ขนาดตัวอักษร

บทที่ 6 ถั่วน้อย

 628 Views

บทที่ 6 ถั่วน้อย

“จ๊อกกกก”

 

ตอนที่หลินชิงเหอกำลังมองไปที่ตัวร้ายทั้งสามอยู่นั้น จู่ๆก็มีเสียงท้องร้องดังขึ้นมา

 

โจวต้าหวา โจวเอ้อร์หวาและโจวซานหวาวัยขวบกว่า พากันหันไปมองที่ท้องของแม่เป็นตาเดียว

 

จากนั้นโจวซานหวาก็พยายามพ่นน้ำลายออกมาเพื่อเลียนเสียงกระเพาะร้อง

 

หลินชิงเหอ “….งั้นกินข้าวกันเถอะ”

 

ตามความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ตอนนี้เป็นเวลาทานอาหารแล้วจริงๆ มิน่าล่ะ โจวต้าหวา เจ้าเด็กนี่ถึงได้กลับมาที่บ้าน ที่แท้ก็ถึงเวลาทานข้าวแล้วนี่เอง

 

“แม่ แม่ซื้ออะไรกลับมา?”

 

โจวต้าหวาเห็นพัสดุบนเตียงเตา จึงเอ่ยถามออกมา

 

หลินชิงเหอก็เพิ่งจะสังเกตเห็นพัสดุขนาดใหญ่ จากนั้นมุมปากของเธอก็กระตุกขึ้นมา

 

นี่คือเหตุผลที่เจ้าของร่างเดิมไปที่ตลาดในอำเภอ หลังจากทานอาหารเช้าเมื่อตอนตีห้าครึ่งเสร็จ มันคือผ้าที่เธอซื้อกลับมาเพื่อตัดเย็บชุดใหม่ให้กับตัวเอง

 

ตอนนี้เป็นช่วงปลายเดือนเก้าตามปฏิทินจันทรคติ แม้ว่าจะยังไม่หนาว แต่อากาศก็เริ่มเย็นขึ้นมาแล้ว โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็น เมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนสิบ อากาศก็จะยิ่งเย็นขึ้นเรื่อยๆในทุกๆวัน

 

นี่คือผ้าที่เตรียมไว้สำหรับตัดเย็บชุดให้กับตัวเอง ด้านในเป็นผ้าฝ้ายใหม่หนักกว่า1.2 กก. ดังนั้นพัสดุจึงใหญ่กว่าปกติสักหน่อย แต่เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเด็กทั้งสาม เพราะว่าเจ้าของร่างเดิมเตรียมไว้สำหรับตัวเอง

 

“ของอร่อย”

 

หลินชิงเหอหันกลับมาตอบ

 

“แม่อย่ามาโกหกผมดีกว่า คราวที่แล้วแม่ก็ไปซื้อผ้ามาทำชุดตัวเอง อย่ามาหลอกว่าไปซื้อของกินมา” บอสตัวร้ายในอนาคต ที่ตอนนี้ยังเป็นเพียงโจวต้าหวากล่าวออกมาอย่างรู้ทัน หึๆ ฉลาดแต่น้อยเชียว เมื่อหลินชิงเหอได้ยินประโยคนี้เธอก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

 

อันที่จริง เจ้าของร่างเดิมกำหนดมาตรฐานในการเลี้ยงดูสามคนพี่น้องแค่ว่าไม่อดตายก็ดีแล้ว ส่วนเรื่องอื่นๆไม่ต้องพูดถึง

 

อย่างไรก็ตามเด็กในวัยนี้มีการพึ่งพาและผูกพันกับแม่ตามธรรมชาติ พวกเขายังอยู่ในวัยที่จำได้แค่ว่ากินข้าวหรือยัง ส่วนเรื่องอื่นๆนั้นไม่เคยใส่ใจ

 

เมื่อได้ยินพี่ใหญ่พูดแบบนี้ โจวเอ้อร์หวาก็ปล่อยชายเสื้อของแม่ทันที เพราะเขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้เหมือนกัน

 

“อ่า~~” โจวซานหวาไม่เข้าใจว่าทุกคนพูดถึงอะไร แต่เขาค่อนข้างสนใจพัสดุขนาดใหญ่ตรงหน้ามาก ร่างเล็กๆลุกขึ้นยืนและเดินเตาะแตะไปหาพัสดุนั่น

 

หลินชิงเหอรีบอุ้มเขาขึ้นมา ถ้าหากเขาร่วงจากเตียงเตา มันคงไม่ใช่เรื่องเล็กแน่

 

ทันใดนั้นเธอก็นึกบางอย่างออก ก่อนจะถามโจวเอ้อร์หวาว่า “ใครอุ้มน้องไปวางบนเตียงเตา?”

 

เจ้าของร่างเดิมมัวแต่รีบร้อนไปตลาดตั้งแต่เช้า เพราะเกรงว่าจะหาซื้อผ้าดีๆไม่ทัน เธออุตส่าห์อดออมสะสมคูปองผ้าไว้ตั้งนานก็เพื่อวันนี้

 

ตอนที่ออกจากบ้านไป เจ้าของร่างเดิมก็ทิ้งโจวซานหวาให้สองพี่น้องเป็นคนดูแล แต่โจวต้าหวากลับวิ่งออกไปเล่น ทิ้งให้โจวเอ้อร์หวาอยู่ดูแลน้อง แน่นอนว่าโจวเอ้อร์หวาไม่มีทางอุ้มโจวซานหวานอนบนเตียงเตาได้แน่

 

“คุณย่า” โจวเอ้อร์หวาตอบกลับอย่างไม่สนใจ

 

ย่าของเขาก็คือคุณแม่โจว หรือก็คือแม่ผัวของเจ้าของร่างเดิม

 

พูดถึงตรงนี้ หลินชิงเหอก็อยากถ่มน้ำลายใส่เจ้าของร่างเดิมที่เป็นตัวประกอบใช้แล้วทิ้งจริงๆ

 

ครอบครัวตระกูลโจวนั้นค่อนข้างไม่มีสีสัน โจวชิงป๋าย บิดาของเหล่าตัวร้ายเป็นลูกชายคุณพ่อโจวและคุณแม่โจว เขายังมีพี่ชายอีกสามคน พี่สาวอีกสองคน และน้องสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานอีกหนึ่งคน ตอนนี้น้องสาวของเขาทำงานอยู่ในตัวอำเภอ รายได้ค่อนข้างดีไม่น้อย

 

พี่ชายทั้งสามคนของเขาต่างก็แต่งงานมีครอบครัวกันหมด ซึ่งเจ้าของร่างเดิมปฏิบัติต่อพวกเขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่

 

สองสามีภรรยาโจวค่อนข้างให้ความสำคัญกับโจวชิงป๋ายที่เป็นลูกชายคนเล็กมาก

 

ด้วยเหตุนี้ ในวันแรกของการแต่งงาน เจ้าของร่างเดิมจึงก่อปัญหาขึ้นมา และหาข้ออ้างมาโวยวายถึงหน้าประตูบ้าน

 

เนื่องจากในคืนเข้าหอโจวชิงป๋ายเพียงแค่มาทำให้คืนเข้าหอสมบูรณ์ จากนั้นก็รีบร้อนกลับไปรายงานตัว โดยไม่ทิ้งอะไรไว้เลย

 

สำหรับเจ้าของร่างเดิมแล้วนี่มันน่าขายหน้ามาก

 

แน่นอนว่าสองสามีภรรยาโจวต่างก็รู้สึกติดค้างเธอ ดังนั้นตอนที่เธอมาโวยวายจึงไม่ได้พูดอะไร แต่งงานไม่ถึงสองวันเจ้าบ่าวลูกชายของเธอก็รีบร้อนจากไปแล้ว เรื่องนี้ทำให้พวกเขารู้สึกติดค้างสะใภ้สี่มาก

 

เจ้าของร่างเดิมอยากจะฉวยโอกาสนี้ขอแยกบ้าน ก่อนที่จะแต่งเข้ามา เธอก็มีความคิดที่จะแยกบ้านอยู่แล้ว เพราะว่าเธออยากจะกุมอำนาจทั้งหมดภายในบ้าน ซึ่งแน่นอนว่าความต้องการนี้ถูกปฏิเสธไป

 

บางทีเจ้าของร่างเดิมอาจจะมาพร้อมกับโชค เพราะหลังจากนั้นหนึ่งเดือน เธอก็ค้นพบว่าตัวเองตั้งครรภ์แล้ว

 

ความสามารถในการตั้งครรภ์ของเจ้าของร่างเดิมนั้นเหนือกว่าสะใภ้ที่แต่งเข้ามาอีกสามคนซะอีก

 

เจ้าของร่างเดิมเป็นคนที่รู้จักหาประโยชน์ในทุกสถานการณ์ หลังจากที่พบว่าตัวเองตั้งครรภ์ เธอก็เริ่มอดข้าวอดน้ำ ราวกับว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่

 

ถ้าเธอตัวคนเดียวแม่ผัวคงไม่สนใจตัวปัญหาอย่างเธอหรอก แต่ช่วยไม่ได้ ในเมื่อตอนนี้ในท้องของเธอมีลูกของลูกสี่อยู่

 

ซึ่งในตอนนี้ลูกสี่ก็กำลังรบอยู่ในแนวหน้า ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น นี่จะเป็นสายเลือดเดียวที่ลูกสี่ทิ้งไว้!

 

ดังนั้นเจ้าของร่างเดิมจึงเสนอให้แยกบ้านกันอีกครั้ง เธอไม่แม้แต่จะพะว้าพะวงถึงผลที่จะตามมาจากคำพูดของตัวเอง อย่างเช่นคนในหมู่บ้านจะพากันนินทาลับหลังอย่างไร

 

แน่นอนว่าเจ้าของร่างเดิมไม่ได้สนใจคำนินทาเหล่านั้น เพราะว่าเธอไม่เคยเห็นคนในหมู่บ้านอยู่ในสายตา เธอคิดแค่ว่าไม่ช้าก็เร็วตัวเองจะได้ออกจากหมู่บ้านนี้ ออกจากที่กันดารแห่งนี้

 

เนื่องจากใช้ความเป็นความตายและลูกในท้องมาขู่ สุดท้ายสองสามีภรรยาแซ่โจวจึงได้แต่ยอมอ่อนข้อ และปล่อยให้เธอแยกบ้าน

 

นอกจากนี้ยังระดมคนในตระกูลโจวช่วยสร้างบ้านสองห้องนอนให้กับเธอ

 

เรื่องนี้ทำให้เกิดความวุ่นวายในหมู่บ้าน

 

ไม่ว่าคนอื่นๆจะแสดงความคิดเห็นอย่างไรเจ้าของร่างเดิมก็เพิกเฉย เพียงเวลาสั้นๆก็สามารถขอแยกบ้านได้สำเร็จ หลังจากนั้นเป็นต้นมา เจ้าของร่างเดิมก็ไม่เคยแวะไปหาพ่อสามีกับแม่สามีอีกเลย

 

ก็อย่างที่พูดไป เจ้าของร่างเดิมไม่มีความสามารถอะไรนอกจากการตั้งท้อง เธอสามารถคลอดลูกชายติดต่อกันถึง 3 คน ทำให้พ่อแม่สามีไม่สามารถพูดกล่าวอะไรได้

 

เนื่องจากโจวชิงมู่และสะใภ้ใหญ่ให้กำเนิดบุตรสาวถึงสามคน จนกระทั่งลูกคนที่สี่ถึงจะเป็นเด็กผู้ชาย และตอนนี้เขาก็เพิ่งจะสองขวบเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตามตอนนี้เธอได้ตั้งครรภ์ขึ้นมาอีกครั้ง ไม่รู้ว่าครรภ์นี้เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เพราะนักเขียนไม่ได้บอกไว้

 

ส่วนสถานการณ์ของพี่ชายคนที่สอง โจวชิงหลิน ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก เขามีลูกสาวติดต่อกันถึงสองคน คนสุดท้ายถึงเป็นลูกชาย ตอนนี้อายุสามขวบแล้ว

 

พี่ชายคนที่สาม โจวชิงเซิน ปัจจุบันนี้เขามีแค่ลูกสาว ซึ่งอายุได้หกขวบแล้ว ตอนที่คลอดบุตรสาวเมื่อครั้งก่อน ร่างกายของสะใภ้สามก็ไม่ดีนัก เพิ่งจะฟื้นฟูกลับมาดีได้เมื่อปีที่แล้วเอง

 

ตอนนี้อายุครรภ์ของสะใภ้สามก็ไม่น้อยแล้ว ดูเหมือนว่าสิ้นปีนี้เธออาจจะคลอดลูกก็ได้

 

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เจ้าของร่างเดิมที่คลอดลูกออกมาเป็นผู้ชายติดกันถึงสามคน จึงมีสถานะภายในบ้านที่ค่อนข้างมั่นคง

 

สำหรับคนในชนบทแล้ว โดยเฉพาะในยุคนี้ พวกเขาค่อนข้างให้ความสำคัญเรื่องลูกชายมากกว่าการอิ่มท้อง ท้องไม่อิ่มได้ แต่ลูกชายไม่มีไม่ได้

 

เนื่องจากเจ้าของร่างเดิมคลอดบุตรชายออกมามากที่สุดในบรรดาสะใภ้ทั้งหมด แม่โจวจึงไม่เคยสร้างความลำบากใจให้กับเธอ

 

แต่เธอก็รู้สึกปวดใจแทนหลานชายทั้งสามคนของตัวเอง นิสัยของเจ้าของร่างเดิมเป็นอย่างไง แม่โจวรู้ดี บางครั้งจึงแอบแวบมาดูเด็กๆบ้าง

 

อย่างเช่นตอนนี้ แม้ว่าฤดูเก็บเกี่ยวจะเป็นช่วงที่ทุกคนต่างก็ยุ่งกันมาก แต่แม่โจวก็ยังหาเวลากลับมาดูหลานชายของตัวเองได้

 

“แม่ แม่เหม่ออะไรอีกเนี่ย ท้องผมหิวไปหมดแล้วนะ!” ในขณะที่เธอกำลังตกอยู่ในภวังค์ โจวต้าหวาก็ทนไม่ไหวจนต้องพูดแทรกขึ้นมา

 

หลินชิงเหอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วถลึงตาใส่เขา “ลองตะโกนใส่แม่อีกครั้งสิ แม้แต่ข้าวเปล่าแม่ก็จะไม่ให้ลูกกิน!”

 

แม้ว่าในอนาคตเขาจะเป็นบอสใหญ่แห่งวงการมืด แต่ตอนนี้เขาก็เป็นได้แค่ถั่วน้อยที่เธอจะบีบจะหยิกยังไงก็ได้!

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top