ขนาดตัวอักษร

บทที่ 1 มิติส่วนตัว

 181 Views

บทที่ 1 มิติส่วนตัว

 “แม่ ผมหิวแล้ว”

 

ในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง หลินชิงเหอลืมตาขึ้นมาจากเตียงอย่างมึนงง เมื่อผ่านไปสักพักเธอก็ค่อยๆถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

จากนั้นก็เอื้อมมือไปหยิบมือถือตรงหัวเตียงขึ้นมาเพื่อดูเวลา ตอนนี้เพิ่งจะตีห้าครึ่ง และยังเป็นเดือนพฤษภาคมตามปฏิทินการเกษตร[1] เวลานี้ด้านนอกเริ่มมีแสงร่ำไรบนท้องฟ้า

 

หลินชิงเหอวางมือถือลงอย่างเงียบๆ ไม่นานก็ปรากฏฉากมหัศจรรย์ขึ้น เมื่อจู่ๆในมือของเธอก็มีแก้วน้ำปรากฏขึ้นมาจากอากาศ!

 

หลินชิงเหอมองไปยังแก้วที่มีน้ำร้อนที่ปรากฏควันลอยออกมาอย่างมึนงง ราวกับนี้เหมือนกับแก้วน้ำที่เธอใส่ไว้เมื่อคืนไม่มีผิด

 

หลินชิงเหอเก็บงำประกายในดวงตา และไม่ลังเลที่จะใช้น้ำในแก้วแปรงฟันล้างหน้า

 

เดิมที เธอก็เป็นเพียงพนักงานออฟฟิศธรรมดา ๆ ที่ทำงานได้ค่อนข้างดี ปัจจุบันเธอเป็นผู้จัดการแผนกฝ่ายขาย และมีประสบการณ์ชีวิตที่ธรรมดามากนัก เพียงแต่ว่าเมื่อเร็วๆนี้มีบางอย่างเกิดขึ้นกับเธอ ซึ่งมัน…ก็ดูเหมือนจะไม่ธรรมดาสักเท่าไหร่

 

ขณะแปรงฟัน หลินชิงเหอก็มองเห็นรอยดำที่ใต้ตาของตัวเองในกระจก จากนั้นก็ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจออกมาอีกครั้ง แม้ว่าในใจของเธอจะยุ่งเหยิง แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะแต่งหน้าให้ตัวเอง

 

เรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอนั้น หากพูดออกไปก็คงไม่มีใครเชื่อ แต่ว่าเธอฝันแบบนี้มาสามคืนติดกันแล้ว ในฝันมีเด็กคนหนึ่งมาเรียกเธอว่าแม่และขออะไรกิน มันเป็นความฝันที่ดูเหมือนจริงมาก จนเธออดที่จะกลัวไม่ได้

 

ตอนแรกเธอก็คิดว่าตัวเองเหนื่อยเกินไป เพราะว่าเมื่อเร็วๆนี้เธอทำโอทีคนเดียว ดังนั้นจึงไม่ค่อยสนใจมันเท่าไหร่นัก

 

แต่คืนวันที่สองเธอก็ฝันเหมือนกับวันแรกเป๊ะๆ และสิ่งที่มาพร้อมกับความฝันก็คือ มิติส่วนตัวขนาดสิบตารางเมตร ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับห้องของเธอ

 

เรื่องนี้ทำเอาเธอตกใจมาก

 

แต่ด้วยความที่อ่านนิยายมาเยอะ ดังนั้นความสามารถในการรับมือกับเรื่องแปลกๆจึงค่อนข้างแข็งแกร่ง แน่นอนว่าส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความกล้าหาญของเธอนั่นเอง

 

ไม่ช้าเธอก็สามารถยอมรับเรื่องพวกนี้ได้

 

กลางฝ่ามือของเธอนั้นมีมิติส่วนตัวอยู่ เพียงแค่คิดก็สามารถทำได้ทันที มิติดังกล่าวเหมือนกับกล่องกล่องหนึ่ง ซึ่งเมื่อวานเธอลองใส่แก้วน้ำเข้าไป และตอนเช้าเธอก็เอามันออกมา แก้วน้ำยังคงมีลักษณะเหมือนเดิม อีกทั้งอุณหภูมิของน้ำก็ไม่เปลี่ยนแปลงเลยสักนิด

 

เรื่องนี้สามารถพิสูจน์ได้ว่า ไม่ว่าจะเอาอะไรใส่ลงไปก็ตาม เมื่อนำออกมาแล้วมันก็จะเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

 

เมื่อกี้ เด็กคนนั้นก็เข้ามาในฝันของเธอ เขาเรียกเธอว่าแม่ และยังบอกว่าหิวอีกด้วย นั้นเลยทำให้เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมา

 

แต่ครั้งนี้เธอจะไม่ลังเลอีกต่อไปแล้ว ความวิตกกังวลอย่างรุนแรงในใจทำให้เธอสังหรณ์ใจว่าจะมีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้น ดังนั้นเธอจำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อม

 

เพราะสิ่งที่เธอเห็นใน ‘ความฝัน’ นั้นคือ สถานที่ที่ยากจนมาก ไม่รู้ว่ามันคือยุคสมัยไหน แต่พวกข้าวของเครื่องใช้และอาหารดูขาดแคลนมากนัก แม้ว่าใบหน้าของผู้คนที่เห็นจะค่อนข้างที่จะเลือนลางมาก แต่ทุกคนล้วนมีร่างกายผอมแห้งและใบหน้าเหลืองซีด

 

แม้ว่าช่วงเวลาในวัยเด็กของเธอจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าเทียบกับสภาพแวดล้อมในความฝันแล้ว…

 

ชีวิตที่เติบโตใต้ร่มธงสีแดงห้าดาวในช่วงปฎิรูปเปิดประเทศนั้นดูเล็กน้อยไปทันที อย่างน้อยเธอก็ไม่มีปัญหาเรื่องปากท้องก็แล้วกัน ดังนั้นหลินชิงเหอจึงไม่สามารถจินตนาการถึงการใช้ชีวิตในสภาพแบบนั้นออก

 

แน่นอนว่าเธอไม่ได้อ่านนิยายมาอย่างเสียเปล่า จู่ๆก็มีมิติส่วนตัวเกิดขึ้นมา ดังนั้นเธอจึงเชื่อว่าจะต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเธอแน่ บางทีอาจจะเป็นการทะลุมิติไปยังวันสิ้นโลกอะไรทำนองนั้น ไม่ได้การล่ะ! เธอจะต้องไม่อดตาย!

 

ไม่ช้าหลินชิงเหอก็ล้างหน้าเสร็จเรียบร้อย เธอหยิบปากกาขึ้นมาแล้วจดสิ่งของที่จำเป็นต้องซื้อ ในบรรดาเจ็ดสิ่งของขั้นพื้นฐาน [2]นอกจากฟืนและชาแล้ว ของอื่นๆเธอเตรียมไปหมด

 

ในบรรดาของเหล่านี้ข้าวและน้ำมันสำคัญที่สุด!

 

หลินชิงเหอเปลี่ยนจากฟืนกับชาเป็นน้ำตาลทรายแดงกับน้ำตาลกรวดแทน น้ำตาลทรายขาวไม่มีก็ช่างมันเถอะ ใช้น้ำตาลกรวดก็พอทดแทนได้ จากนั้นก็เพิ่มคำว่าไข่ไก่ลงบนสมุด

 

สถานที่ในความฝันนั้น ไข่ไก่เป็นค่าเงินที่แข็งอย่างแน่นอน

 

นอกจากไข่ไก่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ชนิดไหน เธอก็ต้องเตรียมไปให้มากหน่อย

 

แล้วยังมียา เช่นยาแก้หวัด ยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ของพวกนี้ก็ต้องเตรียมไปด้วย ที่ขาดไม่ได้คือยาหม่อง

 

ของเหล่านี้หากจัดใส่กล่องดีๆ ก็ไม่กินพื้นที่เยอะ

 

หลังจากเขียนถึงตรงนี้ หลินชิงเหอก็รู้สึกว่าพวกของกินนั้นเตรียมไปพอแล้ว

 

ที่เหลือก็ควรเป็นของใช้ เธอไม่รู้ว่าที่นั่นหนาวหรือไม่ แต่ว่าก็ควรเตรียมผ้านวมที่อบอุ่นและฟูกไปด้วยจะดีกว่า ที่สำคัญก็คือต้องเป็นสีเทา ห้ามเป็นสีสดใสเด็ดขาด เพราะในความฝัน ที่แห่งนั้นไม่มีสีอื่นเลยนอกจากสีเทากับขาว

 

เมื่อคิดถึงตรงนี้ แม้ว่าหลินชิงเหอจะเป็นคนมองโลกในแง่ดี ก็ยังอดถอนหายใจออกมาไม่ได้

 

หลังจากนั้นก็เพิ่มสิ่งของที่จำเป็นลงไป รวมไปถึงของใช้ส่วนตัวของเธอด้วย แม้ว่าของใช้บางอย่างจะสำคัญ แต่หลินชิงเหอก็คิดว่าควรจะเว้นที่ว่างสำหรับของใช้ส่วนตัวของผู้หญิงสักหน่อย สำหรับเธอแล้วของใช้ส่วนตัวนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน

 

หลินชิงเหอเขียนรายกายที่สำคัญลงบนสมุดไปหลายหน้า และอ่านทวนไปหลายรอบเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้มีอะไรตกหล่นไป แล้วจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

 

จากนั้นเธอก็เปิดสมุดเงินฝากบัญชีของตัวเอง

 

เงินออมทั้งหมดในบัญชีของเธอมีประมาณห้าหมื่นหยวน

 

หลังจากจบการศึกษาและเข้าทำงานในตำแหน่งผู้จัดการมาสองสามปี จำนวนเงินออมนี้นับว่าไม่เยอะเลยสักนิด แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเธอก็ไม่น้อยเลย

 

เครื่องสำอางบางอย่างก็จำเป็นต้องใช้ ไหนจะต้องออกไปช้อปปิ้งและกินเลี้ยงกับเพื่อนๆอีก ทุกอย่างต้องใช้เงินไม่ใช่เหรอ?

 

ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ ตัวเธอเองก็ไม่เคยออกจากเงาในอดีตได้เลย

 

เธอเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง และเติบโตมากับย่าในชนบทตั้งแต่ยังเล็ก ตอนที่เธออยู่ปีสอง คุณย่าของเธอก็มาด่วนจากไป หลังจากนั้นเธอก็หาเลี้ยงตัวเอง…

 

จนกระทั่งจบการศึกษาและได้งานทำ

 

แม้ว่าการใช้ชีวิตในแต่ละวันจะไม่ง่าย แต่เธอก็ต้องดิ้นรนสู้ต่อไป อย่างน้อยที่ผ่านมา เธอก็ใช้ชีวิตได้ไม่เลวไม่ใช่เหรอ

 

เดิมทีเงินก้อนนี้ก็เป็นเงินที่เก็บไว้เพื่อดาวน์บ้าน เมื่อไหร่ที่เธอเจอบ้านที่ถูกใจ ตอนนั้นเงินก้อนนี้จะช่วยให้เธอประหยัดค่าใช้จ่ายไปบ้าง จะได้ไม่ต้องใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน

 

นอกจากนี้เธอยังมีเงินติดตัวอยู่อีกสองพันกว่าหยวน เมื่อบวกกับเงินในบัญชีแล้วก็จะมีทั้งหมด 52000 หยวน

 

หลินชิงเหอตัดสินใจเช่ารถตู้ผ่านทางออนไลน์หนึ่งคัน

 

เธอมีใบขับขี่ตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัยแล้ว ตอนนั้นเธอคิดจะหาเงินด้วยการเป็นโซเฟอร์ แต่ต่อมาเงินที่ได้จากการขับรถก็ไม่มากอย่างที่คิด แถมยังมีปัญหาอีกเยอะ ดังนั้นหลินชิงเหอจึงเลิกขับรถ

 

ผู้ให้เช่ารถตู้เป็นวัยรุ่นคนหนึ่ง เนื่องจากอีกไม่กี่วันเขาต้องกลับไปเยี่ยมบ้าน ดังนั้นจึงตัดสินใจปล่อยเช่ารถ ตอนแรกก็คิดแค่ว่าจะลองปล่อยเล่นๆ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนมาเช่าจริงๆ

 

หลังจากที่พูดคุยกับหลินชิงเหอ และได้ยินว่าเธอมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ทันที บวกกับระยะทางที่ไม่ไกลนัก เพียงแค่สิบกว่านาทีเขาก็ขับรถมาจอดที่ใต้ตึกของเธอ

 

หลินชิงเหอจ่ายค่ามัดจำผ่านทางออนไลน์แล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องจ่ายอีก เธอลองขับรถดูสักพัก แม้ว่าตอนแรกที่ขับจะมีติดขัดอยู่บ้าง แต่ไม่นานก็เริ่มคล่องมือ

 

แม้ว่ารถตู้คันนี้จะเก่าไปหน่อย แต่ด้านหลังก็มีเบาะนั่งอยู่แถวหนึ่ง ส่วนแถวสุดท้ายนั้นถูกเอาออก จึงมีพื้นที่พอให้บรรทุกของได้อีกเยอะ ซึ่งหลินชิงเหอก็รู้สึกพอใจมาก

 

เธอไล่เด็กหนุ่มที่พยายามคุยกับเธอให้กลับไป ส่วนตัวเองก็ขับรถออกถนนใหญ่ทันที

 

แต่เธอยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย ดังนั้นควรไปหาข้าวเช้ากินก่อนเริ่มทำสงครามดีกว่า

 

ห่างจากอพาร์ทเม้นของเธอมีร้านอาหารอยู่แห่งหนึ่ง ซึ่งขับรถไปสิบนาทีก็ถึง ระยะทางไม่ได้ใกล้ๆเลย แม้ว่าหลินชิงเหอจะเป็นนักกิน แต่เธอก็ไม่ได้ไปร้านนี้บ่อยนัก เนื่องจากทางไปร้านอาหารกับบริษัทมันอยู่คนละทางกัน จึงทำให้เธอเดินทางไม่ค่อยสะดวก

________________________________________________________

[1]  “หนงลี่” หรือ “ปฏิทินการเกษตร” เป็นส่วนหนึ่งของปฏิทินจันทรคติ และเป็นปฏิทินที่คิดค้นขึ้นมา เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตรเป็นหลัก

 

[2]  เจ็ดสิ่งของขั้นพื้นฐาน ได้แก่ “ฟืน ข้าว น้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู ชา” ของเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นสิ่งของที่จำเป็นที่ต้องเตรียมหากจะออกเดินทาง

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top