ขนาดตัวอักษร

DH บทที่ 19 – จับใจหญิงงามด้วยดาบและเงิน

 76 Views

DH บทที่ 19 – จับใจหญิงงามด้วยดาบและเงิน

 

“นี่ อย่ามองหนูแบบนั้นสิเจ้าค่ะ หนูพูดจริงนะ ฮิฮิ พี่ชายคิดว่าพี่สาวหนูเป็นไง พี่สาวหนูสวยมากเลยนะ ถ้าพี่สน หนูช่วยได้นะ” เด็กน้อยมองและใช้ปากชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไป นางกินขนมปังเนื้อของติงโฮวหมดในไม่กี่คำจนตอนนี้ปากของนางเปื้อนเศษขนมปังเต็มไปหมด เด็กน้อยเอื้อมมือป้อม ๆ ออกไปอย่างว่องไวแล้วแอบหยิบขนมปังชิ้นที่สองมากินต่อ

 

ติงโฮวหมดคำจะพูด เด็กหญิงผมจุกคนนี้ช่างแปลกเสียจริง

 

ว่ากันตามตรง ที่ติงโฮวช่วยพวกนางก่อนหน้านี้ก็ไม่ใช่แค่เพราะเขาไม่ชอบความยโสของลี่ยี่โหรว แต่เป็นเพราะความดื้อรั้นและพลังบางอย่างในดวงตาของเด็กหญิงปริศนา อีกทั้งเด็กหญิงทั้งสองช่างอ่อนแอและไม่มีใครให้พึ่ง ติงโฮวจึงรู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ เขายังนึกถึงความลำบากที่เขาและติงเค้อเอ๋อได้พบเจอมาขณะมีกันแค่สองคน เขาจึงเสี่ยงออกตัวช่วยพวกนางในคราบของศิษย์สำนักพินิจดาบ

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น ติงโฮวไม่คิดว่าเด็กหญิงปริศนาคนนั้นจะสามารถผ่านการทดสอบเข้าสำนักพินิจดาบได้ เพราะนางไม่มีความรู้เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้และร่างกายของนางอ่อนแอมาก เด็กหญิงอ่อนแอกว่าที่เขาเคยเป็นเสียอีก ช่างไม่มีหวังเสียเลย

 

เขากลัวเหลือเกินว่าในอีกห้าวันข้างหน้า โชคชะตาของเด็กทั้งสองจะตกต่ำลงกว่านี้

 

เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังมาจากด้านหลังระหว่างที่ติงโฮวคุยกับเด็กน้อย เด็กหญิงปริศนาล้างตัวในสระน้ำและเปลี่ยนมาใส่ชุดของติงโฮวเรียบร้อยแล้ว นางโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้พร้อมด้วยเท้าเปลือยเปล่า

 

ติงโฮวหันไปมองนางอย่างไม่ได้ตั้งใจและเขาก็ต้องอึ้ง

 

ผู้ที่อยู่ข้างหลังและกำลังตรงมาหาเขานั้นเป็นเด็กหญิงที่สวยมากเหลือเกิน

 

ผมของนางที่ก่อนหน้านี้มันเปรอะเปื้อนและยุ่งเหยิง ตอนนี้เป็นสีดำขลับและนุ่มสลวยทิ้งตัวยาวลงถึงสะเอว หยดน้ำบนเส้นผมนั้นส่องประกายเจิดจ้าปรากฏเป็นสีรุ้งหลากหลายเฉด ใบหน้าของนางมีสีขาวซีดราวกับหยกขาวที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก และแม้ว่าร่างนั้นจะผ่ายผอมก็ไม่สามารถทำให้นางดูสวยน้อยลงได้เลย เพียงนางยิ้มแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำให้ทั้งเมืองล่มจมลงได้

 

ชุดของติงโฮวออกจะใหญ่ไปหน่อยสำหรับเด็กหญิง มันจึงเผยให้เห็นผิวช่วงคอของนางที่มีสีขาวเหมือนหยกและกระดูกทุกชิ้นที่ปรากฏนั้นช่างประณีตงดงาม นางทั้งสมบูรณ์แบบและเป็นธรรมชาติในเวลาเดียวกัน

 

ชุดสีเทาทำหน้าที่ปกปิดรอยแผลบนร่างกายเด็กหญิงได้เป็นอย่างดี เท้าเปลือยเปล่าของนางขาวนวลสะดุดตา นิ้วเท้าของนางนั้นก็เรียงสวยเป็นระเบียบ ส่วนข้อเท้าและท่อนขาก็ดูช่างน่าทึ่ง นางก้าวเท้าและเหยียบเบา ๆ ลงบนหญ้าสีเขียว ความสวยของนางช่างหมดจดไร้ที่ติ

 

ติงโฮวมั่นใจมาโดยตลอดว่าเขาคือคนที่มีสติและนิ่งอยู่เสมอ แต่ ณ ขณะนี้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่เห็น

 

เด็กหญิงปริศนามองติงโฮวที่กำลังพูดไม่ออก ทันใดนั้นก็เกิดประกายแห่งความสุขขึ้นในดวงตาของนาง

 

“พี่ชาย พี่ชาย…” เด็กน้อยผมเขาแพะนามว่าติงติง กำลังหัวเราะอย่างมีความสุขขณะโบกนิ้วอวบอ้วนอยู่ตรงหน้าติงโฮว นางทำหน้าบู้บี้แล้วพูดขึ้นว่า “คิดไม่ดีหรือไง น้ำลายหกถึงพื้นแล้วนะ”

 

“เอ่อ…” ติงโฮวดึงสติกลับมาในที่สุด

 

เด็กหญิงปริศนาเดินตรงมาหาพวกเขา นางยืนตรงและโค้งคำนับติงโฮวอย่างเป็นธรรมชาติ ริมฝีปากแดงก่ำนั้นขยับเมื่อนางพูดขึ้นว่า “ขอบคุณท่านที่ช่วยชีวิตและมอบเสื้อผ้าให้ข้าใส่” เด็กหญิงชี้นิ้วเรียวยาวไปที่หน้าผากติงติงเด็กน้อยผมเขาแพะ แล้วเอ็ดนางพร้อมกับหัวเราะ “เจ้าเด็กดื้อ ซนอีกแล้วใช่ไหม!”

 

ติงติงหน้าบึ้งลูบหน้าผากป้อย ๆ และทำหน้าตลกล้อเลียนพี่สาว “ปกติพี่ไม่คุยกับพวกผู้ชายดี ๆ แบบนี้นี่นา”

 

เจ้าเด็กดื้อคนนี้ ช่างฉลาดเกินวัยจริง ๆ

 

ไม่มีใครพูดอะไรอีกหลังจากนั้น

 

ทั้งสามนั่งอยู่ข้างบ่อน้ำดาบพิสุทธิ์อีกพักใหญ่

 

ติงโฮวตั้งใจอธิบายทุกขั้นตอนของพิธีการทดสอบเข้าเป็นศิษย์สำนักพินิจดาบที่จะมีขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า เขามอบอาหารแห้งที่ติดตัวมาทั้งหมดให้แก่เด็กหญิงทั้งสองก่อนจากไป ทั้งยังทิ้งเงิน 50 ตำลึงไว้และพูดกับเด็กหญิงว่า “แม่นาง การเข้าสำนักพินิจดาบน่ะมันยาก เก็บเงินตำลึงนั้นไว้นะเผื่อว่าเจ้าจำเป็นต้องใช้ เมื่อเจ้าขึ้นไปบนเขาแล้ว เช่าบ้านที่หน้าเขาอยู่ซะนะ แล้วเตรียมตัวให้ดี”

 

เมื่อพูดจบติงโฮวก็หันหลังแล้วเดินจากไป

 

โชคชะตาพาพวกเขามาพบกัน แต่ติงโฮวเป็นแค่คนกวาดพื้นเท่านั้นเขาจึงดูแลเด็กหญิงทั้งสองได้เพียงเท่านี้

 

เด็กหญิงปริศนาคนนั้นช่างรูปงามจนไม่สามารถหาใครมาเปรียบได้ แม้แต่ติงโฮวที่ไม่ใช่พวกชอบมองสาว ๆ ก็ยังต้องทึ่งในความสวยของนาง เขาตั้งใจจะให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นเพื่อไปยังยอดเขาและกุมโชคชะตาตัวเองให้ได้ก็เท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงต่อเด็กหญิงเลย

 

การจากไปอย่างเรียบง่ายของเขาทำให้เด็กหญิงทั้งสองประทับใจจนในดวงตาของติงติงเกิดประกายวิบวับ

 

ส่วนเด็กหญิงปริศนาได้แต่มองหลังของติงโฮว นางอยากจะพูดบางอย่างแต่แล้วก็หยุดไป จนสุดท้าย นางตัดสินใจพูดขึ้นเบา ๆ ว่า “นายท่าน ข้ามีนามว่า ซี่จียู่”

 

เด็กหญิงเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมนางถึงบอกชื่อของตัวแก่ชายแปลกหน้าที่นางเพิ่งเจอครั้งแรก

 

ติงโฮวหยุดเดินแล้วหัวเราะ จากนั้นจึงก้าวเท้ายาว ๆ จากไปอย่างรวดเร็ว

 

ซี่จียู่งั้นเหรอ?

 

เป็นชื่อที่แปลกแต่ก็ฟังรื่นหูดีทีเดียว

 

ขณะที่เด็กหญิงมองหลังของติงโฮวที่เดินจากไป ตาของนางก็เริ่มเป็นประกายมากกว่าเดิม

 

พระอาทิตย์ตกทำให้ท้องฟ้าดูเป็นสีเลือด เทือกเขาสีเขียวมองดูเหมือนเป็นภาพวาด ชายหนุ่มเดินจากไปอย่างเฉยชา

 

ฉากที่น่าประทับใจนี้ฝังลงในใจของเด็กหญิงโดยที่นางไม่รู้ตัว

 

เวลาเดินไปอย่างรวดเร็ว สามวันผ่านไปแค่เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น

 

ในที่สุดก็ถึงเวลาที่สำนักพินิจดาบจะเปิดประตูรับศิษย์เพิ่มแล้ว

 

ในวันนี้ ติงโฮวตื่นเช้าตรู่ เขาล้างหน้าล้างตาแล้วซ้อมกระบวนท่าดาบต่าง ๆ หลังจากสงบจิตใจตัวเองแล้ว เขาออกจากสลัมอย่างใจเย็นเช่นทุก ๆ วัน

 

วันนี้หมอกลงหนาเป็นพิเศษ และพวกนกก็ส่งเสียงร้องดังไปทั่ว

 

บริเวณหน้าเทือกเขาของสำนักพินิจดาบคึกคักไปด้วยผู้คนที่ต่างก็ส่งเสียงกันเซ็งแซ่

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top