ขนาดตัวอักษร

บทที่ 5 ตัวร้ายวัยละอ่อน

 98 Views

บทที่ 5 ตัวร้ายวัยละอ่อน

“แม่ ผมหิวแล้ว”

เด็กน้อยในชุดมอมแมมกระตุกชายเสื้ออย่างระมัดระวัง ประโยคที่แสนคุ้นเคยปลุกให้หลินชิงเหอได้สติขึ้นมา

หลินชิงเหอหันไปมองเด็กน้อยที่ผอมโซราวกับลูกลิง ด้วยแววตาที่ซับซ้อน ก่อนจะตกอยู่ในภวังค์อีกครั้ง

เธอคิดไม่ถึงเลยว่าตัวเองจะทะลุมิติมาแบบนี้ แถมยังทะลุมิติมาในนิยายสุดโอเวอร์ที่ตัวเองเคยอ่านอีกด้วย

นี่คือสิ่งที่เธอรับรู้หลังจากได้รับความทรงจำจากเจ้าของเดิม

ในนิยายเรื่องนี้สิ่งที่เธอประทับใจมากที่สุดก็คือตัวร้ายทั้งสามตัวของเรื่อง นั่นก็คือโจวข่าย โจวเสวียนและโจวกุย

สามคนนี้เป็นพี่น้องกัน พี่คนโตชื่อโจวข่าย คนรองชื่อโจวเสวียน ส่วนคนเล็กคือโจวกุย

ซึ่งนี่หมายความว่าบิดาของพวกเขาที่อยู่แนวหน้ากำลังจะกลับมาในไม่ช้า

คนคนนี้ไม่ได้มีบทบาทอะไรนัก บิดาของสามพี่น้องถูกเกษียณกลับมากลางคัน

นี่เป็นความเสียหายร้ายแรงต่อครอบครัว

เพราะว่ามารดาของตัวร้ายทั้งสาม หรือก็คือเจ้าของร่างเดิม เธอเคยเป็นดอกไม้งามประจำหมู่บ้าน ที่เธอยอมแต่งงานกับพ่อของตัวร้าย เพราะวาดฝันว่าสักวันหนึ่งตัวเองจะได้มีโอกาสได้เป็นภรรยาของข้าราชการ

ตั้งแต่เด็กๆ เธอฝันว่าสักวันหนึ่งตัวเองจะโบยบินและกลายเป็นนางพญาหงส์

เพื่อเป้าหมายนี้ เธอจึงตัดสินใจแต่งงานกับพ่อของตัวร้าย สำหรับพ่อของตัวร้ายแล้วปีปีหนึ่งเขาไม่ค่อยจะอยู่บ้าน แม้จะกลับมาบ้านบ้าง แต่หย่อนก้นนั่งได้ไม่นานก็รีบร้อนจากไปอีกแล้ว กระทั่งคำหวานสักคำ ผู้ชายคนนี้ก็ไม่ยอมพูดให้ฟัง ดังนั้นเจ้าของร่างเดิมจึงทำได้แค่ต้องอดทน

แต่ความอดทนย่อมมีขีดจำกัด ในเมื่ออีกฝ่ายไม่เคยดูแลจิตใจของเธอ ก็อย่าหวังว่าเธอจะมอบความอบอุ่นและความอ่อนโยนให้

ในฐานะดอกไม้งามของหมู่บ้าน ด้วยความสวยของเธอ ทำให้เธอมีความทระนงตัวตั้งแต่เล็กจนโต คนอื่นมีแต่ต้องคอยประจบเอาใจเธอ ดังนั้นเธอจำเป็นที่จะต้องเอาอกเอาใจคนอื่นเหรอ?

แต่เนื่องจากบิดาของตัวร้ายคอยส่งเงินกลับมาให้ทุกเดือน ดังนั้นแม้เจ้าของร่างเดิมจะไม่รู้สึกอะไรกับเขา แต่ทุกครั้งที่เขากลับมา เธอก็จะเสแสร้งทำตัวสุภาพกับเขา และคอยอยู่บ้านเลี้ยงดูลูกชายทั้งสามเป็นอย่างดี

สถานการณ์แบบนี้ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพ่อของตัวร้ายเกษียณกลับมา เนื่องจากอาการบาดเจ็บ

แต่ไม่ว่าบิดาของตัวร้ายจะเกษียณกลับมาเพราะเหตุผลอะไร แต่ที่แน่ๆ ความฝันที่จะได้เป็นภรรยาข้าราชการของเจ้าของร่างเดิมได้พังทลายไม่มีชิ้นดี ต่อมาเบี้ยเลี้ยงสิบกว่าหยวนที่เคยได้ทุกเดือนก็เริ่มไม่มั่นคง บวกกับบิดาของตัวร้ายไม่ได้เงินสมทบ จึงทำให้รายได้ของครอบครัวขาดแคลน อีกทั้งคำปลอบใจดีๆ สักคำก็ไม่พูด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความรักของคู่ชีวิต

เจ้าของร่างเดิมที่โดนโจมตีทางจิตใจหนักเช่นนี้จะทนอยู่แบบนี้ได้อย่างไร??

ภายใต้ชายคาเดียวกัน ความคับข้องใจของเจ้าของร่างเดิมเพิ่มพูนขึ้นทุกๆ วัน อารมณ์ของเธอนับวันก็ยิ่งหงุดหงิดง่าย กระทั่งลูกชายทั้งสามก็ยังไม่คิดจะแสดงสีหน้าดีๆ เลยสักครั้ง อีกทั้งยังทุบตีและลงโทษให้อดอาหารอยู่บ่อยครั้ง

แม้จะเติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่มีแต่ความรุนแรงในครอบครัว แต่มันก็ไม่ได้หนักหนาเกินไปนัก

เพราะฉนวนที่แท้จริงได้เริ่มต้นขึ้นตอนที่เจ้าของร่างเดิมวัย 31 ปี หรือก็คือตัวประกอบกระจอกๆ ที่สวรรค์ประทานมา

ในปี 1977 ได้มีการฟื้นฟูระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ดังนั้นคนหนุ่มที่มีการศึกษาจึงพากันแห่ไปสมัครสอบมหาวิทยาลัย!

พูดถึงตรงนี้ ก็ควรที่จะอธิบายรูปร่างหน้าตาของเจ้าของร่างเดิมสักหน่อย ในฐานะตัวร้ายตัวประกอบที่ใช้แล้วทิ้ง ที่โผล่ออกมาไม่กี่ฉาก

แต่ถึงอย่างนั้นนักเขียนก็ลงรายละเอียดเกี่ยวกับใบหน้าของเธอเป็นอย่างดี บอกว่าดวงตาของเธอใสกระจ่าง จมูกเป็นจมูก เป็นสาวงามของหมู่บ้านตั้งแต่เด็กจนโต เป็นดอกไม้งามในหมู่บ้านที่ไม่มีใครเทียบได้

แม้ว่าพ่อของตัวร้ายจะเกษียณอายุและไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยงทุกเดือน แต่เธอก็ไม่เคยต้องทำนา เรียกได้ว่าเธอถูกเลี้ยงดูโดยสามีผู้เงียบขรึมและลูกชายทั้งสาม เธอคือปลิงที่คอยสูบเลือดครอบครัวมาเลี้ยงตัวเอง

ทั้งสามีและลูกชายทั้งสามไม่เคยนึกอยากได้อะไร แต่ตัวเจ้าของร่างเดิมนั้นจะต้องซื้อชุดใหม่สองชุดทุกครึ่งปี และจะต้องทาครีมน้ำมันหอยตลับยี่ห้อเสวี่ยฮวาเกา

บวกกับไม่เคยต้องออกไปโดนแดดโดนฝน ดังนั้นแม้จะอายุ 31 ปี แต่เจ้าของร่างเดิมกลับมีใบหน้าเหมือนสาวอายุ 25-26 ปีเท่านั้น

และเนื่องจากเจ้าของร่างเดิมแต่งหน้าเป็น เธอจึงกลายเป็นสาวงามในวัย 31 ปีที่สวยมาก

ในตอนนั้นที่หมู่บ้านชนบทมีคนหนุ่มที่มีการศึกษาอยู่คนหนึ่ง เจ้าของร่างเดิมมักจะแอบไปพบเขาเป็นการส่วนตัวอยู่เสมอ ต่อมาหลังจากที่มีการฟื้นฟูระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ชายหนุ่มคนนั้นก็คือนักศึกษากลุ่มแรกๆ ที่ได้รับเลือกให้เข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งเจ้าของร่างเดิมก็ทนไม่ไหว ตัดสินใจขโมยเงินของครอบครัวแล้วหอบเสื้อผ้าหนีตามผู้ชายไป

คำอธิบายเกี่ยวกับภูมิหลังของโจวข่าย โจวเสวียน โจวกุยและพ่อของตัวร้ายไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ยังมีการเขียนจุดจบที่เลวร้ายของเจ้าของร่างเดิมด้วย สุดท้ายเจ้าของร่างเดิมก็ถูกทิ้ง และยังถูกหลอกเอาเงินไปจนหมด ทั้งยังต้องจบชีวิตลงที่ต่างแดนอย่างเดียวดาย

ส่วนลูกชายของเธอทั้งสามคนก็เริ่มสร้างชื่อเสียงในวงการมืดขึ้นมา แน่นอนว่าจุดจบของพวกเขาก็ไม่ค่อยดีนัก รวมไปถึงพ่อของเขาด้วย

พ่อของตัวร้ายได้ปรากฏขึ้นมาในนิยายอีกครั้งก็ตอนที่เขาอายุห้าสิบกว่าปี ระหว่างทางเขาบังเอิญเห็นลูกชายคนโตของตัวเองถูกรุมทำร้ายด้วยจำนวนคนที่มากกว่าจึงเข้าไปช่วย

แม้ว่าทักษะการต่อสู้ของพ่อจะดี แต่เพราะว่าร่างกายยังคงมีอาการบาดเจ็บเรื้อรังอยู่ ทั้งยังไม่เคยได้รับการรักษาที่ดีในช่วงแรก บางครั้งเขาถึงกับเดินไม่ไหวด้วยซ้ำ แล้วจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปสู้กับเด็กวัยรุ่นอายุเพียงยี่สิบกว่าปี?

สุดท้ายเขาก็ถูกคนใช้มีดจ้วงแทงสองสามครั้ง ก่อนจะพากันหนีไป โจวข่ายไม่สามารถนำพ่อไปส่งโรงพยาบาลได้ทัน ทำให้เขาต้องสูญเสียพ่อไปตลอดกาล

การตายพ่อคือฉนวนครั้งสำคัญ มันคือจุดพลิกผันของชีวิตที่นำพาพวกเขาสามคนพี่น้องถลำตัวเข้าสู่วงการมืดอย่างไม่มีวันหวนกลับ

ต่อมามีการกวาดล้างวงการมืดของพวกเขาอย่างจริงจัง พี่ใหญ่และพี่รองคอยปะทะกับพระเอกในเรื่อง ส่วนน้องชายคนเล็กกลับหลงรักในความอ่อนโยนและใสซื่อราวกับกระต่ายขาวตัวน้อยของแฟนพระเอก ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่นางเอก

นักเขียนได้เขียนไว้ว่าเดิมทีสามคนพี่น้องได้วางแผนที่จะฆ่าแฟนของพระเอกที่เป็นจุดอ่อนของเขา โดยที่น้องชายคนเล็กจะปลอมเป็นคนปัญญาอ่อนเพื่อหาทางเข้าใกล้นางเอก ก่อนจะถูกนางเอกพากลับไปดูแลที่บ้าน สุดท้ายก็ถูกความใสซื่อและความเมตตาของนางเอกกอบกุมหัวใจไปได้

และแล้วเขาก็ตกหลุมรักนางเอกอย่างจัง

เนื่องจากโมเม้นระหว่างนางเอกกับน้องชายคนเล็กมีไม่น้อย ทำให้นักอ่านอย่างหลินชิงเหออดไม่ได้ที่จะค่อนแขวะ

ภายใต้โชคชะตาที่ถูกกำหนดโดยนักเขียน นางเอกย่อมไม่รู้ตัวว่าน้องชายคนเล็กแซ่โจวผู้นี้ตกหลุมรักเธอ

ซึ่งนักเขียนได้บรรยายไว้ว่าพี่น้องแซ่โจวทั้งสามคนนี้ล้วนหน้าตาดี นอกจากจะปากหวานแล้วยังจีบสาวเก่งอีกต่างหาก

ความจริงแล้วหน้าตาของตัวร้ายที่นักเขียนแต่งออกมาค่อนข้างที่จะหล่อเหลาสูสีกับพระเอกเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นหากเขาไม่หน้าตาดี นางเอกก็คงไม่พาผู้ชายปัญญาอ่อนสติไม่ดีอย่างเขากลับบ้านหรอก

เอาล่ะ ข้ามรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ไป เพราะความใสซื่อของนางเอก ทำให้น้องชายคนเล็กนำพาความฉิบหายมาสู่พี่ๆ สุดท้ายพวกเขาทั้งสามคนก็ถูกจับ และถูกยิงเป้าตายโดยไม่มีข้อยกเว้น

ตั้งแต่ต้นจนจบนิยายเรื่องนี้พยายามปูเส้นทางความรักของพระเอกและนางเอก โดยใช้ความโชคร้ายของตัวประกอบตัวอื่นๆ เพื่อมาส่งเสริมความรักที่แสนบริสุทธิ์ของเหล่าตัวเอก

“แม่ ทำกับข้าวได้หรือยัง ผมหิวจะตายอยู่แล้ว!”

ในขณะที่หลินชิงเหอกำลังคิดทบทวนเรื่องราวในนิยาย ก็มีเด็กผู้ชายมอมแมมคนหนึ่งพุ่งเข้ามา

เมื่อมองไปที่เด็กคนนี้ สมองของหลินชิงเหอก็มีคำว่าโจวข่ายเด้งขึ้นมา และเมื่อมองไปที่เด็กผู้ชายที่กระตุกชายเสื้อของเธออยู่ข้างๆ ก็มีคำว่าโจวเสวียนปรากฏขึ้นมาในหัว

เนื่องจากรู้ชื่อของเด็กทั้งสามคนความคิดแรกที่ปรากฏขึ้นในหัวก็คือ ดูเหมือนว่าเธอจะเข้ามาในถ้ำเสือรังหมาป่าซะแล้ว…

“แม่ พี่ใหญ่บอกว่าหิวแล้ว” สมแล้วที่โจวเอ๋อร์หวาถูกบรรยายว่าในหมู่พี่น้องทั้งสามคน เขาเป็นกุนซือหัวหมา อายุแค่สามขวบแต่กลับรู้จักเล่นกับจิตใจคนซะแล้ว ตัวเองอยากกินแท้ๆ แต่กลับอ้างคนอื่นแทน

“อ่า อ๊า” ตอนนั้นเองโจวซานหวาที่นอนอยู่ข้างๆ ก็ตื่นขึ้นมาเช่นกัน เขาเพิ่งอายุได้ขวบหนึ่ง ตอนนี้ยังพูดไม่ได้ แม้แต่คำว่าพ่อกับแม่ง่ายๆ ก็ยังพูดไม่ได้เช่นกัน

ถูกต้องแล้ว วายร้ายทั้งสามคนที่ก่อความวุ่นวายทั่วทุกทิศ กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอ! ตอนนี้เธอควรยืนไว้อาลัยให้กับตัวเองดีไหมนะ?

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top