

“เจ้าคือผู้มาใหม่?”

 

เมื่อมาถึงจุดนี้ เสียงของผู้หญิงก็เปล่งออกมาทันที

 

เสียงปริศนานี้ทำให้เย่ฉวนรู้สึกกลัว เขาก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว แต่เมื่อมองไปรอบ ๆ กลับไม่พบใครทั้งสิ้น!

 

“สงสัยข้าคงหูฝาดกระมัง?”

 

เมื่อเกิดความคิดนี้ในสมองของเย่ฉวน เสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง “ใครเป็นผู้ครอบครองเต๋าแห่งสวรรค์ในโลกนี้?”

 

เย่ฉวนนิ่งอึ้งไป “เต๋าแห่งสวรรค์? มันคืออะไร?”

 

เกิดความเงียบขึ้นครู่ใหญ่ และเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง “เหตุใดเจ้าจึงอ่อนแอเช่นนั้นเล่า? ไม่สิ เจ้าไม่ได้ติดกับดักของที่นี่!”

 

เย่ฉวนฟังแล้วรู้สึกสับสนยิ่งนัก

 

เมื่อมาถึงจุดนี้เสียงผู้หญิงลึกลับก็ฟังดูแปลกใจเล็กน้อย “เจ้าไม่ได้เกิดมาโดยร่างแห่งเต๋า แต่เจ้ากลับมีรากสองจิตวิญญาณอยู่ภายใน ข้าล่ะไม่แปลกใจว่าทำไมหอคอยเรือนจำแห่งนี้ถึงเลือกเจ้า”

 

“ร่างแห่งเต๋า? รากสองจิตวิญญาณ?”

 

เย่ฉวนยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ผู้อาวุโส ท่านเป็นใครงั้นหรือ?”

 

เสียงปริศนาตอบกลับ “เจ้าเติบโตขึ้นมาก ตามหลักการแล้วเจ้าควรอาศัยอยู่ในดินแดนอันเงียบสงบ แต่เหตุใดเล่าเจ้าจึงได้อ่อนแอเช่นนี้? สุขภาพร่างกายเจ้าย่ำแย่มาก เป็นสภาพที่ไม่น่าดูเลยสักนิด”

 

เย่ฉวนไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดี “…”

 

เสียงผู้หญิงลึกลับพลันถามขึ้น “ตามปกติแล้วเจ้าฝึกฝนร่างกายของเจ้าอย่างไร?”

 

เย่ฉวนลังเลเล็กน้อยก่อนตอบ “ข้ายกสัมภาระ หรือไม่ก็วิ่งและแบกมันไปด้วย แล้วก็อื่น ๆ”

 

เสียงผู้หญิงลึกลับกล่าวอย่างเย็นชา “เจ้าอยู่ในยุคโบราณหรือยังไง? เจ้ากำลังฝึกฝนด้วยวิธีเก่าคร่ำครึ โบราณล้าหลังแบบที่ย้อนกลับมาทำร้ายร่างกายของตัวเอง! มันจะทำลายรากฐานทางจิตวิญญาณของเจ้า!”

 

เย่ฉวนยิ้มอย่างขมขื่น “ตัวข้าและบรรพบุรุษเมืองชิงต่างฝึกฝนกันมาเช่นนั้น”

 

เสียงปริศนาเงียบไป

 

เย่ฉวนอับจนคำพูด เขามองไปรอบ ๆ ทว่ายังไม่พบใครทั้งสิ้นแม้แต่เงา

 

ณ ที่แห่งนี้ เต็มไปด้วยสิ่งแปลกประหลาดอยู่ทุกตารางพื้นที่ ดูเหมือนว่าเสียงผู้หญิงลึกลับนั้นจะหยุดพูดไปแล้ว สายตาของเขากลับไปวนเวียนอยู่ที่หินแห่งมรดกตรงหน้าอีกครั้ง ประกายไฟลุกโชนขึ้นในแววตาอย่างไม่คิดปิดบัง

 

“เจ้าต้องการเรียนเพลงกระบี่ไหม?” เสียงลึกลับนั้นถามขึ้น

 

เย่ฉวนรีบพยักหน้าทันที “ข้าต้องการ ๆ ใครกันที่ไม่อยากขึ้นขี่กระบี่และมองข้ามจักรวาลระหว่างสวรรค์กับโลก?”

 

เสียงผู้หญิงลึกลับกล่าว “ตันเถียนของเจ้าเสียหาย เจ้าไม่สามารถปลูกฝังจิตวิญญาณแห่งกระบี่ได้”

 

เมื่อได้ยินดังนี้ เย่ฉวนก็มีสีหน้าสลดลง

 

ใช่ ตั้นเถียนของเขาถูกทำลาย! อย่าว่าแต่จะฝึกฝนวิชาให้กลายเป็นเซียนกระบี่เลย เขาอาจไม่มีโอกาสกลับไปเป็นผู้ฝึกยุทธ์อย่างปกติแล้วด้วยซ้ำ ปัจจุบันเขาถือได้ว่าเป็นนักสู้เพียงเท่านั้น

 

หนนี้เสียงลึกลับยังคงกล่าวต่อไป “แต่เรื่องนี้ยังพอมีหนทางปลูกจิตวิญญาณเต๋าแห่งกระบี่อยู่ ด้วยวิธีนี้อาจไม่เหมือนกับที่ศึกษาจากสำนักอื่น เจ้ายังอยากที่จะเรียนไหม?”

 

เย่ฉวนนิ่งงันไป “ข้าสามารถเรียนได้โดยปราศจากตันเถียนงั้นหรือ?”

 

เสียงลึกลับตอบกลับ “จะเป็นการดีกว่าหากว่าเจ้าไม่มีมัน”

 

“ถ้าเช่นนั้น ข้าก็สามารถเรียนรู้ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีตันเถียน”

 

เย่ฉวนเกือบจะกระโดดด้วยความตื่นเต้นแต่เขายังคงบังคับตัวเองให้สงบลง เขามองไปรอบๆ “ท่านผู้อาวุโสมีเงื่อนไขว่าอย่างไร?” เรื่องนี้เย่ฉวนรู้ดีว่าของฟรีไม่มีในโลก

 

เสียงลึกลับเอ่ยตอบ “หอคอยแห่งนี้เคยถูกโค่นลงเมื่อในอดีต กฎทั้งเก้าประการล้วนกระจัดกระจายอยู่ในโลกชิงชาง ผนึกในแต่ละชั้นก็เริ่มคลาย เจ้าโชคดีนัก เพราะเมื่อเจ้ามาถึงจิตวิญญาณแห่งกระบี่ตรงหน้าเจ้าก็ได้ตายไปแล้ว ไม่อย่างนั้นข้าเกรงว่าผู้ตายอาจจะได้เป็นเจ้าแทน”

 

เย่ฉวนสิ้นคำพูด “…”

 

เสียงลึกลับกล่าวสำทับขึ้นอีกครั้ง “ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังสงสัยว่าแต่ละชั้นในหอคอยนั้นมีอะไร แต่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอธิบาย เจ้าเพียงแค่ต้องรู้ว่าหอคอยมี 12 ชั้น และแต่ละชั้นนั้นเป็นโลกที่มีการดำรงอยู่ของ ผู้คน วิญญาณ ปีศาจ และแม้แต่จิตวิญญาณเต๋าแห่งสวรรค์… ก่อนหน้านี้หอคอยเคยผนึกพวกมันเอาไว้ได้ แต่บัดนี้ผนึกเริ่มคลายและไม่สามารถควบคุมพวกมันได้อีกต่อไป”

 

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เสียงลึกลับก็ชะงักไปเล็กน้อย “สิ่งที่เจ้าต้องทำก็คือตามหากฎแห่งเต๋าระหว่างสวรรค์และโลกเพื่อกอบกู้ความแข็งแกร่งของผนึกในหอคอยกลับคืนมา แน่นอนว่าเจ้าสามารถเลือกที่จะปลดปล่อยมันออกมาก็ได้”

 

“ปลดปล่อย?”

 

เย่ฉวนเงียบไป “แล้วหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น?”

 

เสียงหญิงลึกลับตอบขึ้น “ผลลัพธ์เป็นไปได้อยู่สองประการ อย่างแรกคือพวกมันจะฆ่าเจ้าและยึดครองหอคอยนี้ อย่างที่สองคือเจ้าต้องสยบมันและให้พวกมันรับใช้เจ้าซะ และแน่นอนว่าหากพูดถึงความแข็งแกร่งของเจ้าในตอนนี้ โอกาสที่จะเป็นไปตามอย่างแรกนั้นคือเรื่องที่แน่นอน”

 

เย่ฉวนยิ้มอย่างขมขื่นก่อนจะประชด “เป็นคำอวยพรที่ฟังแล้วใจชื้นดีจริง!”

 

เย่ฉวนเกิดประกายความคิดบางอย่างจึงถามออกมาทันที “ท่านผู้อาวุโส ท่านเองก็ถูกจองจำอยู่ในนี้ด้วยหรือไม่?”

 

เสียงลึกลับตอบกลับทันที “ไม่!”

 

“แล้วท่านอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”

 

“เจ้านี่ถามมากจริง”

 

เย่ฉวนอับจนคำพูดอีกครั้ง “…”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top