ขนาดตัวอักษร

บทที่ 3 มิติส่วนตัว (3)

 107 Views

บทที่ 3 มิติส่วนตัว (3)

ตะกร้าสานนี้ค่อนข้างใหญ่ สามารถบรรจุไข่ไก่ได้เป็นจำนวนมาก ได้ยินคุณป้าที่ขายบอกว่าตะกร้าหนึ่งสามารถบรรจุไข่ไก่รวมๆ แล้ว 22.5 กก. นี่คือน้ำหนักที่ได้หลังจากลบกับน้ำหนักของตะกร้าไปแล้วนะ

 

ไข่ไก่ครึ่งโลคิดเป็นเงิน 8 หยวน อันที่จริงแล้ว มันราคา 8.2 หยวน ดังนั้นเมื่อหลินชิงเหอเหมาไข่ไก่สองตะกร้า ก็ควรที่จะเป็นเงินเกือบๆ เจ็ดร้อยกว่าหยวน แต่เนื่องจากไข่ไก่พวกนี้เป็นไข่ของไก่บ้าน ดังนั้นป้าที่ขายไข่ไก่จึงลดราคาให้กับเธอ แต่ถึงอย่างนั้นราคาที่ต้องจ่ายก็แพงอยู่เหมือนกัน

 

ไข่ไก่สองตะกร้าไม่ได้ทำให้หลินชิงเหอรู้สึกพอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เธอไม่สามารถเปลืองเงินซื้อไข่ไก่ได้มากกว่านี้แล้ว ดังนั้นจึงหยิบสมุดขึ้นมาแล้วขีดฆ่าคำว่าไข่ไก่

 

ตอนนี้เองคุณป้าที่ขายอาหารเช้าก็โทรเข้ามา หลินชิงเหอจึงขับรถกลับไปที่ร้านอาหารแห่งนั้น หลังจากพูดชมคุณป้าสักสองสามประโยค เธอก็นำกล่องโฟมสามกล่องที่บรรจุซาลาเปาใส่ที่ท้ายรถ

 

แม้ว่ากล่องโฟมจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่พื้นที่ด้านในกลับไม่น้อยเลย หนึ่งกล่องสามารถบรรจุได้เกือบห้าสิบลูก สามร้อยลูกก็ใช้กล่องโฟมทั้งหมด 6 กล่อง

 

แต่หลินชิงเหอยังต้องการซาลาเปาพวกนี้อีก ดังนั้นจึงสั่งจองไปอีกห้าร้อยลูก และจะมาเอาสินค้าในวันพรุ่งนี้

 

แม้ว่าคุณป้าจะไม่เข้าใจหลักการทำงานของหลินชิงเหอ แต่เมื่อหลินชิงเหอจ่ายค่ามัดจำพันหยวน ความรู้สึกสงสัยก็สลายไปในพริบตา พร้อมกับนัดแนะให้มารับสินค้าเช้าวันพรุ่งนี้ เธอจะบรรจุซาลาเปาเหล่านั้นลงกล่องโฟมเหมือนเดิม

 

หลินชิงเหอแสดงท่าทางว่าฉันเชื่อใจในแบรนด์เก่าแก่ของคุณ ดังนั้นฉันจึงไม่กังวลว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา

 

หลังจากนั้นเธอจึงขับรถจากไป แน่นอนว่าเธอขับรถกลับไปที่ตลาดเกษตรกรอีกครั้ง เพราะว่าก่อนหน้านี้เพิ่งจะซื้อไข่ไก่สองตะกร้าใหญ่ไป ครั้งนี้หลินชิงเหอจึงไม่กล้าเคลื่อนไหวอะไรใหญ่โตอีก

 

ตอนนี้เป็นช่วงที่ตลาดเพิ่งเปิด ดังนั้นผู้คนจึงพลุกพล่านอยู่เต็มไปหมด

 

หลินชิงเหอมองไปยังแผงที่ขายเนื้อหมู นับว่าเธอยังโชคดีมาก เพราะเนื้อหมูในวันนี้เป็นเนื้อหมูจากหมูบ้านทั้งหมด เนื้อหมูชนิดนี้จะไม่มีรสชาติ แต่ว่าอร่อยมาก แม้ว่าเธอจะไม่ชอบเนื้อหมูมากนัก แต่ถ้าเจอเนื้อหมูชนิดนี้เธอก็จะซื้อสักหน่อย

 

แม้ว่าราคาจะแพงอยู่บ้าง แต่หลินชิงเหอก็ไม่สนใจ

 

ตอนแรกคิดไว้แล้วว่าจะไม่ทำตัวเป็นจุดเด่น แต่เมื่อเห็นเนื้อหมูชนิดนี้หลินชิงเหอก็อดใจไว้ไม่ได้ เธอตรงไปที่แผงขายหมูแผงแรก แล้วขอซื้อซี่โครงหมูครึ่งตัว หมูสามชั้น เนื้อไม่ติดมันและน้ำมันหมูต้ม จากนั้นก็เดินไปที่แผงขายหมูอีกสองสามเจ้าแล้วสั่งแบบเดียวกัน

 

การสั่งซื้อแบบแปลกๆ ของเธอทำให้เถ้าแก่ขายเนื้อหมูพากันมึนงงขึ้นมา นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

 

“ญาติสนิทฝ่ายแม่ของฉันสามคนมีเรื่องน่ายินดีเกิดขึ้น แต่เนื้อหมูที่พวกเราสั่งจองเอาไว้กลับถูกขายไปให้คนอื่น เรื่องฉุกเฉินแบบนี้ พวกเขามาขอให้ฉันช่วย แล้วฉันจะไม่ทำได้ยังไง? ” หลินชิงเหอพูดด้วยท่าทางจนใจ “ช่างเถอะ พวกเราอย่าเสียเวลาพูดมากเลย รีบสับให้ฉันเร็วเข้า หมูสามชั้นไม่ต้องพิถีพิถันตัดหรอก สับแล้วใส่ถุงให้ฉันเลย”

 

แม้ว่าพวกเถ้าแก่จะไม่เข้าใจแต่ก็ยังทำตามที่อีกฝ่ายพูด คนมาซื้อเนื้อหมูมีเหตุผลอะไรที่จะไม่ขาย? อีกทั้งนอกเหนือจากเหตุผลนี้แล้วก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีคำอธิบายอื่นอีก

 

ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะสามารถขายเนื้อหมูเป็นจำนวนมากเช่นนี้เหรอ?

 

มีเพียงแค่การจัดงานเลี้ยงเท่านั้นถึงจำเป็นต้องใช้เนื้อหมูเยอะขนาดนี้

 

ดังนั้นพวกเขาจึงไม่นึกสงสัย และรีบใช้มีดสับซี่โครงหมูส่งให้เธอ

 

หลินชิงเหอจ่ายเงินให้ทีละร้านๆ จนครบ ซี่โครงหมูหนักสี่สิบกว่ากก.นี้ ครึ่งโลราคา 23 หยวน ดังนั้นราคาที่ต้องจ่ายทั้งหมดก็คือ 2000 หยวน

 

นอกจากนี้ยังมีหมูสามชั้นและเนื้อหมูไม่ติดมัน เนื้อเหล่านี้ได้รับการคัดสรรมาอย่างดี เนื่องจากได้ยินมาว่าบ้านของเธอกำลังจะจัดงานมงคลอะไรสักอย่าง ดังนั้นจึงช่วยเลือกเนื้อหมูส่วนดีๆ ให้กับเธอ

 

เมื่อซื้อของมากๆ ในครั้งเดียว นอกจากจะได้รับเงินทอนกลับมาไม่กี่หยวน ราคาก็ถูกลงกว่าปกตินิดหน่อยด้วย

 

หลินชิงเหอขอให้พวกเขาช่วยขนเนื้อพวกนี้ไปที่รถของเธอ จากนั้นเธอก็ขับรถไปยังสถานที่เปลี่ยวแห่งหนึ่ง

 

หลังจากที่สำรวจดูแล้วว่าไม่มีคนอยู่ หลินชิงเหอก็รีบเก็บของทั้งหมดไปไว้ในมิติส่วนตัวทันที

 

เมื่อรวมค่าเนื้อหมูแล้ว เธอใช้เงินไปทั้งหมด 5000 หยวน

 

บวกกับค่าซาลาเปาและค่าไข่ไก่แล้ว ตอนนี้เงินของเธอก็เหลือเพียง 45000 หยวน

 

จากนั้นหลินชิงเหอก็เปิดสมุดออกแล้วขีดฆ่าคำว่าเนื้อหมูทิ้ง ซื้อซี่โครงหมูไปมากขนาดนี้ คงใช้เวลาพอสมควรถึงจะกินหมด ส่วนเนื้อเป็ดเนื้อปลาและเนื้ออื่นๆ นั้น ช่างมันเถอะ เธอไม่ได้มีเงินมากพอที่ซื้อเนื้อทั้งหมดหรอกนะ อีกอย่างต่อให้เธอมีเงินเหลือมากพอที่จะซื้อ แต่ว่าพื้นที่ในมิติของเธอนั้นก็มีขนาดแค่สิบกว่าเมตรเท่านั้น มันไม่พอให้ยัดของลงไปมากหรอก

 

นอกจากนี้เธอยังเหลือของอีกมากมายที่ต้องเตรียมไว้

 

ตอนนี้เธอไม่สามารถกลับไปที่ตลาดเดิมได้แล้ว ดังนั้นหลินชิงเหอจึงตัดสินใจขับรถไปที่ร้านค้าส่งขนาดใหญ่ที่อยู่ไกลจากเมือง

 

เธอสั่งซื้อข้าวสารที่มียี่ห้อหนึ่งจำนวน 50 ถุง แต่ละถุงหนักสิบสองกิโลกว่า ข้าวสารชั้นดีทั้งหมดถูกบรรจุห่ออย่างดี

 

ผู้จัดการร้านค้าส่งคิดว่าเธอเปิดร้านขายของ แต่เมื่อลองถามดูก็รู้ว่าไม่ใช่ ดังนั้นเขาจึงงงมากกว่าทำไม เธอถึงได้ซื้อของไปเยอะขนาดนี้?

 

หลินชิงเหอบอกว่าเธอได้รับคำสั่งมาจากหัวหน้าแผนกของเธอ และของเหล่านี้ก็เป็นสวัสดิการของพวกเธอ

 

นอกจากข้าวสาร 50 ถุงแล้ว เธอยังสั่งแป้ง 50 ถุง ถุงละสิบสองกิโลอีกด้วย แน่นอนว่าแป้งเหล่านี้ล้วนเป็นแป้งชั้นดี

 

เนื่องจากสั่งสินค้าจำนวนมาก ดังนั้นราคาสินค้าจึงค่อนข้างถูก

 

นอกจากนี้ยังมีน้ำมันถั่วลิสง เธอได้ซื้อน้ำมันถั่วลิสงที่มียี่ห้อจำนวนหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเป็นของที่มียี่ห้อ ราคาก็ย่อมแพงตามไปด้วย แต่ทว่าน้ำมันเหล่านี้ก็เป็นน้ำมันที่กลิ่นหอมบริสุทธิ์

 

อีกทั้งน้ำมันถั่วลิสงยี่ห้อนี้เธอก็ยังใช้อยู่ด้วย หนึ่งถังหนักถึง5.5 กก. เธอลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจสั่งซื้อล็อตใหญ่จำนวน 5 ถัง ไม่เป็นไร ถึงแม้ว่ามันจะแพง แต่พอสั่งซื้อล็อตใหญ่ ก็ตกถังล่ะร้อยกว่าหยวนเอง!

 

5 ถัง ก็เป็นเงินทั้งหมด 500 เกือบ 600 หยวนได้

 

ราคาขายส่งข้าวสารถุงล่ะ 45 หยวน ราคาตลาดขายอยู่ที่ 60 หยวน ถูกกว่าถึง 15 หยวน

 

ดังนั้นข้าวสาร 50 ถุงจึงใช้เงินไปทั้งหมดสองพันสองร้อยกว่าหยวน

 

ราคาของแป้งก็ไม่ต่างจากราคาของข้าวมากนัก แป้ง 50 ถุงก็จ่ายไปสองพันกว่าหยวนเช่นกัน

 

รวมๆ แล้วเธอจ่ายเงินไปทั้งหมดห้าพันหยวนที่นี่

 

หลินชิงเหอประเมินจำนวนของพวกมัน จากนั้นก็คาดการณ์พื้นที่ในมิติส่วนตัว ไข่ไก่สองตะกร้า เนื้อหมูอีกหกถุงใหญ่ กล่องโฟมซาลาเปาอีก 6 กล่อง พื้นที่ 10 ตารางเมตรเหลือเพียงห้าส่วนเจ็ดเท่านั้น

 

หลังจากนำน้ำมัน ข้าวสารและแป้งใส่เข้าไป ก็จะเหลือพื้นที่ประมาณสามส่วนเจ็ด

 

เธอบอกให้ผู้จัดการของร้านสั่งให้คนนำของขึ้นไปไว้ในรถ แต่เนื่องจากของมีเยอะเกินไป ดังนั้นรถตู้คันเล็กๆ จึงไม่อาจจะใส่ของได้หมด

 

หลินชิงเหอจึงตัดสินใจจะนำของไปส่งที่แผนกครึ่งหนึ่งก่อน แล้วอีกครึ่งชั่วโมงจะกลับมารับของที่เหลือ ทางผู้จัดการก็ไม่มีปัญหาอะไร และยังยื่นใบเสร็จให้กับเธอ

 

หลินชิงเหอนำข้าวสารห้าสิบถุงและน้ำมันถั่วลิสงไปก่อน หลังจากเดินทางไปได้สักพัก เธอก็นำของพวกนั้นเข้าไปเก็บในมิติส่วนตัว

 

แล้วก็ควักสมุดออกมาขีดฆ่าคำว่าน้ำกับกับข้าวทิ้ง

 

ในฐานะผู้จัดการฝ่ายขาย หลินชิงเหอมีความสามารถที่ดีที่สุดนั่นก็คือจัดสรรเวลาในหนึ่งวันได้อย่างลงตัวและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

เธอเปลี่ยนเส้นทางและขับตรงไปยังร้านขายยาที่อยู่ข้างๆ โรงพยาบาลในเมือง เธอเคยมาร้านขายยานี้แล้วครั้งหนึ่ง ดังนั้นจึงรู้ว่าที่นี่มีข้าวของครบครัน แถมยังราคาก็ยังแพงบรรลัยอีกด้วย ครั้งนั้นเธอต้องเสียเงินไปหลายร้อยหยวนเลยทีเดียว

 

แต่ตอนนี้หลินชิงเหอไม่สนใจเรื่องพวกนั้นแล้ว

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top